- หน้าแรก
- ผมเป็นนักออกแบบ เกมสยองขวัญ
- บทที่ 28 เผชิญหน้ากับความกลัว
บทที่ 28 เผชิญหน้ากับความกลัว
บทที่ 28 เผชิญหน้ากับความกลัว
“ซ่อนอยู่ที่นี่เหรอ?”
“อืม ซ่อนตัวในนี้ ที่นี่กว้างมากนะ” เด็กชายออกแรงยกเสื้อผ้าที่กดทับร่างของเขาออก เผยให้เห็นผิวหนังที่เต็มไปด้วยผื่นแดง “ไม่ต้องห่วงนะ ผมจะไม่ทำร้ายคุณ ยังมีอีกหลายคนที่ซ่อนตัวอยู่ในนี้เหมือนกัน”
จากตู้เสื้อผ้าด้านหลังเด็กชายมีเสียงประหลาดดังแว่วออกมา คล้ายเสียงขอความช่วยเหลือที่ถูกกดกลั้นไว้ จูเหมี่ยวเหมี่ยวกังวลว่าหากเธอเปิดบานตู้อีกด้านหนึ่ง เธออาจจะเห็นร่างของเพื่อนร่วมงานที่ถูกพับซ้อนอยู่ข้างใน
“พ่อกับแม่ของผมกำลังจะมาแล้ว พวกเขาอารมณ์ร้ายมาก คุณควรรีบมาซ่อน” เสียงของเด็กชายแผ่วเบา เขาดูเหมือนไม่เคยกล้าพูดเสียงดัง “ถ้าพ่อกับแม่ของผมเจอคุณเข้า คุณจะถูกสับเป็นชิ้นๆ”
ยากที่จะจินตนาการได้ว่าเด็กตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งจะพูดอะไรแบบนั้นออกมา จูเหมี่ยวเหมี่ยวกำด้ามขวานดับเพลิงแน่น ในยามนี้ สิ่งเดียวที่มอบความรู้สึกปลอดภัยให้เธอได้ มีเพียงขวานในมือ
“พ่อกับแม่ของผมดุมาก เขาจะทำร้ายคุณด้วยวีธีที่เลวร้ายที่สุด” เด็กชายโบกมืออธิบายให้จูเหมี่ยวเหมี่ยวดู “พวกเขาสูงประมาณสามเมตร พ่อแรงเยอะมาก ส่วนแม่มักจะหยิบของมีคมขึ้นมา พวกเขาเกลียดกัน แต่ร่างกายกลับถูกติดเข้าด้วยกัน”
จากคำบรรยายของเด็กชาย จูเหมี่ยวเหมี่ยวเผลอจินตนาการถึงสัตว์ประหลาดตัวหนึ่ง
ชายร่างใหญ่หยาบกระด้างสูงสามเมตรกับหญิงที่ถืออาวุธมีคม ร่างกายบิดเบี้ยวพัวพันกัน มันเดินโคลงเคลงไปตามทางเดิน ไล่ล่าฆ่าเพื่อนร่วมงานคนอื่นไม่หยุด
ความคิดเหล่านี้เพิ่งผุดขึ้นมา จูเหมี่ยวเหมี่ยวก็ได้ยินเสียงฝีเท้าหนัก ๆ ดังขึ้นจากทางเดินอย่างกะทันหัน
“อย่าส่งเสียง! พ่อกับแม่ของผมมาแล้ว!”
เด็กชายปิดปากตัวเอง จูเหมี่ยวเหมี่ยวก็ตึงเครียดจนไม่กล้าหายใจแรง
เมื่อเสียงฝีเท้าใกล้เข้ามา เสียงชายหญิงทะเลาะด่าทอกันก็เล็ดลอดเข้ามาในห้อง
“นังบ้า! ฉันจะบีบคอแก!”
“ฉันเนี่ยนะผิด? แกต่างหากที่มันไร้ประโยชน์! โชคดีแค่ไหนแล้วที่ลูกชายของเราไม่เหมือนคนอย่างแก!”
“อีนังบ้า #@$%$ ฉันจะฆ่าแก!”
ถ้อยคำหยาบคายต่างๆ ทำให้แม้แต่จูเหมี่ยวเหมี่ยวซึ่งเป็นผู้ใหญ่ยังทนฟังไม่ไหว ยากจะจินตนาการว่าทุกครั้งที่เด็กคนนั้นได้ยินคำพูดเหล่านี้ เขาจะรู้สึกอย่างไรในใจ
เสียงรองเท้าเหยียบเศษแก้ว เสียงเล็บของผู้หญิงขูดผนัง เสียงผิดปกติทั้งหมดนั้นเมื่อผ่านหน้าประตูจูเหมี่ยวเหมี่ยวซ่อนตัวอยู่ ก็พลันเงียบหายไป
ฝ่ามือเต็มไปด้วยเหงื่อ จูเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกว่าสัตว์ประหลาดอยู่หน้าประตู เธอเงยหน้าขึ้น
หน้าต่างตกแต่งเล็ก ๆ เหนือกรอบประตูถูกบางสิ่งดันเปิดออกอย่างแรง เส้นผมเป็นกระจุก ๆ ห้อยลงมาในห้อง จูเหมี่ยวเหมี่ยวหน้าซีด เธอแทบจะยืนไม่ไหว ในขณะนั้นเอง เสียงกุญแจประตูถูกไขก็ดังขึ้นจากโถงทางเดิน
ผมสีดำที่กำลังห้อยอยู่ค่อย ๆ ถอยกลับไป สัตว์ประหลาดดูเหมือนจะจากไปแล้ว
จูเหมี่ยวเหมี่ยวไม่กล้าเปิดประตู เธอวางขวานดับเพลิงให้ราบกับพื้นอย่างระมัดระวัง จากนั้นหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋า เล็งไปที่มุมขอบสุดของหน้าต่างเล็ก ๆ บนกรอบประตู ให้เลนส์กล้องโผล่ออกไป
เธอเขย่งปลายเท้า จ้องมองหน้าจอโทรศัพท์ เพียงแค่มองแวบเดียว หัวใจก็เต้นแรงจนควบคุมไม่อยู่
ภาพบนหน้าจอไม่ชัดนัก พอมองเห็นร่างชายพิการสูงสามเมตรแนบชิดกับผนัง ยืนอยู่ข้างประตูห้องฝั่งตรงข้าม
แขนของเขาใหญ่กว่าคนทั่วไปหลายเท่า บนร่างยังมีผู้หญิงคนหนึ่งพันเกี่ยวอยู่ ทั้งสองตัวติดกัน ดวงตาทั้งสี่จ้องไปที่กลอนประตู ซึ่งกำลังส่งเสียงผิดปกติออกมา แววตานั้นเย็นชาอำมหิต และน่าหวาดกลัวยิ่ง!
‘สัตว์ประหลาด!’
สัตว์ประหลาดอันน่าสยดสยองนั้นแทบไม่ต่างจากปีศาจที่จูเหมี่ยวเหมี่ยวจินตนาการไว้ก่อนหน้า กล่าวได้เลยว่ามันเหมือนถูกสร้างขึ้นจากจินตนาการของเธอ
เธอกัดริมฝีปากแน่น ไม่กล้าส่งเสียงออกมา เหงื่อเย็นไหลจากหน้าผากลงมาถึงคาง ก่อนเข้าร่วมสำนักงานสอบสวน เธอรู้ว่าอาจต้องเผชิญกับสัตว์ประหลาด แต่ไม่คิดว่าวันนั้นจะมาถึงเร็วขนาดนี้!
เส้นเลือดเขียวปูดขึ้นที่ลำคอ จูเหมี่ยวเหมี่ยวไม่กล้าส่งเสียงใด ๆ แขนแข็งค้าง เธอไม่กล้าขยับแม้แต่น้อย
ความเงียบในโถงทางเดินดำรงอยู่เช่นนั้นพักหนึ่ง คนที่ซ่อนอยู่ในห้องฝั่งตรงข้ามอาจคิดว่าสัตว์ประหลาดจากไปแล้ว จึงอยากออกมาดูสถานการณ์
ลูกบิดประตูค่อย ๆ หมุนช้า ๆ ประตูอพาร์ตเมนต์เก่าถูกเปิดออกเป็นช่องแคบเล็ก ๆ
คนในห้องยังไม่รู้ว่าสัตว์ประหลาดซ่อนตัวอยู่ใกล้ ๆ ขณะนี้หัวใจของจูเหมี่ยวเหมี่ยวแทบจะพุ่งขึ้นมาถึงลำคอ
“ดูเหมือนจะปลอดภัยแล้ว”
เสียงคุ้นเคยดังออกมาจากในห้อง เป็นเสียงของเจ้าหน้าที่อีกคนหนึ่ง
บานประตูค่อย ๆ ถูกผลักเปิด ใบหน้าของเพื่อนร่วมงานโผล่ขึ้นมา ในเวลาเดียวกัน สัตว์ประหลาดตัวนั้นก็ขยับตัวตาม ชายพิการกำหมัดแน่น หญิงพิการคว้ามีดในมือ
ความแวววาวของคมมีดพุ่งเข้าใกล้ศรีษะของเพื่อนร่วมงาน เขาคนนั้นไม่รู้ตัวเลยว่าอันตรายกำลังใกล้เข้ามา
“ระวัง!”
จูเหมี่ยวเหมี่ยวไม่อาจนิ่งดูดายได้ ในวินาทีสุดท้ายเธอผลักประตูออก ยกขวานดับเพลิงขึ้น แล้วตะโกนเตือนเสียงดัง
“ผีอยู่หน้าประตู!”
ชายหญิงพิการหันศีรษะมาพร้อมกัน จูเหมี่ยวเหมี่ยวตกใจจนขาอ่อน เธอไม่กล้าต่อต้าน สมองว่างเปล่า ความกลัวบีบคั้นจนร่างกายตอบสนองด้วยสัญชาตญาณการหนี
เจ้าหน้าที่สอบสวนที่ซ่อนอยู่ในห้องฝั่งตรงข้ามก็รู้ตัว แต่เมื่อเขาจะปิดประตู ทุกอย่างก็สายเกินไปแล้ว
ชายพิการกระชากบานประตูออก เขาดูราวกับคนเมาเหล้า ร่างกายโคลงเคลงอย่างหยาบกระด้าง ก่อนจะพุ่งเข้าไปในห้อง
ในชีวิตของเด็กคนนั้น ชายคนนี้ดูเหมือนจะทำเรื่องทำนองนี้อยู่เสมอ นิสัยบางอย่างยังคงหลงเหลือจากอดีต
“ผมจะถ่วงมันไว้! พวกคุณหนีไปก่อน!” เสียงของคนขับร่างกำยำก้องสะท้อนในห้องเช่า จากนั้นก็ได้ยินเสียงกระจกแตกและของหนักตกกระแทกพื้น เจ้าหน้าที่สอบสวนร่างกำยำที่น่าเชื่อถือที่สุดคนนั้นดูเหมือนจะถูกผลักตกลงไปด้านล่าง
แต่ในจังหวะที่เขาดึงความสนใจของสัตว์ประหลาดไว้ เจ้าหน้าที่สอบสวนคนอื่น ๆ และไป๋เฉียวก็หนีออกมาได้
“แยกย้ายกันหาที่ซ่อน! หาเบาะแสและกฎ! วิธีหลุดพ้นจากเหตุผิดปกติมักซ่อนอยู่ในสถานที่ที่เหตุผิดปกติเกิดขึ้น!” ไป๋เฉียวพยายามทำให้ทุกคนสงบลง แต่บรรดามือใหม่ที่ถูกความกลัวครอบงำกลับไม่ฟังเลย สิ่งที่เรียนมามาทั้งหมด ถูกลืมไปนานแล้ว พวกเขากรูกันลงไปชั้นล่าง
“อย่าออกจากพื้นที่เกิดเหตุ! ถ้าเข้าไปในหมอกนอกพื้นที่ จะหลงทางและไม่มีวันกลับมาได้!”
คำเตือนของไป๋เฉียวไร้ผล เจ้าหน้าที่สอบสวนมือใหม่เหล่านั้นคิดเพียงจะหนีให้พ้น ความกลัวหยั่งรากในสมอง ทำลายเหตุผลจนสิ้น
ในโถงบันไดเต็มไปด้วยเสียงคร่ำครวญและฝีเท้า ทุกคนวิ่งออกไปนอกอาคาร เด็กที่เดิมทีซ่อนตัวอยู่ในตู้ก็ปะปนไปกับพวกเขา เจ้าหน้าที่มือใหม่ที่เอาแต่หนีไม่ทันสังเกตเห็นเลยว่ามีใครเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคน
“กลับมา! อย่าให้ความกลัวครอบงำพวกคุณ!”
ไป๋เฉียววิ่งตามออกไปนอกอาคาร ภายในตึกดูเหมือนจะเหลือเพียงจูเหมี่ยวเหมี่ยวคนเดียว
“ทำยังไงดี?”
หน้าแรกของคู่มือฝึกอบรมสำนักงานสอบสวนเขียนไว้ชัดเจนว่า เมื่อถูกดึงเข้าไปในเหตุการณ์ผิดปกติ ห้ามวิ่งวุ่นวายโดยเด็ดขาด หากหลงทางแล้ว จะไม่มีวันหาทางกลับบ้านได้อีก
กฎเขียนไว้ชัดเจน แต่ถ้าไม่วิ่ง จะให้ไปซ่อนตัวที่ไหนได้?
จูเหมี่ยวเหมี่ยวมองไปยังห้องฝั่งตรงข้ามอย่างสิ้นหวัง สัตว์ประหลาดยกโต๊ะและตู้เสื้อผ้าคว่ำ ราวกับคนคลุ้มคลั่ง ทุกสิ่งที่ยังสมบูรณ์เมื่ออยู่ในมือมัน ล้วนถูกทำลาย!
มันเหยียบย่ำไปบนคราบเลือด ชายพิการค่อย ๆ หันกลับมา แบกหญิงพิการไว้บนหลัง ก่อนจะเล็งเป้าไปที่จูเหมี่ยวเหมี่ยว
ทั้งอาคารเหมือนเหลือเพียงเธอคนเดียว ในชั่วขณะที่สายตาสัตว์ประหลาดจับจ้องมา เส้นประสาททุกเส้นในร่างกายของจูเหมี่ยวเหมี่ยวสั่นสะท้านด้วยความกลัว
สัตว์ประหลาดในสายตาของเธอขยายใหญ่ขึ้นไม่หยุด ร่างพิการอัปลักษณ์นั้นราวกับเติบโตขึ้นตามความกลัวของเธอ
จูเหมี่ยวเหมี่ยวเหมือนย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน ตัวเธอในวัยเด็กถูกกองเพลิงล้อมรอบ ทุกอย่างในบ้านถูกเผาไหม้ ควันหนาทึบ เปลวไฟ และความร้อนแผดเผาใบหน้า ผิวหนังแตกระแหงไม่หยุด
“ช่วยด้วย… ยังมีใครอยู่ไหม…”
มือที่ด้านด้วยตาปลาจับขวานดับเพลิงแทบไม่อยู่ แต่จูเหมี่ยวเหมี่ยวยังไม่ล้ม เธอรวบรวมแรงทั้งหมด เล็งคมขวานไปยังสัตว์ประหลาด
“จบแล้ว”
สัตว์ประหลาดเข้ายึดครองสายตาของจูเหมี่ยวเหมี่ยวอย่างสมบูรณ์ ความสิ้นหวังที่ยากจะอธิบายถาโถมเข้ามา เธอรู้สึกว่าขวานดับเพลิงในมือหนักขึ้นเรื่อย ๆ ขณะขวานใกล้จะหลุดมือ ทันใดนั้นเอง ปลายทางเดินก็มีเสียงโซ่กระทบกันดังขึ้น
ศีรษะของชายพิการยื่นเข้ามาใกล้ตรงหน้า แต่เสียงใสกังวานนั้นราวกับมีพลังบางอย่าง ทำให้จูเหมี่ยวเหมี่ยวได้สติขึ้นเล็กน้อย เธอหันไปมองตามทิศทางของเสียง
ในโถงทางเดินมืดสนิท มีชายหนุ่มคนหนึ่งที่ไม่ได้สวมเครื่องแบบสำนักงานสอบสวน กำลังวิ่งตรงเข้ามา
มือซ้ายของเขาพันด้วยโซ่สีดำ ดวงตาทั้งสองไม่ปรากฏความหวาดกลัวแม้แต่น้อย
เขาถีบผนังที่ลอกเป็นหย่อม ๆ แล้วพุ่งชนเข้าที่แผ่นหลังของสัตว์ประหลาด มือทั้งสองคว้าโซ่ กระชากรัดคอสัตว์ประหลาดพิการอย่างแรง!
“อย่ากลัว!”
เมื่อได้ยินเสียงของชายหนุ่ม จูเหมี่ยวเหมี่ยวก็เหมือนหลุดเข้าไปในความทรงจำ ตอนอายุหกขวบ วันที่ไฟไหม้กำลังจะกลืนกินเธอ นักดับเพลิงคนหนึ่งพังประตูเข้ามา วิ่งฝ่าเปลวไฟ
ในตอนนั้น นักดับเพลิงคนนั้นดูเหมือนจะพูดคำเดียวกันนี้เช่นกัน