เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 22 เกมที่เพิ่งเริ่ม…แต่จบลงก่อนเวลา

บทที่ 22 เกมที่เพิ่งเริ่ม…แต่จบลงก่อนเวลา

บทที่ 22 เกมที่เพิ่งเริ่ม…แต่จบลงก่อนเวลา


“ไม่ใช่นะ! เขานั่นแหละโกหก!” ซูโม่ส่ายหัวอย่างบ้าคลั่ง “ตอนที่ผีพุ่งเข้าใส่ก็ไม่เหลือร่องรอยอะไรไว้เลย!”

“เธอไม่ใช่พนักงานอู๋เจี่ยว แล้วรู้ได้ยังไงว่าเขาแซ่หม่า? ทำไมเธอถึงเรียกเขาว่าผู้จัดการหม่า?” เซี่ยหยางหันไปมองซูโม่

“ผีเป็นคนบอกผม! ผีนั่นรู้จักผู้จัดการหม่า! ผีนั่นก็คือคนที่ทำงานหนักแล้วตายคาโต๊ะ! ผมไม่ได้ทำอะไรเลยจริง ๆ!” ซูโม่แทบจะร้องไห้ออกมา เขาแค่ตั้งใจใช้ชีวิตดี ๆ แต่โชคชะตาชั่งเล่นตลกกับเขาเสียจริง

“เราควรกักตัวพวกเขาไว้ก่อน” เกาหมิงมองไปรอบๆ ตามสัญชาตญาณกำลังมองหาพวกเชือกหรือของที่ดูคล้ายกัน

“เชื่อฉันเถอะ! เด็กนี่เป็นผี! เขาอยู่กับศพในลิฟต์ แล้วยังจะฆ่าฉันอีก!” ผู้จัดการหม่าได้ยินว่าเกาหมิงคิดจะมัดเขา เหมือนกลัวจะเสียอิสระ เขาตะโกนสุดเสียงแล้ววิ่งหนีเข้าทางบันไดหนีไฟ “พวกคุณจะถูกเขาฆ่า! ผีอยู่ในตัวเขา!”

เสียงประตูหนีไฟถูกผลักกระแทก ผู้จัดการหม่ารีบรุดลงไปยังชั้นล่าง

“เธอคิดว่าเป็นใคร?” เซี่ยหยางไม่ได้ไล่ตาม แต่หันกลับมามองเกาหมิงแทน

“คุณจับตาดูเด็กไว้ก่อน ผมจะไปบอกทุกคนเรื่องนี้” เกาหมิงรีบวิ่งกลับสู่สตูดิโอเย่เติง พนักงานในนั้นไม่มีใครสนใจข้อความในมือถือเลย

“เว่ยต้าโย่วยังไม่กลับมาอีกเหรอ?” เกาหมิงมองเข้าไป เห็นโต๊ะทำงานว่างเพิ่มขึ้นอีก มีเพียงอินเทิร์นอย่างหวังเยวียนเยวียนที่ยังนั่งอยู่ “หลี่เจี่ยกับจางหวังออกไปไหน?”

“เหมือนจะไปเข้าห้องน้ำค่ะ”

“เธอรออยู่ที่นี่นะ อย่าออกไปไหน! ถ้ามีใครกลับมา บอกพวกเขาว่าให้รออยู่ที่นี่!” เกาหมิงหยิบมือถือโทรหาคนอื่น แต่ไม่มีใครรับสายเลย

‘พื้นที่เกมครอบคลุมสี่ชั้น นอกจากพนักงานของสตูดิโอเย่เติงแล้ว ยังมีพนักงานของสตูดิโออู๋เจี่ยวด้วยที่กำลังทำงานอยู่ เราต้องรีบหาทุกคนให้ครบภายในหนึ่งชั่วโมง!’

เขาไม่รู้เลยว่ามีคนทำงานล่วงเวลากี่คนในสี่ชั้นนี้ แม้เกมจะให้เวลาหนึ่งชั่วโมง แต่เป็นไปได้ยากที่จะหาคนทั้งหมด

เมื่อติดต่อใครไม่ได้ เกาหมิงรีบมุ่งหน้าไปยังห้องเก็บของ เซวียนเหวินคือฆาตกรต่อเนื่อง เธอมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับจิตวิทยาอาชญากรรม การที่มีเธออยู่ด้วย…สามารถช่วยเหลือเกาหมิงได้อย่างมาก

ขณะที่เกาหมิงเปิดประตูห้องเก็บของอย่างระมัดระวัง เกาหมิงก็เห็นภาพเหนือความคาดหมาย

ในเวลานี้ ร่างกายของเซวียนเหวินแทบทุกส่วนถูกปกคลุมไปด้วยเงามืด ผิวของเธอมีรอยคล้ำ จากเส้นเลือดสีดำจำนวนมากที่ออกมารัดตัวเธอ เนื่องจากเซวียนเหวินไม่ควรอยู่ในเกมนี้ เงาจึงปฏิเสธตัวตนของเธอ พวกมันผลักไสเธออย่างรุนแรง พยายามลากเธอกลับเข้าไปในความมืด

“ถ้าฉันไม่ได้รับอารมณ์ของคนนับหมื่นเหล่านั้น ฉันคงไม่สามารถเข้ามาเล่นเกมนี้กับคุณได้” เซวียนเหวินมองเกาหมิงด้วยสายตาที่แดงก่ำ ดูเหมือนเธอจะค่อย ๆ ปรับตัวเข้ากับเสียงได้แล้ว

“คุณตื่นได้มาถูกเวลาเลย” เกาหมิงพยายามพยุงเธอขึ้น มือของเขาสะดุ้งเล็กน้อย ผิวของเซวียนเหวินไร้อุณหภูมิ คล้ายศพ

“หลังจากที่เข้ามา คุณรู้สึกยังไงบ้าง?” เกาหมิงถามด้วยน้ำเสียงที่กังวล

“ไม่ชอบเหรอ?” เงามืดยังไหลเวียนอยู่รอบตัวเธอ “คุณไม่ใช่บอกเหรอว่าชอบแบบอุณหภูมิห้อง ไม่ใส่น้ำแข็งมันอร่อยกว่า?”

“…ผมหมายถึงชานม”

เกาหมิงพยายามดึงเธอออกจากเงา แต่ทันทีที่เขายื่นมือ เงามืดกลับพุ่งเข้ามาเหมือนฝูงฉลามได้กลิ่นเลือด!

ในจังหวะคับขัน โซ่ที่ประกอบจากความทรงจำและความยึดติดของจ้าวซีก็ปรากฏขึ้น ปกป้องเกาหมิงจากการถูกเงาฉีกกิน

‘คุณผูกมัดกับคนอื่นแล้ว?’ เซวียนเหวินเอียงคอ เหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง

หลังเหตุการณ์ในเกมกระโดดตึก เกาหมิงได้แบกรับความทรงจำและความเจ็บปวดของจ้าวซี

โซ่นี้…ไม่ใช่อาวุธ แต่เป็นพันธนาการ

‘โซ่พวกนี้สามารถกันเงาได้?’

ทั้งคู่ร่วมแรงกันอยู่นาน กว่าจะสลายเงาที่ปกคลุมตัวเซวียนเหวินได้ ทำให้เธอขยับตัวได้อย่างอิสระอีกครั้ง

“ทำไมพวกมันถึงจ้องแต่คุณ?”

“ฉันออกนอกเส้นทางที่โลกนั้นกำหนดไว้ เงาเหล่านี้จึงพยายามแก้ไขมัน ครั้งก่อนไม่ได้เข้าร่วมเกมของจ้าวซี ก็น่าจะเพราะเหตุผลนี้”

เธอพึมพำต่อ “ฉันอยากเป็นมนุษย์แบบคุณ แต่โลกนั้นไม่ยอมรับสิ่งนี้ มันอยากลากทั้งเมืองให้ตกลงสู่ความมืด”

“ช่างมันก่อน” เกาหมิงเปิดข้อความในมือถือ “คุณได้รับข้อความนี้ไหม?”

เซวียนเหวินเปิดมือถือของเธอ กล่องข้อความว่างเปล่า

เกมไม่ได้จัดให้เธอเป็นผู้เล่น

“คุณไม่ใช่ผู้เล่น…หรือว่าถูกจัดให้เป็นผี?”

นี่คือความกังวลที่เลวร้ายที่สุด ฆาตกรในเกมอาจเป็นเซวียนเหวิน และถ้าเธอหลุดการควบคุมขึ้นมา…

“คุณมีอคติกับตัวละครที่ตัวเองออกแบบมากไปหรือเปล่า?” เซวียนเหวินค่อยๆ เดินเข้ามาใกล้ “คุณมองฉันด้วยความคิดแย่ ๆ มาโดยตลอด ฉันคือด้านมืดของคุณหรือเปล่า? คุณให้ฉันทำในสิ่งที่ปกติคุณไม่กล้าทำ?…นั่นคือเหตุผลที่ทำให้ฉันกลายเป็นฆาตกรเลือดเย็น?”

เกาหมิงผงะเล็กน้อยจากการโต้กลับของเธอ “อย่าโกรธสิ ผมถามคุณคำถามเดียว แต่คุณสวนกลับผมมาสะเยอะเลยนะ”

เกาหมิงเปิดประตูห้องเก็บของ “ถ้าไม่ใช่คุณ งั้นก็รีบหาเจ้าผีตัวจริงให้เจอ เรามีเวลาแค่หนึ่งชั่วโมงเท่านั้น!”

เกาหมิงเสียเวลาไปมากเพื่อช่วยเซวียนเหวินให้หลุดจากเงา

“ดูเหมือนพวกคุณจะได้พลังบางส่วนจากโลกนั้นมา อย่างจ้าวซีที่กระโดดตึกแล้วไม่ตาย…แล้วคุณล่ะ? ความสามารถของคุณคืออะไร?”

“เป็นความสามารถที่เกี่ยวกับจิตใจคน…ฉันมองเห็นและได้ยิน…” เสียงของเซวียนเหวินสะดุด เธอค่อย ๆ เอาหูแนบพื้น

“เกิดอะไรขึ้น?”

“…มีคนกำลังกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด”

รอยยิ้มบนใบหน้าเซวียนเหวินพลันบิดเบี้ยว “บางทีมนุษย์…ก็น่ากลัวไม่ต่างจากผีนักหรอก”

เกาหมิงรู้ทันทีว่ามีเรื่องร้ายเกิดขึ้น เขารีบพาเซวียนเหวินไปยังสตูดิโอเย่เติง

“คนอื่นๆ ไปไหน?”

“ฉันไม่รู้ค่ะ…” หวังเยวียนเยวียนตอบเสียงสั่น

เกาหมิงพาเซวียนเหวินไปถึงโถงลิฟต์ พบซูโม่คนเดียว กำลังกอดเข่าตัวสั่น หน้าซีดขาว

“ทำไมเหลือแค่เธอ?” เกาหมิงดึงเขาขึ้นมา “มีใครผ่านมาไหม?”

“มีเสียงกรีดร้องขึ้น…พี่คนนั้นก็รีบวิ่งลงไป…” ซูโม่คว้าแขนเกาหมิงแน่น “พี่ครับ ผมไม่ใช่ผีจริง ๆ! แต่วันนี้ผมเจอจริง ๆ”

“เธอรออยู่ที่นี่!”

เกาหมิงกับเซวียนเหวินผลักประตูหนีไฟ กลิ่นคาวเลือดปะทะใบหน้าพวกเขา

ยังไม่ถึงเวลาที่กำหนด ผียังไม่ทันออกล่า แต่มี คน ถูกฆ่าไปแล้ว!

หัวใจของเกาหมิงกระตุก เขาผลักประตูชั้นสิบสองเข้าไป โถงเงียบสงัดไร้ชีวิต เมื่อลงไปถึงชั้นสิบเอ็ด พวกเขาก็ได้รับการต้อนรับด้วยภาพอันน่าสยดสยอง คราบเลือดและสัญญาณการต่อสู้เกลื่อนกลาดไปทุกที่

“มีคนใช้โอกาสนี้ล่าพนักงานคนอื่น!”

เกมของผี

กลายเป็น….

เกมของมนุษย์!

ความโหดร้ายนั้นยิ่งกว่าตอนที่ผีตื่นขึ้นมาเสียอีก

ทั้งชั้นไม่เหลือคน มีเพียงเลือด

เมื่ประตูชั้นที่สิบเปิดออก เลือดจำนวนมากกระเด็นไปทั่วผนัง เกาหมิงเดินตามรอยเท้าเปื้อนเลือดบนพื้นจนไปถึงบริเวณห้องเก็บอุปกรณ์ประกอบฉากในสตูดิโอ

“ที่นี่คือปลายทาง”

เกาหมิงจับลูกบิดประตู แต่ในขณะทีกำลังจะเปิดประตู เงาที่ปกคลุมทั้งชั้น…ก็เริ่มสลายตัวช้าๆ

คราบเลือด กลิ่นเหม็น หายไปพร้อมเงามืด เหมือนถูกอีกโลกหนึ่งกลืนหาย

“เกมจบแล้ว? มีคนฆ่าคนที่ถูกสิงไปแล้ว?” เขามองเวลาในมือถือ ผ่านไปเพียงสามสิบหกนาที ตั้งแต่เริ่มเกม เขายังไม่ได้เริ่มทำอะไรด้วยซ้ำ

“ช่างโหดร้ายและบ้าคลั่งจริงๆ” เซวียนเหวินล้วงมือเข้าไปในเงามืด “เห็นได้ชัดว่ามีคนวางแผนจะฆ่าทุกคนยกเว้นตัวเองเพื่อหนีออกจากเกม เขาฆ่าพนักงานทีละคนจนกระทั่งในที่สุดก็ฆ่าคนโชคร้ายที่ถูกผีสิง”

เกาหมิงนิ่งเงียบ เขาระแวดระวังสิ่งผิดปกติในเกมมาโดยตลอด แต่ความโหดร้ายของมนุษย์นั้น… เกินกว่าที่เขาคาดไว้

เซวียนเหวินสรุปการค้นพบ

“ฉันพอจะยืนยันได้สี่เรื่อง เรื่องแรก ฆาตกรน่าจะเคยเล่นเกมอื่นมาแล้ว ดังนั้นเขาจึงเริ่มลงมือทันทีหลังจากที่ได้รับข้อความ เรื่องที่สอง ฆาตกรอยู่ในหมู่ผู้รอดชีวิต เรื่องที่สามดูเหมือนฆาตกรจะมีพลังบางอย่าง ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่สามารถฆ่าคนจำนวนมากได้ในเวลาอันสั้น” เซวียนเหวินพูดพลางเดินมาหาเขา “ประการที่สี่ ฉันไม่ใช่ฆาตกร เพราะพวกเราอยู่ด้วยกันตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้น”

“ผมรู้ว่าไม่ใช่คุณ”

เกาหมิงเปิดประตูห้องอุปกรณ์ ตุ๊กตากับหุ่นโชว์หล่นกระจัดกระจาย แต่เลือดและศพทั้งหมดหายไปพร้อมเงามืด

เขาค้นหาจนเจอเพียงสิ่งเดียว

รูปถ่ายขาวดำ

เป็นภาพถ่ายหมู่ของพนักงานสตูดิโออู๋เจี่ยว ทั้งเจ็ดคนนี้ต่างเป็นหัวกะทิและพนักงานชุดแรกของสตูดิโอ

“ในภาพมีเจ็ดคน...เจ็ดคนที่เคยมีชีวิตอยู่”

มือของเกาหมิงสั่น เซวียนเหวินจับข้อมือเขาไว้ “คุณกำลังรู้สึกผิดเหรอ? อย่าคิดมากเลยเรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับคุณ คุณก็เป็นเหยื่อคนหนึ่งเหมือนกัน”

“ถ้าผมตาย ทุกอย่างจะจบลงไหม?”

“ไม่หรอก” เซวียนเหวินส่ายหน้า “"ถึงคุณตายไปก็ไม่สามารถเปลี่ยนอะไรได้อยู่ดี สุดท้ายเมืองนี้จะสูญเสียผู้ช่วยชีวิตไป”

“คุณค่อนข้างเก่งในการปลอบใจคนนะ” คำพูดของเธอแม้จะหมายถึงการปลอบโยน แต่ก็แขวนลอยอยู่ในอากาศ เป็นการเตือนใจอย่างชัดเจนถึงน้ำหนักของสถานการณ์ของพวกเขา

จบบทที่ บทที่ 22 เกมที่เพิ่งเริ่ม…แต่จบลงก่อนเวลา

คัดลอกลิงก์แล้ว