เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 21 ในออฟฟิศนี้มีผี

บทที่ 21 ในออฟฟิศนี้มีผี

บทที่ 21 ในออฟฟิศนี้มีผี


กลับมาที่สตูดิโอ เกาหมิงท่องจำข้อมูลบ้านร้างชื่อดังทั่วเมืองหานไห่ไปมากกว่าครึ่ง เขาและทุกคนต่างก็กำลังพยายามเดินหน้าตามเส้นทางของตัวเอง

เสียงเข็มนาฬิกาบนผนังดังติ๊กต๊อกไม่ขาด ในขณะที่เกาหมิงจดจ่ออยู่กับข้อมูลบ้านร้างนั้นเอง ไฟในออฟฟิศก็สั่นกระพริบหนึ่งครั้ง เงาจาง ๆ บางอย่างผุดขึ้นอย่างเงียบเชียบ

“นี่มัน…”

ลมหายใจของเกาหมิงเริ่มติดขัด เขาเห็นเงามืดไหลมาจากทุกทิศทาง ราวกับกำลังจะพุ่งเข้าไปในห้องเก็บของ

‘เกิดอะไรขึ้น!? เกม?’

ครั้งนี้เกาหมิงไม่ได้เรียกดวงวิญญาณหรือเลียนแบบพฤติกรรมของผู้ตาย เขารู้สึกเหมือนถูก “ดึงเข้าสู่เกม” โดยที่ไม่ได้สมัครใจ

แสงไฟกระพริบเร็วขึ้นเรื่อย ๆ แล้วอยู่ ๆ ก็ ดับสนิททั้งออฟฟิศ!

ความเย็นเฉียบที่คุ้นเคยรัดหัวใจไว้ เกาหมิงสูดหายใจลึก เขากำลังจะเตือนพนักงานให้ระวังตัว แต่ก็เห็นเว่ยต้าโย่วแบกเป้กระโดดขึ้นไปยืนบนโต๊ะ

“ทุกคนอย่าตกใจ!” เว่ยต้าโย่วเปิดเป้ “ฉันมีไฟฉุกเฉินอยู่!”

เขากดสวิตช์ แสงไฟดวงเล็กก็ปรากฏขึ้น

“พี่น้องทุกคน…จะไม่ปิดบังแล้วนะ เมื่อก่อนฉันรู้สึกว่าทำเกมนี้ไม่ไหว เลยไปเปิดร้านที่ตลาดกลางคืน ไฟนี่ก็กะจะเอาไว้ใช้ขาย” เว่ยต้าโย่วเอาไฟวางบนกองหนังสือ “พวกเราถูกดูแคลนมานานถึงเจ็ดเดือน ไม่มีใครคิดว่าเกมสยองจะเวิร์ก งานที่พวกเราเคยทำก็โดนผู้เล่นด่าอยู่ครึ่งปี เจอเรื่องแบบนี้เข้าไป ขอบอกตตรง ๆ เลย ฉันเองก็อัดอั้นอยู่เหมือนกัน”

เว่ยต้าโย่วยกระดับเสียงขึ้น

“ฉันรู้ว่าพวกเรากำลังลำบาก แต่ด้วยเกม ๆ นี้ โอกาสของพวกเรามาถึงแล้ว!”

พนักงานที่นั่งทำงานดึกยังเหลืออยู่ไม่กี่คน แต่ทุกคนต่างรู้สึกสะเทือนใจ คุ้นเคยกับสิ่งที่เว่ยต้าโย่วพูด โปรแกรมเมอร์หลี่เจี่ยกับฝ่ายปฏิบัติการจางหวังถึงกับลุกขึ้นยืน ทั้งสองเป็นพนักงานเก่าของเย่เติง มีความผูกพันกับที่นี่อย่างมาก

“ฉันรู้ว่าทุกคนเหนื่อย แต่ลำบากก็แค่ช่วงนี้เท่านั้น พวกเราต้องใช้ประโยชน์จากความนิยมที่มีในตอนนี้ รีบออกตัวเกมเวอร์ชั่นสมบูรณ์ออกมาให้เร็วที่สุด! พวกเราจะใช้เกมนี้พิสูจน์ตัวเอง!” เว่ยต้าโย่วกล่าวอย่างกระตือรือร้น “ฉันจะไปดูห้องไฟฟ้าเอง พวกนายทำงานต่อได้เลย!”

เห็นเว่ยต้าโย่วไม่แม้แต่จะหยิบโทรศัพท์ไป และเดินออกไปตัวเปล่า เกาหมิงรีบคว้าแขนเขาไว้

“ต้าโย่ว ฟังฉันก่อน”

“ไม่ต้องพูดแล้ว ฉันรู้ว่านายอยากบอกอะไร” เว่ยต้าโย่วจับมือเกาหมิงแน่น “พี่ชาย ครั้งนี้พวกเราจะไม่ทำให้นายผิดหวัง เกมที่นายออกแบบ พวกเราจะทำให้สุดฝีมือ!

“เอ่อ ไม่ใช่เรื่องนั้น…”

“ไม่ต้องเกรงใจ!”

ทันใดนั้นโทรศัพท์ของเกาหมิงสั่นขึ้นมา ไม่ใช่แค่ของเขา ทุกคนในออฟฟิศก็ยกโทรศัพท์ขึ้นมาดูพร้อมกัน

เขาปัดหน้าจอข้อความ และข้อความเดียวกันก็อยู่ในโทรศัพท์ทุกคน มีทั้งหมดสามประโยค

หนึ่งในพวกคุณกำลังโดนผีสิง

คุณจะสามารถออกไปได้ต่อเมื่อฆ่าผู้ที่โดนสิงแล้วเท่านั้น

คุณถูกจำกัดอยู่ที่ชั้น 10, 11, 12 และ 13 ภายในหนึ่งชั่วโมง ผีจะตื่นขึ้นและเริ่มออกล่า ใครก็ตามที่ถูกผีสังหารก็จะกลายเป็นผีเช่นเดียวกัน”

ข้อความสั้นมาก แค่สามบรรทัด พนักงานสตูดิโอเย่เติงไม่ได้สนใจเลย เพราะทำเกมสยองกันอยู่เป็นปกติ คอมเมนต์ของผู้เล่นหลังเกมปล่อยบางทีน่ากลัวกว่านี้หลายเท่าด้วยซ้ำ

“ทำไมถึงต้องเป็นเกมนี้!” เกาหมิงจำได้เกมนี้ได้ในทันที เมื่อไม่กี่ปีก่อนลูกค้าคนหนึ่งซึ่งเบื่อหน่ายกับงานประจำ ต้องการแสวงหาความตื่นเต้น จึงขอให้พวกเขาพัฒนาเกมหลบหนีในออฟฟิศ

ในเกม ผู้เล่นจะมีเวลาหนึ่งชั่วโมงในการแก้ไขสถานการณ์ ยิ่งปล่อยให้เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ จำนวนผีก็จะยิ่งเพิ่มขึ้น หากผู้เล่นต้องการเอาชนะเกม พวกเขาต้องกำจัดคนที่ถูกสิงให้เร็วที่สุด ก่อนที่ผีจะเริ่มกระจายตัว

เกาหมิงรีบวิ่งไปตามเว่ยต้าโย่ว แต่ประตูลิฟต์ก็ปิดลงตรงหน้าเขาพอดี

“ต้าโย่ว!” เขากดปุ่มเรียกลิฟต์ซ้ำ ๆ จู่ ๆ ก็รู้สึกเหมือนมีลมหายใจจากทางด้านหลัง

เสียงของเซี่ยหยางดังขึ้นข้าง ๆ ทำเอาเขาสะดุ้งโหยง

“ไม่ต้องซีเรียสขนาดนั้นมั้ง นี่มันแกล้งกันชัด ๆ เธอคงไม่คิดจะเชื่อเรื่องนี้จริง ๆ ใช่ไหม?”

“ทำไมไม่มีเสียงตอนคุณเดินมา?” เกาหมิงอาศัยแสงสลัวในห้อง สังเกตเซี่ยหยางอย่างละเอียด

“หรือว่าเธอคิดว่าฉันเป็นผี?” เซี่ยหยางหัวเราะเบาๆ

“อาจารย์เซี่ย ถ้าเกมนี้กลายเป็นความจริงขึ้นมา คุณจะทำยังไง?” เกาหมิงถามด้วยน้ำเสียงหยั่งเชิง

“ก็คงฆ่าตัวตาย ฉันไม่กล้าฆ่าใคร แล้วฉันก็กลัวเจ็บด้วย”

“แต่การฆ่าตัวตายก็เท่ากับคุณฆ่าตัวเองเหมือนกันนะ ในเมื่อคุณกลัวเจ็บคุณจะ….” เกาหมิงยังพูดไม่ทันจบ จู่ ๆ ลิฟต์อีกตัวก็หยุดลงที่ชั้นสิบสามอย่างกะทันหัน

ประตูลิฟต์ค่อย ๆ เปิดออก ซูโม่กับผู้จัดการหม่าจากสตูดิโออู๋เจี่ยวพุ่งออกมาพร้อมกัน ทั้งคู่มีท่าทีหวาดกลัวสุดขีด ต่างก็รีบถอยห่างกันเองราวกับอีกฝ่ายเป็นผี

แต่นอกจากทั้งคนสองคนแล้ว ภายในลิฟต์ยังมีภาพที่น่าสยดสยองรอคอยอยู่ ร่างของชายคนหนึ่ง ที่ดวงตาถูกฉีกกว้าง มือทั้งสองข้างกำกระเป๋าแล็ปท็อปไว้แน่น

“เขาเป็นผี! ผีฆ่าคนแล้ว!” ซูโม่ตะโกนสุดเสียง ราวกับเสียสติไปแล้ว

“เขาต่างหากที่เป็นผี! มีผีอยู่บนตัวเขา!” ผู้จัดการหม่าเว้นระยะจากซูโม่ พร้อมตะโกนใส่เกาหมิงและเซี่ยหยาง

“ผู้ชายก็ทำเสียงแหลมแสบแก้วหูได้เหมือนกันนะ” เซี่ยหยางอุดหูไว้ พลางหรี่ตามองทั้งสองคนอย่างสนใจ “ดูท่าข้อความนั้นจะไม่ใช่เรื่องตลกแล้ว”

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเขาไม่ใส่ใจหรือด้วยเหตุผลอื่น เซี่ยหยางดูเหมือนจะเคยผ่านเรื่องแบบนี้มาก่อน ไม่เพียงแต่เขาจะไม่หวาดกลัวเท่านั้น แต่กลับยิ้มออกมาเล็กน้อยด้วยซ้ำ

เกาหมิงเดินแทรกผ่านสองคนนั้นไปตรวจศพที่ลิฟต์

เขาเปิดปกเสื้อของศพออก แล้วเห็นรอยเขียวคล้ำของศพปรากฏชัดเจน “ดูจากลักษณะรอยศพ เขาน่าจะตายมาไม่ต่ำกว่ายี่สิบสี่ชั่วโมงแล้ว คนร้ายไม่น่าใช่สองคนนี้”

“ถ้าไม่ใช่พวกเขา แล้วทำไมถึงอยู่ในลิฟต์กับศพ?” เซี่ยหยางมองข้อความบนมือถือแวบหนึ่ง “หรือเป็นไปได้ไหมว่ามีผีซ่อนอยู่บนตัวพวกเขา?”

เกาหมิงพยักหน้าเห็นด้วย “ผีอาจจะติดอยู่กับศพในตอนแรก พอทั้งคู่ไปแตะต้องศพ จึงมีความเป็นไปได้มาก หรือผีอาจตั้งใจทำให้พวกเราสงสัยพวกเขา เพื่อให้ทั้งคู่เป็นแพะรับบาปก็ได้”

“ผีนี่เจ้าเล่ห์ใช้ได้เลยนะ”

“คนออกแบบเกมนี้เข้าใจจิตวิทยามนุษย์ดีมาก เขาแยกคนสองคนออกจากกลุ่ม เพื่อให้เกิดความน่าสงสัย ในสถานการณ์ที่บีบบังคับ ทุกคนต้องหันไปเล่นงานสองคนนี้แน่ แถมอาจยุให้ทั้งคู่ฆ่ากันเองด้วยซ้ำ” เกาหมิงจำได้ว่า ช่วงหลังเกมนี้ไม่ได้ออกแบบโดยเขา แต่เว่ยต้าโย่วเป็นคนพัฒนาให้ตามคำสั่งลูกค้า “มนุษย์นั้นเปราะบาง”

“บริษัทส่วนใหญ่ก็เอารัดเอาเปรียบพนักงานตัวเองในลักษณะนี้อยู่แล้ว” เซี่ยหยางพูดอย่างสบาย ๆ “ยังไงก็เถอะ ผีไม่น่าจะอยู่ในสตูดิโอของพวกเรา ทุกคนทำงานอยู่ทั้งคืน ไม่มีใครลงไปชั้นอื่น”

“ตอนนี้พวกเรายังปลอดภัย แต่ตามที่ข้อความบอก ผีจะตื่นขึ้นในอีกหนึ่งชั่วโมงและเริ่มสังหารคน ถึงเวลานั้นจะยังมีคนเชื่อใจกันได้อยู่อีกไหม”

“ใช่ ดังนั้นเราต้องหาคนที่ถูกผีสิงให้เจอภายในหนึ่งชั่วโมง”

ซูโมและผู้จัดการหม่ายังคงเถียงกัน ต่างฝ่ายต่างกล่าวหาอีกฝ่ายว่าเป็นผี พวกเขาใกล้จะเสียสติทั้งคู่

“พวกคุณหยุดก่อน ค่อยๆ เล่า” เซี่ยหยางกลับกลายเป็นคนที่นิ่งที่สุดในที่แห่งนี้

ซูโม่เริ่มก่อน น้ำเสียงสั่น

“ผมส่งอาหารเสร็จแล้วกำลังลงลิฟต์ แต่พอเข้าไปก็เจอศพอยู่ในลิฟต์! ตอนแรกผีอยู่บนศพ มันเล่าเรื่องมากมายให้ผมฟัง ทุกครั้งที่มันพูด ลิฟต์จะถูกเงาดำปกคลุมหนึ่งชั้น!” เขาเริ่มเช็ดน้ำตา “แล้วผมก็เจอผู้จัดการหม่า เขาขึ้นลิฟต์มาด้วย ผีนั่นเกลียดเขา มันรอเขาอยู่! พอเขาเข้ามา มันก็รัดคอฆ่าเขาทันที แล้วพุ่งเข้าไปในร่างเขา!”

“พูดจาเพ้อเจ้อ! เขาโกหก! เขาต่างหากที่เป็นผี!” ผู้จัดการหม่าเปิดปกเสื้อของตัวเอง “ดูสิ! ไม่มีรอยถูกรัดที่คอเลย! ตอนนั้นฉันอยู่ในลานจอดรถชั้นใต้ดินกำลังคุยโทรศัพท์ ได้ยินเสียงประหลาดจากลิฟต์เลยเดินเข้าไปดู พอประตูเปิดออก เขาก็ดึงฉันเข้าไป เขาบอกว่ามีคนจะฆ่าเขา! แต่ในลิฟต์มีแค่เขากับศพเท่านั้น!”

จบบทที่ บทที่ 21 ในออฟฟิศนี้มีผี

คัดลอกลิงก์แล้ว