เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 19 เรื่องนี้กระทบจิตใจของผทขนาดไหนกันนะ!

บทที่ 19 เรื่องนี้กระทบจิตใจของผทขนาดไหนกันนะ!

บทที่ 19 เรื่องนี้กระทบจิตใจของผทขนาดไหนกันนะ!


“ผู้จัดการกู้เป็นอะไรไป?”

เกาหมิงรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย ผู้จัดการกู้โทรหาเขาไม่หยุดตั้งแต่ห้าโมง  แต่ตอนนี้ความสนใจทั้งหมดของเขาอยู่ที่เซวียนเหวิน

“ตอนนี้ยอดดาวน์โหลดเเกินหนึ่งพันแล้ว เธอรู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติบ้างไหม?” เกาหมิงไม่มีโต๊ะทำงานของตัวเอง เขาหยิบกล่องกระดาษมานั่งข้างเซวียนเหวิน จ้องมองเธอด้วยความกังวล

“ในหัวฉันเหมือนมีเสียงรบกวนดังขึ้นเบา ๆ” เซวียนเหวินก้มมองมือของตัวเองอยู่นาน

“เสียง?” เกาหมิงจดบันทึก “อาการ” ของเซวียนเหวินอย่างตั้งใจ “เธอฟังออกไหมว่าเสียงพวกนั้นว่าพูดอะไร?”

“ฟังไม่ชัด แต่ในเสียงพวกนั้นเต็มไปด้วยอารมณ์มากมาย ฉันรู้สึกว่าตัวเองกำลังสมบูรณ์ขึ้น” เซวียนเหวินจับที่วางแขนของเก้าอี้แน่น “ตั้งแต่ลืมตาตื่นจนถึงตอนนี้ ฉันเห็นเงาดำที่มีแค่ฉันเท่านั้นที่เห็น ตลอดเวลา พวกมันพยายามทุกวิถีทางที่จะลากฉันกลับไปยังโลกเดิม เหมือนต้องการแก้ไขชะตาของฉัน แต่เสียงจากผู้เล่นพวกนี้กลับเหมือนเส้นด้ายที่ผูกฉันไว้กับโลกนี้ ทำให้ฉันรับอิทธิผลจากเงาดำพวกนั้นน้อยลง”

“ข้อมูลที่ทางเจ้าหน้าที่สอบสวนส่งมาเขียนไว้ว่า ผีในเรื่องเล่าลึกลับสามารถเติบโตได้ด้วยการกัดกินอารมณ์ด้านลบและความไม่สบายใจ จนกว่าจะถึงจุดที่ควบคุมไม่ได้โดยสมบูรณ์” เกาหมิงมองเธอ “ตอนนี้เธอรู้สึกว่าจะควบคุมไม่ได้บ้างไหม?”

“การที่ต้องได้ยินเสียงมากมายขนาดนี้ ก็ต้องรู้สึกหงุดหงิดอยู่บ้าง… แต่อีกไม่นานฉันจะต้องปรับตัวได้แน่” เซวียนเหวินเงยหน้าขึ้น ดวงตาซ้ายของเธอเต็มไปด้วยเส้นเลือดสีแดงเข้ม ที่น่ากลัวกว่านั้นคือ เส้นเลือดเหล่านั้นดูเหมือนจะมีชีวิต เลื้อยออกมาจากเบ้าตาของเธอ! แผ่ขยายลงมาบนแก้มซ้ายของเธออย่างช้า ๆ

“พี่สาว ผมว่าสีหน้าของคุณตอนนี้มันเกินกว่าคำว่าหงุดหงิดแล้วนะ” เกาหมิงหยิบผ้าปิดตานอนหลับจากลิ้นชักแล้วยื่นให้

“ถ้าเรียกฉันว่าพี่สาวอีกครั้ง ฉันคงควบคุมตัวเองไม่อยู่แน่ ๆ” เซวียนเหวินหยิบกระจกจากกระเป๋ามาส่อง พอเห็นสภาพตัวเอง เธอก็ใส่ผ้าปิดตาทันที แล้วลากเกาหมิงออกจากออฟฟิศ

“หรือกลับบ้านไปพักผ่อนก่อน?”

“ไม่จำเป็น” เซวียนเหวินเดินออกมาจากสำนักงานแล้วหยุดหน้าห้องเก็บของ “ถ้าปล่อยให้เรื่องเล่าลึกลับครอบงำคนทั้งหนึ่งพันคนในโลกจริง จะต้องเกิดโศกนาฏกรรมขึ้นแน่ ฉันในฐานะศูนย์กลางของเรื่องเล่า ถ้าฉันสูญเสียการควบคุมไป  อีกหนึ่งพันชีวิตจะตกสู่ความสิ้นหวังเช่นกัน แต่สำหรับตอนนี้ ฉันยังทนได้”

เสียงของเซวียนเหวินเบาลงจนเหมือนลอดออกมาจากไรฟัน

“เกมที่สร้างขึ้น ก็เปรียบเสมือนศาลเจ้าของฉัน รูปถ่ายแต่งงานสีขาวดำในเกมก็เหมือนรูปเคารพ ฉันสามารถใช้สิ่งนี้ระบายอารมณ์ความรู้สึกเล็ก ๆ น้อย ๆ ออกมาได้ ผู้เล่นจะไม่จมดิ่งลงสู่ความสิ้นหวังอย่างแท้จริง”

เกาหมิงพยักหน้าพยักหน้าเห็นด้วย

“ฉันรู้สึกได้ว่าตัวเองค่อย ๆ สลัดอิทธิพลของโลกเงาออกไป” เซวียนเหวินเปิดประตูห้องเก็บของ คืนนี้ เราจะสร้างเกมเวอร์ชั่นสมบูรณ์ให้เสร็จ ต่อให้ต้องกู้เงินก็ตาม!”

“มันรู้สึกแปลก ๆ ที่ได้ยินพูดคำพวกนี้ออกมาจากปากคุณ...” เกาหมิงคิดถึงภาพลักษณ์ฆาตกรต่อเนื่องผู้ก่ออาชญากรรมทางจิตวิทยา ฆ่าแปดนางเอกในสามวัน เป็นผู้บงการแผนการที่ซับซ้อน แต่ในมุมหนึ่ง บุคคลคนเดียวกันนี้ก็นั่งแท็กซี่ไปทำงานตอนรุ่งสาง และยอมทำทุกอย่างเพื่อเติมเต็มความฝันของเธอ แม้กระทั่งพูดถึงการกู้เงิน

“คุณทำงานไปก่อนนะ พอฉันพักเสร็จจะออกไปช่วย” เซวียนเหวินปิดประตูห้องเก็บของ ทิ้งให้เกาหมิงยืนอยู่ลำพัง

“เซวียนเหวินอาจจะฉลาดมากเกินไป จนมองข้ามรายละเอียดบางอย่าง ตอนนี้ก็ยืนยันได้แล้วว่าเกมธรรมดาก็สามารถเก็บเกี่ยวอารมณ์ความรู้สึกได้ ที่นี้เราก็สามารถใช้ประโยชน์จากเรื่องนี้เพื่อลงทุนกับครอบครัวได้ในอนาคต”

เกาหมิงเปิดกระเป๋าสะพาย หรี่ตาครุ่นคิด

‘ต้องสะสมรูปถ่ายขาวดำให้มากกว่านี้’

โลกกำลังจะถึงกาลล่มสลาย ทำไมต้องปฏิบัติตามกฎเดิม?

กลับเข้ามาในสำนักงาน เกาหมิงเริ่มค้นหาบ้านร้างชื่อดังในเมืองหานไห่ เว่ยต้าโย่วกอดฟาฉายเดินเข้ามาอย่างลับ ๆ ล่อ ๆ

“พวกนายสองคนมีอะไรกันหรือเปล่า?”

เขายกคิ้ว ทำหน้าราวกับรู้อยู่แล้วทุกอย่าง

สีหน้าของเกาหมิงตอนนี้เหมือนฟาฉาย เต็มไปด้วยความจนใจและพูดไม่ออก

“มีสิ แต่ไม่ใช่อย่างที่นายคิด”

“ฉันว่าแล้ว!”

“นายไม่รู้อะไรเลย” เกาหมิงยังคงไถดูข้อมูลบ้านร้าง ทั้งสองคนเหมือนคุยกันคนละเรื่อง

“เห็นนายเดินออกมาคนเดียว แบบนี้ต้องทะเลาะกันแน่ ๆ” เว่ยต้าโย่วตบไหล่เขา “ฉันสั่งชานมไว้สองแก้ว เดี๋ยวเอาไปง้อเธอ อย่าปล่อยให้ผู้หญิงต้องเสียใจนาน นายเห็นไหมว่าเธอปิดตาเหมือนจะร้องไห้”

“นายว่าอะไรก็ตามนั้นไปเถอะ” เกาหมิงไล่เว่ยต้าโย่วออกไป แล้วเปิดหาบ้านร้างในเมืองหานไห่เพื่อเปรียบเทียบกับเกมที่เขาเคยออกแบบ เพื่อวางแผนเส้นทางในอนาคตต่อ

ประมาณครึ่งชั่วโมง ชานมที่เว่ยต้าโย่วสั่งก็ถูกส่งมาถึง เกาหมิงไม่ค่อยเต็มใจนัก แต่ก็เดินออกจากออฟฟิศ พอเงยหน้าขึ้นก็เห็นคนคุ้นหน้า

“ซูโม่?”

เด็กส่งอาหารที่เคยเอาข้าวมาส่งให้เขา ถือชานมยืนอยู่หน้าประตู พอเห็นเกาหมิงก็ถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ

“บ้าหน่า! ทั้งที่สลับพื้นที่จัดส่งแล้วนะ!?”

“คงเป็นพรหมลิขิตมั้ง” เกาหมิงรับชานมทั้งสองแก้ว เดินไปยังห้องเก็บของ

ซูโม่กำลังจะไปอยู่แล้ว แต่เขาได้ยินเสียงครวญครางเจ็บปวดของผู้หญิงดังลอดออกมาจากในห้องเก็บของ

หัวใจแห่งความยุติธรรมทำให้เขาไม่ยอมเดินหนี เขาลังเลอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้

เกาหมิงปิดประตูห้องเก็บของ เขาพบว่าอาการของเซวียนเหวินเหมือนจะแย่ลง ใบหน้าซีกซ้ายเริ่มบิดเบี้ยว นิ้วมือมีรอยข่วนเลือดซึมหลายเส้น

“คุณไม่เป็นอะไรแน่นะ?”

“เสียงพวกนั้นดังขึ้นเรื่อยๆ!” ดวงตาของเซวียนเหวินน่ากลัวมาก เสียงพูดขาดห้วง

“คุณกลับบ้านก่อนดีไหม?”

“ไม่ได้ ถ้าออกไปตอนนี้ ฉันอาจฉีกเนื้อตัวเองกลางทางก็ได้” เสียงของเธอเริ่มเปลี่ยนไปราวกับไม่ใช่มนุษย์ ส่งผลให้เกาหมิงตัวสั่นเล็กน้อย

“แต่ถ้าคุณคุมตัวเองไม่ได้ บริษัทก็แย่เหมือนกันนะ ทุกคนกำลังทำเกมของคุณอยู่” เกาหมิงยกชานมในมือขึ้น “พวกเขายังอุตส่าห์ซื้อชานมให้คุณเลย”

“มัดฉันไว้” เซวียนเหวินทำสีหน้าเจ็บปวดอย่างเห็นได้ชัด

“คุณแน่ใจนะ? แบบนั้นมันจะทำให้คุณลำบากกว่าเดิมหรือเปล่า?”

“ไม่เป็นไร”

“งั้นจะให้มัดตรงไหน?”

“โต๊ะ? ตู้หนังสือ? จะที่ไหนก็ได้!” เซวียนเหวินพยายามเปิดโทรศัพท์ของตัวเอง “เราต้องบันทึกกระบวนการทั้งหมดไว้ด้วย ฉันต้องรู้ว่าตัวเองเป็นยังไงบ้าง เราสองคนค่อยดูด้วยกัน หรือจะเอาไว้ดูกันพรุ่งนี้ก็ได้”

“ได้” เกาหมิงตอนนี้ระวังตัวถึงขีดสุด เขาหันไปอีกด้าน และได้ยินเหมือนมีเสียงฝีเท้าอยู่หลังประตู

เขายกนิ้วขึ้นเป็นสัญลักษณ์ให้เงียบ แล้วค่อย ๆ เอื้อมมือจับลูกบิดประตู

….

ซูโม่รู้สึกมาเสมอว่าเกาหมิงเป็นคนไม่น่าไว้ใจ เขาย่องช้า ๆ มาจนถึงหน้าห้องเก็บของ แล้วเงี่ยหูฟัง

“มัดฉันไว้…”

เพียงประโยคเดียว ทำเอานิสิตมหาวิทยาลัยผู้เต็มไปด้วยความหวังเรื่องการทำงาน ถึงกับหน้าถอดสี

“มัด??”

เขากลั้นลมหายใจ แล้วก็มีประโยคใหม่ดังออกมาอีก

“งั้นจะให้มัดตรงไหน?”

“โต๊ะ? ตู้หนังสือ? จะที่ไหนก็ได้!”

แค่ฟังก็หน้าแดงแล้ว นี่มันเรื่องที่คนทำงานควรคุยกัน!?

“เราต้องบันทึกกระบวนการทั้งหมดไว้ด้วย ฉันต้องรู้ว่าตัวเองเป็นยังไงบ้าง เราสองคนค่อยดูด้วยกัน หรือจะเอาไว้ดูกันพรุ่งนี้ก็ได้”

‘ต้องอัดคลิปด้วย? พรุ่งนี้ยังต้องมานั่งดูด้วยกันอีก?!’

ซูโม่สูดหายใจแรงหนึ่งที เรื่องนี้มันทำจิตใจอันบริสุทธิ์ของนักศึกษามหาวิทยาลัยสั่นสะเทือน!?

ขณะที่ใบหูร้อนผ่าว เขาถอยหลังไปหนึ่งก้าว แต่ในจังหวะนั้นเอง ประตูก็เปิดออก เกาหมิงปรากฏตรงหน้าเขาอีกครั้ง

“เธอได้ยินอะไรบ้าง?”

ถูกเกาหมิงจ้อง ซูโม่ถึงกับขนลุกซู่ คนตรงหน้ายังเคยโดนสิ่งลี้ลับเล่นงาน แถมดูเหมือนจะมีรสนิยมประหลาดอีกด้วย น่ากลัวเกินไปแล้ว!

….

เขตตะวันออก เมืองหานไห่ ถนนควีนสายที่สิบหก ชั้นสาม โรงพยาบาลเอกชนฟูอัน

ชายร่างสูงใหญ่เช็ดเลือดที่ปลายนิ้ว ก่อนจะค่อย ๆ ลุกขึ้น เขาก้าวข้ามศพที่นอนอยู่บนพื้น แล้วไปนั่งที่เก้าอี้ตำแหน่งประธาน

“ท่านประธานซือถู เอกสารมาแล้วครับ”

หมอหนุ่มใส่แว่นดูชินกับภาพตรงหน้าเสียจนไม่สะทกสะท้าน “ขอแสดงความยินดีด้วยที่ท่านได้เป็นผู้รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนเมืองหานไห่เขตตะวันออก”

“แค่รักษาการงั้นเหรอ?” ชายกลางคนมองหมอหนุ่มด้วยสายตาเรียบเฉย ไม่เผยอารมณ์ใด ๆ

“แทบไม่มีใครแข่งขันกับท่านได้เลยครับ” หมอหนุ่มลังเลเล็กน้อย แต่ก็ถามต่อ “ผมแค่อยากรู้…ตำแหน่งที่ใคร ๆ ก็หลีกหนีขนาดนั้น ทำไมท่านถึงยอมจ่ายราคาแพงเพื่อให้ได้มันมา?”

“หมอลู่ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับคุณ” แสงไฟในโถงทางเดินส่องลงบนโต๊ะ แต่เขายังคงนั่งอยู่ในเงามืด

“คนที่ผมให้คุณหา…พามาหรือยัง?”

“มีทั้งหมดเจ็ดคนครับ เป็นเจ้าหน้าที่สอบสวนที่เคยผ่านเหตุการณ์ผิดปกติระดับสาม พวกเขาจะสอนท่านถึงวิธีเอาชีวิตรอดในเหตุการณ์ผิดปกติ”

หมอวางแฟ้มเอกสารลงต่อหน้าเขา เจ้าหน้าที่ทั้งเจ็ดคนมีสามคนที่มีความพิการทางร่างกาย และอีกคนหนึ่งถูกทำลายใบหน้าโดยสิ้นเชิง

“ไม่ต้องสอนอะไรทั้งนั้น คืนนี้ตอนเที่ยงคืน ให้พวกเขาเข้าไปในตึกผีสิงเขตตะวันออกพร้อมกับฉัน ไปพักในบ้านของครอบครัวที่เคยบูชาเซียนเนื้อ”

“แบบนี้…จะไม่ถูกกฎนะครับ? พวกเขาสังกัดคนละสาขา” หมอลู่มีสีหน้าลำบากใจ

“กฎใหม่ได้ถูกกำหนดไว้แล้ว ในไม่ช้าพวกคุณจะต้องปฏิบัติตามกฎใหม่”

ชายกลางคนค่อย ๆ ลุกขึ้นช้า ๆ ก่อนจะผลักเก้าอี้ออกจากเงามืดไปสู่แสงสว่าง

จบบทที่ บทที่ 19 เรื่องนี้กระทบจิตใจของผทขนาดไหนกันนะ!

คัดลอกลิงก์แล้ว