เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 18 สนุกจนอยากจะด่าคน

บทที่ 18 สนุกจนอยากจะด่าคน

บทที่ 18 สนุกจนอยากจะด่าคน


เกาหมิงรู้ดีว่าเกมสยองขวัญที่สตูดิโอเย่เติงสร้างจะต้องโด่งดังแน่ เพราะอีกไม่นานผู้เล่นก็จะค้นพบว่า สิ่งที่พวกเขาเล่นอยู่นั้นไม่ใช่เกม แต่เป็นคู่มือการเอาชีวิตรอด

“ถ้ายังรู้สึกไม่สบายใจ เราอาจแยกเส้นเรื่องของเซวียนเหวินออกมา ปรับแก้แล้วทำเป็นเวอร์ชันทดสอบดูก่อนก็ได้ ดูว่าผู้เล่นจะให้ความเห็นยังไง” เกาหมิงฉายแบบแผนการออกแบบล่าสุดขึ้นบนจอ “ผมเชื่อเสมอว่าเราคือทีมที่เก่งที่สุด แต่ลูกค้ากลับไม่คิดแบบนั้น ถ้าเราทำตามที่ลูกค้าสั่งทุกอย่าง เกมของเราจะเสียเอกลักษณ์ไป ผมเลยเสนอว่าให้ตลาดเป็นคนตัดสิน”

“ตอนนี้จะเริ่มทำใหม่ก็คงไม่ทันแล้ว งั้นลองทำตามที่เกาหมิงว่าดูไหม?” เว่ยต้าโย่วถอดหูฟังออก แล้วใช้ไหล่ชนเซี่ยหยางเบา ๆ “เฮ้ เหล่าเซี่ย นายว่าไง?”

“ลูกค้าทำเกมเพื่อหาเงิน เราแค่ต้องพิสูจน์ให้เขาเห็นว่าเกมของเราก็ทำเงินได้” เซี่ยหยางมองไปยังจอภาพ เขารู้ดีถึงแนวทางการออกแบบของเกาหมิง แต่พอได้เห็นด้วยตาตัวเองก็ยังอดสูดลมหายใจเย็น ๆ ไม่ได้ เมื่อเทียบกับเกมสยองขวัญก่อนหน้า คราวนี้เกาหมิงเพิ่มรายละเอียดไว้มากมาย จนให้ความรู้สึกราวกับเขาเคยเจอเหตุการณ์ลี้ลับจริง ๆ “คุณไปเอาแรงบันดาลใจพวกนี้มาจากที่ไหน?”

เกาหมิงตอบด้วยอารมณ์ขัน “หลังจากกินเค้กกับพ่อแม่สามวันติด ผมก็รู้แจ้ง”

พนักงานแต่ละคนเริ่มคึกคัก เตรียมตัวลุยงานใหญ่ ผู้จัดการกู้มองทุกคนด้วยสีหน้าลังเล

เขาอยู่ในวงการมานาน แค่มองดูก็รู้ว่าเกาหมิงกับเซวียนเหวินออกแบบเกมได้ยอดเยี่ยมจริง ๆ

ที่สำคัญสตูดิโอเย่เติงเองก็เชี่ยวชาญด้านเกมสยองขวัญ แต่ปัญหาคือ เขาได้ตกปากรับคำกับลูกค้าไปแล้วว่าจะทำเกมแนวรักโรแมนติกเพื่อเอาใจตลาด

“คุณกู้ครับ เชื่อผมเถอะ ครั้งนี้พวกเราทำได้แน่นอน” เกาหมิงพูดพลางยืนอยู่แถวหน้า ส่วนเว่ยต้าโย่วกับเซวียนเหวินยืนอยู่ด้านหลังคอยสนับสนุน “ถ้าผลตอบรับไม่ดี พวกเราจะลบเกมออกทันที แล้วกลับไปตั้งใจทำเกมเดิม ให้โอกาสพวกเราเถอะ”

หลังจากเกลี้ยกล่อมอยู่พักใหญ่ ผู้จัดการกู้ก็จำต้องยอม

พนักงานทุกคนเริ่มทำงานราวกับเครื่องจักร แต่ผู้จัดการกู้กลับรู้สึกไม่ค่อยสบายใจนัก ข่าวคดีฆาตกรรมมากมายที่เกาหมิงนำมาพิมพ์กระดาษไว้หลายชุด ถูกนำมาแปะเต็มผนังสำนักงานจนแทบมองไม่เห็นโปสเตอร์โปรโมตเกมรักอีกต่อไป

พนักงานต่างก็คุยกันถึงรายละเอียดของคดี สวมบทเป็นเหยื่อเพื่อทำให้ฉากสมจริงยิ่งขึ้น

“.....”

“เมื่อเทียบกับเกมรักอื่น ๆ  ข้อได้เปรียบของเราคือนางเอกที่ไม่เหมือนใคร” เกาหมิงส่งไฟล์คาแรกเตอร์ใหม่ให้ทุกคน “ต่อไปผมจะปรับแก้เล็กน้อย ให้แน่ใจว่านางเอกของเราจะใกล้เคียงกับผีมากที่สุด! ให้ผู้เล่นรู้สึกเหมือนกำลังเผชิญหน้ากับผีของจริง!”

“คุณได้ยินสิ่งที่ตัวเองพูดจริง ๆ ใช่ไหม?” ผู้จัดการกู้เอ่ยอย่างจนใจ

“นี่แหละคือเอกลักษณ์ของเรา!”

ไม่มีใครสงบสติอารมณ์ได้หลังจากเผชิญกับเหตุการณ์เหนือธรรมชาติ แต่เกาหมิงเหมือนถูกกระตุ้นจนไฟลุก ความคิดพรั่งพรู เขาทุ่มเทแรงบันดาลใจผสมผสานประสบการณ์ส่วนตัวของเขาเข้ากับเกม

“เริ่มเกมมา ถ้าพระเอกเลือกที่จะหนี ฆ่าทันที! ไม่พูด ฆ่า! ขัดขืน ฆ่า! ถ้าภายในหนึ่งนาทียังเลือกไม่ได้ว่าจะทำอะไร ก็ตายซะ!”

“ใบหน้าผียังดูไม่ค่อยสมจริง หน้าของเธอไม่ควรซีดขาว ใส่เลือดมากกว่านี้ พร่ามัวอีกหน่อย คนตายอาจถูกแขวนตอตอนยังมีชีวิต ผมต้องการภาพที่น่าประทับใจกว่านี้! ตื่นขึ้นมาเห็นใบหน้าศพอยู่ตรงหน้า ห่างกันแค่สามสิบเซน เลือดกำลังจะหยดเข้าตา นั่นแหละใช่เลย!”

ความฮึกเหิมของทุกคนถูกจุดประกายขึ้นอีกครั้ง ผู้จัดการกู้เงียบอยู่นาน ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาเจ้าของเงินลงทุน

“ประธานจ้าว อย่าเพิ่งกังวล ทุกอย่างในเกมกำลังดำเนินไปได้ด้วยดี หลังจากวิเคราะห์ตลาดอย่างละเอียด ทางเราเลยอยากเพิ่มการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย… เอ่อ ก็แค่… นวัตกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้นเอง”

เมื่อประตูห้องทำงานปิดลง ผู้จัดการกู้ก็พยายามอธิบายให้ลูกค้าเข้าใจในสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น

สี่โมงเย็น เกมเวอร์ชันทดสอบพร้อมแล้ว ภายใต้ประสบการณ์จริงที่เกาหมิงถ่ายทอดลงไป เกมนี้ทำให้แม้แต่เพื่อนร่วมงานในสตูดิโอยังรู้สึกขนหัวลุก

“เวอร์ชันทดสอบพร้อมแล้ว ถ้าอยากให้เป็นกระแสแบบปากต่อปาก งั้นเราเลือกปล่อยสิทธิ์ให้ผู้เล่นกลุ่มคุ้นเคยก่อนไหม ถ้ากระแสไม่ดีจะได้หยุดทัน แล้วอธิบายกับลูกค้าได้” หัวหน้าทีมเซี่ยพูดจบ ผู้จัดการกู้ก็รีบพยักหน้ารับ

“มั่นใจไว้” เกาหมิงยืนข้างคอมพิวเตอร์ กดมือทั้งสองลงบนโต๊ะ “อย่ามัดมือมัดเท้าตัวเอง! ผมคิดว่าเราควรเปิดให้ทุกคนได้ใรสิทธิ์เล่น ใช้ทุกช่องทางเพื่อโปรโมตเกม! ถ้าจำเป็น… ก็จ้างสตรีมเมอร์ดัง ๆ มาเล่นเกมของเรา!”

เมื่อเทียบกับผู้จัดการกู้ เกาหมิงกลับดูเหมือนผู้นำมากกว่า เขาทำราวกับชีวิตของตัวเองผูกติดอยู่กับบริษัท ถ้าบริษัทล้ม เขาเองก็ล้ม

“โอกาสมีแค่ครั้งเดียวเท่านั้น เราต้องทุ่มสุดตัว!” เกาหมิงชูเอกสารโฆษณาในมือขึ้น ชื่อเกมที่ลูกค้าให้มาแต่แรกคือ แด่ความรักที่เราทุกคนล้วนต้องตายจาก เขาได้แก้ไขเล็กน้อย บนหน้าแรกของกระดาษจึงเขียนชื่อใหม่ว่า แด่ความรักที่เราทุกคนล้วนต้องตายไปพร้อมกัน

สตูดิโอเย่เติงเริ่มทดสอบเกมกับผู้เล่นโดยตรง ในฐานะสตูดิโออันดับท้ายสุดของโมถูเทคโนโลยี พวกเขาแทบไม่มีทรัพยากรให้ใช้ ดังนั้นคุณภาพเกมจึงต้องยอดเยี่ยมจริง ๆ เท่านั้นถึงจะไปต่อได้

.…

เวลา 16.30 น. ประธานจ้าวได้พูดคุยกับผู้จัดการกู้อยู่พักใหญ่ ทั้งคู่ต่างเป็นเพื่อนกันมานานหลายปี แม้จะไว้ใจกันแต่ก็ยังต้องแยกผลประโยชน์ให้ชัดเจน เขารู้สึกไม่ค่อยสบายใจนัก จึงขอให้ผู้จัดการกู้นำเกมมาให้ดูด้วยตัวเอง

“สตูดิโอเย่เติงไม่ได้ออกเกมฮิตมานานแล้ว กู้โหยวจื้อคงไม่คิดจะหลอกกันใช่ไหม?”

หลังจากวางสายแล้ว ประธานจ้าว ก็ล็อกอินเข้าแพลตฟอร์มข่าวสารที่ใหญ่ที่สุดในวงการ เขาตั้งใจจะลองค้นหาข่าวล่าสุดของสตูดิโอเย่เติง แต่กลับเห็นโพสต์ฮิตหลายอันอยู่ในหมวดเกมสยองขวัญ

“คนก็มีแค่นั้น ยังกล้าทำสองเกมพร้อมกันอีก?”

ด้วยความสงสัยเล็กน้อย ประธานจ้าวจึงกดเข้าไปดู สตูดิโอเย่เติงปล่อยเกมที่กำลังทดสอบให้เล่นฟรี ด้านล่างเต็มไปด้วยการโต้เถียงอย่งบ้าคลั่ง ระหว่างรีวิวหนึ่งดาวกับห้าดาว

“ความคิดเห็นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง น่าสนใจดี” เมื่อประธานจ้าวดาวน์โหลดเกมเสร็จ เขาจ้องมองชื่อเกมอย่างครุ่นคิด

“แด่ความรักที่เราทุกคนล้วนต้องตายไปพร้อมกัน? ทำไมถึงคล้ายกับไอเดียของฉัน?”

พอกดเริ่มเกม ตัวละครเอกที่ดูอ่อนโยน และเรียบง่าย ก็ปรากฏตัวขึ้น เขาอาศัยคนเดียวในบ้านเช่าที่ดูอบอุ่น

“การออกแบบตัวละครดูธรรมดาไปหน่อย”

แต่เมื่อดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า อพาร์ตเมนต์สไตล์อบอุ่นก็เปลี่ยนสภาพไปทันที ประธานจ้าวยังไม่ทันตั้งตัว ตัวละครที่เขาควบคุมอยู่ก็ถูกฆ่าตายไปอย่างรวดเร็ว

ประธานจ้าวนั่งอึ้งมองหน้าจอดูร่างของตัวละครเอกที่ถูกลากออกไป ก่อนจะกดเริ่มใหม่โดยไม่รู้ตัว

เมื่อนั่งบนโซฟา เขาจะถูกบางอย่างรัดคอตายจากทางด้านหลัง พอไปหลบในห้องน้ำ ฆาตกรจะพังประตูเข้ามา ฆ่าเขาทันที พอจะไปจะก้มลงไปซ่อนตัวที่ใต้เตียง ก็ไปสบตาเข้ากับฆาตกรพอดี แม้กระทั่งการยืนอยู่เฉย ๆ ก็จะได้รับเมลข่มขู่จนทำให้ตัวละครเอกสติแตก คลุ้มคลั่ง

ในเกมนี้ ไม่มีตัวละครไหนเชื่อได้เลย แม้แต่พ่อแม่ก็ถูกผีปลอมตัวมา โลกทั้งใบเหมือนกำลังหาวิธีฆ่าตัวละครเอกให้ได้

“พระเจ้าช่วย!”

เขาเล่นไปยี่สิบนาทีโดยที่ไม่รู้ตัว เกมนี้มีเสน่ห์อย่างน่าประหลาด กระตุ้นอารมณ์ผู้เล่นได้ดี จนอยากจะต่อยหน้าจอให้แตก

การทดสอบและการโปรโมตยังดำเนินต่อไป ผู้เล่นยังหลั่งไหลเข้ามา

ฉันตายไป สิบเจ็ดครั้ง! สิบเจ็ดครั้งนะ!”

นี่มันจะสมจริงเกินไปแล้ว! ฉันสงสัยจริงว่าไอ้โง่ที่ไหนเป็นคนลงทุนให้ให้กับโปรเจ็กต์นี้

มีใครอยู่รอดจนถึงวันที่เจ็ดไหม?! นี่มันจำลองการตายแบบผิดธรรมชาติชัดๆ!”

กระแสของเกมเริ่มบูม จากหมวดสยองขวัญค่อย ๆ กระจายไปถึงบรรดาเกมเมอร์สายเฉพาะกลุ่ม และเหล่าสตรีมเมอร์ เริ่มมีคนสังเกตเห็นเกมนี่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

เวลา 17:40 น. หลังจากตายไปไม่รู้กี่รอบ ประธานจ้าวก็เล่นมาถึงคืนที่สิบเอ็ด เขาขมวดคิ้วกำลังคิดว่าใครคือฆาตกรอยู่พอดี ผู้จัดการกู้ก็เดินเข้าห้องมาด้วยรอยยิ้มเกรงใจ

“เหล่าจ้าว ฉันเอาชาโปรดของนายมาฝาก” ผู้จัดการกู้ตั้งใจหลบการพูดถึงเกม แต่ตอนเขาวางชาลงบนโต๊ะ หางตาก็เห็นหน้าจอเกม ภาพที่คุ้นเคยทำให้กล้ามเนื้อบนหน้าของผู้จัดการกู้แข็งค้างทันที

“ฉันไว้ใจนาย โปรเจ็กต์นี้เลยตกไปอยู่มือนาย นี่ก็ผ่านมาเป็นสัปดาห์แล้ว เกมที่ฉันให้นายสร้างไปถึงไหนแล้ว?” ประธานจ้าวไม่เงยหน้า ยังคงควบคุมตัวละครเอกหลบหลีกผีอย่างตั้งใจ

ก่อนมาผู้จัดการกู้คิดคำพูดสวยหรูไว้มากมาย แต่สุดท้ายก็เอ่ยเบา ๆ ว่า

“ก็…นายกำลังเล่นอยู่นั่นไง”

เสียงกดแป้นพิมพ์หยุดลง ประธานจ้าวเงยหน้าขึ้นช้า ๆ เขาชี้ไปหน้าจอ แล้วค่อย ๆ เลื่อนนิ้วกลับมาชี้ที่ตัวเอง

“หือ?”

“…เอ่อ” ผู้จัดการกู้พยักหน้า

จบบทที่ บทที่ 18 สนุกจนอยากจะด่าคน

คัดลอกลิงก์แล้ว