เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 17 นอกจากเขาแล้ว จะยังมีนักออกแบบเกมคนไหนที่สนใจชีวิตของผู้เล่นเท่าเขาบ้าง?

บทที่ 17 นอกจากเขาแล้ว จะยังมีนักออกแบบเกมคนไหนที่สนใจชีวิตของผู้เล่นเท่าเขาบ้าง?

บทที่ 17 นอกจากเขาแล้ว จะยังมีนักออกแบบเกมคนไหนที่สนใจชีวิตของผู้เล่นเท่าเขาบ้าง?


“รูปถ่ายขาวดำแต่ละใบ น่าจะมีวิธีเรียกใช้งานเฉพาะของมัน ถ้าใช้คล่องเมื่อไหร่ ครอบครัวใหญ่จะได้พร้อมหน้าพร้อมตากันจริงๆ เสียที”

หลังจากกินข้าวเสร็จ เกาหมิงก็นำรูปถ่ายขาวดำทั้งหมดมาวางเรียงข้างตัว

“ในเมื่อเราสามารถเรียกให้พ่อกับแม่มาส่งเค้กได้ทุกเมื่อ อย่างน้อยก็พอมีวิธีป้องกันตัวอยู่บ้าง แต่ถ้าจะเอาชีวิตรอดท่ามกลางความโกลาหล แค่นี้ยังไม่พอ… เราต้องมี ผู้ช่วยมากกว่านี้”

ใบหน้าของเซวียนเหวินลอยเข้ามาในหัวของเกาหมิงโดยไม่รู้ตัว เซวียนเหวิน ขึ้นมา ฆาตกรต่อเนื่องในคดีอาชญากรรมทางจิตที่ฆ่าผู้หญิงทุกคนในเกม แล้วมุ่งเป้ามาที่เกาหมิงโดยตรง

ทุกการกระทำของเธอ แม่นยำและเลือดเย็นอย่างน่ากลัว

เธอทั้งเก่ง และน่าหวาดหวั่น…

โชคยังดีเนื่องจากการออกแบบเกมของเกาหมิงส่งผลกระทบแปลกประหลาดต่อเซวียนเหวิน จนเกิดความรักบิดเบี้ยวต่อเขา สิ่งนี้ทำให้เขาค่อนข้างปลอดภัยจากเธอ แต่เกาหมิงรู้ดีว่าความสมดุลที่ไม่มั่นคงนี้อาจจะไม่คงอยู่ตลอดไป ในความเป็นจริงเธอมีเจตจำนงที่อิสระ สุดท้ายเธออาจพยายามหลุดพ้นจากอิทธิพลที่เธอมีต่อเขาในที่สุด

สำหรับเกาหมิง เซวียนเหวินเป็น “เพื่อนร่วมงาน” ที่ดี เขาก็พร้อมจะช่วยเธอเท่าที่ทำได้ แต่ในตอนนี้ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ยังเป็นแค่ “การร่วมมือชั่วคราว” เท่านั้น

เกาหมิงย้อนนึกถึงเกมแนวสืบสวนที่เขาสร้างจากคดีจริง ในบรรดาอาชญากรทั้งสามสิบหกคน มีทั้งพวกบ้าเต็มขั้น พวกวิปริตที่ไร้ทางเยียวยา และปีศาจที่ร้ายในคราบมนุษย์ อย่างไรก็ตาม โดยเนื้อแท้บางคนก็ไม่ได้ชั่วร้าย แค่ถูกสถานะการณ์บีบบังคับให้ต้องทำ พวกเขาหลายคนไม่ควรริเริ่มก่อเหตุฆาตกรรมหลังจากที่เกมเริ่มหลอมรวมกับเป็นความจริง

ไม่มีใครเกิดมาเพื่อเป็นอาชญากร บ่อยครั้งมักเป็นผลมาจากประสบการณ์และอิทธิพลรอบตัวตามกาลเวลา

บางคนเกิดมาพร้อมกับปัญหาฮอร์โมนหรือโครงสร้างสมองที่ผิดปกติ เป็นจิตเภทโดยธรรมชาติ

พวกเขาบางคนสามารถประสบความสำเร็จได้ในชีวิต หากได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมจากสังคมที่ดี และความรักจากครอบครัว ในทางกลับกัน คนที่นิสัยอ่อนโยน ซื่อสัตย์ และอบอุ่น ก็อาจถูกสภาพแวดล้อมบิดเบือน จนค่อย ๆ กลายเป็นสัตว์ประหลาดที่ไร้มนุษยธรรมได้เช่นกัน

ถ้าเลือกได้... เกาหมิงอยากเขียนตอนจบของ “โศกนาฏกรรม” ที่เขาเคยสร้างไว้ให้ต่างออกไป

แต่เมืองหานไห่กว้างใหญ่มาก การจะหาพวกอาชญากรเหล่านั้นแทบเป็นไปไม่ได้เลย

เกาหมิงจดจำเบอร์ติดต่อของเจ้าหน้าที่ได้ เป็นความคิดที่ดีที่จะยืมอำนาจของศูนย์ แต่เขาไม่อยากถูกลากเข้าไปในวังวนและสูญเสียอิสระของตนเองไป

เกาหมิงเอนตัวจมลงในโซฟา ฟังเสียงฝนกระหน่ำอยู่นอกหน้าต่าง จมอยู่กับความคิดจนดึกดื่น

เขาไม่กล้าเข้าไปนอนในห้องนอน สุดท้ายเมื่อความง่วงถาโถมจนทนไม่ไหว ก็ห่มผ้าบางๆ ขดตัวหลับบนโซฟานั่นเอง

....

ช่วงเวลาตีห้า เสียงเคาะประตูปลุกให้เกาหมิงสะดุ้งตื่น เขาลุกขึ้นนั่ง แต่ยังไม่เปิดประตูในทันที กลับมองออกไปนอกหน้าต่างก่อน ฝนยังตกหนักไม่ต่างจากเมื่อคืน

‘นี่เป็นลางบอกเหตุอะไรหรือเปล่า?’ เกาหมิงคิดกับตัวเอง รู้สึกหดหู่เล็กน้อย ‘ไม่เห็นดวงอาทิตย์มาหลายวันแล้วนะ’

เขายืดแขนและขาใช้เวลาสักครู่เพื่อสลัดอาการมึนงง ในที่สุดเกาหมิงก็เดินไปใกล้ประตู

เขาค่อย ๆ มองผ่านตาแมว หลังจากเห็นว่าเป็นใครก็ขมวดคิ้วทันที

“เกาหมิง คุณตื่นหรือยัง?” เซวียนเหวิน ยืนอยู่หน้าประตู ถือร่มสีแดงคันคุ้นตาไว้ในมือ พลางส่งยิ้มหวานให้

“คุณต้องการอะไร?” เกาหมิงรีบแต่งตัวอย่างรวดเร็ว ห่อตัวเองมิดชิด

“ฉันมารับคุณไปที่ออฟฟิศ เราต้องรีบพัฒนาเกมจีบสาวนั่นให้เสร็จ ฉันอยากรู้ว่ามันจะมีผลกับฉันบ้างไหม” เซวียนเหวินอธิบาย รอยยิ้มของเธอทั้งหวาน และมีเสน่ห์จนน่าหวั่น

“เดี๋ยว… นี่เพิ่งจะตีห้าเองนะ! รถไฟใต้ดินยังไม่เปิดเลย!” เกาหมิงเบิกตากว้าง เขาเคยจินตนาการถึงการถูกเซวียนเหวินไล่ฆ่า แต่ไม่เคยคิดเลยว่าจะมีวันที่ถูกเธอลากไปทำงานแทน

เกาหมิงเคยนึกถึงฉากที่เซวียนเหวินไล่ฆ่าตัวเอง แต่เขาไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่งเขาจะถูกเซวียนเหวินไล่ให้ไปทำงาน “อีกอย่างผมยังไม่ได้ถูกจ้างด้วยซ้ำ ผมจะไปได้ยังไงทำไมคุณไม่ไปเองล่ะ?”

“คุณไม่อยากรู้เหรอ?” เซวียนเหวินเคาะประตูอีกครั้ง “เรานั่งแท็กซี่ไปกันก็ได้ เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหา”

เงินไม่น่าใช่ปัญหานะ เกาหมิงถอนหายใจ พลางล้างหน้าแปรงฟัน ก่อนจะเปิดประตูออกมา

เพื่อหลีกเลี่ยงการต้องอยู่ใต้ร่มคันเดียวกันกับเธอ เขาจึงสวมเสื้อกันฝนไว้

ทั้งคู่ลงไปข้างล่างแล้วขึ้นรถแท็กซี่ ถนนในยามเช้ามืดยังมืดสลัว ไฟถนนยังไม่ดับดี ฝนที่โปรยลงมาเชื่อมฟ้ากับพื้นเป็นม่านหมอกบิดเบี้ยว เมืองทั้งเมืองช่างดูเหมือนความฝัน และแสนแปลกตา

เพราะไม่ต้องเจอช่วงเวลาเร่งด่วน รถจึงใช้เวลาเพียงหนึ่งในสามของปกติ ก็มาถึงสตูดิโอเกมเย่เติงแล้ว

เมื่อใช้บัตรพนักงาน เซวียนเหวินก็ผลักประตูเข้าไปในสตูดิโอเกมเย่เติงอย่างคุ้นเคย เธอเปิดคอมพิวเตอร์ขึ้น แล้วเริ่มจัดเรียงเส้นเรื่องทั้งหมดของเกม ความรักที่เราทุกคนล้วนต้องตายจาก อย่างเป็นระบบ

ฟาฉายที่นอนเหยียดยาวอยู่ในกระบะทรายแมวได้ยินเสียงแป้นพิมพ์ดังกรอบแกรบก็เงยหน้าขึ้น มันค่อยๆ เดินมาหาเกาหมิงอย่างเงียบๆ ใช้อุ้งเท้าเกาะกางเกงของเขาไว้ ดวงตากลมใสคู่นั้นเหมือนกำลังพูดว่า

“มนุษย์…”

“อย่าไปไหนนะ...”

เกาหมิงไม่เคยเห็นแมวที่ทำตาโตจนน่าขนลุกได้ขนาดนี้มาก่อน

“ฉันวางแผนจะตัดเส้นเรื่องของนางเอกคนอื่นทิ้งทั้งหมด หรือไม่ก็ให้พวกเธอตายไปทีละคน เหลือแค่เราสองคนเท่านั้น” เซวียนเหวินพูดขณะมือพิมพ์อย่างรวดเร็ว แผนใหม่ก็ถูกจัดเรียงเสร็จภายในเวลาไม่นาน

“ทำไมคุณไม่ฆ่าผมด้วยล่ะ” เกาหมิงนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานของเว่ยต้าโย่ว พร้อมจะงีบต่อ

“เราไม่เพียงแต่ต้องสร้างเกมนี้ให้เสร็จ แต่ต้องดึงดูดความสนใจของผู้คนให้มากที่สุดด้วย ดูดซับอารมณ์ของพวกเขา แล้วให้พวกเขาได้รู้เรื่องของเราในระหว่างที่เล่นจนจบเกม”

เซวียนเหวินวางเอกสารเกมไว้ตรงหน้าเกาหมิง “เรื่องนี้มีประโยชน์กับเราทั้งคู่ ถ้าฉันทำสำเร็จ เกมต่อไปเราจะไปทำเกมของจ้าวซี”

ด้วย “แรงกระตุ้น” จากเธอ เกาหมิงก็จำใจ “ฮึดขึ้นมา” ทั้งสองเริ่มออกแบบฉากฆาตกรรมร่วมกัน พร้อมพิมพ์ภาพสยองบางส่วนออกมาวางเรียงบนโต๊ะ

....

เวลาแปดโมงเช้า ผู้จัดการกู้ เป็นคนแรกที่เดินเข้ามาในออฟฟิศ เขามุ่งมั่นอยากกอบกู้ชื่อเสียงของสตูดิโอกลับคืนมา อย่างไรก็ตามเขาก็ต้องตกใจเมื่อเห็นเกาหมิงอยู่ในออฟฟิศพร้อมกับบรรยากาศตึงเครียด

“พวกคุณมากันตั้งแต่กี่โมงเนี่ย?” ผู้จัดการกู้เบิกตาโต มองเส้นเรื่องบนหน้าจอที่เต็มไปด้วยโน้ตและแผนงานที่บ้าคลั่ง “เกาหมิง แล้วคุณ... ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่?”

“ผู้จัดการกู้ ฉันมีแนวคิดที่ค่อนข้างบ้าบิ่นอยากนำเสนอค่ะ” เซวียนเหวินยื่นเอกสารแผนงานใหม่ให้ “ตอนนี้ตลาดเกมในปัจจุบันอิ่มตัวเกินไป มีแต่เกมซ้ำกันไปหมด เงินทุนเราก็จำกัด ถ้าทำแบบทั่วไปยังไงก็ไม่มีทางโดดเด่น งั้นเราก็หันหัวเรือสวนทางไปเลยดีกว่า!”

“เมื่อวานเราตกลงกันว่าจะทำเกมจีบสาวเรียบ ๆ อยู่เลย นี่หมายความว่ายังไง?”

“เธอหมายถึง... ทำให้มันเป็นเกมจีบสาวที่น่ากลัวที่สุด” เกาหมิงตอบแทน ตาแดงก่ำ สภาพจิตใจแทบไม่ต่างจากคนเพิ่งเจอผีเมื่อคืน

ซึ่งก็เจอมาจริง ๆ

“ไม่ได้หรอก เราต้องรับผิดชอบต่อลูกค้า” ผู้จัดการกู้ส่ายหัว “ทำตามข้อกำหนดของลูกค้า ถ้าพลาดก็เป็นความผิดของลูกค้า แต่ถ้าเราฝืนไปเอง ใครจะรับผิดชอบล่ะ? คุณเหรอ

“ผู้จัดการกู้ลองฟังความเห็นของทุกคนก่อนเถอะ” เกาหมิงพูดขึ้นบ้าง “ตอนนี้สตูดิโอเราไม่มีศักยภาพจะทำเกมตามกระแสได้อยู่แล้ว อีกอย่าง ตอนนี้ผู้เล่นเริ่มแยกกลุ่มความสนใจชัดเจน ถ้าเราเจาะแค่กลุ่มย่อยๆ ให้ถูกจุด ก็พอจะอยู่รอดได้”

“ฟังดูเหมือนคุณเป็นคนของสตูดิโอเราเลยนะ” ผู้จัดการกู้เกาวิกปลอมอย่างงุนงง ก่อนจะก้มดูแผนของทั้งคู่ แล้วก็ต้องยอมรับว่ามันน่าสนใจมากจริง ๆ

ไม่นานนัก พนักงานคนอื่น ๆ ของสตูดิโอต่างก็เริ่มทยอยกันเข้ามา บางคนสวมหูฟัง บางคนถือแก้วกาแฟเดินไปยังโต๊ะทำงาน

เดิมทีบรรยากาศยังง่วงเหงาอยู่ แต่พอทุกคนเห็นโต๊ะที่เต็มไปด้วยภาพศพและข่าวคดีฆาตกรรม ความง่วงก็หายไปทันที ของพวกนี้มันไม่ควรจะปรากฏในสตูดิโอเกมจีบสาวเลยสักนิด!

“เว่ยต้าโย่วเคยคุยกับผมเรื่องนี้ ผมเองก็พอจะรู้ถึงสถานการณ์ของสตูดิโออยู่บ้าง” เกาหมิงพูดขึ้นทันทีเมื่อทุกคนพร้อม “พวกคุณอยากทำเกมที่ตัวเองไม่ชอบจริง ๆ เหรอ? แล้วเกมจีบสาวของเรามันมีจุดขายอยู่ที่ตรงไหน? ถ้ารอบนี้ยังทำพังอีก ผมรับประกันได้เลย สตูดีจะโอจะไม่มีโอกาสกลับมาได้อีกต่อไป!”

เกาหมิงรู้จักทุกคนในสตูดิโอนี้มาหลายปี จึงกล้าพูดอย่างตรงไปตรงมา

“ตลาดเกมสยองขวัญนั้นแคบเกินไป ใครจะกล้าเสี่ยงกับเรา” ผู้จัดการกู้พูดเสียงต่ำ เขาเองก็อยากให้สตูดิโอรอดเหมือนกัน แต่สภาพตลาดตอนนี้มันไม่อำนวย

“ที่ผ่านมาผมอาจจะเป็นแค่นักวางแผนและนักออกแบบสตูดิโอพาร์ทไทม์เท่านั้น ผมยอมรับว่างานที่ผมทำมาทั้งหมดไม่ได้มาตรฐาน แต่หลังจากไม่กี่วันที่ผ่านมา…” เกาหมิงหยุดชั่วคราวและหันไปมองเซวียนเหวิน ก่อนที่จะพูดความในใจออกมาทั้งหมด

“ตอนนี้ผมเข้าใจแล้ว เข้าใจอย่างลึกซึ้งแล้วว่าความรู้สึกหวาดกลัวที่แท้จริงเป็นแบบไหน! ให้โอกาสผมอีกสักครั้ง และผมสัญญาว่าจะเพิ่มระดับความน่ากลัวได้มากกว่าเดิมนับสิบเท่า เกมรักสยองขวัญของเราจะกลายเป็นตำนานในวงการเกมตลอดไป!”

ประสบการณ์ล่าสุดของเกาหมิงได้จุดประกายความหลงใหลขึ้นมาอีกหลายเท่าตัว เขามุ่งมั่นที่จะผสมผสานประสบการณ์ส่วนตัวของเขา เข้ากับโครงสร้างของเกม

วิสัยทัศน์ของเขาคือการสร้างประสบการณ์สยองขวัญที่แปลกใหม่และสมจริง และหากผู้เล่นพบกับสถานการณ์ที่คล้ายคลึงกัน อย่างน้อยพวกเขาก็จะได้เตรียมพร้อมรับมือ

เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาก็ยิ่งแน่วแน่ขึ้น

ยิ่งคิดทัศนคติของเขาก็ยิ่งมั่นคงยิ่งขึ้น ท้ายที่สุด เมื่อมองดูอุตสาหกรรมเกมทั้งหมด

นอกจากเขาแล้ว จะยังมีนักออกแบบเกมคนไหนที่สนใจชีวิตของผู้เล่นเท่าเขาบ้าง?

จบบทที่ บทที่ 17 นอกจากเขาแล้ว จะยังมีนักออกแบบเกมคนไหนที่สนใจชีวิตของผู้เล่นเท่าเขาบ้าง?

คัดลอกลิงก์แล้ว