เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 15 เจ็ดระดับ

บทที่ 15 เจ็ดระดับ

บทที่ 15 เจ็ดระดับ


เมื่อพิจารณาอย่างละเอียด รูปถ่ายขาวดำของจ้าวซี ใบนี้แตกต่างจากทุกใบที่เกาหมิงเคยได้ได้รับมาก่อน รูปถ่ายเต็มไปด้วยรอยยับและแตกร้าว ร่องรอยทั้งหมดมาบรรจบกันที่โซ่สี ที่รัดแขนของเกาหมิงและจ้าวซีเข้าไว้ด้วยกัน     

โซ่สีดำ… ดูเหมือนจะเคลื่อนไหวอยู่

จ้าวซีค่อนข้างพร่ามัวดูเหมือนว่าเขาจะถ่ายโอนบางสิ่งให้เกาหมิงผ่านโซ่เส้นนั้น

ข้อความด้านหลังของรูปเหมือนเป็นการบอกใบ้ เพื่อให้ได้มาซึ่งพลังของจ้าวซี ดูจากเนื้อหาแล้วต้องทำให้ผู้คนรับรู้ถึงความเจ็บปวดของจ้าวซี

‘แต่ความสามารถของเจ้าซีคืออะไร หรือว่ากระโดดลงมาจากที่สูงแล้วไม่ตาย?’

‘รูปถ่ายแต่ละใบมีความแตกต่างกันมาก ดูเหมือนว่ามีอีกหลายอย่างที่จะต้องทดสอบ’

เกาหมิงเก็บรูปภาพทั้งสองใบ ตั้งใจว่าครั้งหน้าที่เข้าเกม เขาจะนำรูปทั้งหมดไปด้วย แล้วลองใช้ดูทีละใบ และเป็นโอกาสที่ดีสำหรับครอบครัวที่จะได้รู้จักกัน

“ไม่รู้ว่าฉีเอียนจะยังมีชีวิตอยู่ไหม...”

ไฟทางเดินกลับมาสว่างอีกครั้ง เกาหมิงเดินกลับขึ้นมาที่ชั้นห้า

ทันทีที่ผลักประตูเข้าไป เขาก็เห็นเซวียนเหวินใช้ท่าทุ่มกลับหลังทุ่มจ้าหน้าที่สอบสวนลงไปกองกับพื้น!

"ที่สำนักงานของคุณไม่ได้สอนศิลปะป้องกันตัวเหรอ?"

เจ้าหน้าที่สอบสวนที่นอนแผ่กับพื้นคิดว่าเกาหมิงจะรีบเข้ามาห้าม แต่กลับต้องกลืนเสียงร้องขอความช่วยเหลือไว้กลางลำคอ เมื่อได้ยินประโยคถัดมาของเกาหมิง

“พะ...พวกเรา...เราไม่เคยลงมือกับพลเรือน!”

“มีหลักการดีนะ” เกาหมิงเดินเข้ามาในห้อง ล็อกประตูเหล็ก ปิดหน้าต่าง ดึงผ้าม่านลง “ตอนนี้ไม่มีใครได้ยินเราแล้ว มาคุยกันตรง ๆ ดีกว่าไหม”

เซวียนเหวินเหลือบมองเกาหมิง ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าด้วยความโกรธ เธอบิดแขนเจ้าหน้าที่สอบสวนแน่นขึ้น แล้วถามเสียงเข้ม “ทำไมคุณถึงโผล่มาอยู่ในห้องของฉันได้!?”

“จะหักแล้ว! ปล่อยก่อน เดี๋ยวฉันจะอธิบายให้ฟัง!” เจ้าหน้าที่สอบสวนพยายามดิ้นรนสุดชีวิตกว่าจะลุกขึ้นมาได้ “พวกคุณทั้งคู่ถือเป็นผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ผิดปกติและเป็นพยานโดยตรง ปิดบังไปก็ไม่มีประโยชน์แล้ว”

เขานวดข้อมือตัวเอง แล้วเริ่มเล่าข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ผิดปกติให้ทั้งสองฟัง

“ฉันสงสัยอยู่อย่างหนึ่ง” เซวียนเหวินถามเสียงเรียบ “คุณบอกว่าในเมืองซินลู่มีเหตุการณ์ที่ผิดปกติเกิดขึ้นตั้งแต่ครึ่งปีก่อน แต่ทำไมค้นหายังไงก็ไม่เจอข้อมูลเลย?”

เสียงของเธอนุ่มแต่มีแรงกดดันแฝงอยู่ ถ้าไม่ถูกซัดไปเมื่อครู่ เจ้าหน้าที่สอบสวนคงคิดว่าเธอเป็นหญิงสาวที่โยนทีเดียว

“ถึงแม้จะเป็นเจ้าหน้าที่สอบสวนที่รู้กฎการเอาตัวรอดทั้งหมด แต่โอกาสรอดจากเหตุการณ์ที่ผิดปกติก็มีเพียงสามสิบสี่เปอร์เซ็นต์ ส่วนคนทั่วไปมีโอกาสรอดไม่ถึงสิบเปอร์เซ็นต์

และคนที่รอดมาได้ส่วนใหญ่จะมีปัญหาทางจิตหรือร่างกายพิการ พวกเขาจะถูกส่งไปรับการรักษาฟรีที่สำนักงานสอบสวน“เจ้าหน้าที่สอบสวนพูดพร้อมเหลือบมองเกาหมิง”เพราะแบบนั้น ฉันถึงประทับใจคุณมาก และอยากชวนคุณให้เข้าร่วมกับเรา”

“ถ้าผมไม่เข้าร่วม จะถูกพาตัวไปบำบัดด้วยไหม?” เกาหมิงถามพลางจ้องเขาด้วยความสนใจ

“ไม่หรอก” เจ้าหน้าที่สอบสวนตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง “แต่ต่อให้ปิดบังยังไงก็ไม่มีทางปิดได้ตลอดไป เหตุการณ์ที่ผิดปกติจะต้องระบาดไปในวงกว้างแน่ สิ่งที่เราทำได้ตอนนี้คือชะลอไม่ให้มันเกิดเร็วเกินไป พร้อมทั้งเตรียมรับมือให้ดีที่สุด”

“ใคร ๆ ก็เข้าร่วมได้เหรอ?” เซวียนเหวินดูเหมือนจะเริ่มคิดอะไรบางอย่าง

“เพื่อนของคุณคนนี้ทั้งฉลาดและกล้าหาญที่สุดในบรรดาคนที่ฉันเคยเจอ ถ้าเขาเข้าร่วมกับเรา เขาจะช่วยชีวิตคนได้อีกมาก... แม้จะต้องเจอกับอันตรายสารพัดก็ตาม” เจ้าหน้าที่สอบสวนพูดพลางลูบใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยแผล “หน้าฉันเป็นแบบนี้ก็เพราะเหตุการณ์ผิดปกติ แต่นี่ยังถือว่าโชคดีแล้ว เพราะในกลุ่มเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปพร้อมกัน... มีฉันรอดมาแค่คนเดียว…”

"ผมจะพิจารณาอย่างจริงจัง" เกาหมิงตอบ ขาเองก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ภัยพิบัติจะปะทุขึ้นอย่างเต็มรูปแบบ การเข้าร่วมสำนักงานสอบสวนอาจเป็นทางเลือกที่เหมาะที่สุดในตอนนี้

“เราคือแนวหน้าในการเผชิญอันตราย แต่ในขณะเดียวกัน เมื่อภัยมาถึง เราก็มี ‘สิทธิ’ มากกว่าคนอื่นเช่นกัน” เจ้าหน้าที่สอบสวนเอ่ยด้วยน้ำเสียงมีนัย ก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง “ต่อไปพวกคุณอาจเจอเหตุผิดปกติอีก นี่คือ คู่มือเอาตัวรอด ที่เรายังจัดทำไม่สมบูรณ์ ถือว่าเป็นของขวัญจากฉันก็แล้วกัน”

เขาหมุนวงแหวนสีดำในมือ ให้เกาหมิงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา หลังจากแลกข้อมูลการติดต่อกัน เจ้าหน้าที่สอบสวนก็ส่งไฟล์หนึ่งให้เกาหมิง

“เหตุการณ์ผิดปกติถูกจัดแบ่งเป็นเจ็ดระดับ ตามความรุนแรง และความเสียหายที่ก่อให้เกิดขึ้น” เขาอธิบายอย่างจริงจัง

ระดับศูนย์ ยืนยันได้ว่าเหตุการณ์ผิดปกติได้เกิดขึ้นแล้ว แต่ยังไม่พบพฤติกรรมที่เข้าข่ายในระดับ 1 ถึง 6”

ระดับหนึ่ง เหตุการณ์เริ่มมีความผิดปกติปรากฏให้เห็น แต่ความผิดปกตินั้นจะไม่รบกวนหรือทำอันตรายต่อผู้คนในความเป็นจริง และไม่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของผู้ที่อยู่ในพื้นที่เกิดเหตุ”

ระดับสอง ความผิดปกติเริ่มส่งผลกระทบต่อผู้คนอย่างเห็นได้ชัด ผู้ที่อยู่ในพื้นที่เกิดเหตุจะเริ่มมีพฤติกรรมผิดธรรมชาติ อาการที่พบได้ เช่น สติสับสน การรับรู้ผิดเพี้ยน หรือความคิดพร่ามัว

แต่ความผิดปกติเหล่านี้ยังจำกัดอยู่เฉพาะภายในพื้นที่นั้น ผู้ที่สัมผัสกับเหตุผิดปกติยังคงมีสติอยู่บ้าง และเมื่อเริ่มควบคุมตัวเองไม่ได้ ก็ยังสามารถกลับคืนสู่สภาวะปกติได้ด้วยการถูกคนอื่นปลุกหรือพูดให้สติกลับมา”

ระดับสาม ในเหตุผิดปกติจะเริ่มมี ‘ผี’ ปรากฏขึ้น ผู้ที่สัมผัสความผิดปกติจะสูญเสียการควบคุมตัวเองโดยสมบูรณ์ เริ่มทำร้ายหรือฆ่าตัวเอง หรือโจมตีผู้อื่น การรับรู้ของพวกเขาถูกความผิดปกติกลืนกินจนหมดสิ้น แม้แต่คนในครอบครัวก็ไม่สามารถหยุดได้อีกต่อไป”

ระดับสี่ เหตุผิดปกติเริ่มแสดงสัญญาณของการแพร่ขยาย ขอบเขตผลกระทบค่อย ๆ กว้างขึ้นพร้อมกับการระบาดของความหวาดกลัว ในช่วงนี้ ‘ผี’ ซึ่งเป็นศูนย์กลางของเหตุการณ์ผิดปกติจะเติบโตอย่างรวดเร็ว มันจะกลืนกินทุกอารมณ์ด้านลบ ความกลัว ความสิ้นหวัง ทั้งหมดจะกลายเป็นสารอาหารของมัน”

ระดับห้า พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจะเกิดเป็นวงกว้าง ผีในเหตุการณ์ผิดปกติจะเติบโตจน ‘สมบูรณ์’ แทบจะเป็ยเรื่องยากที่จะกำจัด มันได้ฝังรากลึกอยู่ในหัวใจของผู้คนแล้ว”

ระดับหก เหตุการณ์ผิดปกติลุกลามจนไม่อาจควบคุมได้ สูญเสียการควบคุมโดยสมบูรณ์ ไม่มีทางแก้ไขใด ๆ ได้อีกต่อไป มันจะกลายเป็นสัญลักษณ์ของความกลัว เจ้าหน้าที่สอบสวนทุกคนต้องหลีกเลี่ยงไม่ให้เหตุการณ์ผิดปกติระดับหกเกิดขึ้นไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม!”

“เหตุผิดปกติที่เราเจอมาวันนี้คือระดับสาม เพราะมีผีปรากฏขึ้นจริง พูดตรง ๆ เลยนะ ถ้าไม่มีคุณ ฉันคงตายไปแล้วแน่ ๆ” เจ้าหน้าที่สอบสวนพูดพลางขมวดคิ้วเหมือนนึกบางสิ่งขึ้นได้ “ว่าแต่... ผู้อาวุโสที่มาด้วยกันล่ะ?”

“พอลงไปถึงชั้นหนึ่ง เขาก็หายตัวไป…” เกาหมิงตอบ แต่ไม่ได้พูดถึงเรื่องรูปถ่ายขาวดำ

“แย่แล้ว!” สีหน้าของเจ้าหน้าที่สอบสวนเปลี่ยนทันที เขาวิ่งออกจากห้อง “ผู้อาวุโสคนนั้นยังคงติดอยู่ในเหตุการณ์ผิดปกติ!”

เกาหมิงรีบตามไป ทั้งสองไปถึงห้อง 2707 ครูเหยาได้หยุดหายใจไปแล้ว ลูกสาวของเขาโทรเรียกรถพยาบาลตั้งแต่เนิ่น ๆ แต่ทุกอย่างก็สายเกินไป

ร่างที่ซูบผอมของครูเหยานอนอยู่กลางห้อง รอบตัวเต็มไปด้วยใบประกาศและผืนธงเชิดชูเกียรติ ภาพเหล่านี้ขับให้ร่างที่เหี่ยวแห้งของเขายิ่งดูเปราะบาง บนหมอนยังมีรูปถ่ายสมัยหนุ่มที่เขาได้รับรางวัลจากการช่วยเหลือคนไว้ข้างตัว

เกาหมิงรำพึง “บางที... ท่านอาจจะเลือกสิ่งนี้ด้วยตัวเอง”

ถึงชายชราจะไม่อยู่แล้ว แต่ในห้องกลับไม่เหลือความหนาวเย็นใด ๆ ดูเหมือนเขาจะได้พักผ่อนอย่างสงบเป็นครั้งแรก

หลังรถพยาบาลนำร่างของครูเหยาออกไป เกาหมิงกับเซวียนเหวินกลับมาที่ห้อง 2507 ตอนนี้จึงเป็นเวลาของพวกเขาสองคน

“คุณร่วมมือกับคุณชายคนนั้นเคลียร์เกม ในห้องของฉันเหรอ?” เซวียนเหวินเอียงคอมองเกาหมิง แววตาและรอยยิ้มยังคงอ่อนโยนเช่นเคย

“อย่าพูดให้มันฟังดูแปลกแบบนั้นสิ ฉันตั้งใจจะชวนคุณไปด้วย แต่คุณกลับหายตัวไป” เกาหมิงหยิบ รูปถ่ายขาวดำของจ้าวซี ออกมา “รูปถ่ายเปล่าที่คุณให้ไว้หายไปแล้ว ดูเหมือน ‘ตั๋วเข้าเกม’ จะใช้ได้เพียงครั้งเดียว”

“มันแปลกมาก ฉันถูกขัดขวางไม่ให้เข้าร่วม” เซวียนเหวินขยับเข้ามาใกล้ “ฉันอยากรู้แล้วสิว่าคุณเคลียร์เกมได้อย่างไร”

“เมื่อเปรียบเทียบกับความอันตรายที่เจ้าหน้าที่คนนั้นบอก อันตรายของเกมอยู่แค่ระดับสามเท่านั้น” เกาหมิงไม่คิดจะยื่นรูปถ่ายให้เซวียนเหวินดูโดยตรง แต่เขารู้ดีว่าต้องตอบแทนเธอบ้าง “ลองดูรูปนี้ดี ๆ สิ ผมคิดว่าพบอีกวิธีหนึ่งที่จะทำให้คุณ ‘สมจริง’ ยิ่งขึ้น”

“เส้นเลือดที่ดูเหมือนโซ่คืออะไร? ทำไมมันถึงขยับไปมา?” เซวียนเหวินจับสังเกตได้ถึงความผิดปกติของรูปถ่ายจ้าวซี

“โซ่นั่น... เข้าใจได้ว่าเป็นสายสัมพันธ์ระหว่างครอบครัว ผมสามารถรับพลังของเขาได้ แต่ต้องทำให้ผู้คนรับรู้ถึงความทุกข์ของเขาด้วย” เกาหมิงพูดพลางพลิกรูปไปด้านหลัง “ผมกำลังคิดอยู่ว่า ถ้าผู้คนรู้เรื่องราวของจ้าวซีมากขึ้น เกิดความรู้สึกเดียวกับสิ่งที่เขาเจอ

บางทีจ้าวซีที่ตายไปแล้วอาจได้รับบางสิ่งตอบแทน ไม่จำเป็นต้องส่งผู้เล่นมีชีวิตเข้าไปในพื้นที่ซ้อนจริง ๆ ก็ได้ เราอาจทำเรื่องราวของเขาให้กลายเป็นเกม เกมนี้จะเป็นเหมือนสุสานของจ้าวซี ทุกความรู้สึกที่ผู้เล่นสัมผัสระหว่างเล่น อาจส่งผลถึงเขาได้”

“ฟังดูสมเหตุสมผลนะ แต่ฉันขอเตือนอะไรคุณอย่างหนึ่ง” เซวียนเหวินพูดพลางขมวดคิ้ว “เกมของคุณกลายเป็นจริงขึ้นมาได้ เพราะเหตุการณ์ที่คุณเจอในอุโมงค์ ถ้าไม่ใช่เพราะตัวคุณมีพลังพิเศษ คุณก็ต้องกลับไปที่นั่นอีกครั้งเพื่อทำให้เกมที่คุณสร้างใหม่กลายเป็นจริง”

“ผมไม่คิดจะสร้างเกมเพิ่มอยู่แล้ว ผมแค่ต้องการใช้แนวคิดนี้ เพื่อให้ผู้คนมากมายรับรู้เรื่องราวของจ้าวซี”เกาหมิงเก็บรูปลงไป แล้วเอ่ยต่อ “ถ้าสถานการณ์ของจ้าวซีเปลี่ยนแปลงได้จริง ชีวิตของคุณก็จะปลอดภัยขึ้น”

เซวียนเหวินขยับถอยหลัง มือทั้งสองเหมือนถูกมัดไว้ “คุณหมายความว่ายังไง… หรือวางแผนที่จะกินฉันหรือเปล่า”

“หยุดพูดแบบนั้นได้แล้ว” เกาหมิงหยิบกระเป๋าสะพายขึ้นมาพร้อมเดินออกจากห้อง “ผมดูเป็นคนแบบนั้นหรือเปล่า?”

จบบทที่ บทที่ 15 เจ็ดระดับ

คัดลอกลิงก์แล้ว