เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 12 ความคิดบ้า ๆ

บทที่ 12 ความคิดบ้า ๆ

บทที่ 12 ความคิดบ้า ๆ


บนพื้นทางเดินยังคงมีคราบสีดำติดอยู่เป็นหย่อม ๆ ด้านล่างคล้ายมีเสียงเล็บขูดพื้นแว่วขึ้นมาเบา ๆ เหมือนมีบางอย่างกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้

เกาหมิงออกจากห้อง 2706 แล้วเคาะประตูห้อง 2707 อย่างแผ่วเบา "ครูเหยา ผมเสี่ยวเกาจากอาคารสี่เอง จำได้ไหมครับ เราเคยคุยกันเรื่องปลูกดอกไม้กันมาก่อน"

นักสืบมองการกระทำของเกาหมิงด้วยความตื่นตระหนก "คุณทำบ้าอะไร! ทำไม่ไมฟังที่ผมพูด" เขาอุทานด้วยความวิตกกังวล เกาหมิงไม่เพียงแต่เดินผ่านโถงทางเดินที่อันตรายเท่านั้น แถมยังไปเคาะประตูห้องข้าง ๆ เขาถึงกับกระทืบเท้าด้วยความร้อนใจ

"ทางเดินก็อันตรายมากพออยู่แล้ว! เพื่อนบ้านก็อาจจะถูกบางอย่างแทนที่ พวกเราจะเดือดร้อนรีบกลับเข้ามาเร็ว ๆ!"

"แต่ครูเหยากำลังป่วยหนัก ผมต้องการดูเขา"

"ไม่มีแต่!" เจ้าหน้าที่สอบสวนคว้าคอเสื้อของเกาหมิงไว้แน่น “เมื่อถูกดึงเข้ามาในเหตุการณ์ที่ผิดปกติแล้ว อย่าคิดจะไปช่วยคนอื่นเลย สิ่งที่คุณต้องทำคือรอดออกไปให้ได้ แล้วนำข้อมูลหรือกฎที่เป็นประโยชน์ออกไป นั่นก็ถือว่าคุณได้ช่วยทั้งเมืองไว้แล้ว!”

เขาพยามดึงเกาหมิงออกมาแต่ไม่ว่าใช้แรงแค่ไหนก็ไม่เกิดผล "อย่าให้ความเห็นอกเห็นใจมาบดบังการตัดสินใจของคุณ! คุณไม่เข้าใจความสยดสยองของเหตุการณ์ผิดปกติเหล่านี้ สิ่งที่คุณทำอยู่จะทำให้เราตายกันหมด!"

เกาหมิงไม่อยากเสียเวลาเถียง เขาจับลูกบิดประตูแน่น เสียงเริ่มเย็นลง “ครูเหยา ผมรู้ว่าคุณอยู่ข้างใน ถ้าไม่เปิด... ผมจะพังเข้าไปแล้วนะ”

เดิมทีเจ้าหน้าที่สอบสวนยังจะพูดต่อ แต่คำพูดหลังของเกาหมิงทำให้เขาชะงักไปชั่วขณะ น้ำเสียงแบบนั้น ไม่ใช่ของคนที่คิดจะ “ช่วยเหลือเพื่อนบ้าน” แน่

เสียงกลอนหมุนดังขึ้น ใบอ้ายแห้งร่วงลงพื้น ประตูเก่าค่อย ๆ เปิดออก ครูย่าที่สวมแว่นมองเกาหมิงแล้วพูดเสียงนิ่ง “เข้ามาสิ”

ผู้แปล: 艾叶 ใบอ้าย หรือ ใบโกฐจุฬาลัมพา ในวัฒนธรรมจีนโบราณจะใช้ใบอ้ายแขวนไว้หน้าประตูในช่วงเทศกาลไหว้ขนมจ้างค่ะ

"อย่าเข้าห้องคนอื่นสุ่มสี่สุ่มห้า!" เขารีบเตือน น้ำเสียงเต็มไปด้วยความหวาดกลัว "ถ้าเขาถูกเปลี่ยนตัวสิ่งที่คุณต้องเจอ.." คำพูดของเจ้าหน้าที่สอบสวนยังไม่ทันจบ ก็ถูกเกาหมิงดึงเข้าไปในห้อง ประตูปิดลงทันที เหลือเพียงปากของเขาที่อ้าค้างอย่างงุนงง

“ฉันได้รับข้อความจากเธอแล้ว เลยปิดไมค์กับกล้องไว้ก่อน” ครูเหยาพูดพลางหยิบถุงมือสีดำขึ้นมาปิดกล้องโทรศัพท์

เกาหมิงแสดงออกถึงความเร่งด่วนในน้ำเสียงของเขาและเริ่มต้นพูดอย่างรวดเร็วว่า “พวกเรามีเวลาไม่มาก ผมจะขอพูดสั้นๆ” เกาหมิงหยิบโทรศัพท์มือถือของจ้าวซีออกมา “ผมคิดว่าเพื่อนบ้านทุกคนในกลุ่มแชทไม่มีอยู่จริง ดูเหมือนทุกอย่างจะเกิดขึ้นแค่ในกลุ่มแชทเท่านั้น”

เจ้าหน้าที่สอบสวนเพิ่งรู้ว่ามีแชทกลุ่มอยู่ จึงพูดแทรกว่า “กลุ่มอะไร? ทำไมคุณถึงไม่บอกผม?”

“ฉันไม่ค่อยเข้าใจที่เธอพูด นี่เธอกับฉันไม่มีจริงเหรอ?” ครูเหยาเป็นครูในโรงเรียนตำรวจ แม้จะหัวไวและมีประสบการณ์ แต่สิ่งที่เจอในคืนนี้กลับเกินกว่าสามัญสำนึกใดๆที่เขาเคยรู้

สายตาของเขาจับจ้องไปที่หน้าจอ เกาหมิงอธิบายทฤษฎีของเขาอย่างละเอียด “ลองนึกภาพตาม ถ้าเราเทียบเรื่องนี้ให้เหมือนเกมสยองขวัญ เราสามคนก็คือผู้เล่นส่วนเพื่อนบ้านในกลุ่มอาจจะเป็นอย่างอื่น… หรืออาจเป็นแค่ภาพลวงตาที่โทรศัพท์มือถือสร้างขึ้นมาเพื่อหลอกพวก”

เกาหมิงครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนเอ่ยต่อ “ตอนนี้ศพของจ้าวซีกำลังขึ้นไปที่ชั้นห้า หลังจากที่มันบุกเข้าไปในห้อง 2501 ของหวงหมิงหมิงได้ พวกเราจะตรงไปเปิดห้อง 2607 ถ้าเจี่ยฉีในห้องแตกต่างจากเจี่ยฉีที่อยู่ในวิดีโอ ก็แสดงว่าสมมติฐานของผมถูกต้อง”

“พวกเราจะบุกไป?” รอยย่นบนใบหน้าครูย่าขมวดแน่น ส่วนแผลเป็นบนหน้าของเจ้าหน้าที่สอบสวนก็เริ่มกระตุกขึ้น

“ไม่ช้าก็เร็วจ้าวซีจะมา ถ้าต้องเลือกวิธีตายผมยอมตายระหว่างหาทางรอดดีกว่า” เกาหมิงยังไม่มั่นใจในตัวครูเหยา ถ้าอีกฝ่ายเป็นผีล่ะก็ สมมติฐานทั้งหมดของเขาจะพังทันที ดังนั้นเขาจึงตั้งใจจะไปดูห้อง 2607 ด้วยตาเอง พร้อมทั้งสังเกตจ้าวซีให้ใกล้ชิดกว่านี้

เพราะนิสัยของเขาคือระมัดระวังเสมอ ซึ่งเป็นการแสดงออกตัวตนของเขา

“คุณไม่คิดว่าตัวเองบ้าบิ่นเกินไปหน่อยเหรอ?” จ้าหน้าที่สอบสวนซึ่งเคยเห็นผู้คนถูกดึงเข้าเหตุการณ์ที่ผิดปกติที่เมืองซินลู่ ส่ายหน้าอย่างเหลือเชื่อ “ฉันไม่เคยเห็นใครบ้าเท่าคุณมาก่อนเลย ข้างนอกมีผีนะ! มันสามารถฆ่าคุณได้ง่าย ๆ เลยรู้ไหม!”

“ฉันก็ไม่เห็นด้วยเหมือนกัน” ครูเหยากระแอมเบา ๆ “ระหว่างที่ศพกำลังปีนเข้าห้อง 2501 เราน่าจะรีบวิ่งลงไปข้างล่าง ออกจากอพาร์ตเมนต์ลี่จิ่งไปขอความช่วยเหลือดีกว่า ฉันเชื่อว่าจะต้องมีหน่วยงานเฉพาะทางที่จัดการเรื่องแบบนี้ได้”

‘มี... แต่เขาก็ติดอยู่ในนี้เหมือนกันไม่ใช่เหรอ?’ เกาหมิงเดินผ่านเจ้าหน้าที่สอบสวนไป มองผ่านม่านฝนออกไปยังตึกฝั่งตรงข้าม ห้องของเขาเอง

ในใจเขาคิดขึ้นมาแวบหนึ่งว่า ‘เราพกมาแค่รูปถ่ายขาวดำเปล่า ๆ ถ้าคราวหน้าเอารูปถ่ายครอบครัวมาด้วย... พวกเขาจะโผล่มาตอนกลางดึกเพื่อเอาเค้กมาให้หรือเปล่านะ?’

“คราวหน้าคงต้องลองดู” เขาพึมพำเบา ๆ

จู่ๆเสียงกรี๊ดก็ดังมาจากโทรศัพท์ของจ้าวซี เกาหมิงมองลงไปและเห็นว่าหวงหมิงหมิงจากห้อง 2501 กำลังตกใจกลัวและล้มลง ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยความหวาดกลัวอย่างยิ่ง

สถานการณ์เริ่มเลวร้ายมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อนบ้านต่างพบกับชะตากรรมอันน่าสยดสยอง หวงหมิงหมิงรู้สึกเหมือนเส้นประสาททุกเส้นของตัวเองกำลังถูกมีดเล่มเล็ก ๆ เฉือนซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขากรีดร้องใส่กล้องโทรศัพท์อย่างเสียสติ

2501 หวงหมิงหมิง: “ผมได้ยินเสียงเล็บขูดประตูแล้ว! หัวของจ้าวซีเหมือนจะห้อยอยู่บนขอบประตูบ้านผม! ใครก็ได้ช่วยผมด้วย! พวกเราก็เป็นเพื่อนบ้านกันตั้งสิบกว่าปีแล้วนะ ช่วยผมหน่อยเถอะ ผมขอร้อง! ฮืออออ!”

แต่ไม่ว่าหวงหมิงหมิงจะร้องไห้หรือตะโกนขอความเมตตาแค่ไหนก็ไม่มีเพื่อนบ้านคนไหนตอบกลับ

หวงหมิงหมิงคว้ามีดผลไม้ขึ้นมาจากโต๊ะกาแฟ "พวกแกทุกคน! พวกแกทุกคนจะต้องโดนเหมือนกัน!"

ล็อคที่ประตูดูเหมือนจะเป็นแค่ของตกแต่งเท่านั้น เลือดไหลซึมเข้ามาผ่านรอยแยกของประตู ประตูค่อย ๆ ถูกเปิดออกอย่างช้า ๆ นิ้วมือสอดเข้ามาจากรอยแง้มอย่างน่าขนลุก

ความกลัวอย่างแรงกระตุ้นให้หวงหมิงพุ่งเข้าใส่ประตู เขากรีดร้องและแกว่งมีดไปมาไปมาอย่างบ้าคลั่ง พยายามสู้เพื่อปกป้องตัวเองอย่างสุดชีวิต

เจ้าหน้าที่สอบสวนกับครูเหยาต่างดูเหตุการณ์น่าสยดสยองที่เกิดขึ้น ทั้งคู่ตัวสั่นด้วยความหวาดหวั่น

“อย่ามัวแต่ยืนเฉย เตรียมตัวขึ้นไปชั้นหกได้แล้ว!” ความเร่งด่วนของเกาหมิงนั้นชัดเจนและเขายังพบกล่องเครื่องมือของครูเหยา “โอกาสมีแค่ครั้งเดียวเท่านั้น!”

“คุณยังมีสติอยู่ไหม! คุณอยากออกไปจริงๆหรอ?”

“ผมมีสติมากพอแล้ว” เกาหมิงตอบโต้อย่างแน่วแน่

เกาหมิงพาทั้งสองขึ้นไปยังชั้นหก จากหน้าจอ หวงหมิงหมิงกำลังต่อสู้กับศพที่ชั้นห้า ขณะที่โถงบันไดกลับเงียบสงัดผิดปกติ ครูเหยาเองก็เริ่มรู้สึกได้ถึงความผิดปกติ

โดยไม่ต้องให้เกาหมิงต้องพูดซ้ำ ครูเหยาหยิบเครื่องมือออกมาเตรียมงัดประตูห้องโดยไม่ลังเลอีกต่อไป

หวงหมิงหมิงกลัวจนสติแตก โทรศัพท์ในมือร่วงลงบนโซฟา ภาพในจอเผยให้เห็นเขาที่กำลังโบกมีดในมือไปมาอย่างคลุ้มคลั่ง

“ตายไปแล้วยังไม่วายสร้างเรื่องอีก! ถ้ามีปัญญาจริงก็ไปหาคนที่มันรังแกแกสิ! สมควรแล้วที่ต้องอยู่อย่างหมาไปทั้งชีวิต!”

เลือดสีดำสาดกระเซ็นเต็มห้องนั่งเล่น ร่างเน่าเปื่อยของจ้าวซีคืบคลานอยู่บนพื้น ส่วนหวงหมิงหมิงก็จับมีดแน่น ฟันซ้ำแล้วซ้ำเล่า

แต่ไม่ว่าหวงหมิงหมิงจะทำอะไร เสื้อผ้าและผิวหนังของจ้าวซีจะถูกฟันอีกกี่ครั้ง เขาก็ไม่สามารถหยุดจ้าวซีไม่ให้เข้าใกล้ได้

กระดูกเสียดสีกันดังกึกก้อง ร่างกายของจ้าวซีที่เต็มไปด้วยบาดแผลเหมือน “ปากขนาดมหึมา” ที่กำลังแง้มออกช้า ๆ

เงาดำแผ่ขยายออกไป หวงหมิงหมิงไม่มีทางหนี เขาถูกห่อหุ้มไว้ด้วยผิวของจ้าวซีทั้งร่าง

ภาพนั้นน่าสะพรึงจนเกาหมิงกับเจ้าหน้าที่สอบสวนที่เฝ้าดูอยู่ถึงกับขนลุกซู่ ในวิดีโอ หวงหมิงหมิงยังคงพยายามดิ้นรนสุดกำลัง แต่ทุกความพยายามกลับสูญเปล่า ขาของเขาเคลื่อนไปทางระเบียงโดยไม่อาจควบคุมได้ แขนของเขาถูกห่อหุ้มด้วยผิวของจ้าวซี

“ปล่อยฉันไปเถอะ จ้าวซี! ฉันรู้ว่าผิดแล้ว! ฉันไม่ควรใส่ร้ายนายเรื่องขโมยของในย่านท่าเรือ! ขอโทษจริง ๆ ฉันผิดไปแล้ว!”

เศษกระดูกแทงทะลุเข้ามือ หวงหมิงหมิงถูกแรงบางอย่างบังคับให้คว้าขอบหน้าต่าง แล้วผลักกระจกเปิดออก

สายฝนสาดซัดเข้าหน้าในพริบตา เขาร้องครวญครางขอชีวิต ใบหน้าเต็มไปด้วยความทรมานและบิดเบี้ยว ร่างกายค่อย ๆ ปีนขึ้นไปบนขอบหน้าต่าง สะท้อนถึงชะตากรรมที่จ้าวซีตัวจริงอาจต้องทนทุกข์ทรมานเมื่อไม่กี่วันก่อน

“จ้าวซี! ปล่อยฉันลงเถอะ! ปล่อยฉันลงไป!”

ราวกับว่าได้ยินคำวิงวอนของหวงหมิงหมิง ร่างของเขาที่พันรัดหวงหมิงหมิงไว้แน่น พลันพากันร่วงลงจากหน้าต่างไปพร้อมกัน!

เจ้าหน้าที่สอบสวนที่มองดูวิดีโออยู่มือและเท้าเย็นเฉียบ “ในเหตุการณ์ที่ผิดปกติทั่วไป จะไม่ปรากฏตัว ‘ผี’ ชัดเจนแบบนี้… งานนี้เราคงเจอเรื่องใหญ่เข้าแล้ว!”

ปัง!

เสียงโลหะกระทบกันดังขึ้น ประตูห้อง 2607 ถูกเกาหมิงกับครูเหยาช่วยกันงัดจนเปิดออก ทั้งคู่ยืนอยู่หน้าประตู มองเข้าไปข้างใน

ภายในห้องมืดสนิท ฝุ่นหนาตกลงบนโต๊ะและเก้าอี้ ราวกับว่าไม่มีใครอาศัยอยู่ที่นี่เป็นเวลานานแล้ว

“เพื่อนบ้านที่เราเห็นทั้งหมดล้วนเป็นปลอม ทุกอย่างน่าจะเป็นเพียงเงาสะท้อนด้านมืดในใจของจ้าวซีเท่านั้น” ครูเหยาตั้งข้อสังเกต สายตาของเขาจับจ้องไปที่เกาหมิงอย่างชื่นชม “เธอเข้าใจถูกทุกอย่าง”

“เราจะทำอะไรต่อไป” เจ้าหน้าที่สอบสวนหันหน้ามามองเขาเช่นกัน

เกาหมิงปิดวิดีโอแชท แล้วเปิดดูโทรศัพท์ของจ้าวซี ข้างในเต็มไปด้วยคลิปการใช้ชีวิตประจำวัน

น้องสะใภ้กำลังเล่นกับลูกเล็ก ๆ แม่บุญธรรมกำลังทำอาหาร จ้าวซีอยากเข้าไปมีส่วนร่วม แต่เสียงซุบซิบนินทาทำให้เขาหวาดกลัว ทั้งน้องสะใภ้และแม่บุญธรรมต่างก็ไม่ต้อนรับเขาอย่างจริงใจเพียงเพราะความพิการนั้น

นอกจากคลิปการใช้ชีวิตประจำวันแล้ว ชายวัยกลางคนผู้โดดเดี่ยวคนนั้นยังถ่ายตัวเองพูดคนเดียวอยู่บ่อย ๆ

เมื่อไม่มีใครรับฟัง เขาจึงคุยกับโทรศัพท์แทน

โทรศัพท์จึงกลายเป็นเพื่อนเพียงคนเดียวของเขา ซึ่งเป็นที่เก็บความคิด และอารมณ์มากมาย ในทางหนึ่งโทรศัพท์เป็นเหมือนครอบครัวคนเดียวของเขาจริงๆ

“ผมมีความคิดที่ค่อนข้างบ้าบิ่นอยู่อย่างหนึ่ง”

เกาหมิงมองไปยังบันไดที่มืดสนิท พลางพูดเหมือนพึมพำกับตัวเองว่า

“ผมอยากจะคุยกับเขาดูสักครั้ง”

จบบทที่ บทที่ 12 ความคิดบ้า ๆ

คัดลอกลิงก์แล้ว