- หน้าแรก
- ผมเป็นนักออกแบบ เกมสยองขวัญ
- บทที่ 10 ครอบครัวเพียงหนึ่งเดียว
บทที่ 10 ครอบครัวเพียงหนึ่งเดียว
บทที่ 10 ครอบครัวเพียงหนึ่งเดียว
โดยทั่วไปแล้ว คนธรรมดาเมื่อเผชิญกับสิ่งเหนือธรรมชาติก็มักจะหวาดกลัวจนสติแตก การตัดสินใจพลาดเพียงเสี้ยววินาทีก็อาจหมายถึงความตาย แต่เกาหมิงกลับเป็นอีกประเภทหนึ่ง เขาจะจินตนาการถึงสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด ลดระดับความคาดหวังลง ก่อนจะติดสินใจลงมือเสมอ
2409 ฟางชูฉี: “พี่หวังกับเสี่ยวชิวอาจจะไม่รอดแล้ว พวกเราต้องรีบรวมตัวกันถึงจะมีโอกาสรอดชีวิต และอีกเรื่อง ฉันหวังว่าครอบครัวของจ้าวซีจะออกมาอธิบายให้ชัด เพราะการที่จ้าวซีกลับมาที่ตึกนี้อีกครั้ง มันต้องเกี่ยวข้องกับพวกคุณแน่!”
2304 หลี่ลี่: “แม้ว่าจ้าวซีจะเป็นแค่ลูกบุญธรรมของครอบครัวเรา แต่เราก็ปฏิบัติต่อเขาเหมือนคนในครอบครัวจริง ๆ แล้วพวกคุณล่ะ! ปากเรียกเขาว่าพี่จ้าวอยู่ทุกวัน แต่ในใจกลับดูถูกเขา! ยังกล้าแต่งข่าวลือใส่ร้ายว่าฉันกับเขามีอะไรกันอีก คิดว่าฉันไม่รู้หรือยังไง! จ้าวซีถูกพวกคุณนั่นแหละผลักให้ไปตาย!”
ภาพวิดีโอของหลี่ลี่สั่นระรัว หญิงสาวที่อยู่ชั้นสามกำลังกลัวจนตัวสั่น เธออุ้มลูกแน่น เปิดประตูห้องนั่งเล่นออก
ศพอยู่ที่ชั้นสอง เธอไม่กล้าลงไป จึงเลือกจะวิ่งขึ้นแทน ตั้งใจจะหนีเข้าไปหลบในห้องของคนอื่นก่อน
แม่บุญธรรมของจ้าวซีตามมาทันที น้ำตาไหลรินไปตามรอยเหี่ยวย่น ตะกร้าที่คล้องแขนยังเต็มไปด้วยกระดาษเงินกระดาษทอง
"ทำไมแม่ต้องพกของพวกนี้มาด้วย หรือเป็นแม่ที่เรียกเขากลับมา!" หลี่หลี่ดุดาแม่สามีตัวเอง แต่ในเวลานั้นเสียงกระดูกขยับดังลอดขึ้นมาจากทางบันไดราวกับมีบางอย่างกำลังตะกายขึ้นมา หลี่ลี่กรีดร้องสุดเสียง ไม่สนใจหญิงชราอีกต่อไป ไม่สนแม้แต่วิดีโอ เธอหันหลังวิ่งหนีสุดชีวิต
ภาพวิดีโอเริ่มสั่นรัวจนมองไม่เห็นอะไรชัด
2409 ฟางชูฉี: “หลี่ลี่ เธอจะไม่สนใจแม่สามีตัวเองเลยหรือไง?”
2501 หวงหมิงหมิง: “หรือเราจะหนีกันขึ้นไปชั้นดาดฟ้าดี อยู่รวมกันคิดหาทางออก อย่างน้อยก็ดีกว่าอยู่คนเดียว มันไม่ปลอดภัยแน่ ๆ”
2607 เจียฉี: “ไม่ได้! หนีขึ้นไปข้างบนก็ไม่ใช่ทางออก สุดท้ายศพนั่นก็ต้องหาพวกเราจนเจออยู่ดี!”
2707 เหยาเยวี่ยน: “ห้องฉันอยู่ไกลจากบันไดที่สุด มากันที่บ้านฉันก่อนเถอะ”
2409 ฟางชูฉี: “อาจารย์เหยา? คุณ… คุณหายป่วยแล้วเหรอ?”
เมื่อเห็นเหยาเยวี่ยนพูดออกมาในวิดีโอ ฟางชูฉีกับเพื่อนบ้านอีกหลายคนต่างตกตะลึง เหยาเยวี่ยนอายุเจ็ดสิบกว่าปี เป็นอดีตครูโรงเรียนตำรวจ เชี่ยวชาญการจับกุมและป้องกันการล้วงกระเป๋า รู้เรื่องกลโกงสารพัด แถมยังร่างกายแข็งแรงมาก แต่เมื่อสองปีก่อนเขาถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคร้ายแรง ทุกคนในอพาร์ตเมนต์ลี่จิ่งต่างรู้ดี ชายผู้เคยกำยำกลับซูบผอมจนจำไม่ได้ ต้องนั่งรถเข็น พูดไม่ได้ และแทบจะกินอาหารเองไม่ได้
“ฉัน...” ชายชราขยับริมฝีปาก แค่นยิ้มเศร้า “ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ สามเดือนก่อนฉันเลิกการรักษา รอความตายอยู่ที่บ้าน ลุกจากเตียงแทบไม่ได้ แต่คืนนี้...จู่ ๆ ฉันก็รู้สึกว่าร่างกายกลับมาดีเหมือนเดิม ไม่มีความเจ็บปวดเลย แข็งแรงเหมือนตอนหนุ่ม ๆ”
เมื่อเห็นว่าทุกคนยังไม่เชื่อ ชายชราก็ถอดเสื้อให้ดูตรง ๆ ผิวของเขาซีดขาวราวคนตาย ไม่มีเลือดฝาด และเส้นเลือดดำสีดำพาดโป่งขึ้นทั่วหน้าอกและท้อง ราวกับมันกำลังจะระเบิดออกมา “ฉันไม่รู้จริง ๆ ว่าทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ แต่ฉันรู้ว่าฉันยังคงเป็นฉัน”
ในวิดีโอเงียบสนิท ไม่มีใครพูด เพื่อนบ้านทุกคนต่างเผยสีหน้าหวาดกลัวและขยะแขยงอย่างห้ามไม่อยู่ สายตาพวกนั้นทำให้เหยาเยวี่ยนรู้สึกอึดอัด
เขาคลุมเสื้อกลับ ขณะที่ผ่านเรื่องราวมากมายในชีวิต เขารู้ดีว่าตอนนี้พูดอะไรไปก็ไม่มีใครเชื่ออีกแล้ว จึงไม่ได้เสนอให้ทุกคนมาหลบที่ห้องของตนอีก
แม้เพื่อนบ้านไม่เชื่อ แต่เกาหมิงกลับคิดต่าง เขาเคยเห็นพ่อแม่ที่ถูกแทนที่มาก่อน สิ่งมีชีวิตที่ไม่รู้จักเหล่านั้นสามารถแปลงร่างเป็นมนุษย์ได้อย่างแนบเนียน ไม่ทิ้งร่องรอยผิดแปลกให้เห็นเลย
“จากข้อมูลที่อยู่ด้านหลังรูปถ่ายขาวดำ คนใกล้ตายก็สามารถเข้าสู่เกมได้ อาจารย์เหยา...อาจจะเป็นคนประเภทนั้นก็ได้?”
เพื่อนบ้านทุกคนในวิดีโอดูเหมือนมีบางอย่างไม่ชอบมาพากล แต่กลับกัน คนที่ดูผิดปกติมากที่สุดอย่างเหยาเยวี่ยน กลับเป็นคนที่ทำให้เกาหมิงรู้สึกไว้วางใจ
“ถ้ามีผีแฝงอยู่ในเพื่อนบ้านที่ดูปกติ มันคงจะพยายามบิดเบือนความจริง แล้วชักนำให้มนุษย์ฆ่ากันเอง...”
เกาหมิงจับลูกบิดประตู ตั้งใจจะออกจากห้องของจ้าวซี เพื่อไปหาเหยาเยวี่ยนด้วยตัวเอง แต่พอเปิดประตูออกแง้มไว้เพียงเล็กน้อย ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเร่งร้อนดังขึ้น ดูเหมือนหลี่ลี่ที่อุ้มลูกอยู่เพิ่งวิ่งผ่านมาจากชั้นห้า
‘ควรจะจับแม่ลูกคู่นี้มัดไว้ไหม?’ เกาหมิงพิงหลังกับประตู ‘นั่นอาจเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการตรวจสอบตัวตนของเพื่อนบ้าน…’
เขาลังเลอยู่เพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะตัดสินใจลงมือ เพราะโอกาสที่แม่ลูกคู่นี้แยกจากคนอื่นนั้นหาได้ยากนัก
วิดีโอคอลกลุ่มช่วยให้เกาหมิงรู้สถานการณ์ของเพื่อนบ้านได้ก็จริง แต่ขณะเดียวกันก็ทำให้พวกเขาจับตาดูเขาด้วย สิ่งที่จะทำต่อจากนี้...ไม่ควรให้ใครเห็น
เกาหมิงใช้มือปิดกล้องมือถือ แล้วผลักประตูออกจากห้องนั่งเล่น ก้าวเข้าสู่ทางเดิน
เขาวิ่งตามไปอย่างรวดเร็ว แต่ที่น่าประหลาดใจก็คือ เขาไม่พบสองแม่ลูก แม้ว่าจะขึ้นไปถึงชั้นที่เจ็ดแล้วก็ตาม
'มีบางอย่างผิดปกติ หลี่หลี่กำลังอุ้มเด็กไปด้วยไม่ว่าเธอจะเร็วแค่ไหน แต่ไม่มีทางที่เราจะไล่ตามไม่ทัน!'
กลิ่นเหม็นเน่าจาง ๆ ลอยอบอวลอยู่ในอากาศ เขายื่นหัวออกไปมองด้านล่าง ทุกชั้นที่อยู่ข้างใต้มืดสนิทและไร้ชีวิตชีวา ชวนให้นึกถึงฉากการตายของจ้าวซี
‘หรือว่าพวกเขาทั้งหมด… เป็นผีจริง ๆ กันแน่?’
เสียงทะเลาะกันดังลอดออกมาจากมือถือ เกาหมิงรีบหรี่เสียงลง แล้วซ่อนตัวอยู่ตรงมุมกำแพง
2409 ฟางชูฉี: “ฉันออกไปไม่ได้! จ้าวซีอยู่หน้าประตูห้องฉัน มันกลับมาแล้ว!”
ผู้พักอาศัยบนชั้นสี่ส่งวิดีโอลงในกลุ่มแชท เป็นภาพจากกล้องวงจรปิดที่หน้าประตูห้อง
ในภาพขาวดำ จ้าวซีที่แขนขาบิดเบี้ยวกำลังคลานอยู่บนขั้นบันได ใบหน้าของเขาถูกลากถูไปกับพื้น คอที่หักห้อยต่องแต่งอยู่บนไหล่
เหมือนจ้าวซีในคลิปจะรู้ว่ามีคนกำลังมอง เขาค่อย ๆ เงยหัวขึ้น ส่งยิ้มประหลาดให้กล้อง แล้วเริ่มโขกหัวใส่ประตูห้อง 2409 ทีแล้วทีเล่า
แค่เห็นผ่านหน้าจอ ก็ทำให้เพื่อนบ้านทุกคนรู้สึกเย็นไปทั้งตัว แล้วคนที่อยู่ในห้องอย่างฟางชูฉีคงยิ่งสยองหนักกว่าใคร
แขนที่ถือมือถือของเขาสั่นจนแทบหลุดมือ และเมื่อเสียงเคาะประตูดังขึ้นเป็นครั้งที่เก้า เขาก็กรีดร้องลั่นออกมา
ตามมาด้วยเสียงกระจกแตกดังสนั่น แล้ววิดีโอก็หมุน ก่อนที่ทุกคนจะได้ยินเสียงของบางอย่างตกกระแทกพื้นจากข้างล่างอีกครั้ง
ตุบ!
โทรศัพท์ที่ยังค้างอยู่ในมือคนตายค่อย ๆ หล่นลง กล้องจับภาพใบหน้าของฟางชูฉีที่แหลกเละราวกับถูกผลักตกจากชั้นสี่ ท่าทางการตายเหมือนจ้าวซีไม่มีผิด
ภาพในวิดีโอถูกย้อมด้วยเลือดแดงฉาน เกาหมิงสะดุ้งเฮือก เขาฝืนความรู้สึกคลื่นเหียน วิ่งไปจนถึงสุดระเบียงชั้นเจ็ด ทุบกระจกหน้าต่างที่ถูกปิดตาย แล้วชะโงกหน้ามองออกไปข้างนอก
“อย่างที่คิดไว้จริง ๆ...”
ในวิดีโอฟางซูฉีเสียชีวิตอย่างน่าอนาถที่ชั้นล่าง แต่เมื่อเกาหมิงมองลงไปกลับไม่พออะไร พบเพียงลอยคราบเลือดเก่าที่ทางเข้าอาคารเท่านั้น
เพื่อนบ้านพวกนั้น...เหมือนจะมีอยู่แค่ในวิดีโอเท่านั้น พวกมันเหมือนตั้งใจสร้างบรรยากาศหลอกให้หวาดกลัว
มีบางอย่างผิดปกติกับวิดีโอแชทและเพื่อนบ้าน โทรศัพท์มือถือที่จ้าวซีทิ้งไว้ห้องอาจเป็นกลอุบายของผี!
เส้นเลือดที่หน้าผากของเกาหมิงปูดขึ้น หากเขาไม่สามารถเคลียร์เกมนี้ให้เร็วที่สุด ผลลัพธ์ของเขาคงจะยิ่งเลวร้ายกว่าฟางชูฉีนับสิบเท่า
ในความเป็นจริง ไม่มีทางที่มือถือของจ้าวซีจะถูกวางทิ้งไว้เฉย ๆ แบบนั้น หลังจากเขาฆ่าตัวตาย แม่บุญธรรมกับน้องสะใภ้หน้าเลือดของเขาน่าจะพยายามฮุบเงินทั้งหมดของจ้าวซี ดูจากห้องที่เซวียนเหวินเช่าไว้ ตอนนี้เหลือแค่เฟอร์นิเจอร์เก่า ๆ แสดงว่าของมีค่าทุกชิ้นถูกนำไปหมดแล้ว
เกาหมิงก้มมองมือถือของคนตายในมือ เขาใช้ฝ่ามือปิดกล้องไว้พลางครุ่นคิด แล้วนึกถึงเกมที่เขาเคยช่วยเว่ยต้าโย่วออกแบบไว้เมื่อหลายปีก่อน
ครอบครัวเพียงหนึ่งเดียว
พระเอกของเกมคือชายวัยกลางคนที่ชีวิตล้มเหลว แต่เขามีภรรยาที่อ่อนโยนสวยงาม ลูกสาวที่ฉลาดน่ารัก และพ่อแม่ที่รักเขาอย่างสุดหัวใจ เขามักจะวิดีโอคอลคุยกับครอบครัวอยู่เสมอ ทุกอย่างในชีวิตของเขาล้วนผูกอยู่กับโทรศัพท์เครื่องนั้น
จนกระทั่งวันหนึ่ง เขาเห็นหญิงคนหนึ่งบนท้องถนนที่หน้าตาเหมือนภรรยา เขารีบเข้าไปกอด แต่หญิงคนนั้นกลับถอยหนีไปซบในอ้อมแขนชายคนอื่น
จากนั้นผู้เล่นจะมองผ่านสายตาของชายคนนั้น เริ่มสืบหาความจริง และสุดท้ายก็พบว่าทุกสิ่งที่เขามีอยู่ ล้วนเป็นภาพลวงที่สร้างขึ้นโดยโทรศัพท์มือถือ
ชีวิตของเขาเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง และมืดหม่น เขาเพ้อฝันว่าภรรยาและลูกของคนอื่นเป็นของตัวเอง ทั้งที่พ่อแม่แท้ ๆ ของเขาก็ตัดขาดจากกันไปแล้ว
ครอบครัวเพียงหนึ่งเดียวที่เขามี...ก็คือโทรศัพท์มือถือเครื่องเก่าเท่านั้น
แท้จริงแล้ว เขาคือตัวร้ายที่สุดในเรื่องเอง เป็นคนที่ฉีกหน้ากากของตนออกทีละชั้น เผยให้เห็นหัวใจอันสกปรกเน่าเฟะภายใน
เกมนี้มีสามฉากจบ
ฉากแรก ชายคนนั้นได้เจอไดอารี่และยาที่หายไป เขาตื่นขึ้นมาเป็นครั้งที่ห้า แต่สุดท้ายก็กลืนยาลงไปอีกครั้ง เลือกใช้ชีวิตอยู่ในภาพฝันเป็นครั้งที่หก
ฉากที่สอง เป็นฉากที่จบด้วยดี เขาทำลายโทรศัพท์ด้วยมือตัวเอง หลุดพ้นจากภาพลวง และตัดสินใจเริ่มต้นชีวิตใหม่ ปรับปรุงนิสัย คืนดีกับพ่อแม่
ส่วนฉากสุดท้าย… จบแบบเลวร้าย เขาคลุ้มคลั่งเสียสติ กลายเป็นคนที่เห็นโทรศัพท์เป็นครอบครัวจริง ๆ และตายไปพร้อมกับมัน
ก่อนที่โทรศัพท์เครื่องนั้น… จะถูกเด็กที่ถูกกลั่นแกล้งเก็บไปใช้อีกครั้ง และเริ่มวงจรขึ้นมาใหม่