เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 10 ครอบครัวเพียงหนึ่งเดียว

บทที่ 10 ครอบครัวเพียงหนึ่งเดียว

บทที่ 10 ครอบครัวเพียงหนึ่งเดียว


โดยทั่วไปแล้ว คนธรรมดาเมื่อเผชิญกับสิ่งเหนือธรรมชาติก็มักจะหวาดกลัวจนสติแตก การตัดสินใจพลาดเพียงเสี้ยววินาทีก็อาจหมายถึงความตาย แต่เกาหมิงกลับเป็นอีกประเภทหนึ่ง เขาจะจินตนาการถึงสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด ลดระดับความคาดหวังลง ก่อนจะติดสินใจลงมือเสมอ

2409 ฟางชูฉี: “พี่หวังกับเสี่ยวชิวอาจจะไม่รอดแล้ว พวกเราต้องรีบรวมตัวกันถึงจะมีโอกาสรอดชีวิต และอีกเรื่อง ฉันหวังว่าครอบครัวของจ้าวซีจะออกมาอธิบายให้ชัด เพราะการที่จ้าวซีกลับมาที่ตึกนี้อีกครั้ง มันต้องเกี่ยวข้องกับพวกคุณแน่!”

2304 หลี่ลี่: “แม้ว่าจ้าวซีจะเป็นแค่ลูกบุญธรรมของครอบครัวเรา แต่เราก็ปฏิบัติต่อเขาเหมือนคนในครอบครัวจริง ๆ แล้วพวกคุณล่ะ! ปากเรียกเขาว่าพี่จ้าวอยู่ทุกวัน แต่ในใจกลับดูถูกเขา! ยังกล้าแต่งข่าวลือใส่ร้ายว่าฉันกับเขามีอะไรกันอีก คิดว่าฉันไม่รู้หรือยังไง! จ้าวซีถูกพวกคุณนั่นแหละผลักให้ไปตาย!”

ภาพวิดีโอของหลี่ลี่สั่นระรัว หญิงสาวที่อยู่ชั้นสามกำลังกลัวจนตัวสั่น เธออุ้มลูกแน่น เปิดประตูห้องนั่งเล่นออก

ศพอยู่ที่ชั้นสอง เธอไม่กล้าลงไป จึงเลือกจะวิ่งขึ้นแทน ตั้งใจจะหนีเข้าไปหลบในห้องของคนอื่นก่อน

แม่บุญธรรมของจ้าวซีตามมาทันที น้ำตาไหลรินไปตามรอยเหี่ยวย่น ตะกร้าที่คล้องแขนยังเต็มไปด้วยกระดาษเงินกระดาษทอง

"ทำไมแม่ต้องพกของพวกนี้มาด้วย หรือเป็นแม่ที่เรียกเขากลับมา!" หลี่หลี่ดุดาแม่สามีตัวเอง แต่ในเวลานั้นเสียงกระดูกขยับดังลอดขึ้นมาจากทางบันไดราวกับมีบางอย่างกำลังตะกายขึ้นมา หลี่ลี่กรีดร้องสุดเสียง ไม่สนใจหญิงชราอีกต่อไป ไม่สนแม้แต่วิดีโอ เธอหันหลังวิ่งหนีสุดชีวิต

ภาพวิดีโอเริ่มสั่นรัวจนมองไม่เห็นอะไรชัด

2409 ฟางชูฉี: “หลี่ลี่ เธอจะไม่สนใจแม่สามีตัวเองเลยหรือไง?”

2501 หวงหมิงหมิง: “หรือเราจะหนีกันขึ้นไปชั้นดาดฟ้าดี อยู่รวมกันคิดหาทางออก อย่างน้อยก็ดีกว่าอยู่คนเดียว มันไม่ปลอดภัยแน่ ๆ”

2607 เจียฉี: “ไม่ได้! หนีขึ้นไปข้างบนก็ไม่ใช่ทางออก สุดท้ายศพนั่นก็ต้องหาพวกเราจนเจออยู่ดี!”

2707 เหยาเยวี่ยน: “ห้องฉันอยู่ไกลจากบันไดที่สุด มากันที่บ้านฉันก่อนเถอะ”

2409 ฟางชูฉี: “อาจารย์เหยา? คุณ… คุณหายป่วยแล้วเหรอ?”

เมื่อเห็นเหยาเยวี่ยนพูดออกมาในวิดีโอ ฟางชูฉีกับเพื่อนบ้านอีกหลายคนต่างตกตะลึง เหยาเยวี่ยนอายุเจ็ดสิบกว่าปี เป็นอดีตครูโรงเรียนตำรวจ เชี่ยวชาญการจับกุมและป้องกันการล้วงกระเป๋า รู้เรื่องกลโกงสารพัด แถมยังร่างกายแข็งแรงมาก แต่เมื่อสองปีก่อนเขาถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคร้ายแรง ทุกคนในอพาร์ตเมนต์ลี่จิ่งต่างรู้ดี ชายผู้เคยกำยำกลับซูบผอมจนจำไม่ได้ ต้องนั่งรถเข็น พูดไม่ได้ และแทบจะกินอาหารเองไม่ได้

“ฉัน...” ชายชราขยับริมฝีปาก แค่นยิ้มเศร้า “ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ สามเดือนก่อนฉันเลิกการรักษา รอความตายอยู่ที่บ้าน ลุกจากเตียงแทบไม่ได้ แต่คืนนี้...จู่ ๆ ฉันก็รู้สึกว่าร่างกายกลับมาดีเหมือนเดิม ไม่มีความเจ็บปวดเลย แข็งแรงเหมือนตอนหนุ่ม ๆ”

เมื่อเห็นว่าทุกคนยังไม่เชื่อ ชายชราก็ถอดเสื้อให้ดูตรง ๆ ผิวของเขาซีดขาวราวคนตาย ไม่มีเลือดฝาด และเส้นเลือดดำสีดำพาดโป่งขึ้นทั่วหน้าอกและท้อง ราวกับมันกำลังจะระเบิดออกมา “ฉันไม่รู้จริง ๆ ว่าทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ แต่ฉันรู้ว่าฉันยังคงเป็นฉัน”

ในวิดีโอเงียบสนิท ไม่มีใครพูด เพื่อนบ้านทุกคนต่างเผยสีหน้าหวาดกลัวและขยะแขยงอย่างห้ามไม่อยู่ สายตาพวกนั้นทำให้เหยาเยวี่ยนรู้สึกอึดอัด

เขาคลุมเสื้อกลับ ขณะที่ผ่านเรื่องราวมากมายในชีวิต เขารู้ดีว่าตอนนี้พูดอะไรไปก็ไม่มีใครเชื่ออีกแล้ว จึงไม่ได้เสนอให้ทุกคนมาหลบที่ห้องของตนอีก

แม้เพื่อนบ้านไม่เชื่อ แต่เกาหมิงกลับคิดต่าง เขาเคยเห็นพ่อแม่ที่ถูกแทนที่มาก่อน สิ่งมีชีวิตที่ไม่รู้จักเหล่านั้นสามารถแปลงร่างเป็นมนุษย์ได้อย่างแนบเนียน ไม่ทิ้งร่องรอยผิดแปลกให้เห็นเลย

“จากข้อมูลที่อยู่ด้านหลังรูปถ่ายขาวดำ คนใกล้ตายก็สามารถเข้าสู่เกมได้ อาจารย์เหยา...อาจจะเป็นคนประเภทนั้นก็ได้?”

เพื่อนบ้านทุกคนในวิดีโอดูเหมือนมีบางอย่างไม่ชอบมาพากล แต่กลับกัน คนที่ดูผิดปกติมากที่สุดอย่างเหยาเยวี่ยน กลับเป็นคนที่ทำให้เกาหมิงรู้สึกไว้วางใจ

“ถ้ามีผีแฝงอยู่ในเพื่อนบ้านที่ดูปกติ มันคงจะพยายามบิดเบือนความจริง แล้วชักนำให้มนุษย์ฆ่ากันเอง...”

เกาหมิงจับลูกบิดประตู ตั้งใจจะออกจากห้องของจ้าวซี เพื่อไปหาเหยาเยวี่ยนด้วยตัวเอง แต่พอเปิดประตูออกแง้มไว้เพียงเล็กน้อย ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเร่งร้อนดังขึ้น ดูเหมือนหลี่ลี่ที่อุ้มลูกอยู่เพิ่งวิ่งผ่านมาจากชั้นห้า

‘ควรจะจับแม่ลูกคู่นี้มัดไว้ไหม?’ เกาหมิงพิงหลังกับประตู ‘นั่นอาจเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการตรวจสอบตัวตนของเพื่อนบ้าน…’

เขาลังเลอยู่เพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะตัดสินใจลงมือ เพราะโอกาสที่แม่ลูกคู่นี้แยกจากคนอื่นนั้นหาได้ยากนัก

วิดีโอคอลกลุ่มช่วยให้เกาหมิงรู้สถานการณ์ของเพื่อนบ้านได้ก็จริง แต่ขณะเดียวกันก็ทำให้พวกเขาจับตาดูเขาด้วย สิ่งที่จะทำต่อจากนี้...ไม่ควรให้ใครเห็น

เกาหมิงใช้มือปิดกล้องมือถือ แล้วผลักประตูออกจากห้องนั่งเล่น ก้าวเข้าสู่ทางเดิน

เขาวิ่งตามไปอย่างรวดเร็ว แต่ที่น่าประหลาดใจก็คือ เขาไม่พบสองแม่ลูก แม้ว่าจะขึ้นไปถึงชั้นที่เจ็ดแล้วก็ตาม

'มีบางอย่างผิดปกติ หลี่หลี่กำลังอุ้มเด็กไปด้วยไม่ว่าเธอจะเร็วแค่ไหน แต่ไม่มีทางที่เราจะไล่ตามไม่ทัน!'

กลิ่นเหม็นเน่าจาง ๆ ลอยอบอวลอยู่ในอากาศ เขายื่นหัวออกไปมองด้านล่าง ทุกชั้นที่อยู่ข้างใต้มืดสนิทและไร้ชีวิตชีวา ชวนให้นึกถึงฉากการตายของจ้าวซี

‘หรือว่าพวกเขาทั้งหมด… เป็นผีจริง ๆ กันแน่?’

เสียงทะเลาะกันดังลอดออกมาจากมือถือ เกาหมิงรีบหรี่เสียงลง แล้วซ่อนตัวอยู่ตรงมุมกำแพง

2409 ฟางชูฉี: “ฉันออกไปไม่ได้! จ้าวซีอยู่หน้าประตูห้องฉัน มันกลับมาแล้ว!”

ผู้พักอาศัยบนชั้นสี่ส่งวิดีโอลงในกลุ่มแชท เป็นภาพจากกล้องวงจรปิดที่หน้าประตูห้อง

ในภาพขาวดำ จ้าวซีที่แขนขาบิดเบี้ยวกำลังคลานอยู่บนขั้นบันได ใบหน้าของเขาถูกลากถูไปกับพื้น คอที่หักห้อยต่องแต่งอยู่บนไหล่

เหมือนจ้าวซีในคลิปจะรู้ว่ามีคนกำลังมอง เขาค่อย ๆ เงยหัวขึ้น ส่งยิ้มประหลาดให้กล้อง แล้วเริ่มโขกหัวใส่ประตูห้อง 2409 ทีแล้วทีเล่า

แค่เห็นผ่านหน้าจอ ก็ทำให้เพื่อนบ้านทุกคนรู้สึกเย็นไปทั้งตัว แล้วคนที่อยู่ในห้องอย่างฟางชูฉีคงยิ่งสยองหนักกว่าใคร

แขนที่ถือมือถือของเขาสั่นจนแทบหลุดมือ และเมื่อเสียงเคาะประตูดังขึ้นเป็นครั้งที่เก้า เขาก็กรีดร้องลั่นออกมา

ตามมาด้วยเสียงกระจกแตกดังสนั่น แล้ววิดีโอก็หมุน ก่อนที่ทุกคนจะได้ยินเสียงของบางอย่างตกกระแทกพื้นจากข้างล่างอีกครั้ง

ตุบ!

โทรศัพท์ที่ยังค้างอยู่ในมือคนตายค่อย ๆ หล่นลง กล้องจับภาพใบหน้าของฟางชูฉีที่แหลกเละราวกับถูกผลักตกจากชั้นสี่ ท่าทางการตายเหมือนจ้าวซีไม่มีผิด

ภาพในวิดีโอถูกย้อมด้วยเลือดแดงฉาน เกาหมิงสะดุ้งเฮือก เขาฝืนความรู้สึกคลื่นเหียน วิ่งไปจนถึงสุดระเบียงชั้นเจ็ด ทุบกระจกหน้าต่างที่ถูกปิดตาย แล้วชะโงกหน้ามองออกไปข้างนอก

“อย่างที่คิดไว้จริง ๆ...”

ในวิดีโอฟางซูฉีเสียชีวิตอย่างน่าอนาถที่ชั้นล่าง แต่เมื่อเกาหมิงมองลงไปกลับไม่พออะไร พบเพียงลอยคราบเลือดเก่าที่ทางเข้าอาคารเท่านั้น

เพื่อนบ้านพวกนั้น...เหมือนจะมีอยู่แค่ในวิดีโอเท่านั้น พวกมันเหมือนตั้งใจสร้างบรรยากาศหลอกให้หวาดกลัว

มีบางอย่างผิดปกติกับวิดีโอแชทและเพื่อนบ้าน โทรศัพท์มือถือที่จ้าวซีทิ้งไว้ห้องอาจเป็นกลอุบายของผี!

เส้นเลือดที่หน้าผากของเกาหมิงปูดขึ้น หากเขาไม่สามารถเคลียร์เกมนี้ให้เร็วที่สุด ผลลัพธ์ของเขาคงจะยิ่งเลวร้ายกว่าฟางชูฉีนับสิบเท่า

ในความเป็นจริง ไม่มีทางที่มือถือของจ้าวซีจะถูกวางทิ้งไว้เฉย ๆ แบบนั้น หลังจากเขาฆ่าตัวตาย แม่บุญธรรมกับน้องสะใภ้หน้าเลือดของเขาน่าจะพยายามฮุบเงินทั้งหมดของจ้าวซี ดูจากห้องที่เซวียนเหวินเช่าไว้ ตอนนี้เหลือแค่เฟอร์นิเจอร์เก่า ๆ แสดงว่าของมีค่าทุกชิ้นถูกนำไปหมดแล้ว

เกาหมิงก้มมองมือถือของคนตายในมือ เขาใช้ฝ่ามือปิดกล้องไว้พลางครุ่นคิด แล้วนึกถึงเกมที่เขาเคยช่วยเว่ยต้าโย่วออกแบบไว้เมื่อหลายปีก่อน

ครอบครัวเพียงหนึ่งเดียว

พระเอกของเกมคือชายวัยกลางคนที่ชีวิตล้มเหลว แต่เขามีภรรยาที่อ่อนโยนสวยงาม ลูกสาวที่ฉลาดน่ารัก และพ่อแม่ที่รักเขาอย่างสุดหัวใจ เขามักจะวิดีโอคอลคุยกับครอบครัวอยู่เสมอ ทุกอย่างในชีวิตของเขาล้วนผูกอยู่กับโทรศัพท์เครื่องนั้น

จนกระทั่งวันหนึ่ง เขาเห็นหญิงคนหนึ่งบนท้องถนนที่หน้าตาเหมือนภรรยา เขารีบเข้าไปกอด แต่หญิงคนนั้นกลับถอยหนีไปซบในอ้อมแขนชายคนอื่น

จากนั้นผู้เล่นจะมองผ่านสายตาของชายคนนั้น เริ่มสืบหาความจริง และสุดท้ายก็พบว่าทุกสิ่งที่เขามีอยู่ ล้วนเป็นภาพลวงที่สร้างขึ้นโดยโทรศัพท์มือถือ

ชีวิตของเขาเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง และมืดหม่น เขาเพ้อฝันว่าภรรยาและลูกของคนอื่นเป็นของตัวเอง ทั้งที่พ่อแม่แท้ ๆ ของเขาก็ตัดขาดจากกันไปแล้ว

ครอบครัวเพียงหนึ่งเดียวที่เขามี...ก็คือโทรศัพท์มือถือเครื่องเก่าเท่านั้น

แท้จริงแล้ว เขาคือตัวร้ายที่สุดในเรื่องเอง เป็นคนที่ฉีกหน้ากากของตนออกทีละชั้น เผยให้เห็นหัวใจอันสกปรกเน่าเฟะภายใน

เกมนี้มีสามฉากจบ

ฉากแรก ชายคนนั้นได้เจอไดอารี่และยาที่หายไป เขาตื่นขึ้นมาเป็นครั้งที่ห้า แต่สุดท้ายก็กลืนยาลงไปอีกครั้ง เลือกใช้ชีวิตอยู่ในภาพฝันเป็นครั้งที่หก

ฉากที่สอง เป็นฉากที่จบด้วยดี เขาทำลายโทรศัพท์ด้วยมือตัวเอง หลุดพ้นจากภาพลวง และตัดสินใจเริ่มต้นชีวิตใหม่ ปรับปรุงนิสัย คืนดีกับพ่อแม่

ส่วนฉากสุดท้าย… จบแบบเลวร้าย เขาคลุ้มคลั่งเสียสติ กลายเป็นคนที่เห็นโทรศัพท์เป็นครอบครัวจริง ๆ และตายไปพร้อมกับมัน

ก่อนที่โทรศัพท์เครื่องนั้น… จะถูกเด็กที่ถูกกลั่นแกล้งเก็บไปใช้อีกครั้ง และเริ่มวงจรขึ้นมาใหม่

จบบทที่ บทที่ 10 ครอบครัวเพียงหนึ่งเดียว

คัดลอกลิงก์แล้ว