- หน้าแรก
- ผมเป็นนักออกแบบ เกมสยองขวัญ
- บทที่ 5 แด่ความรักที่เราทุกคนล้วนต้องตายจาก
บทที่ 5 แด่ความรักที่เราทุกคนล้วนต้องตายจาก
บทที่ 5 แด่ความรักที่เราทุกคนล้วนต้องตายจาก
ในฐานะนักบำบัดทางจิตของเรือนจำความปลอดภัยสูงสุดเหิงซาน เกาหมิงต้องแบกรับแรงกดดันจากงานมากเป็นพิเศษ การสร้างเกมจึงเป็นหนทางระบายอย่างหนึ่ง เขามักนำเรื่องราวน่าหวาดหวั่นที่ได้เห็น ได้ยิน หรือแม้แต่จินตนาการขึ้นเอง มาผสมเข้าไว้ในเกม เพื่อแบ่งปันความไม่สบายใจและความกลัวให้ผู้เล่นได้สัมผัสร่วมกัน ในแง่นี้ เขาก็ถือว่าใจกว้างไม่น้อย
เมื่อก่อนความฝันสูงสุดของเขาคือคือการเปลี่ยนความคิดทั้งหมดในหัวให้กลายเป็นเกม ให้ผู้เล่นทั่วโลกได้สัมผัสเสน่ห์ของความระทึกขวัญแบบจีน…
การได้เห็นความฝันกลายเป็นความจริงควรเป็นเรื่องน่ายินดี แต่เกาหมิงไม่เคยคาดคิดเลยว่า ความฝันของเขาจะเกิดขึ้นจริงในลักษณะตรงไปตรงมาเช่นนี้
เขาอุ้มกล่องกระดาษที่ใส่แบบร่างเกมเต็มกล่องเข้าไปในห้องน้ำ ก่อนจะหยิบไฟแช็กออกมา
เปลวไฟลุกโชนเผาผลาญสิ่งที่เคยเป็นผลลัพธ์ของความทุ่มเทในอดีตทั้งหมด ในช่วงเวลาที่เจ็บปวดนี้ เกาหมิงจุดบุหรี่ด้วยไฟที่เกิดจากความฝันของตัวเองอย่างเงียบๆ
หลังจัดการเถ้าถ่าน เขากลับไปที่ห้องทำงาน โดยหวังว่าผู้จัดการกู้จะยอมช่วยลบไฟล์ที่เก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ของสตูดิโอทั้งหมด
ไฟล์เกมที่ยังไม่ได้หานักลงทุนมาสนับสนุนถูกลบออกไปได้อย่างราบรื่น แต่บางเกมที่ผลิตเสร็จแล้วกลับไม่ง่ายเช่นนั้น
หนึ่งในนั้นคือเกมแนวรักที่สตูดิโอเย่เติงเพิ่งประชุมคุยกันในเช้าวันนี้
ชื่อของเกมคือ แด่ความรักที่เราทุกคนล้วนต้องตายจาก เป็นโปรเจกต์ที่ผู้จัดการกู้ใช้เส้นสายและความพยายามอย่างมากกว่าจะคว้ามาได้อย่างยากลำบาก
เขาให้ความสำคัญกับเกมนี้อย่างยิ่ง มองว่ามันคือก้าวสำคัญในการเปลี่ยนแปลงของสตูดิโอ
“เกาหมิง เกมอื่นลบไปเถอะ แต่เกมรักนี่ลบไม่ได้จริง ๆ” ผู้จัดการกู้วางแก้วน้ำอุ่นลง พลางพูดด้วยสีหน้าหนักใจ “สตูดิโอของเราขึ้นอยู่กับเกมนี้ เราร่วมงานด้วยกันมาตั้งหลายปี คุณคงไม่อยากเห็นพวกเราทุกคนตกงานใช่ไหม
ฉันเองก็อายุก็สี่สิบกว่าแล้ว มีทั้งพ่อแม่ต้องดูแล มีลูกที่ต้องเลี้ยงดู แถมยังเซ็นสัญญากับนักลงทุนไปแล้ว ถ้าเกมนี้ทำไม่สำเร็จ ฉันกับครอบครัวก็คงต้องไปนอนข้างถนนกันหมดแน่”
เกาหมิงเข้าใจความรู้สึกของผู้จัดการกู้ดี
แต่เขาก็ยังส่ายหน้าอยู่ดี
เพราะตอนนี้ผู้จัดการกู้แค่เซ็นสัญญาทางธุรกิจ
แต่ถ้าเกมนี้ถูกทำออกมาจริง ๆ ทั้งบริษัทก็เท่ากับเซ็นสัญญาเดิมพันชีวิตกับยมบาลเข้าให้แล้ว
เกมอื่นอาจต้องการแค่เงินจากผู้เล่น แต่เกมของเขาต้องการชีวิตของทั้งผู้เล่นและผู้สร้าง ไม่มีใครหนีพ้นไปได้
“งั้นเอาแบบนี้ก็แล้วกัน” เกาหมิงเปิดหน้าเอกสารบนคอมขึ้นมา “ส่วนใหญ่เกมนี้เป็นฝีมือการออกแบบของต้าโย่ว ส่วนผมช่วยเสนอแนวคิดคดีฆาตกรรมบางส่วน ในเส้นเรื่องความรักเก้าสาย มีแปดสายที่ไม่ต้องแก้ไข แต่เส้นสุดท้ายที่ผมมีส่วนร่วม ต้องลบทิ้งทั้งหมด”
แด่ความรักที่เราทุกคนล้วนต้องตายจาก เป็นเกมที่เล่าถึงเรื่องราวของชายหนุ่มเก็บตัวคนหนึ่ง ที่ค่อย ๆ พลิกชะตาตัวเองและได้พบหญิงสาวเก้าคนในชีวิต มีทั้งเพื่อนสมัยเด็กที่ป่วยหนัก หัวหน้าสาวแสนเย็นชาที่ภายในกลับอ่อนโยน ไปจนถึงหญิงเจ้าเล่ห์อย่างหลี่ลวี่ซิน ฯลฯ
แปดเส้นเรื่องแรกทั้งหมดเป็นผลงานของเว่ยต้าโย่ว เพราะพนักงานในสตูดิโอเย่เติงทั้งหมดนับรวมกันยังมีประสบการณ์ด้านความรักไม่ถึงห้านิ้ว เนื้อเรื่องของเกมรักนี้จึงค่อนข้างธรรมดาอย่างน่าใจหาย
เกาหมิงเลยเสนอเพิ่มเส้นเรื่องที่เก้าเข้ามา
หญิงสาวชื่อ เซวียนเหวิน ฆาตกรต่อเนื่องที่มีปัญหาทางจิต
เธอเป็นผู้หญิงที่ทั้งฉลาดและอันตราย หลังจากความรักอันบริสุทธิ์ของเธอถูกทรยศ ความรักนั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นความหลงผิดและบิดเบี้ยวขั้นรุนแรง
เธอจะรู้เสมอว่าพระเอกอยู่ที่ไหน และคอยเฝ้ามองเขาทุกฝีก้าว
ด้วยการเพิ่มเส้นเรื่องนี้เข้าไป
ธรรมชาติของเกมจึงเปลี่ยนไปจากความโรแมนติกแสนธรรมดา กลายเป็นการผสมผสานระหว่างอาชญากรรมและความพิศวงที่น่าตื่นเต้น
เมื่อได้ยินว่าเกาหมิงเสนอให้ลบเส้นเรื่องที่เก้า ผู้จัดการกู้ถึงกับยิ้มออกทันที
“ไม่มีปัญหา! งั้นเราจะลบเส้นเรื่องนั้นออกทันที แล้วกลับมาทำเกมรักดี ๆ กันเถอะ!”
“ผมขอแนะนำอะไรบางอย่าง” เกาหมิงเตือน
“อย่าออกแบบเนื้อเรื่องตัวละครหญิงมากเกินไป แค่คนเดียวก็พอ แล้วให้เธอกับพระเอกแทบไม่มีปฏิสัมพันธ์กันเลย ขอแค่ทั้งคู่ได้มีชีวิตอยู่จนแก่เฒ่าก็พอแล้ว”
“ไม่มีปฏิสัมพันธ์ แล้วจะเรียกว่าเกมรักได้ยังไง?” เว่ยต้าโย่วถามอย่างงง ๆ
“ทุกวันนี้คนเขามองความรักแบบปล่อยวาง ไม่ยึดติด พระเอกไม่จำเป็นต้องสื่อสารกับใครเลยก็ได้” เกาหมิงตอบเรียบ ๆ
จากประสบการณ์โดยตรงแค่เกมครอบครัวธรรมดาที่เขาสร้างยังเกิดเรื่องได้ขนาดนั้น แล้วเกมที่มีเนื้อเรื่องที่ซับซ้อนกว่าจะทำให้เกิดเรื่องน่ากลัวได้มากขนาดไหน
ปลอดภัยไว้ก่อนดีที่สุด
“ก็ได้…” เว่ยต้าโย่วไม่แน่ใจว่าเกาหมิงพูดจริงหรือพูดเล่น แต่สำหรับเขา เส้นเรื่องที่เก้าต่างหากคือหัวใจหลักของเกม พอลบออกไป เกมก็หมดเสน่ห์ทันที
เขาเปิดคอมขึ้นมา เตรียมจะแก้ไขเนื้อหาในเส้นเรื่องที่เก้า แต่จู่ ๆ ประตูกระจกของสตูดิโอเย่เติงก็ถูกผลักเปิดออก
ราวกับรับรู้ถึงบางสิ่งได้ เจ้าแมวอ้วนประจำออฟฟิศที่ปกตินอนขี้เกียจทั้งวัน ร้องเสียงหลง กระโดดลงจากโต๊ะ แล้วหนีไปหลบหลังตู้หนังสือ ขนตั้งชันทั้งตัว
“ขอโทษจริง ๆ ค่ะ ฝนข้างนอกตกหนักมาก ฉันเรียกรถอยู่นานแต่ไม่มีคันไหนรับเลย”
เสียงหวานละมุนดังมาจากหน้าประตู แค่ได้ยินก็รู้สึกอบอุ่นอย่างน่าประหลาด
ทุกคนในห้องหันไปมองพร้อมกัน หญิงสาวคนหนึ่งยืนอยู่ตรงนั้น ไหล่เปียกชุ่มจากสายฝน เธอสวมเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวกับกระโปรงครึ่งตัว แต่กลับดูมีเสน่ห์เหลือเกินในความเรียบง่ายนั้น
เธอยิ้มบาง ๆ ท่าทางอ่อนโยนเป็นกันเอง เหมือนไม่รู้เลยว่าตัวเอง สวยมากแค่ไหน หรือบางที…รูปลักษณ์อันงดงามอาจเป็นเพียงส่วนที่เล็กน้อยที่สุดในตัวเธอ
“ไม่เป็นไร ช่วงนี้ฝนตกหนักกันทุกวัน เข้าใจได้” ผู้จัดการกู้โบกมือ พลางแนะนำให้เกาหมิงรู้จัก
“เธอชื่อเซวียนเหวิน เป็นนักออกแบบเกมมือใหม่ บังเอิญจังเลยนะ ชื่อเหมือนกับตัวละครที่คุณออกแบบไว้เลย”
ด้วยสภาพของสตูดิโอเย่เติงในตอนนี้ พวกเขาคงดึงดูดพนักงานฝีมือดีไม่ได้อีกแล้ว
เกาหมิงยืนนิ่งอยู่กับที่ มองหญิงสาวแปลกหน้าในระยะใกล้ เสื้อผ้าที่เธอสวมเรียบง่าย ทว่าความธรรมดานั้นกลับไม่อาจกลบกลิ่นอายบางอย่างที่แตกต่างจากคนทั่วไปได้
เกาหมิงซึ่งคุ้นชินกับการพบปะนักโทษประหารทุกวันรู้สึกได้ทันที นั่นคือความมั่นใจของผู้ล่า
“เซวียนเหวิน?”
“ค่ะ สวัสดีค่ะ”
“ฆาตกรโรคจิต?”
“เอ๊ะ?” เซวียนเหวินชะงักไปเล็กน้อย ผู้จัดการกู้รีบเข้ามากลบเกลื่อนหัวเราะ “อย่าพูดเล่นแบบนั้นสิ ฮ่าๆๆ”
ไม่ว่าจะเป็นพนักงานชายหรือหญิง ทุกคนต่างเข้าไปทักทายเธออย่างเป็นกันเอง มีเพียงเกาหมิง... กับแมวอ้วนเท่านั้นที่จงใจหลบอยู่ห่าง ๆ
ยืนอยู่มุมที่ไกลที่สุดจากเธอ เกาหมิงแอบหยิบโทรศัพท์ออกมาค้นหาในอินเทอร์เน็ต แต่ไม่มีข้อมูลใด ๆ เกี่ยวกับหญิงชื่อเซวียนเหวิน เขาจึงลองพิมพ์ชื่อหญิงสาวอีกหลายคนจากเกม
พอถึงชื่อหลี่ลวี่ซินผลการค้นหากลับปรากฏข่าวหลายรายการ
สองคืนก่อน หลี่ลวี่ซินเสียชีวิตอย่างลึกลับในคฤหาสน์ของแฟนหนุ่ม สาเหตุเบื้องต้นคาดว่าเป็นการฆ่าตัวตาย
“ชื่อซ้ำ? หรือว่า...” เกาหมิงเหลือบมองเซวียนเหวินอีกครั้ง ความรู้สึกบางอย่างบอกเขาว่าการปรากฏตัวของเธอในสตูดิโอเย่เติงครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
‘เธอ… คงไม่ได้มาหาเราหรอกนะ?’
จู่ ๆ เกาหมิงก็ขนลุกซู่ รีบคว้าแขนเว่ยต้าโย่วเร่งให้รีบลบไฟล์ทั้งหมดโดยเร็ว
เรื่องนี้สำคัญเกินกว่าจะประมาท เขาต้องเห็นกับตา ว่าทุกไฟล์ที่เคยสร้างถูกลบและแก้ไขจริง ๆ
ทั้งสองคนทำงานอยู่จนถึงบ่าย เกมทุกไฟล์และแนวคิดที่มาจากเกาหมิงถูกลบทิ้งทั้งหมด บางส่วนที่ลบไม่ได้ก็เริ่มถูกแก้ไขใหม่
มองดูเอกสารที่ว่างเปล่าบนหน้าจอ เกาหมิงรู้สึกโล่งใจขึ้นเล็กน้อย เขาถือแก้วน้ำร้อนออกจากห้องทำงาน
แมวอ้วนตัวนั้นเดินตามออกมาด้วย การเคลื่อนไหวอันรวดเร็วของมันขัดกับขนาดตัวโดยสิ้นเชิง
“แกก็รู้สึกว่ามีอันตรายเหมือนกันสินะ ฉลาดมากเจ้าเหมียว” เกาหมิงพูดพลางเดินไปยังมุมพักผ่อนส่วนรวม เขานั่งลงในที่เงียบ ๆ พร้อมลูบขนแมวไปพลางคิดไป
ผู้คนรอบข้างทยอยกลับ จนกระทั่งราวห้านาทีต่อมา แมวอ้วนข้างกายจู่ ๆ ก็แน่นิ่งอยู่บนโซฟา ราวรูปปั้น
เกาหมิงรู้ทันทีว่ามีบางอย่างผิดปกติ เขาลุกขึ้นโดยสัญชาตญาณ กลิ่นหอมบางอย่างลอยมากระทบจมูก จางแต่ชวนให้หลงใหลและอันตรายในเวลาเดียวกัน
เขาหันกลับไป และเห็นเซวียนเหวินยืนอยู่ข้างหลัง นิ้วเรียวของเธอวางเบา ๆ บนไหล่ของเขา แล้วค่อย ๆ ดันให้เขาชิดกำแพง
“สามี... คุณตั้งใจทำเป็นไม่รู้จักฉันเหรอ?”
เสียงนั้นอ่อนโยนจนน่าขนลุก เกาหมิงถึงกับตัวแข็งทื่อ ใบหน้าชา มือที่ถือแก้วกระดาษสั่นจนหลุดจากมือ น้ำร้อนหกกระเด็นใส่ทั้งสองคน
‘ส… สสามี?’ เกาหมิงตัวแนบติดกำแพง เส้นขนทั่วร่างลุกชัน เขาไม่เคยมีแฟนด้วยซ้ำ จะไปเป็นสามีของใครได้ยังไง ผู้หญิงตรงหน้านี้มีบางอย่างผิดปกติแน่นอน!
“คุณอยากลบทุกอย่างทิ้ง แต่ทุกอย่างมันเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่สามวันก่อนแล้วนะ ฝันร้ายที่คุณซ่อนไว้ทั้งหมด ได้กลายเป็นความจริงไปหมดแล้ว” เซวียนเหวินขยับเข้ามาใกล้อีกนิด รอยยิ้มของเธออ่อนโยน ทว่าดวงตากลับสะท้อนความหวาดหวั่นของเกาหมิง “คุณลืมไปแล้วเหรอ ว่าคืนนั้นในอุโมงค์...เกิดอะไรขึ้น?”
เสียงของเธอเบาจนแทบกระซิบ มีเพียงเขาและเธอเท่านั้นที่ได้ยิน
“ถ้าคุณอยากให้ฉันช่วยรื้อฟื้นความทรงจำล่ะก็ คืนนี้...แวะมาหาฉันที่ห้องฉันสิ”
เซวียนเหวินเอื้อมมือมาจัดปกเสื้อให้เกาหมิงอย่างแผ่วเบา ท่าทีของเธอช่างเหมือนภรรยาที่ดูแลสามีมานานหลายปี
“ไม่ต้องกลัวอันตรายหรอกนะ เพราะผู้หญิงพวกนั้น...” เธอกระซิบข้างหูเขา เสียงนุ่มราวสายลมแต่หนาวเย็นจนสั่นสะท้าน
“...พวกที่คิดจะแย่งคุณไปจากฉัน ฉันฆ่าพวกเธอไปหมดแล้ว”