เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3 เจียงซู่ฮั่น (จิ่วเจียง ซินลู่ หานไห่)

บทที่ 3 เจียงซู่ฮั่น (จิ่วเจียง ซินลู่ หานไห่)

บทที่ 3 เจียงซู่ฮั่น (จิ่วเจียง ซินลู่ หานไห่)


เกาหมิงนั่งอยู่ใต้แสงไฟกลางห้องนั่งเล่น เขากำลังเพ่งมองรูปถ่ายขาวดำสองใบอย่างตั้งใจ พยายามหาความเชื่อมโยงบางอย่างจากในนั้น

“คำว่า ‘บ้าน’ ที่ปรากฏในรูปถ่ายน่าจะหมายถึงโลกที่ ‘พ่อกับแม่?’ อาศัยอยู่”

“ในรูปแรกบอกว่าเราได้กลายเป็น ‘เจ้าบ้าน’ และถือกุญแจที่ใช้เปิดประตูบ้าน... คำว่า ‘กุญแจ’ ที่ว่าน่าจะไม่ใช่วัตถุ แต่เป็นความสามารถบางอย่าง อย่างเช่น เกมที่เราสร้างกลายเป็นความจริงขึ้นมา”

“พ่อกับแม่เหล่านั้นน่าจะเข้ามาในโลกความจริงผ่านเกมที่เรานสร้างขึ้น ส่วนร่างที่ปรากฏอาจไม่ใช่ตัวตนจริง ๆ แต่เป็นเพียงรูปลักษณ์ที่พวกมันใช้เมื่อมาถึงโลกนี้”

เกาหมิงเขียนคำว่า “พวกเขา” และ “พวกมัน” ลงในสมุด เขายังคงไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายเป็นอะไรกันแน่

ศีรษะเริ่มปวดหนึบ เขายกมือกดระหว่างคิ้วพลางพึมพำ “ความผิดปกติทั้งหมดที่เกิดขึ้น ต้องเกี่ยวข้องกับอุโมงค์นั่น… รอให้ฟ้าสว่างก่อน ต้องรีบกลับไปสำรวจอีกครั้ง อาจจะพบคำตอบที่เราต้องการ”

เมื่อหันกลับไปมองรูปถ่ายขาวดำใบที่สอง เพียงไม่กี่นาทีผ่านไป ใบหน้าของฉีเอียนในรูปกลับเปลี่ยนไป เขามีรอยแตกปรากฏขึ้นทั่วตัว สีหน้าก็เต็มไปด้วยความหวาดกลัวยิ่งขึ้น

“หรือว่าสติ... หรือวิญญาณของฉีเอียน ถูกดึงเข้าไปในโลกของนั้นแล้ว?”

“แค่ไม่ถึงสามนาที เขาก็ดูเหมือนกำลังจะถูกทรมานจนตาย... บ้านหลังนั้นคงน่ากลัวมากจริง ๆ”

เกาหมิงรีบเก็บรูปถ่ายทั้งสองใบแล้วโทรแจ้งตำรวจทันที เขาไม่อยากให้ฉีเอียนตายอยู่ในห้องตัวเอง

“สวัสดีครับ ผมจะโทรแจ้งเหตุ... ฆาตกรในคืนฝนพรำอยู่ในบ้านผมตอนนี้”

หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง เสียงของเจ้าหน้าที่รับสายก็เปลี่ยนเป็นตื่นตระหนกทันที “คุณถูกจับเป็นตัวประกันหรือเปล่าครับ? อย่าตกใจนะ แล้วก็อย่าทำอะไรที่อาจเป็นการยั่วยุคนร้าย เขายังอยู่ข้าง ๆ คุณใช่ไหมครับ? ลองให้เขาบอกความต้องการของเขามา ทางเราจะรีบตอบสนองให้ทันที และคุณไม่ต้องกลัวนะ ความปลอดภัยของคุณสำคัญที่สุด!”

เกาหมิงเหลือบมองฉีเอียนที่หัวแตก เลือดอาบหน้า โดนจับกรอกยา ถูกมัดมือมัดเท้าไว้ เขานิ่งคิดอยู่ชั่วอึดใจ "ผมว่าพวกคุณรีบมาดีกว่า ถ้ามาช้าไป ผมกลัวว่าเขาจะไม่ไหวแล้ว”

ระหว่างรอตำรวจมาถึง เกาหมิงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเสิร์ชข่าวในอินเทอร์เน็ต

ตามเหตุผลแล้ว รถบัสที่มีผู้โดยสารหายไปทั้งคัน ควรต้องมีข่าวออกมาแน่ ๆ ทว่าเขากลับไม่พบรายงานใดเลย

เมื่อค้นตารางเดินรถของคืนวันเทศกาลสารถจีนในเว็บไซต์ทางการ ผลที่แสดงคือ เนื่องจากฝนตกหนัก รถทุกคันในคืนนั้น “งดให้บริการทั้งหมด

“... แล้ววันนั้นเราขึ้นรถอะไรไป!?”

เกาหมิงทำงานเป็นนักบำบัดทางจิตให้กับเรือนจำความปลอดภัยสูงสุดเหิงซาน เขาเจอคนบ้าแปลก ๆ มานับไม่ถ้วน เพื่อไม่ให้จิตใจของตนเองถูกดึงเข้าไปในตรรกะอันวิปลาส เขามักจะบังคับตัวเองให้คงสติอยู่เสมอ ทว่าขณะนี้ เขากลับมีความคิดอีกแบบหนึ่งผุดขึ้นมาในใจ

โลกนี้... มีบางอย่างไม่ถูกต้อง

เมื่อมีเมล็ดแห่งความสงสัยก่อตัวขึ้น สิ่งรอบตัวทุกอย่างก็ดูแปลกประหลาดไปหมด เกาหมิงเปิดดูข่าวตลอดหลายวันที่ผ่านมาอย่างละเอียด

“เก้าจังหวัดบรรจบกันที่เมืองจิ่วเจียง เมืองอัจฉริยะแห่งศตวรรษซินลู่ และมหานครระดับนานาชาติหานไห่ มีความสงบเรียบร้อยสูง ประชาชนมีความสุข วัฒนธรรมรุ่งเรือง หลังการประเมินอย่างเป็นธรรม ทั้งสามเมืองได้รับคัดเลือกให้เป็น เมืองอารยธรรมต้นแบบของมนุษยชาติประจำปีนี้!

ส่งเสริมคุณธรรมความดีงาม และสร้างสังคมแห่งความเมตตา!  ต่อไปเชิญคุณซือถูอัน รองประธานสมาคมการกุศลเมืองหานไห่ กล่าวสุนทรพจน์...”

“ข่าวด่วนยามเช้า! เรือนจำความปลอดภัยสูงสุดเหิงซานเกิดเหตุจลาจล! ผู้ต้องขังหลายรายบาดเจ็บ! มีสามคนสูญหาย!”

“ข่าวด่วนยามเช้า! สวนสนุกรุ่นที่เก้าแห่งเดียวของเมืองจิ่วเจียงเกิดเพลิงไหม้ยามรุ่งสาง เพลิงไหม้รุนแรงจนสะท้อนสีแดงไปทั่วท้องฟ้า โชคดีไม่มีผู้บาดเจ็บ แต่สวนสนุกเสียหายหนัก จำเป็นต้องปิดปรับปรุงชั่วคราว!”

“ข่าวแทรกด่วน! ย่านเมืองเก่าของเมืองหานไห่เมื่อคืนนี้เกิดเหตุอาชญากรรมร้ายแรงหลายคดี ขอให้ประชาชนในพื้นที่ระมัดระวังขณะออกนอกบ้าน!”

เกาหมิงไล่อ่านทีละข่าวจนคิ้วขมวดแน่น เหตุการณ์ผิดปกติเกิดถี่ขึ้นเรื่อย ๆ... ในฟอรั่มลับกับสื่อส่วนตัวต่าง ๆ ก็โพสต์ข่าวลือกันให้วุ่น ไม่รู้ว่าเรื่องไหนจริงหรือเท็จ

ฝนกระหน่ำใส่กระจกหน้าต่าง เสียงไซเรนแหลมกรีดฝ่าความมืดมาแต่ไกล เสียงฝีเท้าหนักและเร่งรีบดังขึ้นจากทางเดิน ก่อนจะมีใครบางคนทุบประตูห้องอย่างแรง

“มาแล้วสินะ!”

เกาหมิงเปิดประตู เจ้าหน้าที่ตำรวจติดอาวุธหนักหลายคนกรูกันเข้ามาในห้องนั่งเล่น พวกเขาเห็นฉีเอียนที่ถูกมัดแน่นอยู่ตรงกลางห้องในแวบแรก และถึงกับชะงักไป เพราะวิธีมัดนั้นช่างเป็นมืออาชีพจนน่าประหลาดใจ

“คุณเป็นคนจัดการเขา?”

หลี่หลินยกมือสั่งลูกทีมตรวจทั่วห้อง แววตาเขามีทั้งความระแวงและฉงน ตลอดชีวิตราชการของเขา ยังไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนเลย…

“ฆาตกรโรคจิตที่ยังไม่ถูกเปิดเผยตัวตนมักจะน่ากลัวที่สุด เพราะคนรอบตัวคุณ... อาจเป็นใครก็ได้” เกาหมิงกล่าวพลางรินน้ำร้อนใส่แก้ว “แต่เมื่อรู้แน่ชัดว่าใครคือฆาตกรแล้ว เขาก็ไม่ต่างอะไรจากสัตว์ร้ายที่ป่วยทางจิตก็เท่านั้นเอง”

“ผมเกาหมิง อดีตนักบำบัดทางจิตในเรือนจำความปลอดภัยสูงสุดเหิงซานครับ”

“คุณกล้าหาญมาก แต่ผมไม่แนะนำให้เอาตัวเองไปเสี่ยง อะไรจะเกิดขึ้นบ้างยังไม่รู้ ก่อนฟ้าสาง อย่าเปิดประตูให้คนแปลกหน้าเด็ดขาด”

ฆาตกรในคืนฝนพรำถูกจับได้แล้ว ทว่าบนใบหน้าของหลี่หลินยังเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด ซึ่งทำให้เกาหมิงสังเกตได้ทันที

‘หรือว่าฆาตกรในคืนฝนพรำมีผู้สมรู้ร่วมคิด? ไม่น่าจะเป็นไปได้นะ ตามหลักจิตวิทยาอาชญากรรม คนประเภทนี้มักจะลงมือเพียงลำพัง’

“สามวันที่ผ่านมา ย่านท่าเรือในเมืองเก่าเกิดเหตุขึ้นหลายคดีติดต่อกัน สิ่งที่คุณเห็นจากข่าว... เป็นเพียงส่วนที่เปิดเผยได้เท่านั้น”

หลี่หลินหยุดพูดกลางคัน เพราะความจริงนั้นเลวร้ายกว่านั้นมาก  เมืองเก่าถูกปกคลุมด้วยบรรยากาศอันน่ากลัวต่อเนื่องสามวันเต็ม เกิดเหตุฆาตกรรมขึ้นต่อเนื่องไม่หยุด และแต่ละคดีก็มีสภาพศพสยดสยองเกินกว่าที่มนุษย์ควรทำได้

“ทั้งหมดเกิดขึ้นภายในสามวัน?” เกาหมิงทวนคำเสียงเรียบ  สามวันก่อนเป็นเวลาที่เขานั่งรถบัสเข้าสู่อุโมงค์พอดี และก็คือช่วงที่เหตุการณ์ประหลาดทั้งหลายเริ่มต้นขึ้น

“ให้แน่ใจว่าคุณอยู่จะอยู่แต่ในบ้านตอนกลางคืนและหลีกเลี่ยงอันตรายที่ไม่จำเป็น ดูแลตัวเองและคนที่คุณรักให้ดี” หลี่หลินพูดยังไม่ทันจบ เสียงฝีเท้าดังขึ้นจากทางเดิน มีชายคนหนึ่งวิ่งเข้ามา ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยแผลไหม้และรอยแผลเป็นที่บิดเบี้ยว ส่วนแขนซ้ายสวมเครื่องสื่อสารทรงวงแหวนสีดำไว้แน่น

เมื่อเห็นชายคนนั้น หลี่หลินขมวดคิ้วแน่นขึ้น แต่กลับไม่เข้าไปขัดขวาง ทั้งสองเหมือนมาจากคนละหน่วยงาน

ชายใบหน้าพิการไม่ทักทายใคร เขาเดินตรวจรอบห้องอย่างรวดเร็ว ก่อนมุ่งตรงไปทางห้องนอน แต่ทันทีที่ก้าวเข้าไป เครื่องสื่อสารสีดำบนแขนก็เกิดขัดข้อง เสียงไฟฟ้าสถิตดังซ่า ๆ

เขาพยายามปรับจูนอยู่พักหนึ่งแต่ไม่สำเร็จ แล้วรีบจากไปอย่างร้อนรน

“คนคนนั้นไม่ใช่พวกของคุณใช่ไหม? ทำไมถึงเข้ามาได้?” เกาหมิงถามขึ้น สีหน้าแฝงความระแวง เพราะชายคนนั้นดูเหมือนอาชญากรมากกว่าตำรวจเสียอีก

หลี่หลินส่ายหน้าเล็กน้อย ก่อนตอบเสียงเบา “เขามาจากเมืองหูซิน เป็น เจ้าหน้าที่สอบสวน... แต่ผมเองก็ไม่รู้แน่ชัดว่าเขามาสืบเรื่องอะไร”

“เจ้าหน้าที่สอบสวนงั้นเหรอ...” เกาหมิงพึมพำ เขาอยู่ในระบบราชทัณฑ์มานาน แต่ไม่เคยได้ยินคำนี้มาก่อน

หลี่หลินไม่ได้พูดอะไรต่อ พวกเขาออกมาจับคนมือเปล่า ไม่มีอุปกรณ์ช่วยชีวิต พอสอบถามเรื่องฉีเอียนจากเกาหมิงคร่าว ๆ ก็พากันออกจากห้องไป

เมื่อปิดประตูห้องนั่งเล่นลงอีกครั้ง เกาหมิงทรุดตัวนั่งบนโซฟา เหตุการณ์ที่ถาโถมมาทั้งหมดทำให้เขาไม่อาจข่มตาหลับได้เลย

“ไม่รู้ว่าฝนจะหยุดเมื่อไหร่...”

เสียงเข็มนาฬิกากระทบกันเบา ๆ ดังจากผนัง เขาหยิบรูปถ่ายขาวดำทั้งสองใบออกมาอีกครั้ง รอยแตกบนรูปของฉีเอียนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ชีวิตของเขาดูเหมือนกำลังจะถึงจุดจบ

“รูปถ่ายขาวดำพวกนี้... เหมือนเกมไพ่เลยนะ แค่เปลี่ยนจากไพ่ที่มีรูปคนตาย เป็นไพ่ที่ทำมาจากคนเป็น แล้วพวกปีศาจ... ก็คือผู้เล่น”

เขาจ้องรูปของตัวเองที่ยังเป็นภาพสี แล้วหัวเราะเบา ๆ “ถ้ามองในแง่ศิลป์ อย่างน้อยเราก็เป็น ‘การ์ดหายาก’ ล่ะมั้ง... แต่ในนิยาย พวกตัวเอกที่มีพ่อแม่เยอะ ๆ อย่างเรา มักไม่มีทางได้เป็นพระเอกหรอก”

….

หลี่หลินเดินออกมาจากอาคารสี่ ของอพาร์ตเมนต์ลี่จิ่ง เขาแหงนหน้ามองขึ้นไป เห็นเพียงห้องของเกาหมิงที่ยังมีแสงไฟส่องอยู่ ท่ามกลางตึกทั้งหลังที่มืดทึมอึมครึม

“เสี่ยวหลิว นายลองเช็กข้อมูลของนักบำบัดคนนั้นที เขาดูนิ่งเกินไป”

“ผมเช็กแล้วครับ เขาไม่ได้โกหกจริง ๆ เขาเป็นนักบำบัดทางจิตที่อายุน้อยที่สุดของเรือนจำความปลอดภัยสูงสุดเหิงซาน จบจากมหาวิทยาลัยแพทย์โดยตรง และยังเป็นจิตแพทย์ที่มีสิทธิ์สั่งจ่ายยาได้ด้วย แต่...”

ฝนกระเซ็นลงบนหน้าจอโทรศัพท์ของเสี่ยวหลิว “นักบำบัดของเรือนจำต้องตรวจสภาพจิตทุกเดือนเพื่อประเมินความมั่นคงทางอารมณ์ ผลตรวจครั้งล่าสุดของเขามีปัญหาครับ เหมือนระบบใส่ข้อมูลผิด”

“ผิดยังไง?”

“คะแนนความเสี่ยง... สูงเกินกว่าค่าที่เครื่องจะอ่านได้ครับ”

จบบทที่ บทที่ 3 เจียงซู่ฮั่น (จิ่วเจียง ซินลู่ หานไห่)

คัดลอกลิงก์แล้ว