เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 11 บุกจับชู้

ตอนที่ 11 บุกจับชู้

ตอนที่ 11 บุกจับชู้


ท้องถนนเนืองแน่นไปด้วยผู้คน หนิงเฉิงเซียวเกรงว่าหนิงซางซางจะถูกเบียดเสียด จึงเอ่ยขึ้นว่า "ซางซาง พวกเราไปเดินเล่นริมแม่น้ำกันเถอะ"

บนถนนคนพลุกพล่านเกินไปจริงๆ ทั้งยังคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นแป้งเครื่องหอมสารพัดชนิด หนิงซางซางเองก็ไม่อยากจะเดินเบียดเสียดกับผู้คน จึงพยักหน้าตอบรับโดยไม่ลังเล "เจ้าค่ะ"

เมื่อทั้งสามเดินมาถึงริมแม่น้ำ ก็พบว่าที่นั่นมีผู้คนคึกคักไม่แพ้กัน หนุ่มสาวจับกลุ่มกันลอยโคมดอกบัว

"พี่หญิง อยากลอยโคมไหมขอรับ? เดี๋ยวข้าไปซื้อมาให้" หนิงฮุยหันมาถามหนิงซางซาง

หนิงซางซางส่ายหน้า "ไม่เอาล่ะ คนเยอะเกินไป พวกเรายืนดูเขาลอยโคมกันตรงนี้ดีกว่า"

หนิงฮุยกวาดตามองไปที่ริมน้ำ ผู้คนหนาแน่นจริงอย่างที่ว่า

หนิงเฉิงเซียวมองดูหนุ่มสาวที่กำลังลอยโคมริมแม่น้ำ พลันหวนนึกถึงเทศกาลชีซีในกาลก่อน ภาพความทรงจำตอนที่เขากับไป๋ซินโหรวร่วมลอยโคมด้วยกันผุดขึ้นมาในหัว...

ในขณะที่เขากำลังจมอยู่ในภวังค์ เสียงใสกังวานของน้องสาวก็ดังขึ้นขัดจังหวะ

"พี่รอง ดูตรงนั้นสิ มีเรื่องเซอร์ไพรส์ด้วยล่ะ"

หนิงเฉิงเซียวได้สติ รีบมองตามนิ้วของหนิงซางซางไป สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือคู่รักหนุ่มสาวที่กำลังอิงแอบแนบชิดกันลอยโคมอย่างมีความสุข ฝ่ายหญิงมองฝ่ายชายด้วยรอยยิ้มหวานหยาดเยิ้ม สายตาเปี่ยมล้นไปด้วยความรักใคร่ คู่รักคู่นั้นไม่ใช่ใครอื่น แต่คือไป๋ซินโหรวกับหลินซื่อเจี๋ย ใบหน้าของหนิงเฉิงเซียวเย็นเฉียบลงทันที เมื่อเช้านางเพิ่งจะพร่ำบอกว่ารักเขาปานจะขาดใจ แต่พอตกเย็นกลับมาพลอดรักกับหลินซื่อเจี๋ย เขาช่างตาบอดจริงๆ ที่เคยหลงรักผู้หญิงหลายใจพรรค์นี้

หนิงฮุยเองก็มองตามไปเช่นกัน เมื่อเห็นไป๋ซินโหรวกับหลินซื่อเจี๋ยโอบกอดคลอเคลียกันริมแม่น้ำ เขาก็เลิกคิ้วขึ้นแล้วแสร้งทำเป็นพูดแซวหนิงเฉิงเซียวด้วยน้ำเสียงไม่ยี่หระ "พี่รอง นั่นไม่ใช่แม่นางซินโหรวผู้จิตใจดีใสซื่อบริสุทธิ์ ยอดดวงใจของท่านหรอกหรือ? ไฉนถึงได้มาพลอดรักกับหลินซื่อเจี๋ยลับหลังท่านได้เล่า?"

"หุบปาก!" หนิงเฉิงเซียวตวาดเสียงเย็น

หนิงฮุยบ่นอุบอิบในลำคอแล้วรีบหุบปากฉับ เขาคิดว่าพี่รองคงจะเจ็บปวดรวดร้าวที่เห็นหญิงคนรักทรยศหักหลัง ทางที่ดีอย่าไปยั่วโมโหซ้ำเติมจะดีกว่า ขืนพี่รองโกรธจนเป็นลมล้มพับไป เขาคงต้องแบกกลับบ้านเป็นแน่

'พี่รอง เซอร์ไพรส์ไหมล่ะ? ความรักก็คือแสงสว่าง ที่สาดส่องจนหัวเขียวไปหมด!'

'โอ้ รู้ไหมว่าตอนนี้พี่รองดูเขียวไปทั้งตัว เหมือนเต่าขนเขียวไม่มีผิด'

หนิงซางซางเอ่ยแซวอย่างสนุกปากในใจ

หนิงฮุยกลั้นขำไม่ไหว มุมปากยกยิ้มขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่

หนิงเฉิงเซียว "..."

ทั้งน้องชายและน้องสาวของเขาช่างมีความสุขบนความทุกข์คนอื่นเสียจริง ไม่สนหรอกว่าเรื่องจะเลวร้ายแค่ไหน รู้จักแต่จะเหยียบย่ำซ้ำเติม ไม่คิดจะเอ่ยปากปลอบโยนจิตใจอันบอบช้ำของเขาบ้างเลย

หนิงเฉิงเซียวหมดอารมณ์จะเดินเที่ยวต่อเพราะเรื่องของไป๋ซินโหรว ส่วนหนิงซางซางกับหนิงฮุยเองก็เริ่มเบื่อความแออัดของผู้คน ทั้งสามจึงพากันกลับจวน

ตัดมาที่เฉินจื่อหาว เขาพาองครักษ์สองนายบุกไปยังบ้านเลขที่แปดสิบสาม ตรอกโยวหลาน ทางทิศตะวันออกของเมืองด้วยความเดือดดาล เขาสั่งให้องครักษ์ถีบประตูเข้าไปทันที แล้วเดินอาดๆ เข้าไปอย่างไม่เกรงกลัว ในใจลึกๆ ยังคงหวังว่าหนิงซางซางแค่พูดจาเพ้อเจ้อ พ่อผู้แสนดีของเขาไม่มีทางเลี้ยงเมียน้อยลับหลังแม่แน่นอน

ทว่าความหวังอันริบหรี่นั้นก็พังทลายลงในพริบตา ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าสู่ลานบ้าน เขาเห็นบิดากำลังพลอดรักกับหญิงงามนางหนึ่งอย่างใกล้ชิด ใบหน้าของเขาพลันมืดครึ้มลงทันที

"จื่อหาว... จะ เจ้ามาที่นี่ได้อย่างไร?" เฉินกั๋วกงเห็นบุตรชายโผล่มาก็หน้าถอดสี สายตารีบกวาดมองไปด้านหลังด้วยความหวาดระแวง เมื่อเห็นเพียงองครักษ์สองนายติดตามมา ไม่ใช่ภรรยาแม่เสือสาวของตน เฉินกั๋วกงก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก

"ผู้หญิงคนนี้เป็นใคร?" เฉินจื่อหาวตวาดถามเฉินกั๋วกงเสียงดังลั่น

เฉินกั๋วกงรู้สึกผิดและทำตัวไม่ถูกเมื่อถูกบุตรชายจับได้คาหนังคาเขา เขาเรรู้ดีว่าบุตรชายคนนี้อารมณ์ร้อนเพียงใด หากยอมรับไปตรงๆ ว่านี่คือเมียน้อย มีหวังบ้านแตกสาแหรกขาดแน่ จึงจำใจโกหกคำโตออกไป "จื่อหาว นี่คือญาติผู้น้องห่างๆ ของพ่อเอง นาง..."

"ท่านพ่อ ท่านแม่ เกิดอะไรขึ้นหรือเจ้าคะ?"

คำโกหกยังไม่ทันจบประโยค บุตรสาวที่จู่ๆ ก็ปรากฏตัวออกมาก็เอ่ยแทรกขึ้นเสียก่อน

ร่างกายของเฉินกั๋วกงแข็งทื่อเป็นหินทันที หากลูกชายจอมอารมณ์ร้ายรู้ว่าเขาไม่ใช่แค่เลี้ยงเมียน้อย แต่ลูกของเมียน้อยยังโตกว่าลูกชายคนนี้เสียอีก มีหวังได้ระเบิดลงเป็นแน่

ดวงตาของเฉินจื่อหาวแดงก่ำด้วยความโกรธจัดเมื่อเห็นคู่แฝดชายหญิงเดินออกมา

เขาเคยภาคภูมิใจในตัวบิดามาตลอด เชื่อว่าบิดาเป็นบุรุษที่ดีที่สุดในเมืองหลวง แต่ไม่นึกเลยว่าบิดาจะแอบเลี้ยงเมียน้อยไว้ลับหลังมารดามานานหลายปีขนาดนี้...

เฉินจื่อหาวสบถด่าด้วยความแค้นเคือง "เฉินกั๋วอัน ไอ้คนสารเลว! ท่านแอบเลี้ยงเมียน้อยลับหลังแม่ข้า แถมยังมีลูกโตจนป่านนี้!"

เขาประกาศก้องด้วยสีหน้าดุดัน "ข้าเฉินจื่อหาวไม่มีพ่อสารเลวเยี่ยงท่าน นับตั้งแต่วันนี้ไป ท่านไม่ใช่พ่อของข้าอีก!"

พูดจบเขาก็หันหลังเดินกระแทกเท้าออกไป แต่จู่ๆ ก็รู้สึกว่าแค่เดินหนีไปเฉยๆ มันไม่สาสมกับความโกรธในอก จึงหันไปสั่งองครักษ์สองคนที่ตามมาด้วยเสียงเกรี้ยวกราด "พัง! พังข้าวของในบ้านนี้ให้หมด อะไรพังได้พังให้ราบ พังมันให้หมด!"

"ขอรับ นายน้อย"

องครักษ์ทั้งสองรับคำสั่งแล้วเริ่มลงมือทำลายข้าวของอย่างบ้าคลั่ง

เฉินกั๋วกงได้แต่ยืนดูเงียบๆ ลูกชายตัวดีกำลังฟิวส์ขาด ขืนเขาเข้าไปห้ามตอนนี้ มีแต่จะราดน้ำมันเข้ากองเพลิง

"ท่านพี่ รีบห้ามพวกเขาเร็วเข้าสิเจ้าคะ!"

ฮูหยินหลี่ เมียน้อยร้องโวยวายด้วยความร้อนรน

แต่เฉินกั๋วกงยังคงนิ่งเงียบ ในหัวตอนนี้กำลังตื่นตระหนก คิดหาวิธีเกลี้ยกล่อมไม่ให้ลูกชายปากโป้งเอาเรื่องนี้ไปฟ้องภรรยาแม่เสือสาวที่บ้าน จะมีกะจิตกะใจที่ไหนไปห่วงข้าวของที่กำลังถูกทำลาย

ส่วนลูกๆ ของนางหลี่ รู้ดีว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าคือบุตรชายคนโตจากบ้านใหญ่ที่มีนิสัยร้ายกาจ จึงไม่กล้าเอ่ยปากแม้แต่ครึ่งคำ

ทั้งลานบ้านเงียบสงัด มีเพียงเสียงข้าวของแตกหักเสียหายและเสียงกรีดร้องด้วยความร้อนใจของนางหลี่เท่านั้น

หลังจากทำลายข้าวของทุกชิ้นในบ้านเมียน้อยจนพินาศย่อยยับ ความโกรธของเฉินจื่อหาวจึงค่อยทุเลาลงบ้าง

"เฉินกั๋วอัน ท่านเตรียมคำแก้ตัวไว้ตอบแม่ข้าให้ดีก็แล้วกัน"

เขาทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงเย็นชา ก่อนจะเดินจากไปพร้อมกับองครักษ์

"จื่อหาว เดี๋ยวลูก!" เฉินกั๋วกงรีบถลันเข้าไปขวางหน้าเฉินจื่อหาวไว้ด้วยความร้อนรน

"เห็นแก่ที่พ่อดีกับเจ้ามาตลอดหลายปีนี้ อย่าบอกเรื่องนี้กับแม่ของเจ้าได้หรือไม่?" เขาอ้อนวอนบุตรชาย

สถานะและตำแหน่งขุนนางที่เขามีทุกวันนี้ ล้วนได้มาเพราะบารมีจากตระกูลภรรยา หากภรรยาผู้ไม่ยอมให้มีเม็ดทรายในตาแม้แต่เม็ดเดียวรู้เรื่องนี้เข้า เขาไม่อยากจะคิดเลยว่าจุดจบจะเป็นเช่นไร

เฉินจื่อหาวปฏิเสธเสียงแข็ง "เรื่องสกปรกโสมมที่ท่านทำไว้ ข้าไม่มีวันปิดบังท่านแม่เด็ดขาด"

พูดจบ เขาก็เดินจากไปทันที

เฉินกั๋วกงเข่าอ่อนทรุดลงกองกับพื้น

จบสิ้นกันแล้ว!

การอาละวาดจับชู้ของเฉินจื่อหาวเอิกเกริกเกินไป เพื่อนบ้านละแวกนั้นต่างรับรู้กันทั่ว ผู้คนต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์อย่างสนุกปาก

วันรุ่งขึ้น ข่าวลือเรื่องเฉินกั๋วกง บุรุษผู้มีชื่อเสียงด้านคุณธรรมแห่งเมืองหลวง แอบเลี้ยงเมียน้อยจนมีลูกโตกว่าลูกชายคนเล็กของบ้านใหญ่ ก็แพร่สะพัดไปทั่วทั้งเมืองหลวง

จบบทที่ ตอนที่ 11 บุกจับชู้

คัดลอกลิงก์แล้ว