- หน้าแรก
- อัจฉริยะยุคไซไฟ เกิดใหม่ไฉไลกว่าเดิม
- บทที่ 26 - การปะทะ
บทที่ 26 - การปะทะ
บทที่ 26 - การปะทะ
บทที่ 26 - การปะทะ
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
ยังไม่ทันที่เจียงต้าฉิวจะพูดอะไร เสียงแค่นเสียงเยาะเย้ยก็ดังมาจากด้านข้าง
เซี่ยหลิงซินเงยหน้าขึ้น
เป็นไอ้หมอนั่นอีกแล้ว ไอ้คนที่ชอบมาหาเรื่องเขาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย
สุนัขล่าเนื้อ เสิ่นเวิ่น ที่เจียงต้าฉิวเคยพูดถึง
"แค่พนักงานชั่วคราวที่ใช้เส้นเข้ามา ยังหวังจะได้รับการบรรจุ?"
เสิ่นเวิ่นแสยะยิ้มเย็น
"หึ ฉันขอแนะนำไอ้พวกไม่เจียมกะลาหัวแบบนี้ว่า เป็นปลิงเกาะเขากินไปวันๆ อย่างสงบเสงี่ยมเจียมตัวจะดีกว่า"
"ชีวิตสุขสบายแบบนี้ไม่ได้ได้มาฟรีๆ แต่มันแลกมาด้วยชีวิตของคนอื่นนะ คุณชายน้อย"
เสิ่นเวิ่นถือเป็นตัวตึงประจำสำนักงานสิ่งแวดล้อม ส่วนเซี่ยหลิงซินช่วงนี้ก็เป็นที่จับตามองเพราะมี 'แบ็ค' เป็นจินซู่
สายตาคนทั้งโรงอาหารจึงพุ่งมารวมกันที่จุดนี้ทันที
เสิ่นเวิ่นไม่ได้เอ่ยชื่อแซ่ แต่สายตาจ้องเขม็งไปที่เซี่ยหลิงซินอย่างไม่ปิดบัง
เฮ้ย ขึ้นเลย!
เซี่ยหลิงซินตบตะเกียบลงบนโต๊ะดังปัง "กลิ่นเน่าอะไรลอยมาวะเนี่ย?"
"ลุงเจียง ลุงมีความรู้รอบตัวเยอะ ลุงเคยได้ยินชื่อผีชนิดหนึ่งที่เรียกว่า 'ซาบี้' มั้ยครับ?"
"หือ? ไม่เคยนะ"
เจียงต้าฉิวงง ส่ายหน้าดิก
"ไอ้ผีตัวนี้น่าสนใจมากครับ มันมีปากเดียว เอาไว้กินข้าวด้วย แล้วก็เอาไว้พ่นขี้ด้วย เรียกได้ว่าเป็นเครื่องผลิตปุ๋ยเคลื่อนที่ ชาวบ้านเขาเลยเรียกว่า 'ผีซาบี้' (ไอ้หน้าโง่)"
เขาไม่ใช่พวกยอมคนอยู่แล้ว
ตอนแรกกะว่าเพิ่งมาใหม่ จะหดหัวอยู่อย่างสงบเสงี่ยมเจียมตัวสักพัก
แต่คนมาหาเรื่องก่อนมันน่ารังเกียจ
มันปีนเกลียวขึ้นมาขี่คอขนาดนี้ถ้ายังทน ก็คงเป็นไอ้เต่าหัวหดแล้ว
พี่เซี่ยทำได้ทุกอย่าง ยกเว้นเป็นเต่าหัวหด!
"..."
โรงอาหารเงียบกริบไปชั่วขณะ
เสิ่นเวิ่นมีฉายาว่าสุนัขล่าเนื้อ นั่นคือเพื่อนร่วมงานไว้หน้าถึงเรียกแบบนั้น
แต่ลับหลัง จริงๆ แล้วหลายคนเรียกมันว่า 'หมาบ้า'!
ไอ้เด็กใหม่นี่กล้าด่ากราดต่อหน้ามันขนาดนี้เลยเหรอ?
มั่นใจในแบ็คตัวเอง หรือแค่เลือดวัยรุ่นมันร้อน?
เจียงต้าฉิวหน้ากระตุก ยิ้มแห้งๆ "เอ่อ... อันนี้... ลุงความรู้น้อย ไม่เคยได้ยินจริงๆ..."
ไอ้เด็กเวร หาเรื่องใส่ตัว อย่าทำเลือดกระเด็นโดนข้าสิวะ!
หน้าของเสิ่นเวิ่นแดงก่ำขึ้นมาทันที จ้องเซี่ยหลิงซินตาถลน "แก-ด่า-ใคร?"
เซี่ยหลิงซินลุกยืนขึ้น ยิงฟันใส่แบบไม่เกรงกลัว "ใครพ่นขี้ฉันก็ด่าคนนั้นแหละ!"
"ไอ้เด็กเวร!"
เสิ่นเวิ่นโกรธจัด กำหมัดแน่น
คนมุงเห็นท่าไม่ดี กลัวมันจะบุ่มบ่าม ก็มีคนรีบเข้ามาล็อคตัวมันไว้
ปกติแค่ด่ากันนิดหน่อยก็พอทน แต่ถ้าลงไม้ลงมือ กฎระเบียบของสำนักงานไม่ได้มีไว้ประดับ
อีกอย่างเสิ่นเวิ่นไอ้หมาบ้านี่เป็นถึงนักสู้ระดับ 2 ไอ้เด็กเส้นหน้าใหม่นี่คงรับหมัดมันไม่ไหว ถ้าตีจนเจ็บหนักขึ้นมา จะไปตอบคำถามจินซู่ยังไง
"เพื่อนร่วมงานกันทั้งนั้น อย่าให้เสียบรรยากาศเลยน่า ใจเย็นๆ กันหน่อย"
เจียงต้าฉิวก็กลัวเซี่ยหลิงซินจะโดนยำเละ รีบเอาตัวอ้วนๆ มาขวางไว้ จับตัวเด็กหนุ่มไว้แน่น
เสิ่นเวิ่นเป็นนักสู้ระดับ 2 ถ้าซัดกันจริงๆ ไอ้เด็กนี่เละเป็นโจ๊กแน่
"พวกนายทำอะไรกัน?"
ในขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียด เสียงไพเราะแต่เย็นเยียบก็ดังขึ้น
ทุกคนหนังหัวชาไปตามๆ กัน
พอหันกลับไปมอง ก็เห็นจินซู่ยืนอยู่ที่ประตูโรงอาหาร
เธอเดินเข้ามาด้วยขายาวเรียว เสียงส้นรองเท้ากระทบพื้นดังกึก กึก เหมือนเหยียบลงไปกลางใจคน
ทุกคนเงียบกริบเหมือนจั๊กจั่นหน้าหนาว
จินซู่เดินมายืนคั่นกลางระหว่างทั้งสองคน กวาดตามองเซี่ยหลิงซินแวบหนึ่ง
เจียงต้าฉิวเห็นท่าไม่ดี รีบยิ้มแหยๆ ไกล่เกลี่ย "หัวหน้าจิน ไม่มีอะไรครับ หนุ่มๆ เขาหยอกกันเล่น"
"คุณเล่ามา เกิดอะไรขึ้น?"
จินซู่ไม่สนใจคำแก้ตัว ชี้สุ่มไปที่คนมุงคนหนึ่ง
คนคนนั้นสบถในใจว่าซวยแล้ว แต่ก็ไม่กล้าชักช้า รีบเล่าเหตุการณ์เมื่อกี้ให้ฟังด้วยสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก
สีหน้าของจินซู่ไม่เปลี่ยน สายตาเบนไปหยุดที่เสิ่นเวิ่น "นายคิดว่าเขาจะไม่ได้บรรจุ?"
สายตาของเธอเรียบนิ่ง แต่กลับหนักอึ้งราวน้ำหนักพันชั่ง
แม้แต่คนมุงรอบๆ ยังรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง
"ใช่ครับ!"
เสิ่นเวิ่นเชิดหน้า หน้าแดงก่ำ
ดูเหมือนคนที่ไม่ยอมก้มหัวให้อำนาจมืด
แต่สายตาที่มองจินซู่นั้น กลับแฝงไปด้วยความคลั่งไคล้
เซี่ยหลิงซินสังเกตเห็น
สายตาแบบนั้นไม่ใช่ความรัก แต่มันเหมือน... ในหัวเขาแวบคำคำหนึ่งขึ้นมา: ติ่งสมองกลวง
ชัดเจน
เซี่ยหลิงซินเข้าใจแจ่มแจ้งแล้วว่าทำไมไอ้หมาบ้านี่ถึงจองล้างจองผลาญเขานัก
ซวยชะมัด!
พวกติ่งสมองกลวงนี่ พอเข้าไปยุ่งด้วยก็เหมือนเหยียบขี้นั่นแหละ!
จินซู่จ้องมองเสิ่นเวิ่นอย่างจริงจัง "ฉันบอกว่าเขาทำได้"
หน้าของเสิ่นเวิ่นแดงเถือกยิ่งกว่าเดิม
มือที่กำแน่นเริ่มสั่นระริก
เขากำลังพยายามอดกลั้นอย่างที่สุด
ไม่ใช่เพราะอะไร แต่เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่จินซู่พูดกับเขาเยอะขนาดนี้!
ถึงจะเป็นเรื่องของคนอื่น แต่นั่นไม่สำคัญ!
"นายไม่เชื่อ?"
เสิ่นเวิ่นกลืนน้ำลายเอือก สายตาลอกแลก
เขาไม่กล้าสบตาจินซู่
ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะเธอเจิดจรัสเกินไป
เขาตอบเสียงแหบพร่า "หัวหน้าจิน ผมเชื่อคุณ แต่ผมไม่เชื่อมัน!"
คนรอบข้างเริ่มซุบซิบ
ความหมายชัดเจนมาก
มีจินซู่อยู่ด้วย ไอ้เด็กใหม่นี่จะผ่านโปรมันง่ายนิดเดียว
ไม่ต้องทำอะไรเลย แค่ทำตัวสงบเสงี่ยมอยู่ให้ครบสามปี ก็ได้บรรจุเป็นพนักงานประจำแล้ว
"หนึ่งเดือน"
จินซู่พูดขึ้น
"หือ?"
ทั้งเสิ่นเวิ่นและไทยมุงต่างชะงัก ไม่เข้าใจว่าเธอหมายถึงอะไร
จินซู่พูดเรียบๆ "เขาจะได้บรรจุภายในหนึ่งเดือน"
ไทยมุง: "เฮ้ย!"
เสิ่นเวิ่นโพล่งออกมา "เป็นไปไม่ได้!"
"หนึ่งเดือน ถ้าเขาได้บรรจุ คุณโดนลงโทษทางวินัย"
จินซู่พูดจบ ก็มองหน้าเซี่ยหลิงซินและเสิ่นเวิ่นสลับกัน "มีใครคัดค้านมั้ย?"
เซี่ยหลิงซินส่ายหน้าดิก
เสิ่นเวิ่นดูเหมือนจะไม่กล้าสบตาจินซู่ตรงๆ ก้มหน้าตอบ "ครับ!"
จินซู่ไม่สนใจปฏิกิริยาคนอื่น หมุนตัวเดินจากไปทันที
สีหน้าเสิ่นเวิ่นเปลี่ยนไปมา สุดท้ายก็ตะโกนไล่หลัง "แล้วถ้ามันทำไม่ได้ล่ะครับ?"
"เขาทำได้"
จินซู่ทิ้งคำพูดเรียบๆ ไว้ แล้วเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามอง
เสิ่นเวิ่นมองตาค้าง
นี่แหละหัวหน้าจินในดวงใจของเขา...
สง่างาม เด็ดขาด พูดคำไหนคำนั้น...
เดี๋ยวนะ!
แล้วฉันล่ะ?
พอจินซู่เดินลับตาไป เขาถึงเพิ่งได้สติ
ไอ้เด็กนั่นได้บรรจุ เขาโดนลงโทษ
ถ้ามันไม่ได้บรรจุ ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น?
สรุปคือโลกนี้มีแค่เขาที่เจ็บปวดงั้นเหรอ?!
สุดท้ายเขาก็ได้แต่หันมาแค่นเสียงใส่เซี่ยหลิงซินอย่างดุดัน "ฉันจะคอยดู ว่าอีกหนึ่งเดือนแกจะผ่านโปรยังไง!"
พูดจบก็สะบัดแขนเสื้อเดินหนีไป
เซี่ยหลิงซินได้ทีขี่แพะไล่ เท้าเอวตะโกนไล่หลัง "ไอ้ผีซาบี้! ล้างครอรอไว้ได้เลย!"
"..."
เสิ่นเวิ่นชะงักฝีเท้าเล็กน้อย ก่อนจะรีบจ้ำอ้าวจากไป
"พอได้แล้ว! อย่าได้ใจให้มันมากนัก!"
เจียงต้าฉิวดึงตัวเซี่ยหลิงซินที่กำลังกระโดดโลดเต้นลงมา บ่นอย่างเอือมระอา
เขาส่ายหน้า "ไอ้หมอนั่นคงอกแตกตายแล้ว หัวหน้าจินออกโรงปกป้องเอ็งขนาดนี้ มันเจ็บกว่าโดนฆ่าซะอีก"
ถึงเมื่อกี้จินซู่จะตั้งเงื่อนไขที่ดูเป็นไปไม่ได้สำหรับเซี่ยหลิงซิน
แต่ใครๆ ก็ดูออกว่าจินซู่ตั้งใจปกป้องเด็กใหม่คนนี้ชัดๆ
ส่วนเรื่องผ่านโปรในหนึ่งเดือน?
ไม่มีใครเก็บมาใส่ใจหรอก
ก็แค่หัวหน้าจินสั่งสอนเสิ่นเวิ่นที่บังอาจมารังแกเด็กในสังกัดเธอเท่านั้นเอง
เงื่อนไขการผ่านโปรดูเหมือนไม่สูง แต่ก็ไม่ง่ายเลย
หนึ่งเดือน? พนักงานเก็บกวาดรุ่นเก๋ายังหาแต้มผลงานขนาดนั้นไม่ได้เลย
ทุกคนคิดว่าจินซู่คงมีแผนสำรอง หรือไม่ก็แค่พูดให้เรื่องมันจบๆ ไป
ถึงตอนนั้นต่อให้ทำไม่ได้ เห็นแก่หน้าเธอ ก็คงไม่มีใครกล้ายกเรื่องนี้มาพูดอีก
หรือจะให้ไล่ไอ้เด็กนี่ออกถ้าทำไม่ได้ในหนึ่งเดือน?
เป็นไปไม่ได้ สำนักงานไม่มีกฎนี้
พอไม่มีเรื่องสนุกให้ดูแล้ว ไทยมุงก็ทยอยแยกย้าย
งานในสำนักงานสิ่งแวดล้อมยุ่งจะตาย นานๆ ทีจะมีดราม่าให้ดูสักหน่อย ใครจะมีเวลามาสนใจเรื่องชาวบ้านนักหนา
เซี่ยหลิงซินเชิดหน้า "แหงล่ะ พี่สาวผมก็ต้องปกป้องผมสิ"
เจียงต้าฉิวกลอกตามองบน "อย่าเพิ่งหลงระเริงไป เท่าที่ลุงรู้จักหัวหน้าจินมา เธอพูดคำไหนคำนั้นเสมอ"
"เอ็งรีบไปหาวิธีผ่านโปรในหนึ่งเดือนให้ได้เถอะ ถ้าทำไม่ได้ เธอมีวิธีจัดการเอ็งแน่!"
เขายังคงเชื่อมั่นในตัวเซี่ยหลิงซิน
เพราะเขามั่นใจในวิชาเนตรสามวิถีของตัวเอง
เพียงแต่เขาจินตนาการไม่ออกเลยว่า เซี่ยหลิงซินจะเอาอะไรมาผ่านโปรในหนึ่งเดือน
ลำพังแค่สร้างเทพวิญญาณได้แล้วน่ะเหรอ?
ยังไม่พอหรอก
อัจฉริยะมีน้อย แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มี
ไม่ใช่ว่าอัจฉริยะทุกคนจะเข้าทำงานในสำนักงานสิ่งแวดล้อมได้
ไม่อย่างนั้นพวกตระกูลใหญ่คงยัดลูกหลานเข้ามากันให้ควั่กแล้ว
ในระบบราชการของพันธรัฐ วัดกันที่ผลงานเท่านั้น
สถิติการบรรจุงานเร็วที่สุดของสำนักงานคือสองเดือน แต่หมอนั่นถึงจะบอกว่าเป็นเด็กใหม่ แต่ความจริงคือสัตว์ประหลาดของแท้ แถมชาติตระกูลก็สูงส่งจนคนธรรมดาเอื้อมไม่ถึง
เอาตรรกะคนทั่วไปมาวัดไม่ได้
"ลุงเจียง คอยดูเถอะน่า"
"เอ็งจะไปไหน?"
"ไปหาพี่สาวผม!"
เซี่ยหลิงซินวิ่งปรู๊ดออกจากโรงอาหาร
"พี่สาว พี่สาว อยู่นั่นแหละ มีอะไรน่าอวดนักหนา..."
เจียงต้าฉิวเบะปาก กลับไปนั่งกินข้าวต่อ
คีบข้าวเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ รสชาติจืดชืดเหมือนเคี้ยวเทียน บ่นพึมพำแล้ววางตะเกียบลง "แม่ง เอ็งจะมาขิงใส่ข้าทำไมวะ? ไม่กงไม่กินมันละ!"
......
[จบแล้ว]