เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 25 - สารวิญญาณ

บทที่ 25 - สารวิญญาณ

บทที่ 25 - สารวิญญาณ


บทที่ 25 - สารวิญญาณ

✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿

ปรมาจารย์คัมภีร์นั้นมีน้อยยิ่งกว่าน้อย แถมสำนักงานสิ่งแวดล้อมเมืองเหลยโจวก็จ่ายค่าตอบแทนได้ไม่สูงนัก

ปรมาจารย์คัมภีร์ส่วนใหญ่ต่างก็เป็นแขกคนสำคัญของตระกูลใหญ่ งานล้นมือทำไม่ทัน ไม่มาสนเศษเงินเล็กน้อยจากภารกิจนี้หรอก

จนถึงตอนนี้ก็เลยยังไม่มีใครแก้ปริศนานี้ได้

ความจริงเขาพูดเรื่องนี้ขึ้นมาเพราะอารมณ์พาไปเนื่องจากมีคนในหน่วยงานเสียชีวิต ไม่ได้หวังว่าเซี่ยหลิงซินจะทำได้จริงๆ

เซี่ยหลิงซินพยักหน้า จู่ๆ ก็นึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ เลยถามว่า

"จริงสิลุงเจียง ลุงรู้เรื่องการเวนคืนที่ดินที่หมู่บ้านเหลยกงมั้ยครับ?"

"หมู่บ้านเหลยกง?"

เจียงต้าฉิวทำหน้างงอยู่ครู่หนึ่ง เหมือนกำลังนึกว่ามันคือที่ไหน

"อ๋อ เอ็งหมายถึงหมู่บ้านแออัดที่อยู่ไม่ไกลจากที่นี่น่ะเหรอ?"

"ใช่ครับๆ!"

"ทำไมรึ?"

เซี่ยหลิงซินตอบ "บ้านผมอยู่ที่หมู่บ้านเหลยกงครับ ได้ยินว่าเครือบริษัทสายฟ้ากำลังกว้านซื้อที่ดินแถวนั้น ผมเลยอยากสืบข่าวดูหน่อย เผื่อจะได้เอาไปต่อรองราคาได้"

ความจริงคือพอฟังเรื่องที่เจียงต้าฉิวพูด เขาก็ฉุกคิดขึ้นได้ว่า การที่เครือบริษัทสายฟ้ามาไล่ที่ชาวบ้าน ก็น่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่อง 'การยุบตัวของแดนตำนาน' ที่ลุงแกพูดถึงแน่ๆ

ไม่อย่างนั้น พื้นที่กันดารแบบนั้น เครือบริษัทสายฟ้าจะลงทุนลงแรงไปทำไม? แถมยังมาเจาะจงเอาช่วงหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้

เจียงต้าฉิวมองเขาด้วยสายตาแปลกๆ

บ้านเอ็งอยู่หมู่บ้านเหลยกง?

ไม่ใช่ว่ามีแบ็คดีหรอกเหรอ? ทำไมไปอยู่ในสลัมแบบนั้นได้?

เขาเริ่มรู้ตัวแล้วว่าสิ่งที่เขาคาดเดาเกี่ยวกับภูมิหลังของเซี่ยหลิงซินดูจะคลาดเคลื่อนไปหน่อย

แต่ถึงไอ้หนูคนนี้จะไม่มีเบื้องลึกเบื้องหลังอะไร ก็อาศัยแค่พรสวรรค์ระดับปีศาจกับปราณม่วงที่เข้มข้นจนน่ากลัวนั่น สักวันก็ต้องผงาดจนโลกตะลึงอยู่ดี

"ตระกูลเฉินคงได้ข่าวระแคะระคายอะไรมาแน่ๆ..."

เจียงต้าฉิวพึมพำ

เมื่อเห็นสายตาใฝ่รู้ของเซี่ยหลิงซิน เขาก็อธิบายว่า

"การยุบตัวของแดนตำนาน นอกจากจะนำมาซึ่งวิกฤตครั้งใหญ่แล้ว มันก็นำมาซึ่งผลประโยชน์มหาศาลเช่นกัน"

"หลังจากแดนตำนานยุบตัวและดับสูญ ความคิดคำนึงมหาศาลที่อัดแน่นอยู่ข้างในจะตกผลึกกลายเป็นสสารกึ่งจิตกึ่งวัตถุ เราเรียกมันว่า... แร่สารวิญญาณ!"

เซี่ยหลิงซินตาโต "แร่สารวิญญาณ? คือมุกสารวิญญาณเหรอครับ?"

เจียงต้าฉิวพยักหน้า "จะว่าอย่างนั้นก็ได้ มุกสารวิญญาณก็สกัดมาจากแร่สารวิญญาณนี่แหละ"

"ไม่พูดถึงพวกวาสนาปาฏิหาริย์ในแดนตำนานนะ พวกนั้นมันจับต้องยาก คนโบราณอาจจะแสวงหาความเป็นเซียน แต่ยุคนี้เทคโนโลยีก้าวหน้า วิถีการฝึกตนก็พัฒนาไปไกล วิธีการต่างๆ เหนือล้ำกว่าที่คนโบราณจินตนาการไว้เยอะ"

"ขอแค่มีเงิน แทบไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้"

"เมื่อเทียบกันแล้ว 'ซากศพ' ของแดนตำนานที่ยุบตัวลง ต่างหากคือขุมทรัพย์ที่ทำให้คนคลั่งได้อย่างแท้จริง"

"จากการประเมิน แดนตำนานแห่งนี้น่าจะเป็นระดับสิบทิศ ถ้าแดนตำนานระดับนี้กลายเป็นแร่สารวิญญาณ ปริมาณของมันน่าจะเพียงพอให้ผู้ฝึกตนทั้งเมืองเหลยโจวใช้ไปได้อีกสี่ห้าสิบปีเลยทีเดียว!"

"ตอนนี้ ขั้วอำนาจใหญ่ๆ ทั่วเมืองเหลยโจว ต่างกำลังบ้าคลั่งตามหาพิกัดที่แน่นอนของแดนตำนานระดับสิบทิศแห่งนี้"

"ตระกูลเฉินคงไปรู้อะไรดีๆ มา... แต่ก็ไม่น่าใช่ ถ้าพวกเขารู้พิกัดที่แน่นอน คงไม่เงียบเชียบขนาดนี้"

เขาส่ายหน้า ขมวดคิ้ว "ตระกูลเฉินนี่ยังไง แดนตำนานอยู่ที่ไหนยังไม่รู้แน่ชัด ก็กล้าทุ่มทุนขนาดนี้แล้วเหรอ?"

"การยุบตัวของแดนตำนานระดับสิบทิศ รัศมีผลกระทบกว้างก็จริง แต่ก็ไม่น่าจะเกินเขตอ่าวถงกู่ไปมากนัก"

"แร่สารวิญญาณจะต้องปรากฏขึ้นในเขตอ่าวถงกู่แน่ๆ ต่อให้ไม่ได้อยู่ในหมู่บ้านเหลยกง การที่พวกเขากว้านซื้อที่ดินแถวนั้นไว้ ก็มีแต่กำไรไม่มีขาดทุน"

"ซี๊ด~ ข้าควรจะไปหาซื้อบ้านแถวนั้นดักไว้สักหลังดีมั้ยเนี่ย? เผื่อฟลุ๊กรวยกับเขาบ้าง"

"เสี่ยวเซี่ย เอ็งมีช่องทางแนะนำบ้างมั้ย?"

เจียงต้าฉิวยิ่งพูดยิ่งตาลุกวาว

เซี่ยหลิงซิน "..."

แต่คำพูดของเจียงต้าฉิว ก็ทำให้เขามั่นใจในข้อสันนิษฐานของตัวเอง

ในเมื่อเป็นแบบนี้... บ้านหลังนั้นจะขายง่ายๆ ไม่ได้แล้ว

ไม่มีเหตุผลอื่น

เขาเป็นพวกหัวขบถ ไม่อยากเห็นคนที่ตัวเองเหม็นขี้หน้ามีความสุข

อะไรที่ตระกูลเฉินอยากทำ เขาก็ไม่อยากให้มันสำเร็จ

แต่... ใครใช้ให้ผู้หญิงคนนั้นอยากเกาะตระกูลเฉินกินนักล่ะ?

เดิมทีเขาไม่ได้รู้สึกอะไรกับตระกูลเฉินมากนัก

เรื่องที่แม่ของร่างเดิมลำเอียงหลอกเอาโอกาสของลูกไป เขาพอจะปล่อยวางได้

ความแค้นเรื่องทิ้งผัวทิ้งลูก เขาก็ไม่ได้อินขนาดนั้น

แต่ความทรงจำของร่างเดิมและความรู้สึกของตาแก่เซี่ย มันก็ส่งผลกระทบต่อเขาไม่น้อยเหมือนกัน

เจียงต้าฉิวเห็นเขานั่งเหม่อ ก็รีบโบกไม้โบกมือ "เสี่ยวเซี่ย ข้าก็แค่พูดเล่น เอ็งอย่าไปคิดจริงจังนะ"

แล้วก็เสริมอีกประโยค "ข้าหมายถึงเรื่องถอดรหัสเศษคัมภีร์นะ อย่าคิดมาก ส่วนเรื่องบ้าน เอ็งช่วยดูๆ ให้ข้าหน่อยนะ เอ็งเจ้าถิ่นนี่นา"

"...ได้ครับ เดี๋ยวผมดูให้"

เซี่ยหลิงซินหันหน้าหนี แอบเบะปากด้วยความหมั่นไส้

เขาคุยสัพเพเหระกับเจียงต้าฉิวไปพลาง ใช้เทพวิญญาณคัดลอกเศษคัมภีร์ในจินตนาการไปพลาง

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว

เซี่ยหลิงซินคอยมองเวลาอยู่ตลอด พอถึงเวลาปุ๊บ เขาก็ลุกพรวดขึ้นทันที

"ลุงเจียง ไป! ไปกินข้าวกัน!"

"...ไอ้เด็กนี่"

เจียงต้าฉิวส่ายหน้า แต่ก็ยอมลุกตามไป

ทั้งคู่เดินไปที่โรงอาหาร

"กินล้างกินผลาญจริงๆ... นี่เอ็งช่วยกินช้าๆ หน่อยได้มั้ย? ไม่มีใครแย่งเอ็งกินหรอกน่า"

เจียงต้าฉิวมองเซี่ยหลิงซินที่กอดชามข้าวพูนเหมือนภูเขาลูกย่อมๆ แล้วตักเข้าปากแบบตายอดตายอยาก เห็นแล้วแก้มกระตุกยิกๆ

"ลุงเจียง (หยางซู) แจ๊บๆ ผกอก็ช่วยไม่ได้ (ผงก้อช่วยม่ายด้าย)... แจ๊บๆ..."

เจียงต้าฉิวต้องประมวลผลอยู่พักใหญ่ กว่าจะฟังออกว่ามันพูดว่าอะไร

เห็นสภาพเคี้ยวไม่ทันกลืนของเด็กหนุ่มแล้ว เขาก็เผลอยืดคอทำท่ากลืนลำบากตามไปด้วย รู้สึกติดคอแทน

"นี่เอ็งเริ่มฝึกกายเนื้อแล้วเหรอ?"

เขาเองก็เป็นคนมีความรู้ มองออกว่าสภาพร่างกายของเซี่ยหลิงซินตอนนี้ไม่ปกติ

การฝึกตนโดยทั่วไปจะเริ่มจากจิตใจ การรวบรวมสมาธิควบคุมความคิดคือขั้นตอนแรก

หลังจากสร้างเทพวิญญาณได้แล้ว ถึงจะเริ่มฝึกฝนร่างกาย

แน่นอนว่ามีข้อยกเว้น สมัยก่อนการฝึกตนเริ่มจากร่างกายก่อน

แต่นี่คือเส้นทางที่ดีที่สุดที่บรรพชนลองผิดลองถูกมานับไม่ถ้วนจนตกผลึกมาถึงปัจจุบัน

"อื้อ แจ๊บ..."

เจียงต้าฉิวถอนหายใจด้วยความทึ่ง ไอ้เด็กนี่มันอัจฉริยะจริงๆ

ตามทฤษฎี ช่วงเวลาทองของการฝึกตนคืออายุ 16 ถึง 28 ปี

สองปีแรกฝึกจิต พออายุ 18 ร่างกายเจริญเติบโตเต็มที่ ถึงจะเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการฝึกกาย

แต่นั่นมันทฤษฎี คนที่สร้างเทพวิญญาณได้ภายในสองปีมีน้อยมาก ส่วนใหญ่เป็นลูกหลานตระกูลใหญ่ที่ปูพื้นฐานมาตั้งแต่เด็ก

ถึงอย่างนั้น ใครที่สร้างเทพวิญญาณได้ก่อนอายุ 20 ก็เรียกได้ว่าเป็นอัจฉริยะแล้ว

ไอ้หนูนี่เพิ่ง 17 เองใช่มั้ย?

ยังไม่ทันบรรลุนิติภาวะ ก็เริ่มฝึกกายแล้ว?

เจียงต้าฉิวอดถามไม่ได้ "เอ็งฝึกวิชาอะไร?"

"ท่าแบกขุนเขา"

เซี่ยหลิงซินยืดคอกลืนข้าวคำโตลงท้อง แล้วยัดเนื้อวัวชิ้นใหญ่ตามเข้าไปอีก

"ท่าแบกขุนเขาของสำนักหนานเหอบู๊ตึ๊ง?"

เจียงต้าฉิวแปลกใจ

"มิน่าเอ็งถึงรีบอยากได้มุกสารวิญญาณ แต่ว่านะ มุกสารวิญญาณมีประโยชน์สูงสุดในการหล่อเลี้ยงและเพิ่มพูนพลังแห่งตำนาน"

"ตอนนี้เอ็งยังไม่ได้สัมผัสแดนตำนานเลย เอามาใช้ตอนนี้เหมือนขี่ช้างจับตั๊กแตน แถมยังไม่คุ้มค่า สิ้นเปลืองเกินไป"

เซี่ยหลิงซินเคี้ยวตุ้ยๆ "ลุงเจียง พูดแบบนี้แสดงว่ามีของอย่างอื่นที่เหมาะกับผมกว่าเหรอ?"

"มีเยอะแยะ"

"พวกยาเม็ดฝึกกายแบบดั้งเดิม หรือพวกวิทยาศาสตร์พันธุกรรมที่กำลังฮิตช่วงนี้ ประสิทธิภาพในการฝึกร่างกายดีกว่ามุกสารวิญญาณเยอะ ตรงจุดกว่า แถมถูกกว่าด้วย"

"ของพวกนี้ รอเอ็งได้บรรจุเป็นพนักงานประจำแล้ว สำนักงานเรามีสวัสดิการช่วยอุดหนุน ด้วยพรสวรรค์ของเอ็ง ขยันหน่อย แป๊บเดียวก็ได้แล้ว อย่างมากก็ปีครึ่งปี"

เซี่ยหลิงซินหน้ามุ่ย "ต้องรอตั้งปีครึ่งปีเลยเหรอ? มีวิธีเร็วกว่านี้มั้ย?"

"เหอะ บางคนนี่ช่างไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำเอาซะเลย"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 25 - สารวิญญาณ

คัดลอกลิงก์แล้ว