เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 - เทพวิญญาณถือกำเนิด

บทที่ 7 - เทพวิญญาณถือกำเนิด

บทที่ 7 - เทพวิญญาณถือกำเนิด


บทที่ 7 - เทพวิญญาณถือกำเนิด

✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿

หม่าเฟยจากไปแล้ว โบกมือลาแบบไม่หันกลับมามองมาดพระเอกสุดๆ

เซี่ยหลิงซินรู้ดีว่าอีกฝ่ายจงใจคาบข่าวมาบอก

ดูท่าหม่าเฟยน่าจะมั่นใจกับข่าวนี้พอสมควร

ถึงเขากับหม่าเฟยจะไม่ได้เป็นเพื่อนตายถวายหัวกัน แต่เจ้าของร่างเดิมโตมากับหม่าเฟย ความสัมพันธ์ถือว่าแน่นแฟ้น

ไม่อย่างนั้นคงไม่กล้าทำเรื่องแอบพ่วงสายไฟจากบ้านตัวเองมาให้เขาชาร์จแบตโดยไม่บอกพ่อมันหรอก...

ความยุ่งยากของเรื่องนี้อยู่ที่ตาแก่เซี่ย

ตาแก่เซี่ยเป็นคนมีความทนงตัวแบบปัญญาชนนิดๆ แต่กลับขาดความเฉลียวฉลาดแบบปัญญาชน

ห้อง 1517 ตึก 86 คือเรือนหอของเขากับผู้หญิงคนนั้น

เกรงว่าจนถึงป่านนี้ เขาก็ยังคงคิดว่าสักวันผู้หญิงคนนั้นจะกลับมา

เขาเลยเฝ้ากอดบ้านหลังนี้ไว้ เพื่อรอคอยเธอ

ต่อให้ชีวิตยากลำบากแค่ไหน เขาก็ไม่เคยตัดใจขายบ้านทิ้ง

ถ้าเซี่ยหลิงซินไปบอกเรื่องรื้อถอนเวนคืนที่ดิน ตาแก่คงสติแตกแน่

ยิ่งผู้พัฒนาโครงการคือเครือบริษัทสายฟ้าด้วยแล้ว แค้นนี้คือแค้นแย่งลูกเมีย แขนของตาแก่เซี่ยคงไปงัดกับขาช้างอย่างตระกูลเฉินไม่ไหว แต่เรื่องเลือดสาดห้าก้าวแกทำได้แน่

ใช่แล้ว จนถึงตอนนี้ แกก็ยังไม่คิดว่าเป็นความผิดของผู้หญิงคนนั้น แต่ปักใจเชื่อว่าเป็นเพราะไอ้คนแซ่เฉินมันเลว

เรื่องพวกนี้ไม่ใช่ความลับอะไร หม่าเฟยมาบอกเขา ก็เพื่อให้เขาได้เตรียมตัวเตรียมใจไว้ก่อน

อย่าให้เรื่องดีกลายเป็นเรื่องร้าย

"เฮ้อ..."

เซี่ยหลิงซินถอนหายใจ

ยุ่งยากชะมัด...

ยังดีที่เขาไม่ใช่เด็กซื่อบื้อเจ้าของร่างเดิม ถ้าคุยไม่รู้เรื่องจริงๆ ถึงเวลาคงต้องทุบให้สลบแล้วมัดไว้ก่อน

...

หลังจากวิ่งงานมาทั้งวัน ช่วงหัวค่ำเซี่ยหลิงซินก็กลับมาถึงห้องพักที่ตึก 86

ยังคงไม่เห็นเงาตาแก่เซี่ย

เขาส่ายหน้า

ก็ดีเหมือนกัน ไม่มีใครกวน

จัดการข้าวกล่องมื้อเย็นจนเกลี้ยงอย่างรวดเร็ว แล้วก็เริ่มฝึกเพ่งจิตต่อ

0.11... 0.12...

ความคืบหน้าเชื่องช้าเหมือนเต่าคลาน

แต่เซี่ยหลิงซินกลับสนุกกับมัน

เขาจมดิ่งอยู่กับการฝึกฝนติดต่อกันหลายวัน

ระหว่างนั้นก็ลองพยายามเพ่งจิตถึงภาพนิมิตมหาจักรพรรดิเทศนาธรรมดูบ้าง แต่ไม่สำเร็จ เลยจำต้องละความโลภ หันมาทุ่มสมาธิกับวิชาพื้นฐานอย่างเดียว

ถ้าไม่ใช่เพราะปากท้องบังคับ ให้ต้องเสียเวลาไปวิ่งงานตอนกลางวัน เขาคงฝึกยาวตั้งแต่เช้ายันค่ำไปแล้ว

แม้จะอยู่ในสภาพรีบเร่งและกดดัน แต่ในที่สุดวันที่แปด เขาก็ดันความคืบหน้าจนเต็มหลอด!

[เคล็ดวิชาเพ่งจิตขั้นพื้นฐาน: 1/1]

วินาทีนั้น เงาร่างคนที่ยืนเหยียบพื้นดินหนึ่งตารางนิ้วในห้วงสติ พลันชัดเจนสมบูรณ์ขึ้นมา

สวมเกราะเกล็ดปลาลายเมฆาสีดำเขียว

หัวไหล่มีลายสัตว์เทพซวนหนีและขุยหนิวพาดผ่าน

หน้าอกมีเกราะป้องกันสลักยันต์แปดทิศสายฟ้าแต่กำเนิด

ผ้าทิพย์ลายเมฆสีแดงปลิวไสว ยันต์สายฟ้าสามสิบหกตัวบนผ้าเปล่งประกายลึกลับ

สวมมงกุฎหยกห้าสายฟ้า

เครื่องหน้าชัดเจนแจ่มแจ้ง มันคือหน้าของเขาเอง

เทพวิญญาณ!

ทันทีที่เทพวิญญาณก่อตัวขึ้น เซี่ยหลิงซินรู้สึกเหมือนหัวสมองเบาขึ้นหลายกิโล

ความทรงจำที่เลือนรางไปแล้ว ทั้งของชาตินี้และชาติก่อน กลับผุดขึ้นมาชัดเจนราวกับถูกประทับตราไว้ในสมอง เก็บรายละเอียดได้ทุกเม็ด

โลกทั้งใบดูเปลี่ยนไป

เหมือนมีไอพลังหลากสีสันลอยคว้าง พัวพัน และไหลมารวมกัน

จากลำธารรวมเป็นมหาสมุทร ภาพที่ปรากฏในห้วงสติ คือฉากที่คล้ายคลึงกับความโกลาหลในภาพนิมิตมหาจักรพรรดิเทศนาธรรมอยู่บ้าง

เพียงแต่ความโกลาหลนั้นว่างเปล่าไร้สีสัน

แต่ที่นี่ คือความมืด... ที่เปล่งประกายเจ็ดสีแพรวพราว!

โลกแห่งจิตวิญญาณ!

เซี่ยหลิงซินนึกถึงคำบรรยายเกี่ยวกับโลกแห่งจิตวิญญาณในคลิปของอาจารย์ไป๋

นี่คือโลกแห่งจิตวิญญาณในตำนาน!

ไอพลังหลากสีพวกนั้น คือจิตที่แผ่ออกมาของผู้คน

คืออารมณ์ที่แปรปรวน คือความปรารถนาที่ไหลบ่า คือความคิดที่เต้นเร่า คือแสงสว่างแห่งจิตวิญญาณที่เป็นอมตะ...

เหมือนทะเลเมฆพลิกตัว เหมือนไฟใต้พิภพพวยพุ่ง...

แยกไม่ออกว่าไหนบนไหนล่าง ไร้ขอบเขต ไร้จุดเริ่ม ไร้จุดจบ

มันเป็น... แบบนี้นี่เอง

ความคิดนับล้านล้านความคิดมารวมตัวกัน เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา พลิกผันเป็นรูปร่างแปลกประหลาดพันลึก

มองเห็นโลกพิศวงลอยเด่นขึ้นมาในนั้นลางๆ

โลกมนุษย์อันวิจิตร แดนสวรรค์วิมานพรต ตำหนักเทพเสียดฟ้า พุทธเกษตรแดนบริสุทธิ์...

ช่าง... เย้ายวนใจจริงๆ

ลองมุดเข้าไปดูหน่อยดีไหมนะ...

ทันทีที่ความคิดนี้ผุดขึ้น เซี่ยหลิงซินก็ได้ยินเสียงฟ้าคำรามกึกก้อง

เสียงนั้น "กระแทก" เขาให้หลุดออกจากสภาวะประหลาดนั้นทันที

เขาลืมตาขึ้น พร้อมกับความตื่นตะลึงและความหวาดหวั่นที่ยังตกค้างจากการเห็นโลกแห่งจิตวิญญาณเป็นครั้งแรก

เทพวิญญาณที่เพิ่งก่อตัวขึ้นเมื่อกี้เกือบจะแตกสลาย เครื่องหน้าเริ่มเลือนรางลง

ยันต์สายฟ้าสามสิบหกตัวบนผ้าทิพย์ส่องแสงระยิบระยับ เสียงฟ้าคำรามแว่วมาเป็นระลอก

เพียงไม่กี่อึดใจ เทพวิญญาณที่เลือนรางก็กลับมาควบแน่นชัดเจนดังเดิม

เทพวิญญาณองค์นี้ที่ได้เทวรูปเหลยจู่กับภาพนิมิตมหาจักรพรรดิช่วยหล่อหลอมขึ้นมา ช่างวิเศษจริงๆ!

มันต่างจากเทพวิญญาณที่เกิดจากการฝึกวิชาทั่วไปอย่างสิ้นเชิง และยิ่งไม่มีทางที่วิชาเพ่งจิตพื้นฐานจะสร้างของแบบนี้ขึ้นมาได้แน่!

เขาตั้งสติ หันความสนใจกลับไปที่ทะเลแห่งความโกลาหลทางจิตวิญญาณตรงหน้า

นี่คือจุดรวมของความคิดจิตใจผู้คนนับล้านล้านตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

เหมือนมหาสมุทรที่กว้างใหญ่จนบรรยายไม่ถูก ทุกวินาทีมีคลื่นยักษ์ซัดสาด ราวกับจะบดขยี้คนให้แหลกเป็นผง

เหมือนดวงอาทิตย์ยักษ์ ทุกชั่วขณะพ่นเปลวไฟร้อนแรงออกมา จนไม่อาจมองด้วยตาเปล่า

มันคือกิเลสตัณหาและความเพ้อฝันนับไม่ถ้วนแปรเปลี่ยนเป็นรูปร่าง งดงามจนจินตนาการไม่ถึง แต่ก็เต็มไปด้วยอันตรายไร้ที่สิ้นสุด

ถ้าเมื่อกี้เขาพุ่งตัวเข้าไปจริงๆ ผลที่ตามมาคงเลวร้ายเกินคาดเดา

มิน่าล่ะ ใน "วิทย์น่ารู้ฉบับเซียน" ถึงย้ำนักย้ำหนาว่า ถ้ายังไม่สำเร็จเทพวิญญาณ ห้ามมองแดนตำนาน

ขนาดเขาสำเร็จเทพวิญญาณขั้นต้นแล้ว ยังมองโลกแห่งจิตวิญญาณตรงๆ ไม่ได้ง่ายๆ อย่าว่าแต่จะเข้าไปตามหาแดนตำนานที่ซ่อนตัวอยู่อย่างไร้ร่องรอยเลย

ถ้าไม่มีเทพวิญญาณ ไม่มีผู้นำทาง เกรงว่าไม่เกินสามนาที คงโดนความโกลาหลทางจิตวิญญาณนี้บดขยี้ กลายเป็นคนปัญญาอ่อนทันทีแน่

ในขณะเดียวกัน

หน้าตึก 86

รถยนต์สายฟ้าสีดำคันหนึ่งจอดอยู่ปากตรอก นี่คือรถที่ผลิตโดยเครือบริษัทสายฟ้า ในเมืองเหลยโจวมีใช้เฉพาะหน่วยงานราชการเท่านั้น

ซูหลีนั่งอยู่ฝั่งคนขับ

จินซู่ที่นั่งอยู่ข้างๆ พลันสายตาไหววูบ

ซูหลีรีบถาม "หัวหน้า เจออะไรเหรอครับ?"

จินซู่ตอบ "ฉันสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังของโลกแห่งจิตวิญญาณ"

ซูหลีตกใจ "หรือว่าแดนตำนานปรากฏขึ้นแล้วจริงๆ?"

จินซู่มองดูค่าที่แสดงบนแท่งโลหะสั้นๆ ในมือ แล้วส่ายหน้า "มีคนเข้าไปในโลกแห่งจิตวิญญาณ... คลื่นพลังอ่อนมาก เหมือนเพิ่งจะสำเร็จเทพวิญญาณขั้นต้น"

สำหรับผู้ฝึกตนระดับสูง โลกแห่งจิตวิญญาณในยามปกติก็เหมือนผิวน้ำที่สงบนิ่ง

ขอแค่มีคนเข้าออกแถวๆ นั้น ก็ต้องเกิดระลอกคลื่นให้จับสัมผัสได้แน่นอน

สำหรับจินซู่ การแยกแยะว่าคลื่นนี้มาจากผู้ที่เพิ่งสำเร็จเทพวิญญาณไม่ใช่เรื่องยาก

"มีคนสำเร็จเทพวิญญาณจริงดิ?"

ซูหลีตะลึง

"ในที่แบบนี้เนี่ยนะ จะมีคนทลายด่านแรกแห่งการฝึกจิต จนสร้างเทพวิญญาณได้?"

หนทางแห่งการฝึกตนนั้นเต็มไปด้วยอุปสรรค ล้วนเพื่อทำลายขีดจำกัดของกายหยาบ ยกระดับชีวิต

ทั้งทางกายและทางจิตต่างต้องดำเนินควบคู่กันไป แต่ละทางล้วนมีด่านยาก

หนึ่งด่านเปรียบเสมือนหนึ่งชั้นฟ้า

เทพวิญญาณคือสัญลักษณ์ของการทลายด่านแรกแห่งจิตใจ

ที่นี่... จะเรียกว่าชุมชนแออัดก็ยังถือว่าให้เกียรติ จริงๆ มันก็คือสลัมของเมืองเหลยโจวนั่นแหละ

จินซู่เองก็สงสัย

ในใจแวบภาพใบหน้าอ่อนเยาว์แต่ไร้ความเกรงกลัวของเซี่ยหลิงซินตอนเผชิญหน้ากับผีเปลี่ยนหน้าขึ้นมา

แล้วเธอก็ส่ายหัว

ด่านแรกแห่งจิตใจ จะว่ายากก็ไม่เชิง จะว่าง่ายก็ไม่ใช่

แต่มันคือรากฐานและจุดเริ่มต้นของทุกสิ่ง

เขายังไม่เคยสัมผัสแดนตำนาน อาศัยแค่วิชาเพ่งจิตพื้นฐานเล่มเดียว จะมาสร้างเทพวิญญาณได้ยังไง?

นั่นมันระดับอัจฉริยะเยี่ยงปราชญ์โบราณผู้บุกเบิกวิถีเต๋าเลยนะ?

มันดูเพ้อฝันเกินไป

คนที่ไม่เคยเข้าแดนตำนาน ไม่ได้พึ่งพาของวิเศษจากตำนาน แต่กลับทลายด่านสร้างเทพวิญญาณได้ ในยุคโบราณถือว่ามีคุณสมบัติระดับปราชญ์

แต่จริงๆ แล้วในยุคนี้ก็ไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้

เพียงแต่คนแบบนั้นส่วนใหญ่จะมีทรัพยากรมหาศาลหนุนหลัง ได้รับการฟูมฟักมาแต่เล็ก ทุ่มเงินทองไม่อั้น

ล้วนเป็นอัจฉริยะที่หาตัวจับยาก

เซี่ยหลิงซิน...

จินซู่รู้สึกถูกชะตากับเขาไม่น้อย แต่เมื่อดูจากความเป็นจริง มันแทบเป็นไปไม่ได้เลย

ในโลกนี้ไม่มีใครนึกถึง และคงไม่มีใครเชื่อ

ว่าจะมีคนคนหนึ่งที่ไม่มีพื้นฐานการฝึกตนเลย แต่กลับเรียนรู้วิชาเพ่งจิตพื้นฐานจนเชี่ยวชาญ และสร้างเทพวิญญาณได้สำเร็จภายในสิบวัน

"ไปกันเถอะ"

จินซู่เปิดประตูรถ

ซูหลีงง "หัวหน้า จะไปไหนครับ?"

"ผลตรวจของเซี่ยหลิงซินออกมาแล้วไม่ใช่เหรอ?"

"หา? เรื่องแค่นี้หัวหน้าไม่ต้องไปเองก็ได้มั้งครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมโทรบอกเขาก็ได้..."

พูดยังไม่ทันจบ จินซู่ก็เดินไปไกลแล้ว ซูหลีรีบลงรถตามไป

"หัวหน้า รอผมด้วย!"

...

"คุณตำรวจซู?"

"มาทำไมครับเนี่ย?"

เซี่ยหลิงซินเปิดประตู เห็นซูหลีและพี่สาวคนสวยที่เจอวันก่อนยืนอยู่ข้างหลัง ก็รู้สึกแปลกใจ

ซูหลีตอบ "พวกเรามาลาดตระเวนแถวนี้ พอดีผ่านมา เลยแวะมาบอกผลตรวจ"

เซี่ยหลิงซินดีใจ "คุณตำรวจซู ผลออกแล้วเหรอครับ? เป็นไงบ้าง?"

จริงๆ เขาอยากถามว่า "ตกลงผมเป็นอัจฉริยะไหม?"

แต่คิดว่าอยู่ต่อหน้าพี่สาวคนสวยอย่าเพิ่งทำตัวกร่างจะดีกว่า

"ฉันบอกเอง"

จินซู่เป็นคนพูดขึ้น เธอเหลือบมองไปทางระเบียงทางเดิน เห็นชาวบ้านหลายคนยืดคอชะโงกหน้ามามองด้วยความอยากรู้อยากเห็น

"คุณจะให้พวกเรายืนคุยตรงนี้เหรอ?"

เซี่ยหลิงซินรีบหลบทาง "อ้อ! ขอโทษทีครับ เชิญคุณตำรวจทั้งสองเข้ามาเลยครับ"

จินซู่ไม่เกรงใจ ก้าวขายาวๆ เดินตรงเข้าไป

พอเซี่ยหลิงซินปิดประตู เสียงวิพากษ์วิจารณ์ก็ดังเซ็งแซ่มาจากทางเดินยาว

"ตำรวจมาหาเสี่ยวเซี่ยอีกแล้ว?"

"ฉันบอกแล้วว่าไอ้เด็กนี่ต้องก่อคดีแน่!"

"แม่หนูคนนั้นสวยจังเว้ย! เสี่ยวเซี่ยรู้จักสาวสวยขนาดนี้เลยเหรอ แหม คนหน้าตาดีมันมีชัยไปกว่าครึ่งจริงๆ!"

"พูดบ้าอะไร? ไม่เห็นเครื่องแบบที่เขาใส่เหรอ? นั่นมันตำรวจ!"

"ตำรวจแล้วไง? ตำรวจไม่ใช่คนเหรอ? ตำรวจมีแฟนไม่ได้เหรอ? ตำรวจรักสวยรักงามไม่ได้เหรอ?"

"เอ๊ะ? แกนี่... ฉันขี้เกียจคุยกับแกแล้ว!"

"เชอะ!"

...

ในห้อง

เซี่ยหลิงซินมองไปทางประตู แฟลตรูหนูเก็บเสียงไม่ดี ยิ่งตอนนี้ประสาทสัมผัสทั้งห้าของเขาดีขึ้นมาก เลยได้ยินเสียงข้างนอกชัดแจ๋ว

เขารู้ดีว่าสองคนตรงหน้าต้องได้ยินเหมือนกัน เลยรู้สึกกระดากใจนิดหน่อย

ซูหลีกลั้นขำ แอบชำเลืองมองหัวหน้าตัวเอง

จินซู่กลับมีสีหน้าเรียบเฉย ทำเหมือนไม่ได้ยินอะไร

เธอกวาดตามองสภาพบ้านอันซอมซ่อของเซี่ยหลิงซินคร่าวๆ ไม่พูดพร่ำทำเพลง เข้าเรื่องทันทีว่า "รากฐานของคุณ..."

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 7 - เทพวิญญาณถือกำเนิด

คัดลอกลิงก์แล้ว