- หน้าแรก
- อัจฉริยะยุคไซไฟ เกิดใหม่ไฉไลกว่าเดิม
- บทที่ 8 - สัญญาจ้างพนักงานชั่วคราว
บทที่ 8 - สัญญาจ้างพนักงานชั่วคราว
บทที่ 8 - สัญญาจ้างพนักงานชั่วคราว
บทที่ 8 - สัญญาจ้างพนักงานชั่วคราว
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
"รากฐานของคุณ... ให้คุณซูหลีพูดแล้วกัน"
จินซู่ปรายตามองซูหลีแวบหนึ่ง
แม้เธอจะยังไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่เซี่ยหลิงซินก็ใจแป้วไปแล้ว
แบบนี้หมายความว่าไง
เขาเพิ่งจะสร้างเทพวิญญาณได้สำเร็จ กำลังมั่นใจในตัวเองสุดขีด นึกว่าตัวเองเป็นอัจฉริยะหนึ่งในใต้หล้า
เพราะก่อนที่จะได้ภาพนิมิตมหาจักรพรรดิเทศนาธรรม เขาก็เรียนรู้วิชาเพ่งจิตพื้นฐานได้ปรู๊ดปร๊าดอยู่แล้ว
แต่ดูทรงแล้ว เหมือนผลลัพธ์มันจะน่าผิดหวังจนไม่อยากจะเอ่ยปากบอกเลยแฮะ
มันไม่น่าใช่นะเฮ้ย!
ซูหลีทำหน้าจนใจ "เซี่ยหลิงซิน รากฐานคนเราแบ่งเป็นสามระดับ คือ สูง กลาง ต่ำ นอกจากนี้ยังมีระดับต่ำเตี้ยเรี่ยดินซึ่งก็คือคนธรรมดา และระดับสูงส่งเทียมฟ้าที่เหนือกว่าระดับสูงขึ้นไปอีกจนยากจะประเมินค่าได้"
"ของคุณจัดอยู่ในรากฐานระดับกลาง ถือว่าดีกว่าคนทั่วไปมาก จริงๆ ก็เรียกว่ายอดเยี่ยมได้แล้ว แค่ยังเทียบชั้นกับพวกอัจฉริยะสัตว์ประหลาดพวกนั้นไม่ได้"
"มาตรฐานของหัวหน้าเราสูงมาก ในสายตาเธอ ถ้าไม่ใช่ระดับสุดยอด ก็เท่ากับแย่หมดนั่นแหละ"
"ถ้าอยากให้เธอสนใจ อย่างน้อยต้องระดับสูงส่งเทียมฟ้า! ซึ่งทั้งเมืองเหลยโจวคงหาไม่ได้สัก... เอ่อ อาจจะมีอยู่คนเดียวมั้ง"
จินซู่ไม่ได้แสดงท่าทีตอบรับหรือปฏิเสธ
เซี่ยหลิงซินค่อยรู้สึกดีขึ้นมาหน่อย
แต่ก็ยังข้องใจอยู่ดี
เป็นไปได้ไง? ฉันมันอัจฉริยะนะ!
ฉันเรียนรู้อภิญญา "สรรพวิชาไร้อุปสรรค" ได้เชียวนะ!
เขาว่ากันว่าต้องมีรากฐานระดับสูงเท่านั้นถึงจะเรียนรู้อภิญญาได้ไม่ใช่เหรอ?
หรือว่าภาพนิมิตมหาจักรพรรดิเทศนาธรรมมันโกงจนข้ามข้อจำกัดนี้ได้?
"เอ่อ... เซี่ยหลิงซิน..."
ซูหลีนึกว่าเขายังทำใจไม่ได้ อยากจะปลอบใจแต่ก็ไม่รู้จะพูดยังไงดี
เซี่ยหลิงซินเงียบไปครู่หนึ่ง "ผมไม่เป็นไรครับ งั้น... แปลว่าผมอดเข้าสำนักงานสิ่งแวดล้อมแล้วใช่ไหม?"
เขาไม่ได้เปราะบางขนาดจะมาหมดอาลัยตายอยากกับเรื่องแค่นี้
"สำนักงานสิ่งแวดล้อมคัดคน รากฐานเป็นแค่ปัจจัยหนึ่ง"
จินซู่พูดขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่น "คุณได้รับพรจากเทวรูปเหลยจู่ การจะเข้าสำนักงานสิ่งแวดล้อมไม่ใช่ปัญหา"
"แน่นอน ที่สำคัญที่สุดคือ ถ้าฉันจะให้เข้า คุณก็ได้เข้า"
คำพูดนี้แฝงความมั่นใจอันเปี่ยมล้น
เซี่ยหลิงซิน "..."
ดูท่าพี่สาวคนนี้จะไม่ใช่แค่ขาสวย แต่ขาใหญ่และเส้นก๋วยจั๊บมาก!
ต้องเกาะไว้ให้แน่น!
เขาเป็นคนประเภทเห็นช่องเป็นต้องมุด มีหรือจะปล่อยโอกาสทองแบบนี้หลุดมือ?
ข้าวนิ่มๆ หอมๆ ใครจะไม่ชอบกิน
แต่ว่า พรจากเหลยจู่?
เธอหมายถึงเรื่องที่เขาได้ภาพนิมิตมหาจักรพรรดิหรือเปล่า?
น่าจะไม่ใช่ ถ้าพวกเขารู้เรื่องภาพนิมิต คงไม่ทำท่าทางสงบนิ่งกันขนาดนี้แน่
น่าจะเข้าใจอะไรผิดไปสักอย่าง
เซี่ยหลิงซินสมองแล่นเร็วจี๋ ไม่ได้พูดอะไร รู้ว่าเธอยังมีเรื่องจะพูดต่อ
และก็เป็นจริงดังคาด จินซู่หันไปสั่ง "ซูหลี คุณอธิบายรายละเอียดให้เขาฟังหน่อย"
ซูหลีพยักหน้า "เซี่ยหลิงซิน จริงๆ แล้วหน่วยงานเรามีระบบที่ครอบคลุมและให้ความสำคัญกับบุคลากรมาก"
"ขอแค่เป็นคนมีความสามารถ ก็จะได้รับผลตอบแทนที่สมน้ำสมเนื้อ ยิ่งคุณเก่ง ผลตอบแทนก็ยิ่งดี"
"แน่นอนว่าช่วงแรกทางหน่วยคงให้สวัสดิการเลิศหรูอะไรมากไม่ได้ แต่ยังไงก็ดีกว่าสภาพความเป็นอยู่ของคุณตอนนี้แน่"
"ถ้าคุณตกลงจะเข้าร่วม จะต้องเริ่มจากการเข้าผ่านช่องทาง 'การสรรหาบุคลากรพิเศษชั่วคราว' ไปก่อน ถ้าคุณทำผลงานได้ดี ผ่านการประเมินของหน่วยงาน ก็จะได้รับการปรับเลื่อนขั้นและเพิ่มสวัสดิการเอง"
"การฝึกตนไม่ใช่เรื่องง่าย พูดตรงๆ ก็คือการเผาผลาญเงินทอง ถ้าไม่มีทรัพยากรมหาศาลหนุนหลัง ยากที่จะประสบความสำเร็จ"
"พูดกันตามตรง ลำพังแค่คุณดิ้นรนเองแบบนี้ ไม่มีทางแบกรับค่าใช้จ่ายในการฝึกตนไหวหรอก"
"แต่ถ้าอยู่ในหน่วยงาน อย่างน้อยก็มีโอกาสมากกว่าเยอะ"
ซูหลีเลือกใช้คำอย่างระมัดระวัง
จริงๆ แล้วนี่เป็นสิ่งที่หัวหน้ากำชับมาล่วงหน้า
บอกว่าไอ้หนูนี่เป็นคนคิดมาก ขี้น้อยใจ กลัวว่าศักดิ์ศรีลูกผู้ชายจะทำให้ไม่ยอมรับความช่วยเหลือ
ไม่งั้นคงไม่ต้องร่ายยาวขนาดนี้หรอก
ถามซูหลีนะ หัวหน้าคิดมากไปเอง โอกาสดีขนาดนี้ ใครจะปฏิเสธลง?
และมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ
เข้าใจแล้ว สัญญาจ้างชั่วคราวสินะ
เซี่ยหลิงซินฟังปุ๊บก็เก็ตปั๊บ แทบไม่ต้องเสียเวลาคิด "ไม่ต้องพูดแล้วครับ ผมขอเข้าร่วมสำนักงานสิ่งแวดล้อม"
ลูกจ้างชั่วคราวก็มีข้าวกินนะครับ!
ความเด็ดขาดฉับไวของเขาทำเอาซูหลีหน้ากระตุกยิกๆ
ไหนล่ะความอ่อนไหวขี้น้อยใจ?
อดถามไม่ได้ว่า "ทำไมล่ะ?"
เซี่ยหลิงซินมองหน้าทั้งสองคน ทำหน้าเหมือนถามอะไรแปลกๆ "พวกเราไม่ได้เป็นญาติฝ่ายไหนกัน แต่พี่สาวยังอุตส่าห์ออกแรงช่วยผมขนาดนี้ โอกาสดีๆ แบบนี้ ทำไมผมต้องปฏิเสธด้วยล่ะครับ?"
ซูหลีฟังแล้วหมั่นไส้จนเจ็บฟัน "..."
ดูไม่ออกเลยว่าไอ้เด็กนี่... ปากหวานก้นเปรี้ยวใช้ได้
เรียกพี่สาวคะพี่สาวขา ใครเป็นพี่สาวนาย?
รู้ไหมว่าคนตรงหน้าคือใคร ถึงได้กล้าเรียกซี้ซั้ว?
เขาอดรนทนไม่ไหวสวนกลับไปว่า "ทำไมนายถึงรู้ว่าเป็นหัวหน้าช่วย? เป็นผมไม่ได้หรือไง?"
เซี่ยหลิงซินฉีกยิ้มกว้าง "ผมคิดว่าตัวเองคงไม่ใช่โคตรอัจฉริยะที่สำนักงานสิ่งแวดล้อมเห็นปุ๊บต้องรีบวิ่งมาอุ้มไปปั๊บ นอกจากมีคนใจดีเมตตา ผมก็นึกเหตุผลอื่นไม่ออก"
"ส่วนเรื่องอื่น..."
เซี่ยหลิงซินหยุดนิดหนึ่ง ปรายตามองอินธนูบนบ่าซูหลี ยิ้มมุมปาก ไม่พูดอะไรต่อ
สายตานั้นทำเอาซูหลีแทบจะหัวร้อนจนปรอทแตก
ไอ้เด็กนี่... ทำไมมันน่าหมั่นไส้แบบนี้วะ!
จินซู่ไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไร เพียงแค่พูดว่า "ในเมื่อตกลง พรุ่งนี้คุณก็เข้ามาเซ็นสัญญาแล้วกัน"
ซูหลีรีบอธิบายเสริม "อย่าคิดมากนะ ถือว่าเป็นกรณีพิเศษที่ต้องเซ็นสัญญา เป็นระเบียบราชการน่ะ"
เซี่ยหลิงซินพยักหน้าเข้าใจ
พนักงานสัญญาจ้างชั่วคราวก็งี้แหละ
ซูหลีเตรียมคำพูดไว้ตั้งเยอะเพราะคำสั่งหัวหน้า พอเจอเซี่ยหลิงซินตอบรับง่ายๆ เลยไปไม่เป็น
พอกลับไป เขาก็เริ่มมานั่งคิด
เขาพอเดาออกว่าจินซู่ช่วยเซี่ยหลิงซิน แต่เดาไม่ออกว่าทำไม
ส่วนเซี่ยหลิงซิน เรื่องเซ็นสัญญากับสำนักงานสิ่งแวดล้อม ไม่มีอะไรต้องลังเลเลย
สำหรับเขา นี่คือโอกาสที่ฟ้าประทาน ห้ามปล่อยหลุดมือเด็ดขาด
เขากำลังคิดแค่ว่า จะทำยังไงให้สำนักงานสิ่งแวดล้อมเห็นความสำคัญของเขามากขึ้น
นี่มันเกี่ยวกับโอกาสในการเปลี่ยนจากลูกจ้างชั่วคราวเป็นข้าราชการบรรจุ และทรัพยากรที่จะได้รับ
คิดไปคิดมา ตัวเองก็ไม่มีต้นทุนอะไร นอกจากเรื่องสร้างเทพวิญญาณได้สำเร็จ ข้อนี้น่าจะพอทำให้คนหันมามองได้บ้าง...
เพียงแต่...
เซี่ยหลิงซินลังเลนิดหน่อยว่าจะบอกดีไหม
แต่ความคิดนั้นก็แวบหายไป
ไหนๆ ก็อยากให้เขาเห็นค่า จะปิดบังไว้ทำไม? หาเรื่องใส่ตัวเปล่าๆ
อีกอย่าง ต่อให้ไม่บอก เดี๋ยวพวกเขาก็คงดูออกเองแหละ
ถ้าแค่นี้ยังดูไม่ออก เขาคงต้องสงสัยในมาตรฐานของสหพันธ์แล้วล่ะ
เช้าวันรุ่งขึ้น เซี่ยหลิงซินตื่นแต่ไก่โห่ บิดมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าคู่ใจบึ่งไปสำนักงานสิ่งแวดล้อม
พอเห็นหน้าตาประหลาดๆ ของสำนักงานสิ่งแวดล้อมที่เป็นศาลเจ้า เซี่ยหลิงซินก็ยังไม่ค่อยชินเท่าไหร่
"มาแล้วเหรอ สัญญาเตรียมไว้ให้แล้ว"
ซูหลีที่ได้รับแจ้งข่าวเดินออกมาต้อนรับ แล้วพาเขาเดินเข้าไปข้างใน
"เป็นไง? สัญญาไม่มีปัญหาใช่ไหม?"
ไม่นาน เซี่ยหลิงซินก็ได้เห็นสัญญา
คำถามของซูหลีก็แค่ถามไปตามมารยาท
นี่เป็นสัญญามาตรฐาน ต่อให้มีปัญหา ก็แก้ไม่ได้หรอก
ถ้าเป็นบริษัทเอกชนยังพอคุยได้ แต่นี่หน่วยงานราชการ
แค่จะแก้เครื่องหมายวรรคตอนสักตัวยังต้องผ่านขั้นตอนยุ่งยากเป็นกระบุง
เซี่ยหลิงซินที่เป็นแค่ลูกจ้างชั่วคราวเด็กเส้น ไม่มีบารมีพอจะไปงัดข้อกับระบบหรอก
ชาติที่แล้วเขาก็เคยพยายามแทบตายกว่าจะสอบบรรจุได้ เลยเข้าใจระบบดี
ตัวสัญญาไม่ได้ซับซ้อนอะไร
ผู้ว่าจ้างคือสำนักงานสิ่งแวดล้อมเมืองเหลยโจว ดาวแดนบูรพา
ผู้รับจ้างคือเซี่ยหลิงซิน
นอกจากข้อตกลงพื้นฐาน ก็มีเรื่องสิทธิหน้าที่และเงินเดือนสวัสดิการ
ต่อให้เป็นลูกจ้างชั่วคราว ก็ยังมีสวัสดิการค่าอาหาร แค่ข้อนี้เซี่ยหลิงซินก็ยิ้มแก้มปริแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น ในสัญญายังระบุถึงโอกาสในการบรรจุ เงื่อนไขคือผลงานที่ทำให้กับหน่วยงาน
ระบบ "แต้มผลงาน" นี้มีรายละเอียดและโครงสร้างที่รัดกุมมาก ค่อนข้างซับซ้อน เซี่ยหลิงซินยังทำความเข้าใจได้ไม่หมดในทันที
แต่สรุปคร่าวๆ คือ แค่ทำงานในหน้าที่ให้ดี ก็สะสมผลงานได้แล้ว
แต่วิธีนี้แต้มขึ้นช้ามาก จะบรรจุได้คงต้องใช้เวลาต้มมาม่านานจนเส้นอืด
การสร้างผลงานชิ้นโบแดงต่างหากคือทางลัด
ขอแค่ได้บรรจุ ก็จะได้รับแพ็กเกจทรัพยากรการฝึกตนรายเดือนและเงินอุดหนุนพิเศษ
นี่แหละสิ่งที่เซี่ยหลิงซินเล็งไว้
โดยรวมแล้ว เขาพอใจกับสัญญานี้มาก
เรียกว่าได้กำไรเห็นๆ
มีเงินเดือน มีข้าวกิน มีช่องทางก้าวหน้า...
สรรเสริญสหพันธ์จงเจริญ!
"เป็นไง? มีข้อสงสัยตรงไหนถามได้เลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ"
ซูหลีเห็นเขาถือปากกานิ่งอยู่ เลยเอ่ยถาม
"ไม่มีครับ!"
เซี่ยหลิงซินไม่ลังเล ตวัดปากกาเซ็นชื่อลงไปทันที
กลัวช้าแล้วเขาจะเปลี่ยนใจ
พอเซ็นสัญญาเสร็จ เซี่ยหลิงซินก็ทำท่าลังเลนิดหน่อย "เอ่อ... ผมขอพบพี่สาวหน่อยได้ไหมครับ?"
จริงๆ เขารู้ชื่อจินซู่แล้วแหละ แต่เรียกพี่สาวมันดูสนิทสนมกว่านี่นา
ต่อให้ซูหลีจะมองบนจนตาแทบกลับ เขาก็ไม่เปลี่ยนคำเรียกหรอก
[จบแล้ว]