- หน้าแรก
- วุ่นรักภรรยาคนงาม กับภารกิจดึงดันจะเก็บขยะ
- บทที่ 12 โป๊ะแตก
บทที่ 12 โป๊ะแตก
บทที่ 12 โป๊ะแตก
ระบบชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อได้ยินคำพูดของเหอเหยียน แต่สุดท้ายก็ตัดสินว่าภารกิจของเหอเหยียนเสร็จสิ้นสมบูรณ์
เหอเหยียนฟังเสียงแจ้งเตือนจากระบบ พลางปรายตามองไปทางรถของสมาพันธ์
มีแต่คนของสมาพันธ์ที่มาถึงที่นี่ก่อนเขา ดูเหมือนพวกเขาจะได้รับข่าวอะไรบางอย่างและจัดการทำความสะอาดรวมถึงกำจัด 'แหล่งมลพิษ' ไปเรียบร้อยแล้ว
แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ช่วยประหยัดแรงเขาไปได้เยอะ
หลังจากที่คนของสมาพันธ์จากไป เหอเหยียนก็พาเฉินชิงเสวียนเดินตรวจตราทำความสะอาดริมฝั่งแม่น้ำชิงสุ่ยอีกรอบจนเกลี้ยงเกลา ก่อนจะตัดสินใจกลับบ้าน
"อาเหยียน วันนี้ขับรถคันไหนออกมาครับ?" เฉินชิงเสวียนรับ 'ที่คีบขยะ' มาถือไว้ แล้วถามขึ้นลอยๆ
"ผมไม่ได้ขับมา" เหอเหยียนตอบ ชะงักไปนิดหนึ่งก่อนจะหันไปถามเฉินชิงเสวียนกลับ "แล้วคุณขับมาหรือเปล่า?"
เฉินชิงเสวียนเงียบไปครึ่งวินาที ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ออกมา "เดี๋ยวผมให้เฟยอวี่ขับรถมารับ บ้านเขาอยู่แถวนี้พอดี"
"ช่างเถอะ" เหอเหยียนกดมือเฉินชิงเสวียนไว้ "ฟ้ายังไม่สว่างเลย เฟยอวี่น่าจะกำลังพักผ่อนอยู่"
"เดี๋ยวผมให้โบนัสเขา ส่วนเวลาที่มารับก็คิดเป็นโอทีสองเท่าไปเลย" เฉินชิงเสวียนยังคงยืนกรานที่จะโทร
ถ้าเขาอยู่คนเดียวก็ไม่เท่าไหร่หรอก บินกลับแป๊บเดียวก็ถึง
แต่ถ้าให้อาเหยียนเดินกลับแบบนี้ อย่างน้อยๆ ก็ต้องใช้เวลาเป็นชั่วโมง
เฉินชิงเสวียนทนเห็นเหอเหยียนเหนื่อยไม่ได้ แต่เขายินดีอย่างยิ่งที่จะปลุก 'ลูกน้อง' ตอนตีสี่กว่าๆ
แม้เฟยอวี่จะดูเหมือนเด็กวัยรุ่น แต่จริงๆ แล้วเขาอายุ 26 ปีแล้ว เฉินชิงเสวียนรับเขามาเป็นลูกน้องตั้งแต่อายุสิบแปด
ต่อมาพอเฉินชิงเสวียนต้องเปิดบริษัทบังหน้าเพื่อเอาไว้จีบหนุ่ม เฟยอวี่ก็กลายมาเป็นผู้ช่วยโดยอัตโนมัติ
เจี้ยนอวิ๋นและฉินโจวก็เช่นกัน คนหนึ่งเป็นที่ปรึกษาทางเทคนิค อีกคนเป็นคนขับรถ ทั้งสามคนวิ่งวุ่นตาม 'บอส' เฉินชิงเสวียนไปทั่ว ไม่ค่อยได้โผล่หน้าไปที่บริษัทเท่าไหร่
พนักงานในบริษัทเองก็ไม่รู้ว่าพวกเขาสามคนเป็นแค่ฉากบังหน้าให้บอส นี่เลยเป็นเหตุผลว่าทำไมตอนเหอเหยียนไปเยี่ยมบริษัทถึงไม่เคยจับพิรุธได้
ตีสี่กว่าๆ เฟยอวี่ที่กำลังนอนหลับฝันหวาน จู่ๆ โทรศัพท์ก็แผดเสียงดังลั่น
เฟยอวี่ควานหาโทรศัพท์ด้วยความงัวเงีย พอมองหน้าจอก็สร่างเมาขี้ตาเป็นปลิดทิ้ง
"บอส เกิดอะไรขึ้นครับ?"
ใบหน้าอ่อนเยาว์ของเฟยอวี่เต็มไปด้วยความเคร่งเครียด ถ้าบอสโทรมาเวลานี้ แสดงว่าต้องมีเรื่องใหญ่แน่ๆ
เฉินชิงเสวียนบอกพิกัด "ขับรถมารับหน่อย ระวังตัวด้วย"
ด้วยคำสั่งสุดท้าย เฉินชิงเสวียนไม่ได้ห่วงว่าเฟยอวี่จะเจออันตรายหรอก แต่ห่วงคนอื่นที่จะมาเจอเฟยอวี่มากกว่า
วางสายปุ๊บ เฟยอวี่ก็คว้ากุญแจรถวิ่งลงจากตึกทันที ไม่ลืมที่จะโทรหาเจี้ยนอวิ๋นและฉินโจวพร้อมกัน
"บอสโทรมาเวลานี้ พวกนายรู้ไหมว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น?" ประโยคแรกของเฟยอวี่ทำเอาปลายสายทั้งสองคนมึนตึ้บ
"หือ? บอสโทรหาพวกนายเหรอ?" ฉินโจวนั่งขยี้ผมยุ่งเหยิงอยู่บนเตียง
"บอสไม่ได้โทรหาฉันนะ" เจี้ยนอวิ๋นบอก
"อ้าว?" เฟยอวี่งงไปชั่วขณะ "บอสบอกให้ฉันขับรถไปหา"
"พวกนายก็รู้ ปกติบอสไม่เคยโทรหาใครดึกๆ ดื่นๆ แบบนี้"
เจี้ยนอวิ๋นที่แต่งตัวเสร็จแล้วได้ยินดังนั้นจึงแก้ให้ถูก "กลางวันบอสก็ไม่โทรหาใครเหมือนกันนั่นแหละ"
"เลิกไร้สาระแล้วรีบไปกันเถอะ"
สิบนาทีต่อมา รถยนต์สามคันต่างสไตล์ก็มาจอดเรียงกันตรงหน้าเฉินชิงเสวียนและเหอเหยียน
เฟยอวี่มาถึงเร็วที่สุดและกระโดดลงจากรถเป็นคนแรก พอเห็นเฉินชิงเสวียน เขาก็รีบปรี่เข้าไป "บอสครับ เกิดเหตุจลาจลมนุษย์กลายพันธุ์..."
ทันทีที่เฟยอวี่เห็นเหอเหยียน เสียงของเขาก็ค่อยๆ แผ่วลงจนเงียบสนิท
ดูเหมือนเขาจะ... ทำเรื่องพังซะแล้วสิ
"บอส!"
เจี้ยนอวิ๋นและฉินโจวที่เพิ่งลงจากรถก็ชะงักฝีเท้าทันทีที่เห็นเหอเหยียนเช่นกัน
เหอเหยียนมองเฉินชิงเสวียนที่ยืนอยู่ข้างๆ สลับกับชายหนุ่มสามคนที่ยืนบื้อเป็นห่านงง
"พวกนายมีอะไรปิดบังฉันอยู่หรือเปล่า?" ประโยคเดียวของเหอเหยียนแทงใจดำเข้าอย่างจัง
ในค่ำคืนปลายเดือนพฤศจิกายน เหงื่อกาฬแทบจะไหลย้อยลงมาบนหน้าผากของทั้งสี่คน
"ชิงเสวียน" เหอเหยียนหันไปมองแฟนหนุ่ม "ทำไมเฟยอวี่ถึงพูดเรื่องมนุษย์กลายพันธุ์ทันทีที่ลงจากรถ?"
"การจลาจลของมนุษย์กลายพันธุ์เกี่ยวอะไรกับพวกคุณด้วย?"
เฉินชิงเสวียน: "..."
อุตส่าห์รอดมาได้ทั้งวัน ทำไมเรื่อง 'ความแตก' ถึงวนกลับมาเล่นงานเขาได้อีกนะ?
"อาเหยียน ฟังฉันนะ" เฉินชิงเสวียนรู้ดีว่าคงปิดต่อไปไม่ไหวแล้ว
แต่จะให้บอกแค่ไหนดีล่ะ?
ถ้าบอกอาเหยียนตรงๆ ว่าเขาไม่ใช่คนอีกต่อไปแล้ว อาเหยียนจะช็อกจนเป็นลมไหม?
แต่ถ้าไม่บอกตอนนี้ แล้วอาเหยียนจับได้คราวหน้า เขาอาจจะโดนทิ้งจริงๆ ก็ได้
ตอนนี้ในหัวของเฉินชิงเสวียนมีแต่คำขวัญแปดพยางค์วิ่งวนไปมา
'สารภาพลดกึ่งหนึ่ง ขัดขืนเพิ่มโทษ'
เฉินชิงเสวียนสูดลมหายใจเข้าลึก แล้วพูดด้วยน้ำเสียงปลงตก "อาเหยียน คือฉัน..."
"คุณเข้าร่วมสมาพันธ์" เหอเหยียนชิงพูดขึ้นก่อน
เฉินชิงเสวียนที่โดนแย่งบทพยักหน้ารับ "ฉันเป็น 'ผู้คุมกฎ' ของสมาพันธ์"
เหอเหยียนจ้องหน้าเขาเขม็ง "งั้นที่บอกว่าไปบริษัทตอนกลางคืนบ่อยๆ ตั้งแต่มีพระจันทร์สีเลือด จริงๆ แล้วไม่ได้ไปทำงานบริษัทสินะ"
เฉินชิงเสวียนพยักหน้าอีกครั้ง "ฉันไปจัดการกับมนุษย์กลายพันธุ์ที่ผิดกฎหมาย ฉันกลัวอาเหยียนจะเป็นห่วงเลยไม่กล้าบอก"
เขากลัวว่าพออาเหยียนรู้ฐานะของเขาแล้ว จะต้องมาคอยนอนไม่หลับ เป็นห่วงเขาทุกคืนที่มีภารกิจ
เหอเหยียนเข้าใจความรู้สึกของเฉินชิงเสวียนดี เพราะเขาก็มีเรื่องปิดบังเฉินชิงเสวียนเหมือนกัน
เหตุผลที่เหอเหยียนเลือกที่จะปิดบังก็คล้ายๆ กับเฉินชิงเสวียนนั่นแหละ
แต่ในวินาทีนี้ เหอเหยียนเพิ่งตระหนักได้ว่าความคิดและวิธีการแบบนี้มันผิดมหันต์
คนรักที่เขาคิดว่าปกป้องดูแลมาอย่างดี แท้จริงแล้วกำลังต่อสู้ดิ้นรนในที่ที่เขามองไม่เห็น ต้องแบกรับความยากลำบากและความเจ็บปวดมานับไม่ถ้วน
วินาทีนี้ การที่เขาคิดเอาเองว่าปกป้องเฉินชิงเสวียน มันกลายเป็นเรื่องตลกสิ้นดี
เหอเหยียนรู้สึกสมเพชตัวเอง แต่เขาก็รู้ดีว่าถ้าเฉินชิงเสวียนรู้เรื่องที่เขาปิดบังอยู่ ความรู้สึกสมเพชตัวเองของอีกฝ่ายคงจะหนักหนาสาหัสยิ่งกว่าเขาเสียอีก
เหอเหยียนสูดลมหายใจลึกเพื่อสงบสติอารมณ์ก่อนจะเอ่ย "กลับบ้านกันก่อนเถอะ ผมมีเรื่องต้องคุยกับคุณ"
เฉินชิงเสวียนพยักหน้าอย่างประหม่า ราวกับนักโทษรอฟังคำพิพากษา ใจหนึ่งก็อยากให้กิโยตินเหนือหัวร่วงลงมาให้รู้แล้วรู้รอด แต่อีกใจก็หวาดกลัวเหลือเกิน
เพราะรักจึงโศกศัลย์ เพราะรักจึงหวาดหวั่น
เมื่อก่อนเฉินชิงเสวียนเคยคิดว่าประโยคพวกนี้มันเพ้อเจ้อ
แต่ตอนนี้ เขาเองก็กลายเป็นหนึ่งในคนเพ้อเจ้อพวกนั้นไปเสียแล้ว
ทั้งสองขึ้นรถของเฟยอวี่ทันที โดยเหอเหยียนสั่งให้เฉินชิงเสวียนเป็นคนขับ
"กลับไปพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้ชิงเสวียนจะเอารถไปคืนให้" เหอเหยียนหันไปบอกเฟยอวี่
ในเวลาแบบนี้ ไม่ควรปล่อยให้เฟยอวี่ต้องมานั่งทนอึดอัดทรมานไปกับบรรยากาศมาคุของพวกเขาสองคนบนรถ
เฟยอวี่พยักหน้ารัวๆ เหมือนไก่จิกข้าวสาร รอจนกระทั่งรถและทั้งคู่ลับสายตาไป เขาถึงได้ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
"ฉันตายแน่" เฟยอวี่วางมือบนไหล่ของเจี้ยนอวิ๋นและฉินโจว
"พรุ่งนี้บอสต้องกระทืบฉันตายคาตีนแน่ๆ"
เจี้ยนอวิ๋นคว้าคอเสื้อเขาแล้วยัดใส่เบาะหลังรถตัวเองอย่างลวกๆ "ฉันไปส่ง จะไปไหน?"
"ไปเลือกหลุมฝังศพเลยดีไหม?" เฟยอวี่นอนมองเพดานรถตาละห้อย
เจี้ยนอวิ๋นขยับแว่น "ได้ งั้นปีหน้าวันนี้ฉันจะเผากงเต็กไปให้"