- หน้าแรก
- วุ่นรักภรรยาคนงาม กับภารกิจดึงดันจะเก็บขยะ
- บทที่ 11 ทำไงดี ทำไงดี ทำไงดี!
บทที่ 11 ทำไงดี ทำไงดี ทำไงดี!
บทที่ 11 ทำไงดี ทำไงดี ทำไงดี!
เจ้าหน้าที่สมาพันธ์คนนั้นเห็นอีกฝ่ายจ้องมองกลับมาด้วยสายตาเย็นชา ก็เผลอก้าวถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
ถอยเสร็จถึงค่อยนึกขึ้นได้ว่า... ตัวเองก็ไม่ได้ทำอะไรผิดนี่หว่า แล้วจะถอยทำไม?
"ทิ้งขยะอะไรกันครับ ผมเป็นคนของสมาพันธ์ มาปฏิบัติภารกิจ อย่ามาขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่นะ"
เหอเหยียนได้ยินดังนั้นก็ชะงักไป เครื่องหมายคำถามค่อยๆ ผุดขึ้นบนหัว
แต่ยังไม่ทันที่เขาจะอ้าปากพูดอะไร หางตาก็เหลือบไปเห็นร่างที่คุ้นเคยเป็นอย่างยิ่ง
ไม่ใช่ใครที่ไหน... แฟนหนุ่มของเขาที่โดนเรียกตัวกลับไปทำโอทีกลางดึกนั่นเอง
"เฉินชิงเสวียน ทำไมคุณมาอยู่ที่นี่?" เหอเหยียนเดินผ่านเจ้าหน้าที่สมาพันธ์คนนั้นแล้วตรงดิ่งไปหาเฉินชิงเสวียนทันที
เจ้าหน้าที่สมาพันธ์กลัวว่าเหอเหยียนจะไปยั่วยุเทพเจ้ามารตนนั้นเข้าโดยไม่รู้ตัว จึงรีบพยายามจะเข้าไปห้าม แต่ก็ต้องชะงักค้างอยู่กับที่เมื่อเจอสายตาพิฆาตเพียงแวบเดียวจากเฉินชิงเสวียน
วินาทีที่เฉินชิงเสวียนเห็นเหอเหยียน ขนปีกของเขาแทบจะชี้ชันระเบิดออกมา
โชคดีที่เขาใช้พลังกดมันเอาไว้ได้ทัน ไม่อย่างนั้นถ้าปีกโผล่ออกมาตอนนี้ มันคงกลายเป็น 'สนามอารมณ์ซ้อนสนามอารมณ์' (สถานการณ์ที่วุ่นวายและน่าอึดอัดใจสุดขีด) แน่ๆ
สมองของเฉินชิงเสวียนแล่นเร็วจี๋ พยายามหาข้ออ้างอย่างสุดชีวิต แต่ใบหน้ายังคงปั้นยิ้มไว้ "อาเหยียน ทำไมคุณถึงออกมาดึกดื่นป่านนี้ล่ะครับ?"
เท้าที่กำลังก้าวเข้าไปหาเฉินชิงเสวียนชะงักกึก
ฉิบหาย... ลืมเรื่องนี้ไปเลย
เขาน่าจะหันหลังกลับตั้งแต่เห็นเฉินชิงเสวียนแล้ว ตอนนี้จะพูดยังไงดีเนี่ย?
ทั้งสองคนเดินเข้ามาหากันด้วยรอยยิ้ม แต่สมองกลับหมุนติ้วราวกับมอเตอร์เพื่อหาข้อแก้ตัวให้วุ่น
ทำไงดี ทำไงดี ทำไงดี!
"ผม... นอนไม่หลับเลยออกมาเดินเล่นเลียบแม่น้ำ แล้วก็เก็บขยะไปพลางๆ น่ะ" เหอเหยียนเป็นฝ่ายหาข้ออ้างให้ตัวเองได้ก่อน
"แล้วคุณไม่ได้ไปทำโอทีที่บริษัทเหรอ? ทำไมมาอยู่ที่นี่ได้?"
ขณะพูด สายตาของเหอเหยียนก็กวาดไปมองพวกเจ้าหน้าที่สมาพันธ์ "แล้วทำไมคุณถึงมาอยู่กับคนของสมาพันธ์ล่ะ?"
เฉินชิงเสวียน: "..."
"แม่น้ำชิงสุ่ยกลายเป็นธุรกิจของบริษัทคุณไปแล้วเหรอ?" เหอเหยียนถามอย่างสงสัย
ดวงตาของเฉินชิงเสวียนเป็นประกายวูบ ราวกับนักเรียนที่เพิ่งนึกคำตอบออกตอนใกล้หมดเวลาสอบ
"ใช่แล้ว ทางบริษัทอยากจะพัฒนาแม่น้ำชิงสุ่ยให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวของเมืองชิงฉวนน่ะ"
พอประโยคแรกหลุดออกไป การแต่งเรื่องต่อก็ง่ายขึ้นเยอะ
เฉินชิงเสวียนตีเนียนโกหกหน้าตาย "เมื่อเย็นทางสมาพันธ์โทรมาแจ้งบริษัทกะทันหันว่ามีปัญหาที่แม่น้ำชิงสุ่ย ผมก็เลยต้องรีบมาดูนี่แหละ"
ตอนนี้เฉินชิงเสวียนรู้สึกขอบคุณสวรรค์จริงๆ ที่ปกติตัวอาเหยียนไม่ค่อยชอบดูไลฟ์สดหรือเล่นเน็ตเท่าไหร่
ไม่อย่างนั้นเขาคงปิดเรื่องนี้ไว้ไม่อยู่แน่ๆ ยิ่งวันนี้โดนบังคับให้ออกกล้องไลฟ์สดด้วย
ถ้าอาเหยียนบอกเลิกเขาเพราะเรื่องนี้ เฉินชิงเสวียนสาบานเลยว่าจะไปผูกคอตายหน้าห้องทำงานพี่สาวตัวเอง
เฉินชิงเสวียนกลัวว่าแค่นี้จะยังฟังดูไม่น่าเชื่อพอ จึงเสริมไปอีกว่า "ตอนที่เจอกันที่แม่น้ำชิงสุ่ยเมื่อวานซืน เฟยอวี่ไม่ได้พูดให้คุณฟังเหรอ?"
เหอเหยียนลองนึกย้อนดู เหมือนจะมีเหตุการณ์แบบนั้นจริงๆ ด้วย
ตอนนั้นเฉินชิงเสวียนพาเฟยอวี่และคนอื่นๆ มาสำรวจแม่น้ำชิงสุ่ย
เหอเหยียนพยักหน้า แม้จะยังไม่พอใจอยู่นิดหน่อย "คราวหลังอย่าออกมาดึกๆ ดื่นๆ กับคนพวกนี้อีกนะ มันไม่ปลอดภัย"
"ไม่เป็นไรหรอก มีคนของสมาพันธ์อยู่ด้วยทั้งคน" เฉินชิงเสวียนกระซิบตอบ
"ก็เพราะมีคนพวกนี้อยู่ด้วยนั่นแหละถึงไม่ปลอดภัย" เหอเหยียนปรายตามองเจ้าหน้าที่สมาพันธ์แล้วลดเสียงลงเช่นกัน
"ที่ไหนมีคนพวกนี้โผล่มา แปลว่าที่นั่นมีมนุษย์กลายพันธุ์ แล้วถ้าคุณโดนลูกหลงจะทำยังไง?"
"ผมได้ยินมาว่าผู้คุมกฎของสมาพันธ์บางคนดุมากเลยนะ"
เฉินชิงเสวียน: "...ตกลงครับ คราวหน้าผมจะไม่มากับพวกเขาแล้ว"
ทั้งสองคนยืนกระซิบกระซาบกันอยู่ โดยไม่รู้เลยว่าเจ้าหน้าที่สมาพันธ์รอบๆ ต่างพากันเอียงหูฟังด้วยความอยากรู้อยากเห็นจนหูแทบจะยืดไปแปะ
แต่เพราะเกรงกลัวรัศมีอำมหิตของเฉินชิงเสวียน จึงไม่มีใครกล้าเข้าไปใกล้
ส่วนสตรีมเมอร์ไม่ต้องพูดถึง รีบหดกล้องเก็บแทบไม่ทันหลังจากที่เฉินชิงเสวียนถลึงตาใส่ตอนที่เลนส์กล้องเผลอแพนไปติดเสื้อผ้าของเหอเหยียนแวบหนึ่ง
ในห้องไลฟ์สด ผู้ชมต่างพากันโอดครวญ
[ไหนบอกว่าเพื่อนบอสใหญ่มาไง? รีบให้พวกเราดูเร็วเข้า]
[สตรีมเมอร์ สตรีมเมอร์ เพื่อนบอสหน้าตาเป็นไง? หล่อไหม? เป็นผู้คุมกฎด้วยหรือเปล่า?]
[สตรีมเมอร์อย่าปอดแหกสิ ลุยเลย! บอสใหญ่ไม่หักคอนายหรอกน่า]
[บอสดุขนาดนี้ อยากรู้จังว่าเพื่อนเขาจะนิสัยแบบไหน เป็นพวกมาดนิ่งเย็นชาเหมือนภูเขาน้ำแข็งหรือเปล่า?]
[ภูเขาน้ำแข็งสองลูกเป็นเพื่อนกันได้ไง? แช่แข็งใส่กันเหรอ?]
[แช่แข็งใส่กัน? ขำจะตายแล้ว 555555]
"ถ้าอยากให้ฉันตายก็ไม่ต้องพูดอ้อมค้อมขนาดนั้นก็ได้ ฉันไม่ใช่คนธรรมดาที่ได้รับความคุ้มครองแล้วนะ" สตรีมเมอร์พูดพลางปาดน้ำตาที่มองไม่เห็น
ก่อนตื่นรู้ เขาเคยใฝ่ฝันอยากจะเป็นผู้ตื่นรู้ คิดว่าชีวิตคงจะพุ่งสู่จุดสูงสุด
แต่พอตื่นรู้จริงๆ ถึงได้รู้ว่า... ชีวิตบัดซบนี่มันไม่ใช่ที่ที่คนจะอยู่กันได้
แม้ปากจะบ่น แต่สตรีมเมอร์ก็ยังแอบชำเลืองมองไปทางกัปตันเฉิน
เพื่อนของกัปตันเฉินไม่ใช่ภูเขาน้ำแข็งเลยสักนิด แต่กลับเป็นคนที่งดงามและอ่อนโยนอย่างเหลือเชื่อ ให้ความรู้สึกน่าเข้าหาอย่างประหลาด
โดยเฉพาะเมื่อมองคนงามผู้นั้นภายใต้แสงจันทร์ ดูราวกับมีม่านหมอกแห่งความลึกลับปกคลุมอยู่จางๆ
เหอเหยียนสังเกตเห็นสายตาของสตรีมเมอร์ จึงกระตุกชายเสื้อเฉินชิงเสวียนเบาๆ แล้วกระซิบ "มีคนตรงนั้นมองคุณแปลกๆ น่ะ"
เหอเหยียนไม่อยากให้แฟนหนุ่มไปคลุกคลีกับคนของสมาพันธ์จริงๆ มันอันตรายเกินไป
เฉินชิงเสวียนส่งสายตาพิฆาตไปทางสตรีมเมอร์ แล้วจับมือเหอเหยียนเตรียมจะเดินออกไป
"อาเหยียนพูดถูก มาที่นี่ดึกๆ มันอันตราย เรากลับบ้านกันเถอะ"
เฉินชิงเสวียนออกแรงดึงเบาๆ ขณะพูด แต่กลับพบว่าเหอเหยียนไม่ขยับเลยสักนิด
"อาเหยียน?" เฉินชิงเสวียนเรียกด้วยความงุนงง
เหอเหยียนเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะชู 'ที่คีบขยะ' ในมือขึ้น "ไหนๆ ก็มาแล้ว เก็บขยะกันสักหน่อยค่อยกลับไหมครับ?"
เขายังมีภารกิจระบบต้องทำให้เสร็จ จะกลับไปมือเปล่าก็เสียเที่ยวแย่
มัวแต่ห่วงจะพาแฟนกลับบ้านจนลืมภารกิจไปเสียสนิท
เมื่อเผชิญหน้ากับเหอเหยียนที่ถือที่คีบขยะ เฉินชิงเสวียนก็ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ แต่เขาก็ไม่ได้ปฏิเสธ
บางทีอาเหยียนของเขาอาจจะเป็นนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมตัวยงก็ได้
คู่รักข้าวใหม่ปลามันเริ่มปฏิบัติการเก็บขยะริมแม่น้ำชิงสุ่ยราวกับโลกนี้มีเพียงสองเรา ปล่อยให้เจ้าหน้าที่สมาพันธ์ยืนอ้าปากค้างแต่ไม่กล้าแสดงอาการ
ใครๆ ก็ดูออกว่ากัปตันเฉินไม่อยากเปิดเผยตัวตนในฐานะผู้คุมกฎต่อหน้าเพื่อน
ขืนใครกล้าปากโป้งตอนนี้คงได้เก็บข้าวของไปนอนโรงพยาบาลสมาพันธ์สักสองสามเดือนแน่
เหอเหยียนไม่รู้เลยว่าในใจของเจ้าหน้าที่สมาพันธ์คิดอะไรซับซ้อนกันอยู่ เขาพาเฉินชิงเสวียนเดินเลียบแม่น้ำชิงสุ่ยแต่กลับไม่พบ 'แหล่งมลพิษ' แปลกปลอมใดๆ จนเริ่มสับสน
"เกิดอะไรขึ้นระบบ?" เหอเหยียนถามในห้วงจิต
"ภารกิจที่แกส่งมาไม่ใช่ข้อมูลมั่วนิ่มใช่ไหม?"
"เป็นไปไม่ได้" ระบบยอมรับไม่ได้กับการถูกใส่ร้าย
"เมื่อประมาณสิบนาทีที่แล้ว ระบบตรวจพบจริงๆ ว่ามีคนเตรียมจะทิ้ง 'แหล่งมลพิษ' ลงแม่น้ำชิงสุ่ย"
"แต่ว่า ตอนนี้แหล่งมลพิษนั้นถูกคนอื่นเก็บไปแล้วครับ"
เหอเหยียนชะงักมือที่กำลังคีบขยะเมื่อได้ยินดังนั้น "ในเมื่อแหล่งมลพิษหายไปแล้ว ก็แปลว่าภารกิจของฉันเสร็จสิ้นแล้วสินะ"