- หน้าแรก
- วุ่นรักภรรยาคนงาม กับภารกิจดึงดันจะเก็บขยะ
- บทที่ 5 เก็บอาการหน่อย อย่าเก่งเกินหน้าเกินตา
บทที่ 5 เก็บอาการหน่อย อย่าเก่งเกินหน้าเกินตา
บทที่ 5 เก็บอาการหน่อย อย่าเก่งเกินหน้าเกินตา
กลุ่มคนยื้อยุดฉุดกระชากกันอยู่พักใหญ่ ก่อนจะมาถึงริมแม่น้ำและหาพื้นที่ราบเรียบเพื่อวางข้าวของลง
ทองก้อนกระดาษที่พับมาอย่างประณีตถูกวางเรียงเป็นตับ พร้อมกับกระดาษสีแดงสี่ใบที่เขียนข้อมูลคล้ายวันเดือนปีเกิดเอาไว้
แค่เห็นฉากนี้ เหอเหยียนก็แทบอยากจะขมวดคิ้ว
การกราบไหว้บูชาเทพเจ้าแห่งแม่น้ำนั้นเขาพอเข้าใจได้ ทองก้อนที่พับด้วยมือแสดงถึงความจริงใจของผู้ศรัทธา ข้อนี้เขารับได้
แต่ไอ้กระดาษแดงที่เขียนวันเดือนปีเกิดนี่มันคืออะไรกัน?
ในขณะที่เหอเหยียนกำลังขมวดคิ้ว ชายวัยกลางคนที่ดูท่าทางลึกลับคนนั้นก็เปิดเป้สีดำ หยิบหัวใจสีแดงสดสองดวงออกมา แล้วโยนลงน้ำไปอย่างไม่ยี่หระ
จ๋อม
แม่น้ำชิงสุ่ยกระเพื่อมไหวทันที ระลอกคลื่นซัดสาดดันหัวใจสองดวงนั้นกลับขึ้นมา
มันลอยกลับมาหยุดอยู่ที่ปลายเท้าของชายคนนั้นพอดีเป๊ะ
ชายคนนั้นตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว แต่ดวงตากลับลุกโชนไปด้วยความคลั่งไคล้ เขาทรุดตัวลงคุกเข่าทันที
"ท่านเทพเจ้าแห่งแม่น้ำ! ท่านเทพเจ้าแห่งแม่น้ำ!"
เขาโขกศีรษะคำนับแม่น้ำชิงสุ่ยรัวๆ ก่อนจะตะเกียกตะกายลุกขึ้นจุดไฟเผาทองก้อนกระดาษและกระดาษแดงเหล่านั้นอย่างลนลาน
"ท่านเทพเจ้าแห่งแม่น้ำ ได้โปรดมอบพลังวิเศษให้แก่ข้าโดยเร็วด้วยเถิด ข้าจะเป็นสาวกที่ซื่อสัตย์ที่สุดของท่านตลอดไป"
ชายคนนั้นสวดภาวนาด้วยความศรัทธาแรงกล้า แววตาเต็มไปด้วยความทะยานอยากและความลุ่มหลงในพลังอำนาจ
จ้าวฉงเห็นลุงของตัวเองมีสภาพแบบนี้ก็ตกใจกลัวจนอยากจะหนีกลับขึ้นฝั่ง แต่ผู้เป็นลุงกลับคว้าข้อมือเขาไว้แน่น
"จะไปไหน?"
ชายคนนั้นจับเขาไว้แน่น "เด็กดี ลุงรักแกจะตายอยู่แล้ว... ช่วยลุงหน่อยไม่ได้หรือไง?"
"การที่เทพเจ้าแห่งแม่น้ำเลือกแก ถือเป็นวาสนาของแกนะ"
รูม่านตาของจ้าวฉงขยายกว้าง เขารู้สึกถึงความเย็นเยียบคล้ายคมมีดจ่ออยู่ที่หน้าท้อง
ผู้เป็นลุงยิ้มด้วยความศรัทธาอันเปี่ยมล้น มือถือมีดปอกผลไม้จี้ติดพุงหลานชาย บังคับให้ก้าวลงไปในแม่น้ำทีละก้าว
จ้าวฉงอยากจะตะโกนขอความช่วยเหลือ แต่พอหันไปมองกลับเห็นเจียเจียและหวังฮ่าวกำลังเดินลงแม่น้ำชิงสุ่ยราวกับหุ่นยนต์ ส่วนเสี่ยวไป๋ก็ถูกพ่อแม่ของเธอกดตัวเอาไว้แน่น
"พวกแกทำบ้าอะไรกัน!" น้ำเสียงเย็นยะเยือกของเหอเหยียนดังขึ้น เขาจ้องมองกลุ่มคนตรงหน้า ในมือกระชับไม้ท่อนยาวที่ไปหามาจากไหนไม่รู้
"ฉันบอกกี่ครั้งแล้วว่า... เลิกโยนของลงแม่น้ำสักที"
ก่อนที่ใครจะทันตั้งตัวกับการปรากฏตัวกะทันหันของเขา เหอเหยียนก็ง้างไม้ฟาดเปรี้ยงเข้าที่ศีรษะของชายวัยกลางคน จนเลือดอาบและเซถลาไป
มีดหลุดออกจากมือ จ้าวฉงฉวยโอกาสสะบัดหลุดแล้ววิ่งหน้าตั้งมาทางเหอเหยียน
กว่าชายคนนั้นจะตั้งหลักได้ เหอเหยียนก็ฟาดไม้ลงไปอีกครั้ง
ใช้คำว่า "ฟาด" นั่นแหละถูกแล้ว เพราะมันไม่ใช่การสะกิดเบาๆ แรงที่ใส่นั้นห่างไกลจากคำว่าออมมือไปมากโข
เฉินชิงเสวียน เจี้ยนอวิ๋น และเฟยอวี่ ต่างก็สะดุ้งโหยง แต่ก็รีบกระโดดตามออกมาทันที
ศีรษะของชายคนนั้นแตกยับไปแล้ว เพื่อนร่วมขบวนการถึงเพิ่งได้สติและพุ่งเข้าใส่เหอเหยียนพร้อมกัน
เฉินชิงเสวียนกระโดดถีบคนร้ายคนหนึ่งจนตัวลอยละลิ่วตกลงไปในแม่น้ำชิงสุ่ย
เขาชะงักไปนิดหนึ่ง แอบชำเลืองมองเหอเหยียนที่ยังคงง่วนอยู่กับการฟาดคน พอเห็นว่าเหอเหยียนไม่ทันสังเกต เขาถึงได้เบาใจ
เมื่อลงมือครั้งต่อไป เฉินชิงเสวียนจึงจงใจออมแรงไว้ แต่ถึงอย่างนั้น คนธรรมดาพวกนี้ก็ยังรับมือเขาไม่ไหวอยู่ดี
หนึ่งในคนร้ายเห็นท่าไม่ดี จึงผลักลูกสาวที่อยู่ใกล้ตัวที่สุดลงน้ำแล้ววิ่งหนีไป
เขาคิดว่าเฉินชิงเสวียนและคนอื่นๆ จะต้องรีบไปช่วยคนจนไม่มีเวลาตามจับ
และก็เป็นจริงดังคาด เฉินชิงเสวียนเข้าไปช่วยเด็กสาวจริงๆ เขาเพียงแค่เอื้อมมือไปคว้าตัวเธอลากขึ้นมาจากน้ำ
แต่ไม่มีใครวิ่งไล่ตามคนพ่อที่กำลังตะกายขึ้นฝั่งไปเลย
ชายคนนั้นตะเกียกตะกายขึ้นไปถึงรถ พยายามเปิดประตูด้วยความตื่นตระหนก
แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไร รถก็ไม่ขยับเขยื้อน
"โทษทีนะ พอดีล้อรถดูเบี้ยวๆ ผมเลยถอดออกมาก่อน"
นอกหน้าต่างรถ เด็กหนุ่มผมเกรียนเคาะกระจกเบาๆ แววตาฉายแววขบขันแกมอำมหิตราวกับแมวป่าจ้องเหยื่อ
ขณะที่เด็กหนุ่มผมเกรียนลากคอลัทธิมารลงมาจากรถ เหอเหยียนก็กำลังโทรแจ้งตำรวจอยู่พอดี
"อ้าว เสี่ยวโจวก็มาด้วยเหรอ" เหอเหยียนยิ้มทักเมื่อเห็นเด็กหนุ่ม
ความอำมหิตบนใบหน้าของฉินโจวเลือนหายไปทันที แทนที่ด้วยรอยยิ้มเป็นมิตร "พี่เหยียนก็อยู่นี่ บังเอิญจังเลยนะครับ"
"อาเหยียนเขามาช่วยดูแลระบบนิเวศที่นี่น่ะ" เฉินชิงเสวียนจับมือเหอเหยียนขึ้นมาสำรวจอย่างละเอียด กลัวว่าเขาจะเจ็บมือจากการใช้ไม้ฟาดคนเมื่อกี้
"ผมไม่เป็นไร คุณเจ็บตรงไหนไหม?" เหอเหยียนกวาดสายตามองสำรวจเฉินชิงเสวียนบ้าง
คู่รักสองคนยืนพะเน้าพะนอห่วงใยกันใกล้ชิด ปล่อยให้คุณลุงผู้โชคร้ายนอนเลือดอาบกองอยู่กับพื้นโดยไม่มีใครสนใจ
"พี่นั่นเอง!"
เสี่ยวไป๋ที่เพิ่งถูกงมขึ้นมาจากแม่น้ำ เอามือทาบอกด้วยความตกใจ พอเงยหน้าขึ้นก็จำหน้าเหอเหยียนได้ทันที
"หนูว่าแล้ว คนที่ช่วยเมื่อวานเป็นคน ไม่ใช่ผีสางเทพเจ้าแห่งแม่น้ำอะไรนั่นสักหน่อย"
เธอทำท่าเหมือนเด็กที่ในที่สุดก็ได้รับการพิสูจน์ความจริง จนแทบจะร้องไห้ออกมา
เหอเหยียน: "..."
ขอบคุณก็ขอบคุณไปสิ ทำไมต้องเหยียบย่ำเทพเจ้าแห่งแม่น้ำด้วยล่ะ?
คำชมที่มาพร้อมคำด่านี่มันฟังดูทะแม่งๆ ชอบกล
เมื่อได้ยินเด็กสาวพูดแบบนั้น เฉินชิงเสวียนก็หันมองเหอเหยียนด้วยความประหลาดใจ
"อาเหยียน เมื่อคืนคุณออกมาเดินเล่น..."
เหอเหยียนสารภาพไปแล้วเมื่อวาน ตอนนี้จึงไม่มีความจำเป็นต้องปิดบัง
"อื้ม ก็บอกแล้วไงว่าออกมาข้างนอก แล้วบังเอิญไปเจอเหตุฆาตกรรมเข้า" เหอเหยียนพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
แต่เฉินชิงเสวียนกลับไม่สงบใจเลยสักนิด เขายังสงสัยว่าตัวเองโง่หรือเปล่า
เขารู้ทั้งรู้ว่าอาเหยียนออกมาข้างนอกตอนฝนตกและไปเจอเหตุฆาตกรรม แต่กลับนึกไม่ถึงเลยว่าอีกฝ่ายจะมาเก็บขยะริมแม่น้ำ แล้วบังเอิญไปขัดจังหวะพิธีกรรมของลัทธิมารเข้า
เบาะแสทุกอย่างตรงกันเป๊ะ แต่เฉินชิงเสวียนไม่เคยโยงเรื่องนี้เข้ากับเหอเหยียนเลย
ความจริงจะโทษเฉินชิงเสวียนฝ่ายเดียวก็ไม่ได้ สำหรับเขาแล้ว เหอเหยียนคือคนที่ต้องได้รับการทะนุถนอม แค่หั่นผักในครัวเขายังเอ่ยปากชมเลย
แต่รายงานตำรวจบอกว่าฮีโร่เมื่อคืนต่อสู้กับสาวกลัทธิมารสองคนด้วยตัวคนเดียว จนคนร้ายสลบเหมือด แขนหักคนหนึ่ง ซี่โครงหักอีกคนหนึ่ง
ต่อให้เฉินชิงเสวียนคิดทบทวนอีกเป็นร้อยรอบ เขาก็นึกภาพอาเหยียนสุดที่รักของเขาไม่ออกจริงๆ
ขนาดเห็นกับตาว่าเหอเหยียนฟาดหัวคนจนแตก สิ่งแรกที่เฉินชิงเสวียนห่วงก็คือมือของอาเหยียนจะสะเทือนจนเจ็บหรือเปล่า
คนมีความรักมักตาบอด โชคดีที่เหอเหยียนเองก็ตาบอดไม่ต่างจากเฉินชิงเสวียน
เมื่อกี้เฉินชิงเสวียนเพิ่งเตะคนปลิวไปหยกๆ คนร้ายยังไม่ทันได้แตะชายเสื้อเขาด้วยซ้ำ
แต่สิ่งแรกที่เหอเหยียนทำคือเช็คว่าเฉินชิงเสวียนบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า
เจี้ยนอวิ๋นทำหน้าเหนื่อยหน่าย หันไปประสานงานกับเพื่อนร่วมงานผ่านโทรศัพท์
เมื่อหัวหน้ามัวแต่จีบกัน ก็ต้องมีใครสักคนทำงานจริงๆ จังๆ บ้าง
ถึงอย่างนั้น เฉินชิงเสวียนก็ยังพอทำตัวให้เป็นประโยชน์อยู่บ้าง ขณะที่จูงมือพาอาเหยียนของเขาเดินขึ้นฝั่ง เขาก็ลากคอลุงที่นอนจมกองเลือดติดมือไปด้วย
ไม่นานนัก รถเก๋งสีดำหลายคันที่ติดตราสัญลักษณ์ 'สมาพันธ์' ก็แล่นเข้ามาจอดเทียบข้างแม่น้ำชิงสุ่ย
เหอเหยียนเคยได้ยินชื่อของสมาพันธ์มาก่อน... ก่อตั้งขึ้นหลังปรากฏการณ์พระจันทร์สีเลือด รวบรวมเหล่าผู้มีพลังพิเศษเอาไว้
แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขาจะได้เห็นตัวเป็นๆ ใกล้ๆ แบบนี้
เขาอยากรู้จริงๆ ว่าผู้มีพลังพิเศษของสมาพันธ์จะมีรูปร่างหน้าตาเป็นยังไง จะมีสามหัวหกแขน หน้าคนตัวสัตว์ หรือมีหูสัตว์งอกออกมาจากหัวไหมนะ
ถ้ามีหางปลาด้วยก็คงดี เขาอยากจะเลี้ยงไว้ดูเล่นสักตัว