เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 12 พิธีปัดเป่าของมิโกะอาซาโนะ

บทที่ 12 พิธีปัดเป่าของมิโกะอาซาโนะ

บทที่ 12 พิธีปัดเป่าของมิโกะอาซาโนะ


บทที่ 12 พิธีปัดเป่าของมิโกะอาซาโนะ

อาซาโนะ อาริสุ กำลังจะเริ่มพิธีปัดเป่า

เฉียวเฉียวยืนสังเกตการณ์อยู่เงียบ ๆ เขารู้สถานะของตัวเองดีว่าเป็นเพียงผู้ติดตาม หากอาริสุไม่เพลี่ยงพล้ำจนเกินรับมือ เขาจะไม่ยื่นมือเข้าไปยุ่งเด็ดขาด

หากมองในแง่ของตัวเงินล้วน ๆ...

เพิ่งผ่านไปไม่ถึงชั่วโมงนับตั้งแต่ทั้งสองพบกัน เฉียวเฉียวก็ฟันกำไรเข้ากระเป๋าไปแล้วถึงห้าแสนห้าหมื่นเยน นับเป็นลาภก้อนโต

เขาลองคำนวณในใจเล่น ๆ ว่าหากงานนี้จบลงภายในสามชั่วโมง... เขาคงยินดีสมัครใจเป็นลิ่วล้อรับใช้คุณหนูอาซาโนะไปตลอดชีวิต

อาริสุเหลือบมองเฉียวเฉียว เมื่อเห็นเขากำลังจับจ้องทุกอิริยาบถของเธอ เธอก็แค่นเสียงเบา ๆ ในลำคอ

'อย่าคิดมาดูถูกกันเชียว'

เธอหยิบปึกยันต์ออกมาจากกระเป๋าถือ ยันต์แต่ละแผ่นจารึกด้วยอักขระที่เขียนจากหมึกผสมพลังวิญญาณของเธอเอง เธอจัดแจงให้สึซึมุระ โทรุ นั่งลงกลางร้าน จากนั้นจึงนำยันต์ไปแปะไว้ที่มุมทั้งสี่ของร้านเบเกอรี่

'ฉันกางอาคมไว้เพื่อไม่ให้วิญญาณร้ายหนีออกนอกพื้นที่ค่ะ'

อาริสุอธิบายเพื่อให้โทรุคลายกังวล

'อ้อ... ทำกันแบบนี้สินะ'

เฉียวเฉียวลูบคางอย่างใช้ความคิด เขาไม่เคยเห็นมิโกะทำพิธีปัดเป่ามาก่อน ใจจริงเขากะเก็งไว้ครึ่งหนึ่งว่าอาริสุจะงัดธนูประจำพิธีออกมาแล้วยิงศรชำระล้างเสียอีก เพราะในอนิเมะมักจะเป็นแบบนั้นเสมอ

อาริสุปรายตามองเขาแวบหนึ่ง

โดยปกติแล้ว เธอจะใช้ยันต์จำนวนมากเพื่อทำให้อีกฝ่ายอ่อนแอลง ก่อนจะรวบรวมพลังวิญญาณดึงมันออกมาจากร่างของสึซึมุระแล้วค่อยกำจัดทิ้ง

แต่วิธีนั้นมันดูธรรมดาเกินไป

หลังจากตรึกตรองครู่หนึ่ง เธอก็หยิบกล่องไม้สีดำออกมาจากกระเป๋า ภายในบรรจุพวงกระดิ่ง

มันคือ 'กระดิ่งคากุระ'

ต่างจากชุดกระดิ่งเจ็ด-ห้า-สามตามประเพณีทั่วไป กระดิ่งของอาริสุมีเพียงแปดลูกร้อยเรียงอยู่รอบโกร่งดาบสั้น ด้ามจับทำจากไม้แดงและมีริบบิ้นห้าสีผูกอยู่ที่ปลายด้ามเช่นเดียวกัน

'นี่คือกุระดิ่งโฮซากิ หรือเรียกอีกอย่างว่ากระดิ่งดาบ'

อาริสุตอบคำถามในใจของเฉียวเฉียว

กระดิ่งคากุระแบบดั้งเดิมเป็นอุปกรณ์สำหรับการร่ายรำบูชาเทพเจ้า ตำนานเล่าว่าครั้งหนึ่งสุริยเทพีอามาเทราสึได้หลบหนีเข้าไปซ่อนตัวในถ้ำสวรรค์ เพราะทนพฤติกรรมก่อกวนของน้องชายคนเล็กอย่างซูซาโนโอะไม่ไหว

เมื่อสิ้นแสงแห่งนาง โลกก็จมดิ่งสู่ความโกลาหล รัตติกาลไร้สิ้นสุด ปีศาจอาละวาด ภัยพิบัติเกิดขึ้นทุกหย่อมหญ้า

ทวยเทพแปดล้านองค์มารวมตัวกันหน้าถ้ำเพื่อเกลี้ยกล่อมให้สุริยเทพีผู้แสนงอนยอมออกมา แต่พระนางก็ปฏิเสธ

ทันใดนั้น เทพีอามะ โนะ อุซึเมะ ก็ก้าวออกมา นางถือใบไผ่ขึ้นไปเต้นรำบนถังไม้ที่คว่ำอยู่ นางร่ายรำอย่างสุดเหวี่ยงจนเสื้อผ้าหลุดลุ่ย เผยให้เห็นเรือนร่างวาบหวิว

เหล่าทวยเทพต่างส่งเสียงเชียร์กันเกรียวกราว

แม้แต่อามาเทราสึยังอดรนทนไม่ไหว ต้องแง้มประตูถ้ำออกมาดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น เทพที่รอจังหวะอยู่ใกล้ ๆ จึงฉวยโอกาสลากพระนางออกมา

แสงสว่างจึงกลับคืนสู่โลก ทุกอย่างจบลงด้วยดี

นับแต่นั้นมา การร่ายรำเพื่อมอบความบันเทิงแด่ทวยเทพจึงกลายเป็นหน้าที่สำคัญในลัทธิชินโต และระบำคากุระก็เป็นหนึ่งในรูปแบบเหล่านั้น

เฉียวเฉียวคันปากอยากจะแซวเหลือเกินว่า นี่คงเป็นคดีถ้ำมองหมู่ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของประเทศวะ และวัฒนธรรมการเก็บตัวอยู่แต่ในห้อง (ฮิกิโคโมริ) ก็คงมีต้นกำเนิดมาจากท่านอามาเทราสึนี่เอง... แต่ก็นะ ตำนานก็คือตำนาน ต้องเคารพวัฒนธรรมเข้าไว้

'โกร่งดาบสีทองเป็นตัวแทนของคันฉ่องยาตะ กระดิ่งแปดลูกเป็นสัญลักษณ์ของสร้อยหยกยาซากานิ และใบมีดด้านบนคือดาบหญ้าตัด หรือคุซานางิ'

อาริสุอธิบายพลางขยับข้อมือ เสียงกระดิ่งกังวานใสไพเราะ

แม้แต่ในศาลเจ้าอัตสึตะ กระดิ่งดาบก็นับเป็นสมบัติล้ำค่า แม้แต่มิโกะเต็มตัวยังแทบไม่ได้ใช้ อย่าว่าแต่เด็กฝึกหัดเลย และอันที่อยู่ในมืออาริสุก็ผ่านการอาบไล้ด้วยไอวิญญาณจากดาบคุซานางิของจริงมาแล้ว

ศาลเจ้าสาขาแต่ละแห่งของอัตสึตะจะมีกระดิ่งแบบนี้เพียงอันเดียว ปกติจะใช้เป็นวัตถุแทนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ การที่เธอสามารถนำมันออกมาใช้ทำพิธีปัดเป่าได้ บ่งบอกถึงความตามใจของพ่อเธอได้เป็นอย่างดี

เฉียวเฉียวไม่รู้ตื้นลึกหนาบางเรื่องพวกนี้หรอก เขาแค่สัมผัสได้ว่ากระดิ่งนั้นทรงพลังมาก แม้จะมองจากระยะไกล มันก็ยังแผ่ออร่าเหนือโลกออกมา คนละชั้นกับยันต์กระดาษพวกนั้นเลย

สมกับเป็นเด็กฝึกหัดจากศาลเจ้าอัตสึตะจริง ๆ

การมอบเครื่องมือทรงอานุภาพขนาดนี้ให้เด็กฝึกงาน... ถ้าเป็นมิโกะตัวจริงหรือระดับหัวหน้ามิโกะ จะงัดของเทพขนาดไหนออกมาใช้ เฉียวเฉียวจินตนาการไม่ออกเลย

ความยากจนจํากัดจินตนาการของเขาจริง ๆ

กริ๊ง—

เสียงกระดิ่งดังขึ้นอีกครั้ง ใสกระจ่างและกังวาน ตำนานอ้างว่าเสียงของมันสามารถสื่อสารกับวิญญาณและชำระล้างจิตใจได้

จู่ ๆ เฉียวเฉียวก็สงสัยขึ้นมาว่า ถ้าเสียงนั้นมีอำนาจในการปัดเป่า การอัดเสียงเก็บไว้เปิดฟังจะได้ผลเหมือนกันไหมนะ? เขาเก็บความสงสัยนี้ไว้ขบคิดทีหลัง

ภายในร้านเบเกอรี่ ทันทีที่ได้ยินเสียงกระดิ่ง โทรุหน้าซีดเผือดราวกับคนตาย เขายกมือขึ้นปิดหูแน่น แต่เสียงนั้นกลับทะลุทะลวงเข้าสู่จิตวิญญาณโดยไร้สิ่งขวางกั้น

อาริสุก้าวเข้าไปในร้านและสะบัดข้อมืออีกครั้ง

กริ๊ง—

คลื่นเสียงใสราวกระจกแก้วกระเพื่อมไปทั่วห้อง โทรุททรุดฮวบลงกับพื้น ควันดำทึบพวยพุ่งออกจากร่างของเขา มันลอยขดตัวอยู่เหนือศีรษะ บิดเบี้ยวจนกลายเป็นใบหน้าอันน่าเกลียดน่ากลัว

ด้านนอก เฉียวเฉียวมองผ่านกระจกเข้าไป ในสายตาของเขา ควันดำนั้นขยายตัวจนเต็มร้าน ก่อตัวเป็นหนวดที่ดูเกือบจะเป็นของแข็ง พวกมันพยายามจะเลื้อยทะลุผนังออกมา แต่เมื่อสัมผัสถูกหน้าต่างหรือกำแพง ก็ต้องหดกลับราวกับถูกไฟช็อต

ยันต์ทั้งสี่มุมเปล่งแสงวาบถี่รัว พยายามตรึงอาคมไว้อย่างสุดกำลัง

ภายในร้าน อาซาโนะ อาริสุ ถูกรายล้อมด้วยหนวดเหล่านั้นจนมิด

แต่แล้วแสงสว่างก็เจิดจ้าขึ้น

กระดิ่งดาบในมือของมิโกะสาวดังกังวานอีกครา เกราะแสงจาง ๆ ปรากฏขึ้นสกัดกั้นหนวดเหล่านั้น ปกป้องไม่ให้พวกมันเข้าถึงตัวเธอ

"ทำไม? ทำไม? ทำไม?"

เสียงกระซิบของวิญญาณร้ายดังก้องในหูของอาริสุ

"ฆ่า ฆ่า ฆ่า—ฆ่าแก ฆ่ามัน ฆ่าพวกแกให้หมด—ฆ่า ฆ่า ฆ่า"

เสียงของวิญญาณดังเล็ดลอดออกมาถึงนอกร้าน ท่ามกลางไอปีศาจที่สกปรกโสมม เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดชวนคลื่นเหียน อาซาโนะ อาริสุ ยังคงยืนหยัดอย่างบริสุทธิ์ผุดผ่อง

กระดิ่งดาบในมือเธอทอประกายระยิบระยับ ดาบยาวเล่มหนึ่งปรากฏขึ้นลาง ๆ ในมือจับ มันดูเรียวบางแต่หนักอึ้ง คมกริบแต่ทื่อด้าน ขาวบริสุทธิ์แต่ขุ่นมัว

เฉียวเฉียวยากจะหาคำมาบรรยายลักษณะของมัน

เบื้องหน้าวิญญาณร้าย อาริสุสะบัดกระดิ่งดาบ

หึ่ง—

ระลอกคลื่นแผ่ขยายออกไป หนวดนับไม่ถ้วนพุ่งเข้าใส่ แต่กลับถูกตัดขาดสะบั้นด้วยวิถีแสงเพียงหนึ่งเดียว

ดาบเดียว... ลบเลือนความมืดมิด ปัดเป่าคาวเลือด และสลายความเคียดแค้น

วูบ—

สายลมกรรโชกพัดวูบขึ้นจากคมดาบ กวาดล้างร่องรอยไอปีศาจทั้งหมดในร้านจนเกลี้ยงเกลาในพริบตา

งดงาม เรียบง่าย และหมดจด

สมกับเป็นมิโกะแห่งศาลเจ้าอัตสึตะ แม้แต่การปราบมารก็ยังมีสไตล์

เฉียวเฉียวมองดูอาริสุแล้วถอนหายใจ เมื่อไหร่หนอที่เขาจะได้ถือดาบยาวแล้วสยบปีศาจนับร้อยด้วยการแกว่งดาบเพียงครั้งเดียวบ้าง?

วิชานี้เรียนไม่ได้ เลียนแบบไม่ได้จริง ๆ

สึซึมุระ โทรุ ที่นั่งคุกเข่าอยู่กับพื้น หอบหายใจอย่างหนัก สีเลือดฝาดกลับคืนสู่ใบหน้าที่เคยซีดเซียว พลังชีวิตอันเปี่ยมล้นไหลเวียนกลับเข้าสู่ร่างกาย

"คุณสึซึมุระ รู้สึกยังไงบ้างคะ?"

อาริสุเก็บกระดิ่งดาบเข้าที่ ใบหน้าของเธอซีดลงเล็กน้อย การใช้อุปกรณ์ประกอบพิธีศักดิ์สิทธิ์นั้นกินแรงกว่าที่เห็น เธอช่วยพยุงเขาให้กลับไปนั่งบนเก้าอี้

"รู้สึก... เหมือนความกดดันบางอย่างหายไป ตัวเบาขึ้นมากเลยครับ"

เท่าที่เขารู้ เขาแค่รู้สึกแย่กะทันหันแล้วก็ล้มลง จากนั้นมิโกะอาซาโนะก็สั่นกระดิ่ง—แล้วความเจ็บปวดก็หายเป็นปลิดทิ้ง ตอนนี้เขารู้สึกเหมือนเพิ่งวิ่งสปรินต์มาหนึ่งกิโลเมตร เหนื่อยแต่กลับโล่งใจอย่างประหลาด

เขาไม่สัมผัสถึงวิญญาณร้ายหรือไอปีศาจใด ๆ ทั้งสิ้น แต่ความเปลี่ยนแปลงในเวลาเพียงไม่กี่นาทีนี้ช่างเหมือนปาฏิหาริย์

"สมเป็นมิโกะแห่งศาลเจ้าอัตสึตะจริง ๆ พิธีปัดเป่าของคุณยอดเยี่ยมมาก"

เฉียวเฉียวเดินเข้ามาในร้านแล้วเอ่ยชม คำเยินยอของเขาทำให้สึซึมุระหันไปมองอาริสุอีกครั้งด้วยสายตาเปี่ยมความซาบซึ้ง

"วิญญาณไปแล้วค่ะ เก็บเครื่องรางนี้ไว้อีกสองวัน ถ้าไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็ถือว่าหายขาดค่ะ"

เธวางเครื่องรางสีแดงลงบนฝ่ามือของเขา น้ำเสียงอ่อนโยน เธอดูจะพอใจกับคำชมของเฉียวเฉียวไม่น้อย จากนั้นเธอก็ตรวจดูสึซึมุระและร้านเบเกอรี่อีกครั้ง

ขณะที่มิโกะอาซาโนะกำลังคุยกับลูกค้า เฉียวเฉียวกวาดสายตาสำรวจขนมปัง ก้อนเนื้อบิดเบี้ยวที่มีหนวดยั้วเยี้ยหายไปแล้ว เหลือเพียงขนมปังน่าทานวางเรียงราย แม้จะต้องทิ้งทั้งหมดเพื่อความปลอดภัย แต่มันก็ช่วยไม่ได้

ในการตรวจเช็กครั้งที่สาม เฉียวเฉียวชะงัก

ที่มุมหนึ่งของตู้โชว์ ใต้ขนมปังก้อนหนึ่ง ยังมีไอปีศาจจาง ๆ หลงเหลืออยู่ มันดิ้นกระดึบเหมือนหนอนตัวจิ๋ว พยายามจะเลื้อยหนี

'เศษเสี้ยวความแค้นที่ตกค้างงั้นหรือ?' เขาสงสัย

มิโกะอาซาโนะพลาดเพราะขาดประสบการณ์? หรือจงใจเหลือไว้เพื่อทดสอบเขา? หรือว่าวิญญาณตนนี้มีความผิดปกติ?

เขาตัดความเป็นไปได้ข้อแรกทิ้งทันที ไม่มีทางที่นักปราบมารซึ่งผ่านการฝึกฝนจากสถาบันจะมองพลาด

อืม...

การปรากฏตัวของวิญญาณตนนี้มันแปลกตั้งแต่ต้นแล้ว สึซึมุระ โทรุ ถูกสิงสู่โดยไม่มีปี่มีขลุ่ย และมันยังใช้ขนมปังเป็นสื่อแพร่กระจายความหายนะ—เป็นสิ่งที่เฉียวเฉียวไม่เคยพบเห็นมาก่อน

หรือว่ามิโกะอาซาโนะกำลังแกะรอยต้นตอผ่านเศษเสี้ยวที่เหลืออยู่นั่น?

ระหว่างที่เขาครุ่นคิด เธอคุยธุระเสร็จและทำท่าจะเดินออกไปโดยไม่สนใจเจ้าสิ่งตกค้างนั้นเลย

ซึ่งเหลือคำตอบเพียงข้อเดียว

วิญญาณตนนี้เป็นชนิดพิเศษ มันสามารถหลบเลี่ยงสัมผัสของนักปราบมารได้

เฉียวเฉียวเดินเข้าไปใกล้ก้อนขนมปัง เจ้าก้อนความแค้นที่ดิ้นพล่านส่งเสียงขู่ฟ่อเบา ๆ พยายามจะหนี

เพียะ—

"มีอะไรเหรอครับ?"

สึซึมุระถามอย่างงุนงงเมื่อเห็นเฉียวเฉียวตบมือเข้าหากันเหนือขนมปัง

"ยุงน่ะครับ"

เพื่อรักษาความสงบใจของลูกค้า เขาจึงตอบไปแบบนั้น

"ช่วงนี้ยุงเยอะขนาดนั้นเลยเหรอ?"

อาริสุที่เดินไปถึงประตูหันกลับมามอง ด้วยความเป็นผู้หญิงเธอจึงค่อนข้างใส่ใจเรื่องแมลง แต่เธอก็ไม่เห็นอะไร

"คงเพราะใกล้จะเข้าหน้าร้อนแล้วมั้งครับ"

เฉียวเฉียวตอบหน้าตาย

จบบทที่ บทที่ 12 พิธีปัดเป่าของมิโกะอาซาโนะ

คัดลอกลิงก์แล้ว