- หน้าแรก
- เป็นตัวประกอบฝ่ายอธรรมมันยาก ขอลาออกไปเป็นนักดนตรีพเนจรได้ไหม
- บทที่ 21 - งานเลี้ยงในวังและเหตุไม่คาดฝัน
บทที่ 21 - งานเลี้ยงในวังและเหตุไม่คาดฝัน
บทที่ 21 - งานเลี้ยงในวังและเหตุไม่คาดฝัน
บทที่ 21 - งานเลี้ยงในวังและเหตุไม่คาดฝัน
ในยามค่ำคืน ดวงจันทร์ส่องแสงสลัว ดาวระยิบระยับเพียงประปราย ผืนแผ่นดินดูเหมือนจะจมดิ่งสู่ห้วงนิทรา มีเพียงพระราชวังอันโอ่อ่าที่ตั้งอยู่เท่านั้นที่ยังคงสว่างไสวไปด้วยแสงไฟ เสียงดนตรีและการร่ายรำดังเซ็งแซ่
จี้อวิ๋นเจ๋อและพรรคพวกถูกข้าราชบริพารนำทางผ่านประตูข้างของพระราชวัง หลังจากเดินขึ้นบันไดวนเวียนที่ดูเหมือนจะไม่มีที่สิ้นสุดชั้นแล้วชั้นเล่า ในที่สุดก็มาหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้องที่ตกแต่งอย่างวิจิตรตระการตา
"เอาล่ะ ถึงตาพวกเจ้าแล้ว ทำตัวให้นอบน้อมต่อฝ่าบาทหน่อย เข้าไปได้!"
ทหารยามผลักประตูเปิดออก แสงสว่างจ้าสาดส่องออกมาจากรอยแยกของประตูและขยายวงกว้างขึ้น สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาของจี้อวิ๋นเจ๋อคือของล้ำค่าหายากนับไม่ถ้วน ทองคำ เพชรนิลจินดา และ... ชายชราที่กำลังหลับตาพักผ่อนอยู่บนเก้าอี้ที่ฝังด้วยทองคำและอัญมณี
"ยังจะยืนบื้ออยู่ทำไม? รีบคุกเข่าลงสิ!" ข้าราชบริพารข้างๆ ผลักจี้อวิ๋นเจ๋อทีหนึ่ง จนเขาเซถลาเกือบล้ม
'เออ เชื่อเขาเลย...' จี้อวิ๋นเจ๋อกัดฟันอดทนกำลังจะคุกเข่า แต่ฮ่องเต้กลับเอ่ยปากขึ้นเสียก่อน
"ยังไม่ต้องคุกเข่า เงยหน้าขึ้นมาให้หมด ให้ข้าได้ยลโฉมเหล่าคนงามหน่อยซิ"
ฮ่องเต้เฒ่าลืมตาขึ้น สายตากวาดมองไปที่ทุกคน และสุดท้ายก็มาหยุดอยู่ที่จี้อวิ๋นเจ๋อ
'เชี่ย... ไม่จริงใช่มั้ย...' จี้อวิ๋นเจ๋อหลบสายตา พยายามข่มความอยากจะสบถคำหยาบออกมาอย่างสุดความสามารถ
"พาพวกเขาทั้งห้าคนลงไป ประทานให้แก่ขุนนางคนอื่นๆ ส่วนเจ้า... อยู่ต่อ" ฮ่องเต้ชี้มาที่จี้อวิ๋นเจ๋อ
เมื่อได้ยินดังนั้น เหล่าเอลฟ์ต่างก็มีสีหน้าเศร้าสร้อย ในที่สุดพวกเขาก็คงไม่มีวันได้กลับบ้านเกิดอีกแล้ว
"รับด้วยเกล้าพะยะค่ะ ฝ่าบาท" ว่าแล้วข้าราชบริพารก็นำตัวเอลฟ์สาวงามอีกห้าคนออกไป
"ช้าก่อน บอกพวกคนที่รออยู่ข้างหลังว่างานเลี้ยงใกล้จะเริ่มแล้ว วันนี้งดการคัดเลือกชั่วคราว พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่"
หลังจากข้าราชบริพารพาเอลฟ์ทั้งห้าปิดประตูออกไป ฮ่องเต้ก็เผยธาตุแท้ออกมาทันที ใบหน้าเปลี่ยนเป็นน่าเกลียดน่ากลัว
"มานี่สิ พ่อคนงาม มานั่งตักข้า ให้ข้ารักเจ้าหน่อยนะ" ฮ่องเต้เฒ่าอ้าแขนออก แลบลิ้นเลียริมฝีปาก
จี้อวิ๋นเจ๋อเห็นสภาพนั้นแล้วก็คุมสีหน้าไม่อยู่ แสดงความรังเกียจออกมาอย่างชัดเจนและถอยหลังกรูด แต่ไม่นึกว่าฮ่องเต้เห็นแบบนั้นกลับยิ่งชอบใจ ลุกขึ้นทำท่าจะกระโจนเข้าใส่
จี้อวิ๋นเจ๋อรีบยกเท้าถีบเข้าที่ท้องของฮ่องเต้เฒ่า แต่ไม่ได้ออกแรงมากนัก เพียงแค่ถีบเพื่อทิ้งระยะห่างระหว่างกัน
"ฝ่าบาทตรัสว่าจะเสด็จงานเลี้ยงไม่ใช่หรือ? หากช้ากว่านี้ เกรงว่าจะสายนะ..."
"ทำเรื่องนี้ให้เสร็จก่อนค่อยไปก็ยังไม่สาย พ่อคนงามอยู่นิ่งๆ ข้าจะทำเร็วๆ" ฮ่องเต้เฒ่าหอบหายใจอย่างบ้าคลั่ง ราวกับสัตว์ป่าที่กำลังกลัดมัน
จี้อวิ๋นเจ๋อรู้สึกขยะแขยงจนทนไม่ไหว กำลังจะแตกหักกับฮ่องเต้เฒ่าให้รู้แล้วรู้รอด แต่ไม่นึกว่าจะมีเสียงเคาะประตูขัดจังหวะขึ้นมาเสียก่อน
"ฝ่าบาท องค์หญิงไป๋เย่แต่งองค์ทรงเครื่องเรียบร้อยแล้ว กำลังรอฝ่าบาทอยู่ที่งานเลี้ยงพะยะค่ะ"
"เออๆ ข้ารู้แล้ว ข้าจะไปเดี๋ยวนี้แหละ"
เมื่อได้ยินดังนั้น ฮ่องเต้เฒ่าก็หยุดการกระทำ จัดแจงคอเสื้อให้เรียบร้อย แล้วหันมามองจี้อวิ๋นเจ๋ออย่างไม่ค่อยเต็มใจ
"พ่อคนงาม เจ้าก็ตามข้าไปงานเลี้ยงด้วยแล้วกัน"
"เหอๆ..." จี้อวิ๋นเจ๋อหัวเราะแห้งๆ ไม่อยากจะมองตาแก่ลามกนี่อีกแม้แต่แวบเดียว
งานเลี้ยงช่างคึกคักยิ่งนัก ห้องโถงทองอร่าม สุรานารีเพียบพร้อม แก้วแหวนเงินทองกระทบกันดังกุ๊งกิ๊ง ช่างฟุ่มเฟือยจนถึงที่สุด
'แม่งเอ้ย โคตรจะเสวยสุขเลยนะ' จี้อวิ๋นเจ๋อเดินตามหลังฮ่องเต้เฒ่า พลางกวาดตามองไปรอบๆ ขุนนางคนอื่นๆ ต่างก็มองมาที่เขาด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตร จี้อวิ๋นเจ๋อก็รู้ตัวดี แต่เขาขี้เกียจจะไปสนใจ NPC พวกนี้
ที่ปลายสุดของโต๊ะยาวสองฝั่ง มีหญิงสาวผู้มีรูปโฉมงดงามโดดเด่นนั่งอยู่ แม้ในสถานที่ที่หรูหราเช่นนี้ นางก็ยังคงเป็นทิวทัศน์ที่งดงามที่สุด หูที่แหลมเล็กและผมยาวสีบลอนด์อ่อนทำให้จี้อวิ๋นเจ๋อจำได้ทันที
'คุณพระคุณเจ้า นั่นมันไป๋เย่ ภรรยาสุดที่รักของข้านี่นา?! ในที่สุดก็ได้เจอตัวจริงแล้ว!'
จี้อวิ๋นเจ๋อแทบจะกรีดร้องออกมาด้วยความตื่นเต้น ความงามขององค์หญิงไป๋เย่นั้นงดงามยิ่งกว่าที่บรรยายไว้ในหนังสือเสียอีก งามกว่าดาราหรือสาวงามทุกคนที่จี้อวิ๋นเจ๋อเคยเห็นมา
แต่พอนึกขึ้นได้ว่าเขาไม่ได้สวมบทบาทเป็นพระเอกอย่างเป่ยหมู่เฉิน... จู่ๆ จี้อวิ๋นเจ๋อก็รู้สึกหดหู่ขึ้นมาทันที
ฮ่องเต้เฒ่าพอเห็นไป๋เย่ก็ตาเป็นประกาย รีบเดินเข้าไปนั่งข้างๆ ไป๋เย่ พร้อมรอยยิ้มประจบสอพลอ
'ไอ้แก่เวรนี่น่ารังเกียจชะมัด ให้เป่ยหมู่เฉินรีบมาเก็บองค์หญิงเอลฟ์ไปเร็วๆ เถอะ'
จี้อวิ๋นเจ๋อแอบถลึงตาใส่ฮ่องเต้เฒ่าในมุมที่เขาไม่เห็น ทันใดนั้นก็รู้สึกเหมือนมีคนตบไหล่ จี้อวิ๋นเจ๋อสะดุ้งโหยง หันกลับไปมองก็เจอกับหน้าผีโผล่มาตรงหน้า
"ฉางเย่! เวลาหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ยังจะมาล้อเล่นอีก!" จี้อวิ๋นเจ๋อมองค้อน กระซิบดุ
"อะไรกัน นึกว่าจะทำให้เจ้าตกใจได้ซะอีก" ฉางเย่โบกมืออย่างผิดหวัง
"เอ๊ะ แล้วตาแก่นั่นไม่ได้ทำอะไรเจ้าใช่มั้ย?" จี้อวิ๋นเจ๋อถาม
"ไม่นะ เขาแค่เก็บข้าไว้..." พูดไปได้ครึ่งหนึ่ง ฉางเย่ก็ชะงักไป "เดี๋ยวสิ เจ้าคงไม่ได้คิดว่าข้าโดนไอ้เฒ่าโรคจิตนั่น... ย่ำยีเข้าให้หรอกนะ?"
ฉางเย่จ้องหน้าจี้อวิ๋นเจ๋อตาโตด้วยความตกใจ เหมือนอยากจะได้คำตอบจากสีหน้าของเขา
"คิดอะไรของเจ้า? ถ้ามันกล้าเข้ามา ข้าฟันฉับแน่นอน..." จี้อวิ๋นเจ๋อทำท่าปาดคอ
"แค่เจ้าเนี่ยนะ? พอเถอะ ตาแก่นั่นเลเวล 60 กว่า ใครจะเชือดใครก็เห็นๆ กันอยู่" ฉางเย่สาดน้ำเย็นใส่จี้อวิ๋นเจ๋อพร้อมรอยยิ้ม
ขณะที่ทั้งสองกำลังกระซิบกระซาบกันอยู่ที่มุมห้อง ประตูวังก็ถูกทหารยามผลักเปิดออก ร่างสูงโปร่งร่างหนึ่งเดินเข้ามาในท้องพระโรง
【แจ้งเตือนจากระบบ: หลัวคั่นเหยียน อายุ 25 ปี โอรสแห่งฮ่องเต้จักรวรรดิไป๋ซิง มีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว แผนการล้ำลึก ทว่าเพราะหลงรักองค์หญิงเอลฟ์ไป๋เย่แต่ไม่สมหวัง สุดท้ายจึงต้องเสียสติเพราะความรัก และพ่ายแพ้ให้กับเป่ยหมู่เฉิน】
'สุดยอดไปเลย' จี้อวิ๋นเจ๋อฟังระบบร่ายยาวประวัติตัวละครจบก็แทบอยากจะปรบมือให้
"เสด็จพ่อ" หลัวคั่นเหยียนมองไปที่ฮ่องเต้ เป็นเชิงทักทายบิดา
แต่พอเห็นท่าทางของฮ่องเต้ที่ขยับเข้าไปใกล้ไป๋เย่ สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย
"มาแล้วรึ หาที่นั่งเอาเถอะ"
จี้อวิ๋นเจ๋อมองดูละครฉากเด็ดนี้จากมุมมองพระเจ้าอย่างสนุกสนาน พ่อลูกคู่นี้มันลิโป้กับตั๋งโต๊ะชัดๆ พ่อลูกแท้ๆ จะมาฆ่ากันเพราะสาวงามคนเดียว บ้าบอคอแตกจริงๆ
หลัวคั่นเหยียนเห็นดังนั้นก็ไม่พูดอะไรอีก แต่จงใจไปนั่งลงข้างๆ ฮ่องเต้ ฮ่องเต้เฒ่าที่ถูกขัดจังหวะโลกส่วนตัวรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย แต่ก็ไม่กล้าพูดอะไรออกมา
"องค์หญิง สองสามวันมานี้อยู่ที่นี่สุขสบายดีหรือไม่?" หลัวคั่นเหยียนทักทายไป๋เย่อย่างสุภาพ
ไป๋เย่เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ยิ้มบางๆ
"ขอบพระทัยฝ่าบาทที่ทรงเมตตา ทุกอย่างเรียบร้อยดีเพคะ"
ได้ยินดังนั้น ฮ่องเต้เฒ่าก็เริ่มยืดอกอย่างภาคภูมิใจ ส่วนหลัวคั่นเหยียนชะงักไปครู่หนึ่ง ไม่พูดอะไรต่อ
จี้อวิ๋นเจ๋อที่อยู่ไม่ไกลกำลังกินข้าวเคล้าข่าวฉาวอย่างออกรส จู่ๆ หางตาก็เหลือบไปเห็นหมิงหลิงที่หายไปนานโผล่ออกมาจากมุมมืด
เห็นเพียงเขาค่อยๆ ย่องเข้าไปใกล้ฮ่องเต้...
เขาจะทำอะไร?!
จี้อวิ๋นเจ๋อตะลึงงัน ความคิดน่ากลัวแวบเข้ามาในหัว
อย่านะ!
พูดไม่ทันขาดคำ หมิงหลิงก็ชักกริชออกมาจากอกเสื้อ แล้วแทงไปที่ฮ่องเต้
รูม่านตาของจี้อวิ๋นเจ๋อขยายกว้างขึ้นในทันที สถานการณ์ต่อจากนี้กำลังจะหลุดการควบคุม...
(จบแล้ว)