- หน้าแรก
- เป็นตัวประกอบฝ่ายอธรรมมันยาก ขอลาออกไปเป็นนักดนตรีพเนจรได้ไหม
- บทที่ 12 - การตายของหลิวเชียนหลี และจุดจบภารกิจเฟสแรก
บทที่ 12 - การตายของหลิวเชียนหลี และจุดจบภารกิจเฟสแรก
บทที่ 12 - การตายของหลิวเชียนหลี และจุดจบภารกิจเฟสแรก
บทที่ 12 - การตายของหลิวเชียนหลี และจุดจบภารกิจเฟสแรก
ประตูถูกเปิดออกพร้อมเสียง "แอ๊ด..." จี้อวิ๋นเจ๋อก็พบกับชายชุดดำคนเดิมที่เคยมาหา
“คุณชายใหญ่ ขอเรียนเชิญท่านไปกับพวกเราด้วย ท่านประมุขมีความประสงค์จะพบท่าน” ชายชุดดำกล่าวด้วยน้ำเสียงนอบน้อม
“อ๋อ... อยากจะพบข้าจริง ๆ อย่างนั้นหรือ?” จี้อวิ๋นเจ๋อเลิกคิ้วขึ้น พร้อมรอยยิ้มยั่วเย้า ทำเอาชายชุดดำถึงกับเหงื่อกาฬไหลซึม ด้วยเกรงว่าความลับที่ปิดบังไว้จะถูกเปิดโปง
ดูท่า... คงต้องลงมือทำให้สลบ แล้วลากตัวไปโดยพลันเสียแล้ว!
แววตาภายใต้ฮู้ดสีดำส่องประกายวาวโรจน์ ชายชุดดำเตรียมจะชักดาบ แต่ทว่าจี้อวิ๋นเจ๋อไวกว่า คว้าหมับเข้าที่แขนของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว
“พี่ชาย ถ้าเช่นนั้นก็รีบนำทางสิ รออะไรอยู่!” จี้อวิ๋นเจ๋อยิ้มแห้ง ในใจครุ่นคิดว่า หมอนี่ช่างใจร้อนชะมัด เอะอะก็จะใช้กำลังอยู่ร่ำไป
เมื่อก้าวเท้าพ้นประตู จี้อวิ๋นเจ๋อเหลียวหลังกลับไปมอง—
นั่นไง ทหารยามสองคนนอนแน่นิ่ง สลบเหมือดอยู่กับพื้นอีกตามเคย
‘บ้าเอ๊ย! ให้ตายสิ เห็นตัวใหญ่กล้ามโตขนาดนี้แท้ ๆ แต่ทำไมถึงได้เปราะบางถึงเพียงนี้กันนะ? ค่าพลังป้องกันของคนตระกูลเปี่นี่มันต่ำเตี้ยเรี่ยดินขนาดนี้เลยหรือ!’
จี้อวิ๋นเจ๋อมองทหารยามด้วยสายตารังเกียจปนเวทนา ก่อนจะเร่งฝีเท้าจ้ำอ้าวตามหลังไป
ลมภูเขาพัดพาผ่านป่าไผ่ เกิดเสียงหวีดหวิววังเวง คล้ายเสียงภูตผีขับขานเพลง
คนสองคนเดินตามกันไปท่ามกลางแสงจันทร์เย็นเยียบ มุ่งหน้าไปตามทางเดินเล็ก ๆ ที่ทอดลึกเข้าไปในความมืด
แต่ทว่า... ต่อให้เตรียมใจมาดีเพียงใด... ภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า ก็ยังทำให้หัวใจของจี้อวิ๋นเจ๋อหนักอึ้งราวกับถูกก้อนหินถ่วง จนดิ่งวูบลงไปทันที
ในวินาทีนั้นเอง ความรู้สึกราวกับมีลิ่มน้ำแข็งแทงทะลุอกก็เข้าปกคลุม ความหนาวเหน็บแล่นพล่านไปทั่วร่าง
ภายใต้แสงจันทร์สลัว ร่างของเด็กสาวคนหนึ่งนอนขดตัวอยู่บนพื้นดิน ดุจกระต่ายน้อยที่เพิ่งหลับใหลไปอย่างน่าเวทนา เนื้อตัวเปรอะเปื้อนไปด้วยโคลนและเศษใบไผ่ ไร้ซึ่งสัญญาณแห่งชีวิต
ใบหน้าของนางดูสงบนิ่งเหมือนคนที่เพิ่งจะหลับไป ทว่าตามซอกเล็บทั้งสิบกลับเต็มไปด้วยดินโคลน...
และสิ่งที่สะดุดตาที่สุดคือรอยขีดข่วนลึกหลายรอยบนพื้นดิน... โดยไม่ต้องสงสัยเลยว่าก่อนที่นางจะสิ้นลมหายใจ นางต้องดิ้นรนทนทุกข์ทรมานมากเพียงใด
“หลิว...” จี้อวิ๋นเจ๋อมือไม้สั่นเทา ค่อย ๆ ยื่นมือออกไป หวังจะสัมผัสใบหน้าอันซีดเผือดนั้น ทว่ายังไม่ทันที่ปลายนิ้วจะแตะต้อง เข็มเงินเล่มหนึ่งก็พุ่งแหวกอากาศมาจากระยะไกล ปักเข้าที่ข้อมือเขาอย่างแม่นยำ เลือดสีแดงสดไหลอาบย้อมหลังมือจนแดงฉาน
“อึก...” จี้อวิ๋นเจ๋อกัดฟันแน่น รีบกุมข้อมือตัวเองไว้ ความเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นมาอย่างรวดเร็วทันที
‘ให้ตายสิ! ไม่นึกว่าเป่ยหมู่เฉินจะตามมาเร็วขนาดนี้!’
เมื่อหันกลับไปมองอีกครั้ง ชายชุดดำเจ้าปัญหาก็หายตัวไปเสียแล้ว ทิ้งไว้เพียงหลักฐานการสังหารอย่างรวดเร็ว สมกับเป็นมืออาชีพที่เชี่ยวชาญด้านการหลบหนีเสียจริง จี้อวิ๋นเจ๋อกัดฟันกรอด พร้อมกับบีบข้อมือตัวเองให้แน่นขึ้นเพื่อห้ามเลือด
ในวินาทีถัดมา คมกระบี่อันเย็นยะเยือกก็พุ่งออกมาจากความมืด จี้อวิ๋นเจ๋อไม่มีเวลาให้ลังเลแม้แต่น้อย เขาสะบัดแส้ยาวสีเลือดซึ่งมีรูปร่างคล้ายหางแมงป่องออกไปปัดป้องในทันที
แกร๊ง!
ในระยะประชิดขนาดนี้ ในที่สุดจี้อวิ๋นเจ๋อก็ได้เห็นแววตาของเป่ยหมู่เฉินอย่างชัดเจน— ความเกลียดชังและความโกรธแค้นอันท่วมท้น ได้กลืนกินสติสัมปชัญญะของเด็กหนุ่มไปจนหมดสิ้นแล้ว
เหตุใดตลอดหลายปีที่ผ่านมาพวกเขาถึงไม่สามารถอยู่ร่วมโลกเดียวกันได้เลย?! เขาไม่อยากรออีกต่อไปแล้ว! เขาต้องการจะสังหารจี้อวิ๋นเจ๋อในทันที!
ชั่วพริบตานั้น กระบี่ในมือของเป่ยหมู่เฉินดูเหมือนจะสั่นพ้องเข้ากับจิตวิญญาณ และระเบิดพลังรุนแรงออกมา แม้ว่าพลังดังกล่าวจะยังดูไม่มากนักในสายตาคนทั่วไป แต่สำหรับเป่ยหมู่เฉินซึ่งมีระดับพลังเพียง 9 ก็ถือว่าน่าทึ่งเป็นอย่างยิ่ง แม้แต่จี้อวิ๋นเจ๋อยังแอบตกใจกับพัฒนาการอันนี้ แสงกระบี่อันวูบวาบทำให้จี้อวิ๋นเจ๋อเริ่มตกเป็นรองทันที
ต้องยอมรับว่าแม้เป่ยหมู่เฉินจะเป็นที่รังเกียจในสายตาผู้อื่น แต่วิชากระบี่ของเขากลับยอดเยี่ยมเกินวัยโดยแท้ ทว่าน่าเสียดาย... ต่อให้กระบวนท่าจะล้ำเลิศเพียงใด หากไร้ซึ่ง ‘พลังจิตภูต’ ที่แข็งแกร่งคอยหนุนหลัง ก็ไม่อาจไปได้ไกลนัก
ขณะที่จี้อวิ๋นเจ๋อกำลังจวนตัวรับมือไม่ไหว เสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังขึ้น
《แจ้งเตือนจากระบบ: โปรดสลัดตัวเอกให้หลุดพ้น แล้วรีบหนีออกจากพื้นที่เพื่อจบภารกิจช่วงแรก》
หมดทางเลือกอื่นแล้ว
จี้อวิ๋นเจ๋อกระโดดถอยหลัง ใช้ยอดไผ่ดีดตัวออกห่างจากเป่ยหมู่เฉินอย่างรวดเร็ว
"จิตภูตสถิตร่าง!"
จี้อวิ๋นเจ๋อเอ่ยเสียงเบา ทันใดนั้น เงาร่างของแมงป่องยักษ์สีดำแดงทมิฬก็ปรากฏขึ้นเบื้องหลัง นี่คือจิตภูตที่แท้จริงของเขา ไม่ใช่แมงป่องธรรมดาอย่างของฮั่วชี แต่มันคือ— แมงป่องพิษวิญญาณภูต
น่าขันยิ่งนัก ในเมื่อต้องมารับบทตัวประกอบ หากไม่ขอรับความช่วยเหลือพิเศษจากระบบไว้เพื่อหนีตาย จะเอาชีวิตรอดจากเงื้อมมือของพระเอกได้อย่างไร?!
เพียงเสี้ยววินาที จิตภูตแมงป่องก็แตกตัวออกเป็นละอองแสงสีดำแดงนับไม่ถ้วน พุ่งเข้าผสานกับแส้ยาวในมือของเขา
จี้อวิ๋นเจ๋อฟาดแส้ลงไปเต็มแรง เป่ยหมู่เฉินรีบยกกระบี่ขึ้นป้องกัน
"เคร้ง!"
เสียงโลหะหักสะบั้นดังลั่น กระบี่ในมือของเป่ยหมู่เฉินแตกกระจายเป็นเสี่ยง
จี้อวิ๋นเจ๋อเห็นท่าไม่ดีก็รีบยั้งมือทันที ระบบให้ความช่วยเหลือเพื่อใช้หลบหนี ไม่ได้ให้มาสังหารพระเอกเสียหน่อย! หากพระเอกตาย เขาเองนั่นแหละที่จะเดือดร้อน!
แต่ด้วยความแตกต่างของระดับพลัง ประกอบกับสภาพร่างกายที่อ่อนแอของเป่ยหมู่เฉิน แม้จี้อวิ๋นเจ๋อจะยั้งมือไปมากแล้ว แต่พลังที่หลงเหลือก็ยังฝากรอยแผลยาวเหวอะหวะไว้ที่หน้าอกของเป่ยหมู่เฉินจนได้
"อั่ก..." เป่ยหมู่เฉินกระอักเลือดคำใหญ่ ทรุดฮวบลงกับพื้นอย่างหมดสิ้นพละกำลัง ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วทรวงอก ซ้ำร้ายพิษที่เคลือบอยู่บนแส้ของจี้อวิ๋นเจ๋อยิ่งทำให้ร่างกายเขาทรุดหนักลงไปอีก สติสัมปชัญญะเริ่มเลือนราง
"เฮ้ย! ไม่จริงน่า เมื่อครู่ยังดูแข็งแกร่งปานเทพเซียน ไฉนถึงเปราะบางได้ขนาดนี้?! นึกว่าเป็นเกราะเหล็กชั้นดี ที่ไหนได้บางยิ่งกว่ากระดาษบางๆ!"
ปากก็บ่นพึมพำ แต่ใจของจี้อวิ๋นเจ๋อเต้นรัวด้วยความตื่นตระหนก
ทำอย่างไรได้ ในเมื่อตนเองเป็นผู้ลงมือสร้างบาดแผล ก็ต้องเป็นผู้รักษาเอง
จี้อวิ๋นเจ๋อรีบเข้าไปถอดเสื้อคลุมตัวนอกของเป่ยหมู่เฉินออก แล้วใช้เศษกระบี่ที่หักกรีดเสื้อตัวในเผยให้เห็นบาดแผล
แต่ในจังหวะนั้นเอง สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นมุมกระดาษโผล่ออกมาจากอกเสื้อของเป่ยหมู่เฉิน
จี้อวิ๋นเจ๋อดึงออกมาอ่าน แล้วก็ต้องแค่นหัวเราะ
ในกระดาษเขียนไว้ว่า: "หากอยากให้หลิวเชียนหลีรอดชีวิต จงมาที่ป่าไผ่เพียงลำพังยามพลบค่ำ — จี้อวิ๋นเจ๋อ"
"ไอ้พวกระยำนี่มันเล่นสกปรกจริงๆ!"
จี้อวิ๋นเจ๋อฉีกกระดาษเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย โปรยทิ้งไป
จากนั้นเขาก็รีบจัดการแผลให้เป่ยหมู่เฉิน เผยให้เห็นกล้ามเนื้อหน้าอกที่แน่นตึงได้รูป จนจี้อวิ๋นเจ๋อเผลอมองตาค้างไปแวบหนึ่ง ก่อนจะตั้งสติรีบเอายาแก้พิษโรยลงไปบนแผล ทว่าเพื่อความแนบเนียน (และเพื่อให้พระเอกมีเวลาตามมาล่าไม่ทัน) เขาจงใจโรยยาแค่ครึ่งเดียวเพื่อให้บาดแผลหายช้าลงสักหน่อย
'โห... อายุแค่นี้หุ่นดีชะมัด ฟิตกว่าข้าอีกด้วยซ้ำ!'
จี้อวิ๋นเจ๋อบ่นอุบในใจ พลางหยิบพลุสัญญาณขอความช่วยเหลือออกมาจากแหวนมิติ ยิงขึ้นสู่ท้องฟ้ามืดมิด
ปัง! พลุระเบิดเป็นรูปมังกรสีน้ำเงินขนาดใหญ่สว่างวาบไปทั่วฟ้า
"เอาล่ะ เดี๋ยวคงมีคนมาช่วยเจ้าเอง!"
จี้อวิ๋นเจ๋อตบแก้มเป่ยหมู่เฉินเบาๆ สองที แล้วเอาเสื้อคลุมของอีกฝ่ายมาคลุมร่างให้
"ตำแหน่งผู้นำตระกูล ข้าไม่เอาแล้วหรอกนะ ช่วงนี้เจ้าก็รับเคราะห์ไปก่อนเถิด ข้าขอหนีไปตั้งหลักก่อน..."
จี้อวิ๋นเจ๋อลุกขึ้น ปัดเศษใบไผ่ออกจากเสื้อ
หันไปมองร่างไร้ลมหายใจของหลิวเชียนหลีอีกครั้ง เขาถอนหายใจยาว ถอดเสื้อคลุมตัวนอกของตัวเองออก แล้วบรรจงห่มคลุมร่างของนางไว้อย่างเบามือ
ขอโทษนะคุณหนูหลิว
จี้อวิ๋นเจ๋อคนนี้มันเป็นคนเห็นแก่ตัว
เพราะงั้น...
"จี้อวิ๋นเจ๋อเอ๋ย คราวนี้แกได้เป็นคนชั่วเต็มตัวสมใจแล้วนะ อย่าได้ไปบ่นน้อยใจเลยว่าทำไมพระเอกถึงจ้องจะฆ่าแก..."
จี้อวิ๋นเจ๋อพันบาดแผลที่ข้อมืออย่างลวกๆ พลางคว้ายาฟื้นฟูพลังที่ลักมาจากจวนตระกูลเป่ย กรอกใส่ปาก เคี้ยวกลืนอย่างเร่งร้อน หวังเพียงให้บาดแผลฟื้นตัวโดยไว
เขาก้าวเดินไปเบื้องหน้าอย่างมุ่งมั่น เงยหน้าจับจ้องดวงจันทร์กลมโตที่ลอยเด่นอยู่กลางนภา พลางพึมพำกับตัวเองด้วยเสียงแผ่วเบา
ใบไผ่ปลิดปลิวลงบนเส้นผมของเขา ราวกับจะกลืนหายไปกับความมืดมิดของยามราตรี
(จบแล้ว)