- หน้าแรก
- ห้วงลึกแห่งคนเป็น
- บทที่ 73 การล่า
บทที่ 73 การล่า
บทที่ 73 การล่า
การต่อสู้ที่สนามกรีฑาจบลงแล้ว เมื่อไม่มีนักเรียนที่กลายพันธุ์เข้ามาขวางกั้น และไม่มีนักเรียนธรรมดาให้เป็นอาหารเสริมเลือดเนื้อ สามครูพละก็ร่วมมือกับ ‘เฉิงหาว’ อดีตอันดับหนึ่งของโรงเรียน ก็สามารถเอาชนะได้สำเร็จ
แต่ครูก็ล้วนมีบาดแผลกันทั้งนั้น หนึ่งในนั้นถึงขั้นต้องฟันขาตัวเองทิ้งเพราะถูกดูดซับเนื้อเยื่อ
แต่ถึงอย่างนั้น… แม้การต่อสู้จะจบลง แต่พวกมนุษย์เทียมสายเนื้อก็ยากที่จะฆ่าให้ตายโดยเด็ดขาด ถึงแม้ร่างหลักถูกจะบดจนแหลก แม้แต่สมองที่ซ่อนอยู่ก็โดนฟันขาด แต่ กงซิน ก็ยังดิ้นรนหนีรอดไปได้
……
ตับ~ ตับ~ ตับ~
ร่างปีศาจที่แหลกเหลว เกือบไม่หลงเหลือเค้าโครงของมนุษย์ มันวิ่งสี่เท้าราวสุนัขล่าเหยื่ออยู่ในทางเดินนอกสนามวิ่ง ความเร็วเกิน 10 เมตรต่อวินาที หัวที่แตกบิดเบี้ยวอัปลักษณ์โผล่งอกอยู่ใต้ท้องราวกับหัวสุนัข มันบิดเกร็งพลางอาเจียนเลือดออกมาไม่หยุด
นั่นก็คือ… กงซิน
เดิมที เขาตั้งใจจะอาศัยการกลายพันธุ์ของนักเรียนที่เกิดจากห้วงรอยต่อและอาศัยเขาวงกตในโรงยิม เพื่อกลืนกินนักเรียนมัธยมปลายปี 3 ทั้งรุ่นให้หมด บรรลุร่างสมบูรณ์ตามที่ฝันไว้
ใครจะไปดาดได้ว่าเขาเล็ง ‘หลัวตี้’ เป็นเป้าหมายหลัก แต่กลับไม่อาจฆ่าเขาได้แม้จะสู้แบบตัวต่อตัว สิ่งที่ได้คือการเสียเวลาไปมหาศาล จนถูกครูพละที่รวบรวมกำลังกลับมาล้อมปราบ ความเกลียดชังพุ่งทะลุขีด
“หลัวตี้! รอให้ฉันฟื้นตัวสักหน่อย จะฆ่านายให้ได้แน่!
ตอนนี้ต้องเสริมพลังให้ทันก่อน… ใช่แล้ว! โรงอาหาร… วันนี้เป็นวันสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่สำคัญ เพราะฉะนั้นโรงอาหารของโรงเรียนหมายเลข 4 ต้องเตรียมเนื้อสดไว้มากพอ นั่นพอจะทำให้ฉันฟื้นคืนได้!”
กงซินในร่างสุนัขกระโจนเข้าสู่เขตโรงอาหาร กระโดดขึ้นไปตามโต๊ะอาหาร กำลังจะพุ่งเข้าสู่ห้องครัวหลังร้าน สายตาก็พลันเหลือบไปเห็นสิ่งที่ตั้งอยู่กลางโรงอาหาร
หีบสี่เหลี่ยมโลหะ
เขาเคยเห็นสิ่งนี้มาก่อนในสนามกีฬา กงซินรู้ดีว่านี่คือภาชนะกักเก็บ ‘สิ่งผิดปกติสำหรับการทดสอบพละ’ ทั้งหมดทำมาจากศพแห้งกรังเก่า ๆ ซึ่งสำหรับเขาแล้วไม่มีค่าอะไร
แต่…เมื่อสบสายตาเข้ากับหีบโลหะนั้น เขากลับเห็น ‘ใครบางคน’ ที่ทำให้หัวใจสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว เพราะการมีอยู่ของคนผู้นี้ ตั้งแต่แรกเขาถึงต้องวางแผนโจมตีนักเรียนทั้งรุ่น หวังสร้างร่างที่สมบูรณ์เพื่อรับมือ
เบื้องหน้าหีบโลหะ ครูกัว ผู้เพิ่งเสร็จสิ้นภารกิจบางอย่าง หันศีรษะมาสบตากับ ‘สุนัขล่าเหยื่อ’ ที่พ่ายแพ้นี้พอดี
‘หนี!’
กงซินไม่มีทางคิดสู้ เขาเร่งความเร็วพุ่งไปทางห้องครัว หากสามารถดูดซับเนื้อสดในนั้นได้ ก็พอจะฟื้นร่างกาย แล้วหาทางหนีออกจากห้องครัวไปที่อื่น แล้วค่อยกลับมาตั้งหลักใหม่
สัญชาตญาณของปีศาจเลือดเนื้อกู่ร้อง ตอนนี้มันไม่อาจเผชิญหน้ากับครูคนนี้ได้โดยเด็ดขาด
ประตูเหล็กสู่ห้องครัวอยู่ตรงหน้า เขาโน้มตัวเตรียมพุ่งชนเข้าไป… ประตูเหล็กพลันบิดเบี้ยวรุนแรง กลายเป็นโครงสร้างรูปวังวน และเริ่มหมุนวนช้า ๆ เพียงแค่เข้าใกล้ ร่างกายเนื้อหนังของเขาก็อาจถูกดูดเข้าไป และถูกบดขยี้จนแหลกละเอียด นั่นทำให้กงซินรีบหันหลัง เปลี่ยนเส้นทาง ตั้งใจจะออกจากโซนโรงอาหารก่อน แล้วค่อยอ้อมจากด้านนอกไปยังครัวหลัง
ทว่า การชะงักเพียงชั่วขณะนั้นเอง ชายที่ก่อนหน้านี้ยังยืนอยู่หน้าหีบสี่เหลี่ยม ในตอนนี้กลับมายืนอยู่ข้างกายเขาแล้ว
“แก!”
กงซินไม่เข้าใจได้เลยว่าทำไมอาจารย์วัยกลางคนที่ร่างผอมดูอ่อนแอถึงส่งแรงกดดันน่ากลัวได้ขนาดนี้ ตอนนี้ทางหนีถูกปิดตาย เขาทำได้เพียงกัดฟันสู้สุดกำลัง เขาระเบิดพลังในกาย เลือดเนื้อทั้งร่างพลุ่งพล่าน กลายเป็นเส้นเนื้อหนา ๆ ที่ปลายเหมือนแผ่นมีดตัด พุ่งฟาดเข้าใส่เป้าหมายรอบด้าน
แต่ ทุกการโจมตี ไม่ว่าจะจากด้านหน้า หรือด้านหลัง กลับบิดเบี้ยวออกไปหมด ไม่อาจแตะต้องแม้เพียงปลายเสื้อของอาจารย์วิชาวัฒนธรรมร่างเล็กคนนั้น
“อะไรกัน…”
ความคิดของกงซินเริ่มปั่นป่วน เมื่อสบตากับครูกัว เขาก็พบว่าดวงตาของอีกฝ่ายกลับปรากฏเป็นรูปวังวน และกำลังดูดดึงสายตาเขา ราวกับจะกลืนกินความคิดทั้งหมดลงไป โลกทั้งใบโคลงเคลง กงซินแทบยืนไม่อยู่
“แก…เป็นสัตว์ประหลาดแบบไหน!? แต่อย่าคิดจะใช้ฉันเป็นบันไดให้แกเหยียบไป ไม่มีทาง! งั้นก็ตายด้วยกันที่นี่แหละ!” เขาหยุดโจมตี เลือกกางร่างเนื้อออกกว้างที่สุด พยายามจะห่อุ้มชายตรงหน้า แล้วระเบิดตัวเองทิ้ง
แต่ยังไม่ทันที่ร่างจะขยายตัวเสร็จ ร่างที่ดูผอมบางของครูกัวก็ถอยหนึ่งก้าว ทำท่าต่อสู้มาตรฐาน แล้วฟาดฝ่ามือลงบนผิวเนื้อของกงซินเพียงทีเดียว
โครม!
ร่างกงซินซึ่งหนักเกินสามร้อยปอนด์ก็ระเบิดออก ร่างของเขาไม่เพียงถูกเหวี่ยงกลางอากาศ แต่ยังหมุนเร่งเร็วขึ้น ก่อนจะกระแทกกำแพง ร่างแตกสลายกลายเป็นเศษเนื้อหมุนวน ทิ้งคราบเป็นลายวังวนเลือดเกาะเต็มผนัง
“ใจร้อนเกินไป ไม่งั้นนายอาจมีพัฒนาการที่ดีกว่านี้”
ครูกัวเอ่ยเพียงสั้น ๆ ก่อนจะหันกลับไปยังหีบศพกลางโรงอาหาร กดเปิดอุปกรณ์กักเก็บตัวสุดท้ายในโรงเรียน
ขณะเดียวกัน ที่ประตูโรงอาหารก็มีพวกอนุพันธ์ ที่หนีรอดจากอุปกรณ์กักเก็บแห่งอื่น ๆมา มันรวมตัวกันแล้วอ้าปากกว้าง หนวดหลากสีสันโผล่ออกมาจากภายในปาก
ทันทีที่หนวดโผล่ออกมา ร่างอนุพันธ์เหล่านั้นก็สูญเสียการควบคุม กลายเป็นซากศพดั้งเดิม ล้มลงกองกับพื้นพร้อมกัน หนวดหลายเส้นเกี่ยวพันกันเอง ก่อนจะรวมตัวกลายเป็น ‘ศีรษะมนุษย์’ ที่ยังไม่สมบูรณ์นัก มันใช้หนวดตรงลำคอเป็นเสมือนแขนขา เพื่อเคลื่อนไหวขั้นพื้นฐาน
หนวดบิดเกร็ง เพียงกระโดดครั้งเดียวก็ขึ้นไปเกาะบนบ่าของครูกัวได้แล้ว ปากที่เน่าเละเต็มไปด้วยรูพรุนเปล่งเสียงออกมาเป็นสำเนียงอเมริกันมาตรฐาน “ด้วยความพิเศษของเจ้า เจ้าจะยืนหยัดอยู่ในห้วงรอยต่อนี้ได้แน่นอน กระทั่งได้รับ ‘สมญานาม’ ติดตัว ต่อไปหากมีปัญหาอะไร ข้าจะช่วยสักครั้ง”
“อืม”
ทั้งคู่ก้าวออกจากโรงอาหาร เตรียมจะแยกทางกัน ทันใดนั้น กระแสคลื่นความร้อนก็พัดมาจากที่ห่างไกล แม้แต่ครูกัวที่ปกติสงบนิ่งยังเผยสีหน้าเคร่งขรึม เขากระโดดขึ้นไปยืนบนกำแพงได้อย่างง่ายดาย เล็งไปยังที่มาของคลื่นความร้อนซึ่งก็คืออาคารเรียน
หัวประหลาดบนบ่ากระซิบเสียงต่ำ “เป็นพวกมนุษย์เทียมอีกสองตัวที่กำลังต่อสู้กันหรอ? ถ้าเจ้าไปฉวยโอกาสก็น่าจะประหยัดเวลาไม่น้อย”
“ไม่ใช่… เป็นสิ่งอื่นต่างหาก สิ่งที่อันตรายอย่างยิ่ง กำลังถือกำเนิด”
“อย่างนั้นหรอ? โรงเรียนนี้ช่างเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนจริง ๆ เจ้าแน่ใจหรอ?”
“แน่ใจ แต่ยังไม่จำเป็นต้องรีบไปหรอก รอให้ถึตอนจบก่อนก็เป็นทางเลือกที่ดี ที่นั่นดูเหมือนจะมีนักเรียนคนหนึ่งที่ฉันหมายตาไว้แล้ว ในฐานะครู ก็สมควรเปิดพื้นที่ให้เขาได้พัฒนาเต็มที่”
……
【อาคารเรียน ชั้นมัธยมปลายปีที่ 3 ห้อง 5】
คราบเลือดที่เกาะติดผนัง ควรจะแห้งแข็งไปนานแล้ว ทว่ากลับปรากฏเป็นลวดลายคล้ายวังวน ราวกับมันกำลัง “สังเกตุการณ์” สถานการณ์ในห้องนี้
หลัวตี้ที่เต็มไปด้วยบาดแผล มีเพียงแขนเดียว ค่อย ๆ ยันกายลุกขึ้นอีกครั้ง แนวกระดูกสันหลังที่นูนโป่งออกมาทางแผ่นอย่างหลังเด่นชัด ปล่อยไอร้อนสีขาวออกมาไม่หยุด
ฮ่า… เสียงหายใจหเข้าอย่างลึกๆ ฟังดูเหมือนเครื่องจักรดุร้ายกำลังสตาร์ตเครื่องยนต์
ปากที่แปรเปลี่ยนเป็นลักษณะเจียงซือ ประสานเข้ากับพลังแปลกประหลาดจากนรกพอดี หมอกสีขาวพวยพุ่งออกมากับทุกจังหวะลมหายใจ กระดูกสันหลังที่โค้งงอทำให้ร่างเขาก้มตัวไปข้างหน้า แขนขวาห้อยต่ำ มีดในมือขูดลากไปตามพื้นห้อง
เขาไม่ได้วิ่ง เพียงก้าวเดินตามปกติ มุ่งหน้าไปยังหัวหน้าห้องบนแท่นบรรยาย เสียงโลหะเสียดพื้นกรีดร้องเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ในตอนนั้น หัวหน้าห้องเหงื่อชุ่มเต็มหน้า ร้อนจนต้องรูดซิปลงถึงสะดือเพื่อระบายความร้อน
“ความเร็วไม่เปลี่ยน… ก็คงไม่มีปัญหา อีกอย่าง เขายังมีแค่แขนเดียว”
สายตาจ้องไปยังหลัวตี้ที่เดินช้า ๆ เข้ามา จิตวิญญาณของเธอกำลังอยู่ในช่วงมีสมาธิสูงสุด
“มาแล้ว…”
หลัวตี้ก้าวเข้าสู่ระยะโจมตี แขนที่ขึงตึงเต็มไปด้วยพลังที่กักเก็บไว้
หัวหน้าห้องถึงกับขยับตัวหลบล่วงหน้า
“ขึ้น!” จู่ๆแขนที่ห้อยต่ำพลันตวัดขึ้นและฟัน หัวหน้าห้องหลบล่วงหน้าด้วยการกระโดด ใช้กรงเล็บปักฝ้าเพดานตรึงร่างค้างกลางอากาศ
ทว่า… ภาพตรงกลับหน้าทำให้การเคลื่อนไหวต่อเนื่องของเธอหยุดชะงักไปชั่วขณะ การฟันเสยที่เหมือนจะธรรมดาของหลัวตี้กลับผ่าแท่นเหล็กทั้งแท่นจนขาดสะบั้น แถมแม้แต่กระดานดำและศพที่แขวนอยู่เหนือกระดานซึ่งไม่ได้สัมผัสคมดาบ ยังถูกผ่าออกเป็นสองส่วน
ซากศพที่ถูกฟันขาดเผยให้เห็นร่องรอยถูกเผาไหม้ลึกข้างใน ปลายแผลยังมีควันคุกรุ่น
เพียงเสี้ยววินาทีที่เธอชะงัก เพียงได้ยินเสียง “กร๊อบ” สันหลังแดงคล้ำของหลัวตี้เหมือนเป็นสื่อส่งพลังงานความร้อนจากนรก ผ่านเส้นเลือดและเส้นประสาทไปทั่วทุกส่วนของร่างกาย
รูขุมขนทั้งร่างพ่นไอน้ำร้อนออกมา สันหลังขับเคลื่อนทั้งร่างโดยใช้เท้าซ้ายเป็นหลัก บิดเอว เหวี่ยงหลัง สองขาแบะออกเกือบ 180 องศา ฟาดกวาดขึ้นสูงตรงไปยังหัวหน้าห้องที่เกาะฝ้าเพดานอยู่ เร็วเกินกว่าก่อนหน้านี้มาก
“เร็วเกินไปแล้ว!”
การเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน ทำให้สายเกินไปที่หัวหน้าห้องจะหลบได้อย่างสมบูรณ์ ทำได้เพียงยกแขนขึ้นตั้งรับอย่างทุลักทุเล
“กร๊อบ!”
ฝ่าเท้าที่กวาดสูงปะทะเข้ากับแขนทั้งสองที่กั้นอยู่ ต่อให้มีชุดต่อสู้ของเจ้าหน้าที่สอบสวนช่วยป้องกัน แต่กระดูกแขนก็แตกหักทันที ร่างเธอเหมือนถูกแรงมหาศาลกระแทกกระเด็นออกไป
โครม!
กระจกหน้าต่างห้องเรียนแตกกระจาย ทว่ามันกลับยังไม่หยุด ร่างเธอพุ่งทะลุกระจกอีกฝั่งของห้องเรียนตรงข้าม ก่อนจะตกกระแทกลงบนโต๊ะเรียนกลางห้อง แรงกระแทกทำให้อวัยวะภายในฉีกขาด เลือดไหลทะลักพุ่งย้อนขึ้นมาตามหลอดอาหารแล้วพ่นออกจากปาก
เฮือก! แต่หัวหน้าห้องไม่ได้หยุดเพราะความเจ็บ เธอกลับสัมผัสได้ถึงอันตรายจึงกลิ้งตัวออกไปข้าง ๆ ไม่ทันไรก็มีความร้อนแรงทะลักเข้ามาแทนที่ตำแหน่งที่เธอเพิ่งละออกมา
เงาดำทะมึนทะลุเข้ามาจากห้องตรงข้าม กระโดดลงอย่างแรง สองเท้ากระแทกพื้นตรงตำแหน่งที่เธอนอนเมื่อครู่จนโต๊ะเหล็กบิดงอ ดวงตาสีดำสนิทไร้ซึ่งอารมณ์จับจ้องมาทางเธอ ภาพนี้…หัวหน้าห้องเคยเห็นในหนังมาก่อน
เหมือนกับฉากที่ฆาตกรโรคจิตกำลังจ้องสาวผมทองไม่มีผิด…