เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 71 ร้อนระอุ

บทที่ 71 ร้อนระอุ

บทที่ 71 ร้อนระอุ


หัวหน้าห้องขึ้นยืนบนแท่นแสดง โชว์ร่างกายที่เป็นอิสระดั่งใจ ความเขินอายจากการแสดงครั้งแรกก็หายไปอย่างรวดเร็ว กลายเป็นความล่อแหลมแทน

“ตอนนี้ฉันดูสวยไหมล่ะ? ผ่านเวลาที่เราอยู่ร่วมกัน ฉันแบบนี้น่าจะตรงกับรสนิยมของนายนะ หลัวตี้ เสียดายที่ตอนนี้มีเวลาจำกัด สถานการณ์ในโรงเรียนเริ่มหลุดจากการควบคุมของฉันไปแล้ว ไม่งั้นฉันคงไม่ว่าอะไรหรอก ที่จะมอบ ‘ครั้งแรก’ ของร่างกายฉันให้นาย

แต่มาคิดให้ดีแล้ว ด้วยสภาพร่างกายของนายคงไม่ใช่เรื่องที่จะจัดการกันได้ภายในไม่กี่นาที และฉันก็ไม่สามารถรอให้ถึงครึ่งชั่วโมงได้แน่ๆ แต่ก็ไม่เป็นไร หลังจากที่ฉันฆ่านาย ฉันจะพยายามเอาศพของนายไปด้วย แล้วจะให้ ‘ครั้งแรก’ กับนายทีหลังก็ได้

เฮ้ ทำไมไม่ยอมพูดล่ะ กำลังเขินอยู่หรือกำลังคิดว่าจะฆ่าฉันยังไงดี? ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวฉันจะให้โอกาสเอง”

หัวหน้าห้องหยุดการแสดง เธอชี้นิ้วไปยังหลัวตี้ที่อยู่เบื้องล่าง

“ต่อไปฉันจะพูดว่า ทำไมฉันต้อง ‘ฆ่านายให้สมบูรณ์’ จากเสียงที่ดังมาจากมุมลึกของฉันควรนับได้ว่าเป็นอะไรที่พิเศษมาก ดังนั้นในช่วงห้าปีที่ฉันเสแสร้ง ฉันไม่เคยถูกบังคับให้ต้องฆ่าคนเลย หรือถูกสั่งให้ทำอะไรทำนองนั้น กลับกัน ฉันได้รับมอบหมายงานปลอมตัวที่ยากลำบากหลายครั้ง รวมถึงครั้งก่อนที่เราพากันไปที่สำนักงานสอบสวนของเมืองซึ่งอันตรายมาก แต่ว่า ฉันเองก็มี ‘ภารกิจเสริม’ อยู่หนึ่งอย่าง

นั่นคือ ก่อนที่จะได้บัตรประจำตัว ฉันต้องฆ่ามนุษย์คนหนึ่งที่เป็นคนที่ ‘สนิทที่สุด’ กับฉัน และยิ่งคนคนนั้นสนิทกับฉันมากเท่าไหร่ รางวัลที่ฉันจะได้เมื่อทำภารกิจสำเร็จก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น

ตอนแรกฉันตั้งเป้าไว้ที่แอนนา คนที่ฉันเติบโตมาด้วยตั้งแต่เด็ก แต่โชคร้าย ฉันประเมินพลังของโรงเรียนหมายเลขหนึ่งต่ำไป ฉันไม่สามารถเลือกที่นั่นเป็นสถานที่สำหรับก้าวขึ้นขั้นสุดท้ายได้เลย ไม่มีโอกาสแม้แต่น้อยที่จะสร้างห้วงรอยต่อ นักเรียนในนั้นมีพวกแปลก ๆ เยอะ แถมยังยังมีนักสอบสวนประจำอยู่ด้วย

ฉันจึงต้องหาข้ออ้างบางอย่างเพื่อย้ายมายังโรงเรียนหมายเลขสี่

เสี่ยวเกาเขาก็อยู่ในรายชื่อของฉันตั้งแต่แรกเหมือนกัน แต่น่าเสียดายที่เขาไม่พิเศษพอ ในขณะที่ฉันกำลังเครียดกับเรื่องนี้ นายก็ปรากฏตัวขึ้นมาพอดี

จริง ๆ นะ ช่วงเวลาที่ฉันได้อยู่กับนาย ฉันรู้สึกผูกพันจริง ๆ จนคิดจะละทิ้งภารกิจนี้ไปเลย ยังไงซะพอฉันได้เข้าไปในส่วนลึกของมุมมืด ก็คงยังมีทางอื่นให้ฉันเติบโตได้

แต่ยังไงคนคิดไม่สู้ฟ้าลิขิต ใครจะไปรู้ว่า ในการคัดเลือกที่มีแค่สี่คนนั้น จะปรากฏสัตว์ประหลาดที่พิเศษยิ่งกว่าฉันขึ้นมาได้ แม้แต่สภาพแวดล้อมทั้งหมดระหว่างห้วงรอยต่อก็ได้รับผลกระทบจากความสามารถของมัน จนฉันต้องเปลี่ยนแผนการ จำใจมองนายเป็นไพ่ใบสุดท้ายของฉันที่จะแก้เกม

เพียงแค่ฆ่าหลัวตี้ให้ตายอย่างสมบูรณ์ เอาศพภาพสมบูรณ์ของนายมาไว้ในมือ มุมมืดก็จะมอบรางวัลที่แท้จริงซึ่งพอจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงคุณภาพแก่ฉันได้ และตอนนั้นฉันก็มั่นใจว่าจะกลายเป็นผู้ชนะคนสุดท้ายของการคัดเลือกนี้ ก็...เท่านี้แหละ นี่คือเรื่องทั้งหมดเกี่ยวกับฉัน ตอนนี้บอกนายไปหมดแล้ว ก็มีแค่นายคนเดียวที่รู้

ตามข้อตกลงที่เราทำกัน มาถึงตาของนายบ้างแล้ว แขนที่ขาดไปถูกเก็บไว้ที่ไหนเหรอ?”

“ห้องพยาบาล”

เมื่อได้คำตอบ หัวหน้าห้องกลับไม่แสดงความยินดีแม้แต่น้อย กลับยิ้มมุมปากอย่างฝืน ๆ

“จริง ๆ ฉันก็เดาได้มานานแล่วหละ เกาโหยวเสวียนมียาหลายอย่างติดตัว นายก็ถูกตัดแขนแล้วมีผ้าพันอยู่แสดงว่าต้องไปหาหมอแน่นอน แขนที่ขาดคงถูกเก็บแช่เย็นไว้ พอเรื่องทุกอย่างจบก็เอาไปต่อที่โรงพยาบาลได้

ฉันแค่ใช้โอกาสนี้ให้นายรู้จักฉันให้มากขึ้น ทำให้ความสัมพันธ์ของเรา ‘ใกล้ชิด’ ขึ้น แบบนี้เวลาถ้าฉันฆ่านาย ฉันก็จะได้รางวัลมากขึ้นไง ฮ่า ๆ หลัวตี้ อย่าเพิ่งตายง่าย ๆ ล่ะ ยังจำที่ฉันพูดตอนก่อนสอบเลื่อนชั้นได้ไหม? ต้องสู้ให้สุดฝีมือสิ ยิ่งนายต่อต้าน ยิ่งแข็งแกร่ง มุมมืดก็ยิ่งพอใจมากขึ้น แล้วฉันก็จะได้รางวัลมากขึ้น”

หัวหน้าห้องรูดซิปเสื้อที่สวมออก ใส่คืนสภาพปกติ เธอจำเป็นต้องอาศัยพลังของชุดเจ้าหน้าที่สอบสวนอยู่อีกสักครู่

แล้วก็ขว้าง!

หัวของมนุษย์ที่วางอยู่บนโต๊ะบรรยายถูกหัวหน้าห้องคว้าขึ้นแล้วขว้างออกมาอย่างแรง ถ้าเป็นหัวของคนอื่นก็คงไม่เป็นไร แต่หัวนี้บังคับให้หลัวตี้ยื่นมือไปรับโดยสัญชาตญาณ  ความสนใจทั้งหมดของเขาจึงถูกดึงมาไว้ที่หัวนั้น จ้องมองดวงตาที่พร่าเลือนไร้ชีวิต หลัวตี้สั่นเทิ้มไปทั้งตัว

เพียงเสี้ยววินาทีที่เขาเสียสมาธิ หัวหน้าห้องก็หายไปจากบนแท่นแล้ว เธอรวดเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ และมาอยู่ด้านหลังของหลัวตี้ กรงเล็บสีดำคมสิบเล่มไขว้กันฟาดลงมา หลัวตี้กลิ้งตัวข้ามไปข้างหน้าโดยสัญชาตญาณ ผ่านโต๊ะเรียนสามตัวติดต่อกัน... แต่เลือดจำนวนมากก็ไหลมาจากแผ่นหลังของเขา มีเศษเนื้อที่ฉีกขาดตกอยู่บนพื้น

แม้วาสเขาจะตอบสนองได้ทัน แต่ก็หนีไม่พ้นการโจมตีของหัวหน้าห้อง ความรวดเร็วของเธอนั้นเกินที่หลัวตี้จะรับมือได้ แผ่นหลังของเขาแทบถูกฉีกเปิดจนเกือบเห็นเส้นกระดูกสันหลังกับซี่โครงบางส่วน.

หัวหน้าห้องมองเศษหนังที่ห้อยอยู่บนเล็บของตัวเอง พลางเอียงศีรษะเล็กน้อย

“ยากจัง จะว่าตามตรง อัตราการเสริมพลังจากอุปกรณ์ที่มอบให้นายไม่น่าจะสูงขนาดนี้ ฉันสามารถตัดผ่านเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่สวมชุดต่อสู้ธรรมดาได้อย่างง่ายดาย เมื่อกี้กลับแค่เฉือนผิวหนังของนายได้เอง ยังตัดไม่ถึงกระดูกสันหลังอีก แข็งจริง ๆ นะ หลัวตี้!”

หลัวตี้ลุกขึ้นอีกครั้งท่ามกลางโต๊ะเรียนที่เกะกะ สายตาจับจ้องไปที่หัวหน้าห้องโดยไม่เสียสมาธิแม้หลังจะเต็มไปด้วยบาดแผล อะดรีนาลีนเพิ่มขึ้นสูงสุด สมองเองก็ประมวลผลสถานการณ์ตรงหน้าด้วยความเร็วสูงสุด

แต่ความเร็วระหว่างทั้งคู่ต่างกันเกินไป ตอนนี้หัวหน้าห้องน่าจะคล่องตัวกว่าครูพละทุกคนในโรงเรียนเสียอีก โดยเฉพาะในความมืดเธอยิ่งเหมือนปลาในน้ำ การหวังใช้มีดในมือโจมตีโดนแทบเป็นไปไม่ได้ ต้องใช้ประโยชน์จากสภาพแวดล้อมในตอนนี้ช่วยเท่านั้น

เมื่อคิดได้ดังนั้น เท้าทั้งสองของหลัวตี้ที่เริ่มมีลักษณะเจียงซือก็ฟาดออกไปเต็มแรง เตะทั้งโต๊ะทั้งเก้าอี้ตรงหน้าให้พุ่งออกไป หัวหน้าห้องที่จริงนั้นสามารถหลบได้อย่างง่ายดาย แต่เธอกลับยืนอยู่กับที่ พอชุดโต๊ะเก้าอี้กำลังจะกระแทกถึงตัว

ฉัวะ!

ทุกชิ้นก็ถูกเฉือนเป็นชิ้นเล็กๆ ไร้อันตราย

อีกหลายชุดของโต๊ะเก้าอี้ถูกเตะต่อเนื่องกันไป แต่ผลลัพธ์ก็เหมือนเดิม ไม่ว่าจะทั้งความเร็วหรือความรุนแรงการโจมตี หัวหน้าห้องอันตรายยิ่งกว่าพวกมนุษญ์เทียมที่หลัวตี้เคยเจอทุกตัว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าเธอปลอมตัวมาแล้วถึงห้าปี

หัวหน้าห้องมองโต๊ะเรียนที่ถูกเฉือนจนหมดรูป ส่ายหัวอย่างจนใจ

“น่าผิดหวังนิดหน่อยนะ นึกว่านายจะแสดงได้ดีกว่านี้ แต่ก็ไม่โทษนายล่ะนะ แขนขาดไปทั้งข้างแถมยังพันผ้าเต็มตัว ความต่างระหว่างเรามันมากเกินไป งั้นก็มีแต่ต้อง…”

คำพูดเย้ยหยันยังไม่ทันจบ หลัวตี้กลับจัดท่าวิ่งมาตรฐานพุ่งตรงเข้าหาเธอ แม้จะมีแค่แขนข้างเดียวใช้แกว่ง แต่ท่าวิ่งก็ยังมาตรฐานไม่ผิดเพี้ยน โดยเฉพาะสายตาของหลัวตี้ คล้ายตอนที่เขาสู้กับแมมมุมหญิงตัวต่อตัว ดวงตาแดงฉานเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย

และยิ่งไปกว่านั้น หัวหน้าห้องยังสังเกตได้ว่า มีดเจียงซือที่ควรจะอยู่ในมือของหลัวตี้กลับหายไป

“อืม? เมื่อกี้ตอนที่เตะโต๊ะเก้าอี้ใส่ฉัน นายซ่อนมีดไว้เหรอ? แล้วสายตานี่มันอะไรเนี่ย ดูเหมือนฆาตกรในหนังเลยนะ เฮ้! เห็นชัด ๆ ว่าฉันต่างหากที่เหนือกว่าไม่ใช่เหรอ?”

ความไม่แน่นอนกับสายตาที่เหมือนฆาตกรของหลัวตี้ ทำให้หัวหน้าห้องรู้สึกสั่นคลอนในใจขึ้นมาเล็กน้อย เธอลังเลที่จะบุกเข้าตรง ๆ ปลายเท้าสะกิดพื้น ก้าวเต้นอย่างคล่องแคล่วถอยหลังอย่างรวดเร็ว แม้เพียงถอยหลังก็ทำความเร็วได้เทียบเท่ากับการพุ่งชนเต็มแรงของหลัวตี้ ใช้เวลาที่ได้จากการถอยหนี มองหา ‘มีด’ ต่อไป

“มีดอยู่ไหน? หรือว่าร่างของหลัวตี้ผสานเข้ากับอุปกรณ์มุมมืดไปแล้ว? เป็นไปไม่ได้...ถ้าผสานแบบนั้น อาการเจียงซือควรจะชัดเจนกว่านี้ ซ่อนอยู่ด้านหลังแขน หรือฝังไว้ที่หลัง? ก็ไม่ใช่ เดี๋ยวก่อน...”

จู่ ๆ หัวหน้าห้องนึกอะไรขึ้นมาได้ เธอถอยมาถึงมุมท้ายห้องเรียน พิงผนัง และเหลือบไปเห็นมีดเจียงซือปักคาที่ฝาผนัง มีดถูกขว้างไปพร้อมกับโต๊ะที่ถูกเตะออกไปตั้งแต่ก่อนหน้านั้น และปักคาที่นี่ไว้ล่วงหน้า หลัวตี้เดิมพันด้วยช่วงเวลานี้ ทั้งคู่ยืนอยู่ท้ายห้อง หันหน้าชนกัน ขณะที่มือขวาของหลัวตี้กำปลายด้ามมีดแน่น กล้ามเนื้อและเส้นเลือดพองขึ้นบนแขน ปลดพลังทั้งหมดออกมา! คมมีดผ่าผนัง แล้วพุ่งตรงมาที่ตัวหัวหน้าห้อง

ติ๊ง ๆ… เลือดหยดลง

หัวหน้าห้องหมุนตัวกลางอากาศสองรอบครึ่งอย่างสวยงาม หลุดจากตำแหน่งเดิมและลงยืนอย่างมั่นคงบนแท่นบรรยาย เธอยังพิงกระดานดำอย่างสบายใจ แล้วยกมือขวาขึ้นเลียแผล ดูดพิษซากศพออกจากมืออย่างไม่รีบร้อน

ผลั่ก!

หลัวตี้คุกเข่าลงหลังห้อง หน้าอกของเขาถูกฉีกเป็นแผลตรงลึกสามแผลจนเห็นเนื้อด้านใน ซี่โครงถูกกรีดขาดไปสองซี่

แปะ~ แปะ~

หัวหน้าห้องตบมืออีกครั้ง

“คิดวิธีออกมาได้ในสถานการณ์แบบนี้ ดีมากเลย หลัวตี้ ถ้าเมื่อกี้นายไม่ลังเลในส่วนนั้น บางทีอาจตัดแขนฉันหลุดไปได้แล้วด้วยซ้ำ

การยืนเผชิญหน้ากัน มันทำให้นายนึกถึงความทรงจำดี ๆ อะไรหรือเปล่า? ทำไมข้อบกพร่องของนายถึงแก้ยากจังนะ”

หัวหน้าห้องก้าวลงจากแท่น ราวกับเดินบนพรมแดง ก้าวย่างสง่างามเข้าใกล้หลัวตี้ที่ใกล้ตาย เตรียมพร้อมสำหรับการประหารชีวิตครั้งสุดท้าย

คราวนี้สายตาเธอยกระดับขึ้นสูงสุด จะไม่ให้มีการหลอกล่อหรือการโจมตีลับใด ๆ ผ่านไปได้

แน่นอนว่า หลัวตี้ใกล้ตาย ร่างแทบแบกรับไม่ไหว ถึงอยากจะฟันก็ไม่อาจฟันด้วยแรงเต็มที่ แม้แต่จะใช้นิ้วก็ยังอ่อนยวบ ชะตากรรมถูกตัดสินแล้ว ต่างจากความมุ่งมั่นดิ้นรนในสนามวิ่งเพื่อเอาชีวิตรอดเหมือนคราวก่อน คราวนี้หลัวตี้มองศีรษะที่อยู่ข้าง ๆ และลำตัวไม่มีหัวที่อยู่ไม่ไกลนักอย่างอ้อยอิ่ง เหมือนเตรียมจะเดินทางไปพร้อมกับเกาโหยวเสวียน

ทุกอย่างจะต้องปิดฉากลงที่นี่แล้ว

เขาแม้กระทั่งรู้สึกว่าอยากให้ช่วงเวลาดังกล่าวมาถึงเร็วกว่านี้สักสองสามปี

หัวหน้าห้องก้าวเข้ามาใกล้ทุกขณะ กรงเล็บในมือก็ยกขึ้นสูง พอเธอก้าวข้ามแถวสุดท้ายของโต๊ะเรียน ก็มีร่างที่พุ่งเร็วมากมากจากประตูหน้าโดยไม่หยุด แต่กลับใช้โต๊ะเป็นแท่นเหยียบแล้วพุ่งทะยานเข้ามา

ไม่ใช่การโจมตีใด ๆ ทั้งสิ้น  คนที่โผล่มาอย่างไม่คาดคิดคือเสี่ยวอิ๋งที่พลัดหลงไปก่อนหน้านี้ จริง ๆ แล้วเธอตามหามาเองจนเจอที่นี่ เห็นภาพการต่อสู้ระหว่างสองคนกับตาตัวเอง เมื่อยืนยันตัวตนที่แท้จริงของหัวหน้าห้องได้แล้ว เธอรู้ตำแหน่งตัวของเองดี เป็นแค่นักเรียนมัธยมปลายธรรมดาที่ผลการเรียนดี แต่ไม่อาจสู้พวกมนุษย์เทียมได้เลย เธอเพียงอยากถ่วงเวลาให้ได้มากที่สุด ให้หลัวตี้มีโอกาสรอด

“หลัวตี้! รีบหนีไป! พวกครูประจำชั้นอาจจะไปถึงห้องพยาบาลแล้ว แค่เธอวิ่งไปถึงที่นั่นก็อาจจะ…”

เสียงยังไม่ทันขาด กรงเล็บแหลมหนึ่งเล่มก็ทะลุร่างเสี่ยวอิ๋งแล้วยกเธอขึ้นสูง ตำแหน่งที่เสียบทะลุเหมือนจะเป็นหัวใจ เสี่ยวอิ๋งแทบไม่มีเวลาเอ่ยอะไรเพิ่ม สมองของเธอตกตะกอน การมองเห็นพร่าเลือน แม้ในวินาทีสุดท้าย เธอก็ยังมองหัวหน้าห้องกับหลัวตี้อยู่ เธอภาวนาอยู่ในใจมาตลอด หวังให้ทั้งคู่ ‘เดินไปด้วยกัน’ ได้จริง ๆ และหวังว่าวันหนึ่งเธอจะได้ไปเมืองหลวงแล้วเจอทุกคนอีกครั้ง

“หัว…หน้า…”

ปั้ก!

ร่างเล็ก ๆ สูงไม่ถึง 160 เซนติเมตรถูกโยนลงพื้น ตกอยู่ข้าง ๆ หลัวตี้พอดี หัวหน้าห้องเกาศีรษะอย่างงง ๆ

“หืม? แปลกจัง เสี่ยวอิ๋งมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?

ฉันตั้งใจวางกับดักไว้แล้วนะ เธอไม่ควรจะมาขัดจังหวะโลกสองคนของเรานี่นา เอาเถอะ อย่างน้อยเธอก็จ่ายราคามาแล้ว ถือว่าฉันให้อภัยก็ได้”

ยังไม่ทันพูดจบ สิ่งที่เหนือจินตนาการก็เกิดขึ้น คมมีดดำเฉียงฟันออกไป หัวหน้าห้องรีบหลบ ทะยานถอยหลังทันที กลิ้งตัวสามครั้งบนแท่นบรรยาย เอียงศีรษะอย่างไม่เข้าใจ

“หืม? ใช้การ ‘กลายเป็นเจียงซือ’ บังคับห้ามเลือดงั้นหรอ? ร่างกายของนายนี่เกินไปจริง ๆ ปกติคนทั่วไปคงตายไปนานแล้ว”

ป็อก!

เสียงดีดลิ้นดังลั่นทั่วห้องเรียน สภาพของหลัวตี้นั้นแปลกมาก หลังจากฟันเสร็จ เขาก็นั่งขัดสมาธิลงไปเองและหลับตา เขาเพิกเฉยต่ออันตรายที่อยู่ตรงหน้า หลับตาและดีดลิ้น ผลกระทบทางอารมณ์ที่รุนแรงเหมือนสึนามิซัดเข้ามา ทำให้ต่อมใต้สมองในหัวเขาเกิดการกลายแปลง เสียงจากมุมมืดดังขึ้นเป็นครั้งที่สอง

“อยากรอดไหมล่ะ? แค่ตอบตกลงตอนนี้ ฉันจะให้นายรอด”

ทว่า

ต่อหน้าเสียงเชื้อเชิญของมุมมืด

แต่คำตอบของหลัวตี้กลับมีเพียงประโยคเดียวว่า

“ฉันมีคาบเช้าตอนแปดโมง!”

เขารั้งเอาสัญลักษณ์นรกที่สลักอยู่ลึกในสมอง สัญลักษณ์ที่ลบไม่ออก เห็นทุกคืนแม้ในฝันออกมาใช้ ร่างกายเขาก็ร้อนระอุขึ้น…

จบบทที่ บทที่ 71 ร้อนระอุ

คัดลอกลิงก์แล้ว