- หน้าแรก
- ห้วงลึกแห่งคนเป็น
- บทที่ 69 ระหว่างมุมมืด
บทที่ 69 ระหว่างมุมมืด
บทที่ 69 ระหว่างมุมมืด
บทที่ 69 ระหว่างมุมมืด
หนึ่งนาทีก่อน
หลัวตี้ออกวิ่งไปตามทางเดิน เสี่ยวอิ๋งที่จับแขนเสื้อเขาอยู่ก็เร่งฝีเท้าตามให้ทัน แต่แล้ว ในระหว่างที่กำลังวิ่งอยู่นั้น
เสี่ยวอิ๋ง… เสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากด้านหลัง มันอบอุ่น คุ้นเคย และอ่อนโยน ทำให้เสี่ยวอิ๋งหยุดฝีเท้าโดยไม่รู้ตัว เธอหันกลับไป และปากก็เอ่ยออกมาโดยสัญชาตญาณ
“หัวหน้าห้อง!”
เสียงสะท้อนก้องกังวานอยู่ในทางเดินอันยาวเหยียด ทว่ากลับไม่มีคำตอบกลับมา นอกจากความมืดทึบไม่มีที่สิ้นสุด และเสียงอ่านหนังสือแว่วเบาๆจากห้องเรียนข้าง ๆ
ข้างหลัง…ไม่มีหัวหน้าห้อง ไม่มีแม้แต่เงาของใคร เป็นเพียงเสียงลวงที่ได้ยินมาจากห้วงรอยต่อเท่านั้น แต่เมื่อเธอหมุนตัวกลับไปข้างหน้า แขนเสื้อที่เธอควรจะจับไว้นั้นกลับว่างเปล่า หลัวตี้ได้หายไปแล้วโดยที่เธอไม่ทันรู้ตัว
เพียงพริบตาเดียว เมื่อเธออยู่คนเดียว บรรยากาศทั้งอาคารเรียนบีบคั้นราวกับมีแขนสีดำสนิทนับไม่ถ้วนพุ่งเข้ามาคว้าร่างของเธอ ความหวาดกลัวที่อยู่ลึกที่สุดผุดขึ้นมาราวกับคลื่นมหึมา
เธอถอยหลังโดยไม่รู้ตัว หวังจะวิ่งกลับไปทางบันไดด้านหลัง หนีออกไปจากอาคารเรียนอันแปลกประหลาดนี้ และเสียงของหัวหน้าห้องเมื่อครู่ก็ดังมาจากทางนั้น บางที…ถ้าวิ่งย้อนกลับไป อาจได้เจอหัวหน้าห้องจริง ๆก็ได้
แต่
หากถอยกลับก็เท่ากับทิ้งหลัวตี้ไป ไปข้างหน้าหรือถอยหลัง?
สามวินาทีผ่านไป
เสี่ยวอิ๋งกัดฟันแน่น กลืนยาเม็ดกระตุ้นประสาทลงไปสองเม็ด ก่อนจะพุ่งตัววิ่งต่อไปข้างหน้า
ชั้นมัธยมปลายปีที่ 3 ห้อง 5
ห้องเรียนที่หลัวตี้คุ้นชินเป็นอย่างดี มนุษย์เทียมสายผิวหนังที่เขากังวลมาตลอด กลับตายไปแล้ว ถูกตรึงโชว์ไว้อยู่บนกระดานดำ อย่างเด่นชัดจนเหมือนจงใจ ปากถูกแหกอ้าออกอย่างผิดธรรมชาติ มุมปากฉีกขาดยาว ขากรรไกรหลุดพับ
ต่อมใต้สมองซึ่งเป็น สิ่งสำคัญที่สุดที่อยู่ในกะโหลก ถูกทำลายจนหมดสิ้น
หลัวตี้ยกไฟฉายขึ้นส่อง ตรวจดูร่างนั้นให้ละเอียดยิ่งขึ้น เขายังค้นพบว่าที่ตรึงร่างนี้ไว้กับกระดานคือ เข็มเงินขนาดใหญ่ที่สุดในกล่องของเกาโหยวเสวียน บางที…ก็คงเป็นไปตามที่เขาคาดการณ์จริงๆ เกาโหยวเสวียนและหัวหน้าห้องได้มาพบกัน และสามารถร่วมมือกันจัดการมนุษย์เทียมตัวนี้ลงได้
มือขวาของหลัวตี้ที่ถือทั้งมีดเจียงซือและไฟฉายหมุนไปช้า ๆ แสงค่อย ๆ ไล่จากโต๊ะครูไปจนถึงโต๊ะเรียนที่เรียงราย ทั้งบนโต๊ะเรียนและตามทางเดิน ล้วนกระจัดกระจายไปด้วยซากของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ส่วนมากเหลือเพียงครึ่งท่อนบน ซึ่งสอดคล้องกับภาพที่เห็นในห้องรักษาความปลอดภัยก่อนหน้านี้ ว่าทำไมบางส่วนถึงหายไป…เพราะมันอยู่ที่นี่
การต่อสู้ถูกย้ายจากห้องรักษาความปลอดภัยมายังห้องเรียนแห่งนี้ และการเปลี่ยนสนามต่อสู้นี้…น่าจะเกี่ยวข้องกับการเข้ามาแทรกของเกาโหยวเสวียน หลัวตี้ยังสังเกตเห็นอีกหนึ่งรายละเอียด
ผิวหนังของศพหลายศพถูกเชื่อมติดเข้าด้วยกัน ราวกับมีใครพยายามเย็บประกอบพวกมันเข้าด้วยกันเป็น สัตว์ประหลาดยักษ์ แต่สุดท้ายมันก็พ่ายแพ้ไป
ลำแสงจากไฟฉายยังคงกวาดไปด้านข้างอย่างเชื่องช้า ค่อย ๆ ส่องลึกเข้าไปถึงด้านหลังของห้องเรียน
น่าแปลก หากหัวหน้าห้องหรือเกาโหยวเสวียนยังอยู่ที่นี่ พอเห็นแสงไฟฉายส่องเข้ามา ก็ควรจะตอบสนองทันที แต่ทั้งห้องกลับเงียบสงัดจนน่าขนลุก หลัวตี้คิดจะตะโกนเรียกชื่อ แต่สัญชาตญาณในส่วนลึกกลับห้ามไม่ให้เขาทำเช่นนั้นเขาเพียงคงการหมุนไฟฉายอย่างช้า ๆ
หัวหน้าห้องกับเกาโหยวเสวียนอาจจะชนะการต่อสู้ไปแล้ว จึงรีบถอยกลับไปที่ห้องพยาบาล และบังเอิญคลาดกับเขาที่นี่ ลำแสงไล่ผ่านโต๊ะเรียนทั้งสามตัวที่พวกเขาเคยนั่งร่วมกัน และในที่สุดก็หยุดอยู่ที่มุมว่างท้ายห้อง บริเวณที่หลัวตี้เคยใช้วิดพื้นหลังเลิกเรียน
ร่างคล้ายมนุษย์ซึ่งถูกโต๊ะบังไว้ครึ่งหนึ่ง กำลังหมอบอยู่ในมุมลึกสุด และหันหน้าไปทางอื่น ทันทีที่แสงไฟฉายสะท้อนเส้นผมยาวสีดำ ร่างกายของหลัวตี้ก็แข็งทื่อ
เขาไม่เปล่งเสียงเรียกออกมา แต่เดินเข้าไปในห้องเรียนด้วยขาที่แข็งจนไม่ประสานกัน ก้าวผ่านระหว่างแถวโต๊ะ ไปยังมุมด้านหลังทีละก้าว
ตึก…ตึก…ตึก…
เสียงฝีเท้าของเขาดังก้องกังวานชัดเจนในความเงียบ แต่ร่างที่หมอบอยู่ตรงมุมนั้นกลับนิ่งไม่ไหวติง เหมือนกำลังหมกมุ่นอยู่กับอะไรบางอย่าง
สายตาของเขาเลยพ้นพนักโต๊ะที่ขวางกั้นอย่างช้าๆ ไฟฉายสาดเป็นวงกลมลงเต็ม ๆ ไปยังมุมห้องด้านหลัง หัว ร่างกาย และขาที่หมอบอยู่กับพื้น ปรากฏชัดทุกส่วน
ไม่มีทางผิดแน่ นั่นคือหัวหน้าห้อง
ชุดนักสอบสวนรัดรูปสีดำ เป็นเอกลักษณ์ที่มีแต่หัวหน้าห้องเท่านั้นที่สวม
“หาหัวหน้าห้องให้เจอ” เป้าหมายสำเร็จแล้ว
แถมมนุษย์เทียมผิวเปลือกหนังก็ได้รับการยืนยันแล้วว่าตายไปแล้ว หัวหน้าห้องดูเหมือนจะปลอดภัยไร้บาดแผลใด ๆ นี่ควรจะเป็น ‘ข่าวดีที่สุด’ ควรจะเป็นฉากที่เรียกน้ำตาแห่งการกลับมาพบกันอีกครั้ง แต่ในความเป็นจริง กลับไม่มีแม้เศษเสี้ยวของความดีใจ
มีเพียง… ความแข็งทื่อ ความเย็นเฉียบ ความน่าสยดสยอง และความผิดปกติที่บอกไม่ถูก
หลัวตี้ยังคงไม่ส่งเสียงเรียกใด ๆ เขาก้าวออกจากแถวโต๊ะเรียน มุ่งหน้าไปยังพื้นที่ว่างด้านหลังห้อง
ฉับ! พื้นรองเท้าของเขาเหยียบลงบนแอ่งเลือดสด ๆ ความอุ่นยังไม่จางหายไป แสงไฟบนเพดานส่องลงมาเป็นวงกลมราวกับสปอตไลต์บนเวที พอดีกับร่างของหัวหน้าห้องที่อยู่ตรงมุม เลือดไหลออกมาจากตรงที่เธออยู่
เพียงแต่…ผู้ที่บาดเจ็บไม่ใช่หัวหน้าห้อง หากแต่เป็นศพของนักเรียนชายในชุดนักเรียนที่นอนแน่นิ่งอยู่ตรงหน้าเธอ หัวหน้าห้องนั่งยองอยู่ตรงนั้น กำลังทำอะไรบางอย่าง อย่างสุดกำลัง
เหมือนกำลังทำการ ปั๊มหัวใจ หรือไม่ก็เหมือนกำลังทำบางอย่างที่หลัวตี้ก็รู้จักดี
แต่เมื่อเห็นเลือดนองเต็มพื้นขนาดนี้ ก็เกือบจะแน่ชัดแล้วว่าไม่อาจยื้อชีวิตไว้ได้ หรือก็คือเขาน่าตายสนิทไปนานแล้ว
หลัวตี้ก้าวต่อไปบนแอ่งเลือดอุ่น ๆ นั้น เขาต้องการยืนยันให้ได้ว่าศพตรงนั้นเป็นใคร
ป็อก!
ทว่าทันทีที่เขาใกล้เข้าไป ลิ้นก็เดาะดังขึ้นเองโดยไม่รู้ตัว…เหมือนเป็นสัญญาณเตือนถึงอันตรายที่กำลังจะมาถึง
หลัวตี้หลุดลง สายตาเขาเหลือบไปเห็นประกายโลหะวาววับบนพื้น เป็นแขนกลโลหะที่ตกอยู่ ตัวตนของผู้ตายนั้นชัดเจนแล้ว
รองหัวหน้าห้อง เกาโหยวเสวียน
แต่สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่านั้น ก็คือภาพที่เขาเห็นถัดมา หัวหน้าห้องไม่ได้กำลังช่วยชีวิตใคร แต่เธอกำลังใช้เล็บจากนิ้วชี้ที่งอกยาวแปรสภาพเป็นเคียวกรีดลำคอของเกาโหยวเสวียนแทน
การเคลื่อนไหวเฉียบคมและชำนาญ เล็บที่แหลมคมตัดฉับทุกครั้งที่ฟันลงไป หลัวตี้นึกย้อนถึงชิ้นส่วนศพที่ถูกหั่น ในห้องรักษาความปลอดภัยทันที
แล้วจู่ ๆ …
หัวหน้าห้องที่หันหลังให้ตลอดก็หยุดการเคลื่อนไหวลง
กร๊อบ กร๊อบ กร๊อบ…
เสียงข้อต่อดังชัดเจน คอของเธอค่อย ๆ บิดหมุนไปทีละน้อย จนกระทั่งทั้งศีรษะหมุนไป 180° ก่อนจะหยุดลง แล้วจ้องกลับมายังหลัวตี้
ยังคงเป็นใบหน้ายิมแย้มที่เด่นชัดในความทรงจำ เพียงแต่ตอนนี้…รอยยิ้มนั้นเปื้อนไปด้วยเลือด
ในชั่วขณะนั้นเอง ความทรงจำทุกอย่างของหลัวตี้ที่เกี่ยวกับหัวหน้าห้องก็ถูกเชื่อมต่อเข้าหากัน ภาพและข้อมูลทั้งหมดถูกร้อยรวมในสมอง…
“หลัวตี้ พวกเราวางแผนกันว่าจะไปฝึกปฏิบัติช่วงกลางวันหยุดชาติ นายสนใจไหม?”
“การจำลองเหตุการณ์ผิดพลาดแบบนี้ ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ส่วนตัวฉันสงสัยว่าบางคนในพวกเธออาจมีร่างกายพิเศษ ที่ดึงดูดเหตุการณ์ผิดปกติ”
“เหวินเหวินเคยเรียนอยู่ในโรงเรียนหมายเลขหนึ่ง แต่เพราะเรื่องบางอย่าง เธอถึงต้องย้ายมาเรียนที่โรงเรียนของพวกเธอ ลุงเขาเข้มงวดกับเหวินเหวินมาก ตั้งแต่ขึ้นมัธยมปลายมา เราสองคนก็ได้เจอกันเป็นครั้งคราวในวันหยดสุดสัปดาห์เท่านั้น”
“หลัวตี้ ปิดเทอมฤดูหนาวฉันมีวันหยุดสามวัน ไม่ต้องไปเรียนพิเศษ นายให้ฉันไปหานายได้ไหม?”
“ฉันไม่เคยลองกินอะไรไปด้วยแล้วก็ดูทีวีไปด้วยเลยนะ มันมีความสุขจริง ๆ เลย อยากใช้ชีวิตแบบนี้ตลอดไปจัง”
“ทำไมคุณถึงเลือกไปที่ชุมชนพักพิงหมายเลขสิบสามตอนเกิดเรื่องพอดี แล้วบังเอิญไปเคาะห้องชั้นสามที่มีมนุษย์เทียมอยู่?”
“หลัวตี้ การสอบเลื่อนระดับพรุ่งนี้ นายต้องทำให้เต็มที่ที่สุดนะ”
“แย่แล้ว! ชุดของฉันยังอยู่ในหอพัก ฉันต้องรีบกลับไปเอาก่อน! พวกเธอไม่ต้องรอฉันหรอก ไปที่สนามกีฬาเลยเถอะ!”
……
คำพูดมากมายที่ไร้อารมณ์ ถูกบีบออกมาจากปากของหลัวตี้ทีละคำ
“เธอกลับหอพัก…ก็เพื่อสร้าง ‘ห้วงรอยต่อ’…”
หัวหน้าห้องไม่ได้ตอบ เพียงแค่ยกนิ้วชี้ขึ้นแตะริมฝีปาก ส่งสัญญาณให้เขาเงียบ เหมือนตอนนี้เธอกำลังทำอะไรบางอย่างที่สำคัญมาก
เมื่อเห็นว่าหลัวตี้ไม่ขยับและไม่พูด เธอก็ค่อย ๆ หันหัวกลับไปอีกครั้ง ตั้งใจแน่วแน่ แล้ว ตัดหัวนั้นออกจนขาดสะบั้น
หลังจากทำทุกอย่างเสร็จสิ้น หัวหน้าห้องใช้แขนเช็ดเลือดและเหงื่อบนหน้าผาก หันมามองหลัวตี้พร้อมศีรษะที่เธอถืออยู่ในมือ
“ที่จริงนายสงสัยฉันมาตั้งนานแล้ว แต่เพราะความสัมพันธ์ระหว่างเรา…นายจงใจเพิ่มเกณฑ์ความสงสัยให้สูงขึ้นไปอีกขั้น นี่แหละคือข้อบกพร่องของนาย ข้อบกพร่องที่จำเป็นต้องแก้ไข…หลัวตี้”