เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 67 ห้องรักษาความปลอดภัย

บทที่ 67 ห้องรักษาความปลอดภัย

บทที่ 67 ห้องรักษาความปลอดภัย


ภายในทางเดินชั้นหนึ่งของอาคารเรียน ร่างของ ‘เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ไร้หัว’ นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น ที่คอมีเข็มฉีดยาเสียบคาอยู่

เกาโหยวเสวียนตัดสินใจได้ทันทีว่า สิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ที่ทั้งตัวถูกหุ้มด้วยเกราะเช่นนี้ ยากที่จะฆ่าด้วยการโจมตีทางกายภาพ เขาจึงเลือกใช้ ‘ซักซินิลโคลีนคลอไรด์’ ที่เพิ่งหยิบมาจากห้องพยาบาลแทน

นี่คือยาคลายกล้ามเนื้อที่ออกฤทธิ์รวดเร็วและรุนแรง เขาฉีดเข้าไปในปริมาณมหาศาล จนร่างนั้นล้มลงกับพื้น ไม่ว่าจะตายจริงหรือไม่ อย่างน้อยก็ไม่อาจขวางทางเขาได้อีก

เกาโหยวเสวียนไม่เสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว เขารีบวิ่งตรงไปยัง ห้องรักษาความปลอดภัย

ระหว่างวิ่ง เขาก็อดไม่ได้ที่จะสงสัยเกี่ยวกับเรื่องหนึ่ง

ภายในโรงเรียนที่ถูก ‘ห้วงรอยต่อ’ กลืนกิน พวกที่เจตจำนงอ่อนแอแล้วเกิดการกลายพันธุ์ มักปรากฏ ‘ลักษณะวังวน’ บนร่างกาย คราบเลือดในหลายพื้นที่ก็เป็นลายวน แม้แต่ของเหลวในกระบอกฉีดยา หากตั้งทิ้งไว้ผิวยาก็จะก่อตัวเป็นวง และแม้แต่ท้องฟ้าเหนือโรงเรียนทั้งหมด…ก็ถูกวังวนครอบงำ

องค์ประกอบของ ‘วังวน’ ได้แทรกซึมไปทั่วทั้งโรงเรียนแล้ว

แต่จากบทความภายนอกโรงเรียนที่เขาเคยอ่าน ซึ่งอธิบายเกี่ยวกับห้วงรอยต่อ ไม่เคยมีสักคำเลยที่จะเอ่ยถึงวังวน คำอธิบายเดียวที่เป็นไปได้ก็คือ หนึ่งใน ‘มนุษย์เทียม’ ที่ร่วมสร้างห้วงรอยต่อในครั้งนี้ มีความพิเศษถึงขั้นที่ ‘มีคุณสมบัติส่วนตัว’ สามารถส่งผลต่อพื้นที่ทั้งหมดได้ ระดับความพิเศษนั้นยิ่งกว่ามนุษย์เทียมสายเลือดเนื้อที่สนามกีฬาเสียอีก

“ถ้าตามที่หลัวตี้กับเสี่ยงอิ๋งเล่า แหล่งกำเนิดของวังวนคือครูกัวจริง… ถ้าเขาไม่มีเจตนาร้ายกับพวกเรา บางทีพวกเราก็ยังมีโอกาสรอด”

เกาโหยวเสวียนได้เห็นนักเรียนมากมายตายไป แค่ในสนามวิ่งเพียงแห่งเดียว เพื่อนร่วมชั้นที่ตายไปต่อหน้าก็มีมากกว่าสิบห้าคน เขาไม่กล้าฝันถึงสิ่งใดอีกแล้ว สิ่งเดียวที่หวังคือปกป้องคนที่ยังอยู่ข้าง ๆ ให้ได้

ไม่นาน เขาก็วิ่งผ่านทางเดินชั้นหนึ่งไปจนถึงสุดทาง ห้องรักษาความปลอดภัย ตั้งอยู่ตรงหน้า มันดูคล้ายสิ่งก่อสร้างที่ขยายเพิ่มออกจากโครงสร้างเดิมของอาคารเรียน ภาพรวมเหมือนป้อมขนาดเล็กทรงโค้ง ภายในมีห้องควบคุมกล้องวงจรปิด ห้องเก็บอาวุธ และแม้กระทั่งห้องขังชั่วคราว (ไว้กักตัวนักเรียนที่ผลตรวจสภาพจิตผิดปกติรุนแรง หรือผู้บุกรุกที่เล็ดรอดเข้ามาในโรงเรียน)

แต่ทั้งอาคารกลับไร้แสงไฟส่องสว่างแม้แต่น้อย บรรยากาศมืดมิดไม่ต่างจากห้องพยาบาลก่อนหน้านี้ ไม่มีวี่แววว่าจะมีคนอยู่เลย

“ไม่มีใครอยู่…?”

เกาโหยวเสวียนนึกถึงร่างของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยไร้หัวที่พบในทางเดินก่อนหน้า และไม่อาจห้ามความคิดได้ว่า บางทีทีมรักษาความปลอดภัยทั้งหมด…อาจจะมีบางอย่างเกิดขึ้นกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทั้งหมด

เมื่อสถานการณ์เป็นเช่นนี้ เขาก็ตัดสินใจที่จะเลิกค้นหา แล้วรีบกลับไปยังห้องพยาบาลทันที

แต่ในตอนนั้นเอง

เสียงหนึ่งดังขึ้นมา…แผ่วเบา…เล็ดรอดออกมาจากทิศทางของห้องรักษาความปลอดภัย

แม้แต่เกาโหยวเสวียนที่ผ่านประสบการณ์มามากมาย ก็ไม่รู้จะอธิบายเสียงนั้นอย่างไรดี มันคล้ายเสียงผ้าที่ถูกฉีกขาด หรือไม่ก็เหมือนเสียงหนังสัตว์ที่ถูกตัดเฉือน แม้จะเบามาก แต่กลับได้ยินอย่างชัดเจนในโรงเรียนที่เงียบงันเช่นนี้

เขาตัดสินใจพุ่งตัวไปทันที มือกำมีดแน่น ขณะเดียวกันก็ตรวจสอบกล่องเข็มเงินที่มัดอยู่บนแขนซ้ายให้อยู่ในตำแหน่งพร้อมใช้ อีกทั้งยังเตรียมเข็มฉีดยาหนึ่งหลอดเสียบไว้ที่เอว เมื่อผลักบานประตูห้องรักษาความปลอดภัยเข้าไป

ภาพที่ปรากฏตรงหน้า คือศพของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่กระจัดกระจายเกลื่อนพื้น ‘ไร้หัว’ คือสภาพที่ใช้อธิบายภาพตรงหน้า มันเหมือนกันทั้งหมด ราวกับถูกเหวี่ยงลงมาจากที่สูงจนกะโหลกแตกละเอียด

ยิ่งไปกว่านั้น ร่างไร้หัวเหล่านี้ยังถูกอาวุธมีคมผ่าซ้ำเข้าไป จนทั้งร่างและเกราะถูกหั่นออกเป็นชิ้น ๆ ภายในห้อง เหลือเพียงสองคนเท่านั้น คนหนึ่งคือหญิงวัยกลางคนในชุดนักเรียน ผู้ที่หลัวตี้เคยบรรยายเอาไว้ก่อนหน้านี้ ตอนนี้เธอปล่อยผมยาวรุงรัง สิบนิ้วกระตุกเส้นใยเนื้อที่เหมือนเส้นไหม กำลังควบคุมร่างเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยครึ่งท่อนให้กลายเป็นหุ่นเชิดรับใช้

ในสายตาของเกาโหยวเสวียน ร่างของหญิงวัยกลางคนผู้นี้เหมือนถูกฉีกมากกว่าสิบครั้งระหว่างการต่อสู้กับทีมรักษาความปลอดภัย จนทั่วทั้งตัวเต็มไปด้วยรอยเย็บปะอย่างหยาบ ๆ เสื้อชุดนักเรียนก็ขาดรุ่งริ่ง แถมบางแผลยังมีเลือดไหลซึมอยู่ไม่หยุด

เมื่อเธอได้ยินเสียงฝีเท้าด้านหลัง ใบหน้าซึ่งทาแป้งสีขาวโพลนหันกลับมา 180 องศาทันที ดวงตาเพ่งจ้องไปยังเกาโหยวเสวียนที่ยืนอยู่ตรงประตู เพียงได้เห็นหนุ่มแว่นหน้าตาหล่อเหลายืนอยู่ตรงนั้น สีหน้าที่เต็มไปด้วยความเศร้าหมองก็ฉีกขาดกลายเป็นรอยยิ้มบิดเบี้ยวอันน่าสะพรึง

【ห้องพยาบาล】

สิบนาทีผ่านไปแล้ว แต่เกาโหยวเสวียนยังไม่กลับมา ระหว่างนั้น หลัวตี้เอาลิ้นดีดเพดานปากเบา ๆ ด้วยความกระวนกระวาย จากท่านอนราบบนเตียง เขาขยับมานั่งตรงขอบเตียง จนถึงตอนนี้ เขาก็ลุกขึ้นยืนเต็มตัวแล้ว พยายามปรับร่างกายให้ชินกับการเสียแขนซ้าย ปรับสมดุลให้ได้มากที่สุด สุดท้ายเขาก็ทนไม่ไหว

“เสี่ยวอิ๋ง!”

“หืม?”

“ช่วยเอาเข็มมาให้ฉันหน่อย แล้วก็เตรียมยาประเภทกดประสาทกับกระตุ้นประสาทไว้ด้วย

“ฉัน…”

เสี่ยวอิ๋งลังเลอย่างหนัก เธอรู้ดีว่าการรอคอยจนถึงตอนนี้ก็นานเกินพอแล้ว

“เร็วเข้า”

น้ำเสียงออกคำสั่งบังคับให้เสี่ยวอิ๋งถอดเข็มน้ำเกลือออกทันที

เธอทำตามอย่างว่าง่าย แล้วเดินไปที่ตู้ยา ค้นหายาฉุกเฉินที่อาจจะนำใช้ได้ ระหว่างที่เธอกำลังค้นหาอยู่นั้น หลัวตี้ก็มายืนซ้อนอยู่ข้างหลัง ใกล้จนแทบจะสัมผัสกัน

“หาเจอหรือยัง?” หลัวตี้เอ่ยด้วยท่าทีเหมือนกำลังจับตาดู เพื่อไม่ให้เสี่ยวอิ๋งใช้การค้นหาเป็นข้ออ้างในการถ่วงเวลา

“เดี๋ยวก็เจอแล้ว”

“เสี่ยวอิ๋ง อีกเดี๋ยวเธออยู่ที่นี่เถอะ ถ้าครูประจำชั้นกับพวกเขาสู้สำเร็จ ก็คงจะมาที่นี่เอง ตอนนั้นเธอค่อยพาพวกเขามาช่วยก็พอ”

เสี่ยวอิ๋งที่หยิบยาออกมาแล้วหันกลับมา เธอเม้มปากแน่น

“แล้วถ้า…พวกเขาทำไม่สำเร็จล่ะ? ถ้าสิ่งที่มาเจอเราที่นี่คือมนุษย์เทียมแทนล่ะ?”

“ถ้าอย่างงั้นเธอก็ควรอยู่ที่นี่ อย่างน้อยสิบกว่านาทีที่ผ่านมา ห้องพยาบาลก็ยังปลอดภัยดี”

เสี่ยวอิ๋งที่เชื่อฟังมาตลอดกลับส่ายหน้าในครั้งนี้

“ไม่ ฉันจะไปกับนาย ถึงอาจช่วยอะไรไม่ได้มาก แต่ก็ยังพอทำเรื่องเล็ก ๆ ได้บ้าง หัวหน้าห้องเธอคอยเป็นห่วงฉันเสมอ ฉันต้องไปตามหาเธอ”

“ไม่กลัวตายหรือไง?”

เสี่ยวอิ๋งไม่ได้ตอบตรง ๆ แต่เงยหน้ามองเขาด้วยแววตาแข็งกร้าวอย่างที่หาได้ยาก

“ไปกันเถอะ”

หลัวตี้กลืนยากระตุ้นประสาทสองเม็ด ที่ปกติแล้วเขาจะไม่แตะต้องมันเลย

ตอนที่เขาเดินลงบันไดนั้น สายตายังคงจับจ้องไปที่ประตูห้องพยาบาล ในใจภาวนาอย่างแรงกล้าว่าขอให้เกาโหยวเสวียนพาหัวหน้าห้องกลับมาในเวลานี้พอดี แต่…ปาฏิหาริย์ไม่ได้เกิดขึ้นที่นี่

ห้องพยาบาลยังคงมืดมิดไร้ผู้คน เสียงเข็มนาฬิกาที่เดินติ๊กต๊อกเร่งเร้าให้หลัวตี้ก้าวเร็วขึ้น มุ่งหน้าไปยังห้องรักษาความปลอดภัยที่อยู่ไม่ไกล

ระหว่างทางในอาคารเรียน พวกเขาก็เจอกับ ‘เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ไร้หัว’ เช่นกัน ตรงช่องคอวนเป็นวังวน ที่กลางแผลยังมีเข็มฉีดยาปักเอาไว้ ร่างนั้นนอนนิ่งอยู่กับพื้น

ขณะเดินผ่าน หลัวตี้ก็คุกเข่าลงข้างหนึ่ง ใช้มีดเจียงซือในมือเสียบลงไปตรงคอ ร่างนั้นกระตุกเฮือกสองสามครั้ง ก่อนจะสงบลงอย่างสิ้นเชิง

พวกเขาลัดเลาะผ่านทางเดินไปจนถึงด้านหน้าของ ห้องรักษาความปลอดภัย รูปทรงป้อมปราการที่ตั้งตระหง่านอยู่หน้าสุดของอาคารเรียน และบรรยากาศรอบข้าง…เงียบสงัดไร้เสียงใด ๆ

บางทีอาจเป็นเพราะได้กลิ่นอะไรบางอย่าง…หรืออาจเป็นแค่สัญชาตญาณ หลัวตี้จึงชะลอฝีเท้าลงเล็กน้อย ก่อนพูดเสียงเบา ๆ ว่า

“จับแขนเสื้อฉันไว้…อย่าให้ขาดการติดต่อกัน”

“อืม!”

เสี่ยวอิ๋งยกมือหนึ่งคว้าแขนเสื้อเขาไว้อย่างแน่นหนา อีกมือก็กำมีดกรงเล็บในมือแน่น

ทั้งสองค่อย ๆ เคลื่อนเข้าใกล้ประตูหลักของห้องรักษาความปลอดภัย

มือผลักลูกบิดที่ยังเปื้อนคราบเลือดอยู่

ซือซือซือ… (เสียงไฟฟ้าสะท้อน)

ใต้แสงไฟสลัว ๆ ที่กะพริบติดๆดับๆ ชิ้นส่วนศพที่ฉีกขาด ชุดเครื่องแบบเจ้าหน้าที่ที่ถูกตัดด้วยอาวุธมีคม รวมถึงอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยต่าง ๆ กระจัดกระจายเต็มพื้น

เกิดอะไรขึ้นกันแน่?

หรือว่ามนุษย์เทียมสาย ‘ผิวหนัง’ เป็นคนก่อเรื่องและสังหารทีมรักษาความปลอดภัยทั้งหมด? หรือจริง ๆ แล้วมีอะไรที่หลัวตี้ไม่อาจคาดเดา?

นี่เป็นครั้งแรกที่เสี่ยวอิ๋งได้เห็นภาพที่น่าสยดสยองเช่นนี้ เธอถึงกับยกมือขึ้นปิดปากปิดจมูกแทบไม่ทัน เพื่อกดกลั้นการตอบสนองรุนแรงในร่างกาย

พอเธอเงยหน้าขึ้น

กลับเห็นว่าหลัวตี้กำลังเหยียบไปบน ‘พื้นที่ไม่เรียบ’ เดินตรวจสอบทีละก้าว ใช้ไฟฉายที่หยิบมาจากห้องพยาบาลส่องสำรวจศพทีละจุด หลังจากค้นหาพักหนึ่ง ใบหน้าที่ตึงเครียดของหลัวตี้ก็ค่อย ๆ คลายลงเล็กน้อย

เขาไม่พบเศษชิ้นส่วนใดที่อาจเป็นของหัวหน้าห้องหรือเกาโหยวเสวียน อีกทั้งยังสังเกตได้ว่าศพของเจ้าหน้าที่เหล่านี้ส่วนใหญ่ไม่ครบชิ้น บางส่วนหายไปโดยไม่รู้ว่าหายไปที่ใด ในขณะที่หลัวตี้กำลังสงสัยว่าเกาโหยวเสวียนหายไปไหนกันแน่ เสียงของเสี่ยวอิ๋งดังขึ้นจากตรงประตู

“หลัวตี้! ชั้นบนของอาคารเรียนมีอะไรบางอย่าง ฉันได้ยินเสียงการต่อสู้ แล้วก็เห็นเงาคนวิ่งผ่านไปด้วย”

“ชั้นไหน?”

“ชั้นห้า…เหมือนจะอยู่ตรงห้องเรียนของพวกเราเลย!”

“ห้องของพวกเรา?”

จบบทที่ บทที่ 67 ห้องรักษาความปลอดภัย

คัดลอกลิงก์แล้ว