เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 65 ปฏิเสธความตาย

บทที่ 65 ปฏิเสธความตาย

บทที่ 65 ปฏิเสธความตาย


บนสนามวิ่ง

กงซิน หนึ่งในผู้สร้าง ‘ห้วงรอยต่อ’ ปรากฏตัวในสภาพที่ไม่อาจเรียกว่ามนุษย์ได้อีกต่อไป เพราะก่อนการต่อสู้ครั้งนี้ เขาได้ดูดกลืนเหล่านักเรียนไปแล้วกว่าร้อยชีวิต ทำให้เขามี ‘คลังเนื้อ’ ที่แทบไม่สิ้นสุด จนถึงขั้นเชื่อมั่นว่าตัวเองคือ สิ่งที่แข็งแกร่งที่สุดในโรงเรียนแห่งนี้

ตลอดสองปีกว่าเกือบสามปีที่ผ่านมา ที่เขาซ่อนตัวอยู่ เขาได้ดูดกลืนไปไม่ถึงสิบคนด้วยซ้ำ แต่ในตอนนี้ การสังหารหมู่ครั้งใหญ่เช่นนี้ นับเป็นสิ่งที่เขาเฝ้ารอมาเนิ่นนาน ระหว่างการฆ่า เขาก็กำลังแปรเปลี่ยนเข้าสู่ร่างที่สมบูรณ์แบบที่สุด

ความกลัวที่ถูกทำให้เป็นรูปธรรมของกงซิน มาจากหนังสยองขวัญต่างประเทศเรื่องหนึ่งที่เขาดูพร้อมกับพ่อในวัยเด็ก นั่นคือครั้งแรกที่เขาเห็นหนังแนวเลือดสาด เรื่องนั้นมีชื่อว่า The Thing

หลังจากดูหนังจบ ตอนนั้นเขาเพิ่งอายุเพียงเจ็ดขวบ กลับต้องจมอยู่กับความกลัวในเนื้อหนังร่างกาย เขามักจะฝันว่าร่างกายของเขาเกิดการกลายพันธุ์แบบเดียวกับในหนัง

ตอนนี้ รูปร่างของกงซินแสดงลักษณะออกมา

ศีรษะ : ตำแหน่งหัวเดิมถูกแทนที่ด้วยหนวดเนื้อรูปร่างคล้ายเคียวสองเส้น ส่วน “สมองจริง” ของเขาอยู่ในสภาพเคลื่อนที่ ไม่ยึดติดอยู่กับจุดใดในร่างกาย มันมักจะขยับไปมาในบริเวณท้อง และบางครั้งจะดันทั้งใบหน้า ดวงตา จมูก ปาก โผล่ออกมาเพื่อแสดงอารมณ์ วิธีนี้ช่วยปกป้อง ต่อมใต้สมอง ได้อย่างดี

แขนขา : ขาทั้งสองยังคงเหมือนมนุษย์ปกติ แขนขวาผ่านการงอกเพิ่มจนสามารถโจมตีในระยะกว้างและยาว สามารถดูดกลืนผู้อื่นเข้ามาได้ ส่วนฝ่ามือซ้ายกลับงอกกระดูกคมราวกับดาบ ยาวครึ่งเมตร ความหนาแน่นสูงผิดธรรมชาติ สามารถตัดผ่านวัตถุที่แข็งได้อย่างง่ายดาย

ท้อง : ส่วนท้องที่โป่งบวมแยกออกเป็นร่องแผล ข้างในงอกหนวดเนื้อสี่เส้น ปลายเป็นหนามแหลม สามารถหลั่งกรดกัดกร่อนออกมาได้

แต่ถึงจะบิดเบี้ยวสยดสยองเช่นนี้ กงซินกลับยังไม่พอใจ เขายังคงต้องการดูดกลืนผู้คนมากขึ้นไปอีก เพื่อไล่ตาม รูปลักษณ์ที่สมบูรณ์กว่า” และเชื่อมั่นว่าจะเป็น ผู้รอดชีวิตเพียงหนึ่งเดียว ของการคัดเลือกครั้งนี้

ในทางตรงกันข้าม สภาพของหลัวตี้กลับแตกต่างอย่างสิ้นเชิง ร่างเต็มไปด้วยบาดแผลบาดเฉือนตื้นลึกนับไม่ถ้วน บางรอยถึงขั้นเจาะทะลุไปถึงอวัยวะภายใน ถ้าไม่ใช่เพราะผิวหนังเจียงซือปกป้องไว้ ป่านนี้คงเหลือเพียงกองเนื้อไปแล้วและสิ่งที่เลวร้ายที่สุด…คือการ สูญเสียแขนซ้ายทั้งข้าง

แม้เขาจะรีบใช้ผิวหนังเจียงซือปิดแผลทันที แต่ผลกระทบจากการเสียแขนไปก็ยังมหาศาล พลังโจมตีของเขาถูกตัดทอนลงอย่างมาก บังคับให้เขาต้องเปลี่ยนรูปแบบการสู้ไปจากเดิม ต้องเสริมด้วยท่าถีบสองขา และถึงขั้นใช้ปากกัดโดยตรงในยามคับขัน

ถึงอย่างนั้นก็ตาม…

แม้หลัวตี้จะระเบิดพลังออกมามากกว่าปกติหลายเท่า จนเข้าสู่สภาวะ ‘กระแสจิต’ แต่ก็ยังไม่อาจก้าวข้ามช่องว่างนั้นไปได้ พลังงานในร่างใกล้แตะขีดจำกัด การเคลื่อนไหวของเขาเริ่มช้าลงเรื่อย ๆ ปลายลิ้นเริ่มรับรู้ได้ถึงรสชาติหนึ่ง รสชาติที่ชื่อว่า ‘ความตาย’

แต่รสชาตินี้ในอดีต…มันไม่ขมเลยสักนิด กลับแฝงความหวานจาง ๆ อยู่ด้วยซ้ำ หลัวตี้ในวันนั้นไม่เคยปฏิเสธความตาย เขาพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมัน

ทว่าตอนนี้…ในช่วงการสอบเลื่อนระดับ เมื่อรสชาติเดียวกันนี้กลับมาอีกครั้ง หลัวตี้กลับได้ลิ้มรสขมเฝื่อนแสบลิ้นจนคลื่นไส้ พร้อมกลิ่นคาวเลือดที่รุนแรง จนร่างกายเกิดการปฏิเสธ อย่างรุนแรง

‘ฉัน…ตายไม่ได้’

นี่เป็นครั้งแรกที่ความคิดเช่นนี้ผุดขึ้นมาในสมองของเขา ครั้งแรกในรอบหลายปีที่เขา ‘ต่อต้าน’ ความตายอย่างแท้จริง

ฉัวะ! 

ในจังหวะเดียวกัน หนวดที่ปลายเป็นหนามแหลมชุ่มกรดทะลวงผ่านช่องท้องของเขาอีกครั้ง กลิ่นรสแห่งความตายแทรกซึมเข้ามาในปลายลิ้นยิ่งกว่าเดิม กระตุ้นสมองให้ขุดภาพในความทรงจำออกมาเป็นฉาก ๆ

เขานึกถึงวันที่ถูกหัวหน้าห้องเชิญให้มาร่วม ‘ฝึกจำลองภาคสนาม’ ได้รู้จักกับสิ่งที่เรียกว่า ‘เพื่อน’ เป็นครั้งแรก

เขานึกถึงครั้งแรกที่ได้ออกไปกินข้าวข้างนอกกับคนอื่น

นึกถึงตอนพักคาบเรียนที่ทำท่าวิดพื้นกับเสี่ยวเกา จากคุยเรื่องเรียนไปจนถึงเรื่องชีวิต จนวันหนึ่งพูดคุยกันมากกว่าที่เคยพูดทั้งเดือน

ท้ายที่สุด…

ในส่วนลึกสุดของสมอง มีฟองอากาศผุดขึ้นหลายฟอง และเมื่อฟองแตกออก เสียงที่คุ้นเคยและอ่อนโยนที่สุดก็ดังก้องขึ้น ราวกับปลายนิ้วที่ลากวนอยู่กลางฝ่ามือของเขา

“หลัวตี้”

ฤดูหนาว ในเช้าวันหนึ่ง

บนบันไดหน้าบ้าน หัวหน้าห้องที่ฝังแก้มแดงก่ำอยู่ในผ้าพันคอพราะอากาศหนาว กำลังโบกมือทักทายเขาอย่างร่าเริง

หลัวตี้ ต้องรอดออกจากสนามวิ่งให้ได้ ต้องทำตามสัญญา ไปพบหัวหน้าห้องที่อาคารเรียน

ฉัวะ!

หนวดปลายแหลมสี่เส้นพุ่งโจมตีพร้อมกัน

แม้ร่างกายของเขาจะใกล้หมดแรงเต็มที หลัวตี้ก็ยังฟันออกไปด้วยคมดาบอย่างสมบูรณ์แบบ ตัดหนวดเหล่านั้นขาดกระจุยทุกเส้น

แต่ในวินาทีถัดมา แขนซ้ายที่งอกกระดูกคมราวมีดกลับฟันลงมาตรงศีรษะของเขาโดยตรง ระยะห่างไม่ถึงสามสิบเซนติเมตร แทบไม่มีทางจะหลบพ้น อีกเพียงเสี้ยววินาที ศีรษะของหลัวตี้ก็จะถูกสับหลุดจากบ่า

ปัง!

ท่อนแขนของกงซินแตกละเอียดตรงข้อมือ มือที่มีมีดกระดูกงอกออกมาถูกยิงจนกระเด็นออกไปทันที

มีคนเข้ามาขัดจังหวะ!

อวัยวะบนใบหน้าของกงซินโผล่พรวดขึ้นมาจากบริเวณเอว ดวงตากลมโตหมุนเร็วจัด ก่อนจะหันขวับไปยังผู้บุกรุกด้านหลัง มันกัดฟันกรอดด้วยความเดือดดาล

หยวนจื้อจวิน ครูประจำชั้น ยืนอยู่ในท่ายิงปืนที่สมบูรณ์แบบ ปืนแม็กนั่มในมือเขาส่งประกายเย็นเยียบ กระสุนขนาดใหญ่ที่บรรจุอยู่ สามารถสร้างความเสียหายรุนแรงต่อสิ่งมีชีวิตประเภทเลือดเนื้อได้อย่างแท้จริง

ปัง!

กระสุนอีกนัดพุ่งตรงเข้ากลางใบหน้าที่โผล่ออกมาบริเวณเอวของกงซิน พร้อมทั้งยิงขาอีกฝ่ายทั้งสองจนหักพรืด ทำให้มันเสียสมดุล

การยิงนั้นดูเหมือนจะได้ผล… แต่หยวนจื้อจวินกลับไม่มีแม้ร่องรอยแห่งชัยชนะบนใบหน้า เขารู้ดีว่าสิ่งที่ยืนอยู่ตรงหน้า คือมนุษย์เทียม ที่ยากจะฆ่าให้ตายโดยง่าย

“หลัวตี้! พวกเขาจะพานายไปห้องพยาบาลเอง ที่นี่ปล่อยให้ฉันจัดการก็พอ…ทนได้นานขนาดนี้ ถือว่านายทำได้ดีมากแล้ว”

เสียงพูดเพิ่งขาดลง

ทันใดนั้น แขนกลหนึ่งข้างก็โอบรอบท้องของหลัวตี้ ยกตัวเขาขึ้นพาดบนบ่า พอเงยหน้ามองก็เห็นชัดว่าเป็นรองหัวหน้าห้อง เกาโหยวเสวียน

เขาเร่งพลังทั้งหมดออกมา พุ่งตรงไปทางอาคารเรียนอย่างไม่ลังเล

เสี่ยวอิ๋งที่ก่อนหน้านี้ถูกห้ามไม่ให้ออกมาก็ตามออกมาด้วย เธอวิ่งไล่ตามเกาโหยวเสวียนไป และไม่ลืมก้มเก็บแขนที่ขาดของหลัวตี้ขึ้นมา โดยไม่สนเลยว่ามันเป็นแขนของเจียงซือ ซึ่งอาจมี ‘อิทธิพลจากมุมมืด’ ติดมาด้วย เธออุ้มแขนนั้นติดมือไปด้วยอย่างระมัดระวัง วิ่งตรงตามหลังพวกเขาไปยังทางออก

หากแขนข้างนี้ได้รับการเก็บรักษาอย่างเหมาะสม แล้วใช้ร่วมกับอุปกรณ์ทางการแพทย์ขั้นสูงของห้องพยาบาล ก็อาจจะต่อกลับคืนได้

พรู่ด!

หลัวตี้ที่ถูกเกาโหยวเสวียนแบกอยู่เพิ่งจะได้ถอนหายใจอย่างโล่งอก กลับพลันพ่นเลือดสดออกมาเป็นสาย บาดแผลบนร่างเขาเลวร้ายจนถึงขั้นสาหัส แต่ถึงอย่างนั้น ดวงตาของเขากลับยังจ้องมุ่งไปยังกลางสนามวิ่ง

กงซินที่ขาทั้งสองถูกกระสุนแม็กนั่มยิงจนแหลก กลับงอกขาเนื้อผิดรูปหลายเส้นขึ้นจากแผ่นหลัง ค้ำยันร่างในท่วงท่ากลับหัว แถมยังวิ่งได้เร็วกว่าเดิมเสียอีก

ยังไม่พอ

ร่างกายของกงซินยังพัฒนาต่อเนื่อง หนวดจำนวนมากที่หดขยายได้พุ่งออกมาจากภายใน พร้อมกันนั้นโครงกระดูกหนาหลายชั้นก็ก่อตัวขึ้นบนผิวหนัง เพื่อใช้รับแรงกระสุนโดยเฉพาะ

“หลัวตี้…ไม่ต้องห่วงพวกเขา”

เสียงทุ้มนิ่งของเกาโหยวเสวียนดังขึ้นท่ามกลางเสียงฝีเท้าวิ่ง

“ก่อนหน้านี้มันเกิดกะทันหันเกินไป นักเรียนจำนวนมากถูกห้วงรอยต่อทำให้กลายพันธุ์ สถานการณ์เลยวุ่นวายสุด ๆ แถมไม่มีใครรู้ด้วยว่า มนุษย์เทียมตัวนี้แค่สัมผัสเนื้อก็สามารถ ‘กลืนกิน’ ได้แล้ว มันถึงกลายเป็นวิกฤติแบบนั้น

แต่ตอนนี้…คุณครูทั้งหลายเตรียมพร้อมกันเต็มที่แล้ว พวกเขาจะต้องปราบมันได้แน่นอน

นายรีบเล่าให้ฉันฟังสั้น ๆ เถอะ ว่าพวกนายเข้ามาที่ศูนย์กีฬาได้ยังไง รวมถึงเรื่องของหัวหน้าห้อง…ฉันจะได้วิเคราะห์ว่า ต่อจากนี้เราควรทำยังไงถึงจะดีที่สุด”

จบบทที่ บทที่ 65 ปฏิเสธความตาย

คัดลอกลิงก์แล้ว