เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 64 การต่อสู้อันดุเดือด

บทที่ 64 การต่อสู้อันดุเดือด

บทที่ 64 การต่อสู้อันดุเดือด


ครึ่งปีก่อน ในช่วงปิดเทอมฤดูหนาว หลังจากมีดเจียงซือได้ดูดซับเลือดจากโพรงสมองของ ‘แมงมุมหญิง’ ต่อมใต้สมองของเจียงซือที่เพิ่งถือกำเนิดมาไม่นานก็เติบโตขึ้น ทันใดนั้นระดับอายุขัยก็เทียบเท่ากับต่อมใต้สมองของมนุษย์เทียมที่มีอายุกว่า 1 ปี

มีดที่ได้ก็ยิ่งแสดงลักษณะความเป็นเจียงซือมากขึ้น ตรงกับรสนิยมของหลัวตี้ที่เป็นแฟนตัวยงของหนังเกรดบีอย่างจัง แม้ว่าเขาจะชอบรูปลักษณ์ของมันมาก แต่ก็ยังต้องพิจารณาเรื่อง ‘ประโยชน์ใช้สอย’ ไปพร้อมกัน

แรกเริ่มนั้น บนตัวมีดมีเพียงฟันน้ำนมสองซี่ที่งอกกระจัดกระจาย หลัวตี้กลับคิดว่าบางทีอาจมีวิธีใช้งานมันได้ หรืออาจหาทางเปลี่ยนตำแหน่งฟันนั้น หรือแม้กระทั่งให้มันงอกเพิ่มขึ้น เพื่อให้ผสานเข้ากับตัวมีดได้อย่างสมบูรณ์แบบ และแสดงศักยภาพสูงสุดออกมา

ตลอดหลายเดือนในช่วงเทอมปลายของชั้นมัธยมปลายปีที่ 3 มีดเจียงซือก็เหมือนเด็กที่ค่อย ๆ เติบโตขึ้น มันสามารถงอกฟันออกมาเองได้จริง ๆ และฟันเหล่านั้นก็ยิ่งแหลมคมและแข็งแรงขึ้นทุกที

ทุกวันหลังเลิกเรียน หลัวตี้จะฝึกการใช้มีดที่บ้าน ขณะออกวิ่งกลางคืนก็ได้รับคำชี้แนะจากคุณโลเฟย์ในเรื่อง ‘การใช้วัตถุที่ถูกมุมมืดกลืนกิน’ และเขายังนอนเคียงข้างมีดเจียงซือเล่มนี้ทุกคืน

ก่อนสอบเข้ามหาวิทยาลัยในเดือนสุดท้าย หลัวตี้ค่อย ๆ เริ่มสามารถถ่ายทอดจิตสำนึกลงไปยังต่อมใต้สมองภายในมีด สื่อสารกับมันในระดับพื้นฐานได้ แม้กระทั่งสามารถให้ต่อมใต้สมองนั้นชักนำให้มีดเปลี่ยนแปลงรูปร่างได้ ท้ายที่สุด ฟันทั้งเจ็ดซี่ที่เคยงอกอย่างไร้ระเบียบบนตัวมีด ก็ถูกปรับตำแหน่งได้จริง ๆ

วิธีการใดที่จะรีดเค้นศักยภาพสูงสุดของมัน และ เพิ่มพลังการทำลายของมีดเจียงซือได้มากที่สุด?

หลัวตี้ไม่ได้ใช้เวลาคิดนานนัก คำตอบก็ผุดขึ้นทันที ความคิดของเขาย้อนกลับไปยังวันที่ได้เจอหัวหน้าห้อง เกาโหยวเสวียน และแอนนาที่ซูเปอร์มาร์เก็ตครั้งแรก

เขาจำได้ถึงเลื่อยยนต์เล่มใหม่เอี่ยมที่หัวหน้าห้องลงทุนซื้อมา แม้มันจะช่วยพวกเขาได้มากทั้งในการเอาชีวิตรอดและสู้กับเจียงซือ แต่สุดท้ายก็พังลงเพราะความแข็งแกร่งของเจียงซือ

ถ้าเขาสามารถเรียงฟันเหล่านี้ตามแนวคมมีดให้เหมือนฟันเลื่อยยนต์ ก็น่าจะสร้างเอฟเฟกต์การตัดเฉือนที่ใกล้เคียงกันได้ และยังสามารถถ่ายทอดพิษเจียงซือไปพร้อมกันระหว่างการตัดได้ กับศัตรูที่มีร่างกาย มีเลือดเนื้อ นี่จะเป็นอาวุธสังหารที่ร้ายกาจอย่างยิ่ง

เวลานี้ บนสนามวิ่ง

ครืดดด!

แขนที่งอกพรวดของกงซินถูกผ่าขาดเป็นสองซีก ฟันที่เรียงเป็นแถวบนคมมีดกัดฝังลงตรงข้อต่อไหล่ของกงซิน ทั้งสองอยู่ในระยะประชิด ระยะห่างแทบจะเป็นศูนย์

โอกาสใกล้ชิดเช่นนี้มีค่ามากเกินกว่าจะปล่อยไป หากหลัวตี้อยากรอดชีวิต เขาไม่มีสิทธิ์ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว เขาชักมีดขึ้นสูงเหนือหัว

หลัวตี้หลอมรวมตนเองเข้ากับภาพจำของ ‘ฆาตกรในหนังสยองขวัญ’  ตลอดเวลาสิบกว่าปีที่ผ่านมา เขาพยายามฝึกฝนร่างกายมาตลอดก็เพื่อเส้นทางนี้!

ร่างกดต่ำลง

สองมือกำมีดแน่น

ฟันลงตรงหน้าเต็มแรง

นี่คือท่าโจมตีที่ทรงพลังและอันตรายที่สุด!

ภายใต้แสงไฟสลัวของสนามวิ่ง แสงเงาสีดำขลับฟันเฉียงตกลงมา

ฉัวะ!

แรงมหาศาลจากคมมีดผ่าแหวกกะโหลกของกงซินออกเป็นสองซีก รอยแผลลากยาวลงเรื่อย ๆ เมื่อถึงช่วงอกจึงหยุดลง สมองทั้งก้อนถูกฟันจนแตกละเอียด ฟันเลื่อยกัดกระชากจนแม้กระทั่งบริเวณต่อมใต้สมองก็ไม่เหลือ ไม่ว่าจะมองจากมุมไหน เขาก็ถูกฆ่าตายไปแล้ว

แต่…

ยังไม่ทันที่หลัวตี้จะได้ผ่อนลมหายใจ เสียงบิดเบี้ยวประหลาดก็ดังออกมาจากช่องท้องของกงซิน

“เหลือเชื่อจริง ๆ! โรงเรียนมัธยมหมายเลขสี่กลับสร้างสัตว์ประหลาดอย่างเธอออกมาได้ นี่มันเหนือกว่านักเรียนคนใดที่ฉันเคยเจอในโรงเรียน ผู้อำนวยการครับ คุณเห็นหรือเปล่า? เด็กคนนี้แข็งแกร่งกว่าครูพละทั่วไปอยู่มากนัก ถ้าผมไม่ได้เตรียมตัวมาก่อน ไม่ได้กลืนกินทั้งนักเรียนและครูไปมากมาย บางทีคมมีดของเขาคงทำให้ผมบาดเจ็บจริง ๆ ก็ได้

ใบหน้าบิดเบี้ยวและคลุ้มคลั่งโผล่ออกมาจากหน้าท้องกงซิน

อันตรายกำลังมา!

ป๊อก~

เสียงดีดลิ้นดังสะท้อน

หลัวตี้รู้สึกถึงภัยอันตรายโดยสัญชาตญาณ เขารีบดึงมีดออกพร้อมกับกระโดดถอยไปด้านหลัง

แต่…

กะโหลกศีรษะของกงซินที่ถูกผ่าออกเป็นสองซีก กลับงอกเพิ่มอย่างรวดเร็ว กลายเป็นเนื้อสองเส้นยาวบิดเหมือนแส้ แต่ละเส้นฝังชิ้นกระดูกกะโหลกที่แตกรวมกันเป็นใบมีดแหลมคมอยู่ที่ส่วนปลาย

เหมือนแส้ยาวสองอันที่มีโครงสร้างเป็นใบมีด เงื้อขึ้นสูงกลางอากาศ ก่อนจะฟาดลงมาอย่างรุนแรงและรวดเร็ว

หลัวตี้กัดฟันยกมีดเจียงซือขึ้นต้านได้เพียงด้านเดียว แต่ด้านอีกข้างกลับเปิดโล่งโดยสิ้นเชิง…

【โรงยิม】

เป็นไปตามที่ครูกัวเคยบอกไว้ ห้วงรอยต่อที่ครอบคลุมโรงเรียน จำกัดและพันธนาการกลุ่มครูกับนักเรียนส่วนใหญ่ไว้ภายในโรงยิม

หลี่เสี่ยวอิ๋งเพิ่งก้าวเข้าสู่ด้านในก็รู้สึกเหมือนกำลังจะหลงทาง

นี่มันไม่ใช่โรงยิมตามความทรงจำอีกต่อไปแล้ว หากแต่กลายเป็นแดนลึกลับที่เต็มไปด้วยทางแยกซับซ้อนราวกับเขาวงกตระดับสูง ทางเดินแคบ ๆ เบียดเสียดได้มากที่สุดเพียงสองคนเดินเคียงกัน และทุกระยะสิบกว่าก้าวก็จะเจอทางแยกใหม่โดยไม่มีสิ่งใดใช้เป็นจุดอ้างอิงได้เลย

ที่นี่…ช่างเป็นสถานที่ล่าเหยื่อที่สมบูรณ์แบบสำหรับพวกสายเลือดเนื้อ

‘ จะไปทางไหนดี? ถ้าวิ่งมั่ว ๆ ต่อให้หาครูเจอ ก็คงจำทางกลับไม่ได้แน่ ถ้าคอยทำสัญลักษณ์ไว้ทุกช่วงทางก็จะเสียเวลามากเกินไป หลัวตี้ต้องไม่รอดแน่! ’

ขณะที่เสี่ยวอิ๋งกำลังติดอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ก็มีเสียงฝีเท้าดังขึ้นจากทางแยกข้างหน้า แถมยังมีเสียงสนทนาเล็ดลอดมา และยังเป็นเสียงคุ้นหูเสียด้วย

“รองหัวหน้าห้อง!”

เกาโหยวเสวียนปรากฏตัวเป็นคนแรก เขานี่เองที่อาศัยการวิเคราะห์ทีละชั้น จนสามารถหาทางออกของโรงยิมได้สำเร็จ

ด้านหลังเกาโหยวเสวียนยังมีครูพละอีกสามคน รวมถึงครูประจำชั้นด้วย และนักเรียนที่เหลือรอดในชั้นเรียนของครูเหล่านั้นเป็นบางส่วน นักเรียนส่วนใหญ่ในกลุ่มนั้นยังมีความหวาดกลัวฉายชัดในดวงตา

ในฐานะนักเรียนมัธยมที่ไม่เคยสัมผัสเหตุการณ์เหนือธรรมชาติมาก่อน การได้เห็นพลังที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง รวมถึงการได้เห็นเพื่อนสนิทถูกดูดกลืนไปต่อหน้าต่อตา แทบไม่มีใครจะสามารถตั้งสติได้ในเวลาอันสั้น

“หลี่เสี่ยวอิ๋ง!”

ครูประจำชั้น หยวนจื้อจวิน มองเห็นนักเรียนของตนยืนอยู่ที่ทางออกทันที ก่อนรีบถามว่า

“ลู่เหวินกับหลัวตี้อยู่ที่ไหน?”

“หัวหน้าห้องล่อมนุษย์เทียมหนังคนไปที่ห้องรักษาความปลอดภัยในตึกเรียน ส่วนหลัวตี้…ตอนนี้กำลังถ่วงมนุษย์เทียมประเภทเนื้อเลือดอยู่ที่สนามวิ่ง ส่วนครูกัว เขาไม่ได้ทำร้ายพวกเรา”

เสี่ยวอิ๋งสรุปสถานการณ์อย่างรวบรัดและรวดเร็ว

เมื่อได้ยินว่าหลัวตี้กำลังต่อสู้เพียงลำพังกับอสูรร้ายเช่นนั้น แม้แต่หยวนจื้อจวินก็แทบควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ เกือบจะวิ่งพรวดออกไปทันที แต่ความหุนหันก็มีแต่จะนำมาซึ่งความพ่ายแพ้ เมื่อข้อมูลชัดเจนแล้ว สิ่งจำเป็นคือการวางแผนการต่อสู้ในทันที

“ใครก็ตามที่ผลการทดสอบพละติดอันดับยี่สิบแรกของรุ่น ไม่มีความกลัวอยู่ในใจ มีความมั่นใจในความเร็วและการตอบสนองของตัวเอง หรือไม่ก็มีอวัยวะกลไกติดตั้ง หรือสวมใส่ชุดเกราะป้องกันพิเศษ ตามครูกับครูพละมา ส่วนที่เหลือให้อยู่ในโรงยิมทั้งหมด!”

นักเรียนที่ก้าวออกมาได้มีเพียงสองคน

คนแรกคือ เกาโหยวเสวียน แขนกลด้านซ้ายของเขาสามารถป้องกันไม่ให้ถูกดูดกลืนเนื้อได้ และเขายังมีประสบการณ์ต่อสู้จริงมาแล้ว

อีกคนหนึ่งคือผู้ที่ถูกหลัวตี้แย่งตำแหน่งที่หนึ่งของรุ่นไป คนที่ถูกเพื่อนนักเรียนเรียกกันว่า ‘อสูรยักษ์ - เฉิงหาว’ เขาสูงถึงสองเมตรเต็ม เคยผ่านการฝึกจำลองจริงในช่วงมัธยมปลายปีที่ 3 และเพราะผลทดสอบอันยอดเยี่ยม จึงได้รับมอบชุดเกราะโครงเหล็กภายนอกที่ทำขึ้นเฉพาะสำหรับร่างกายเขา

“ฉันก็จะไปด้วย…”

หลี่เสี่ยวอิ๋งกัดฟันแน่น ช่วงท้ายภาคเรียนที่ผ่านมาผลการสอบพละของเธอพัฒนาขึ้นอย่างมากด้วยการช่วยเหลือจากหัวหน้าห้อง จนสามารถก้าวขึ้นมาติดอันดับห้าสิบต้น ๆ ของรุ่นได้

ทว่าตอนนี้เธอกลับทั้งไร้ประสบการณ์ ไร้เครื่องป้องกัน อาวุธเพียงชิ้นเดียวก็คือกรงเล็บมีดสั้นสำหรับต่อสู้ประชิด ที่ไม่เพียงไร้ประสิทธิภาพต่อศัตรู แต่หากพลาดเพียงครั้งเดียวก็อาจกลายเป็นเพียงสารอาหารของอีกฝ่ายไปทันที

ครูประจำชั้นยกมือวางเบา ๆ บนไหล่ของเสี่ยวอิ๋ง “อยู่ที่นี่เถอะ อย่าโทษตัวเองเลย แค่เธอไม่ถูกห้วงรอยต่อครอบงำก็ถือว่ายอดเยี่ยมมากแล้ว…”

“อ้อ…”

เมื่อหยวนจื้อจวินและพวกอีกสี่คนก้าวออกจากประตูโรงยิม ภาพการต่อสู้กลางสนามวิ่งที่ฉายเข้าสู่ดวงตาพวกเขา ราวกับกระแสความร้อนพุ่งเข้าสู่ร่างกาย กระตุ้นให้เลือดเดือดพล่าน และกระตุ้นให้สมองหลั่งสารกระตุ้นออกมาอย่างบ้าคลั่ง

“หลัวตี้…หมอนั่นกล้าสู้กับสัตว์ประหลาดแบบนี้ซึ่ง ๆ หน้า!”

กลางสนามวิ่ง

ร่างของหลัวตี้แทบจะกลายเป็นเจียงซือไปทั้งตัว เขากำมีดเลื่อยเจียงซือไว้แน่น เวลานี้เขารีดสมรรถนะออกมาได้เกินกว่าปกติถึง 120% จิตใจดิ่งลึกเข้าสู่ห้วงแห่งการสังหาร การเคลื่อนไหวทุกท่วงท่าล้วนเกือบสมบูรณ์แบบ

เขาลืมความเจ็บปวด

ลืมการสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่จะมาถึงในคืนนี้

ลืมกระทั่งการต้องถ่วงเวลาให้คนอื่นหนี

แม้แต่แขนซ้ายที่ถูกฟันขาด ตกกลิ้งไปไกลกว่าสิบเมตร และมีของเหลวเน่าเปื่อยไหลเอ่อ เขาก็ไม่สนใจอีกต่อไป

จบบทที่ บทที่ 64 การต่อสู้อันดุเดือด

คัดลอกลิงก์แล้ว