เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 61 การตัดสินใจของหัวหน้าห้อง

บทที่ 61 การตัดสินใจของหัวหน้าห้อง

บทที่ 61 การตัดสินใจของหัวหน้าห้อง


หลัวตี้อาศัยจากปฏิกิริยาของเพื่อนร่วมทีมกับความรู้สึกแสบคันที่ใบหน้า ก็คาดเดาได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น

ในขณะเดียวกันนั้นเอง

ข้างแก้มปรากฏความรู้สึกเหมือนถูกเลีย เขาเหลือบหางตาไปก็เห็นว่าที่แก้มด้านหนึ่งมี ‘ลิ้น’ ที่ไม่ใช่ของเขาเองยื่นออกมา กำลังเลียผิวหน้าทีละน้อย และเกือบจะเลียมาจนถึงมุมปากแล้ว

ฉัวะ!

ด้วยความเด็ดขาดเหนือมนุษย์ หลัวตี้ยกมีดเจียงซือฟันลงไปที่แก้มของตัวเองทันที

ติ๋ง ๆ ๆ

… เลือดสดหยดลงมา

ความรู้สึกถูกเลียหายไป แต่ความคันแสบกลับย้ายไปอีกข้าง และครั้งนี้มีเสียงผู้หญิงดังแทรกมา

“อา~ ร่างกายชายหนุ่มที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายวัยรุ่นแบบนี้ เธอแข็งแรงกว่าผู้ชายทุกคนที่ฉันเคยเจอมา เลือดของเธอก็ทั้งสดใหม่และหอมหวาน ฉันตัดสินใจแล้ว มาเป็นลูกเขยของฉันสิ ถ้ายอมรับ ฉันจะไม่ฆ่าเธอหรอก

ไม่ต้องกังวลนะ ลูกสาวของฉันหน้าตาก็พอใช้ได้ ถึงจะสู้คนข้าง ๆ เธอไม่ได้ก็เถอะ แต่ยังไงเธอก็ใกล้ตายอยู่แล้วนี่”

คำพูดที่สกปรก ทำให้ใบหน้าของหัวหน้าห้องบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ มือที่ถือชะแลงแทบจะฟาดออกไปในทันที ทว่า หลัวตี้กลับนิ่งเฉย ไม่ได้ทำเหมือนก่อนหน้านี้ที่ฟันใส่แก้มอีกข้างของตัวเอง

เสียงผู้หญิงยังดังมาจากข้างแก้มต่อไป “ทำไมไม่พูดอะไรล่ะ? หรือว่าเธอชอบอยู่กับอาแบบนี้? ไม่เป็นไรหรอก…เพราะสองปีก่อนอาฆ่าสามีของตัวเองไปแล้ว ตอนนี้ก็โสดอยู่พอดี ลูกสาวของอาอายุยังน้อย รอให้เธอไปหาคนอื่นก็ได้ ส่วนเธอ…มาอยู่กับอาเถอะ”

สิ้นเสียงนั้นไม่นาน ความเจ็บแสบก็แล่นผ่านราวกับมีพิษกัดกร่อนเนื้อหนัง เสียงไฟฟ้าซ่า ๆ ดังลั่น ไฟถนนกะพริบรัว ใบหน้าผู้หญิงที่เกาะอยู่บนแก้มของหลัวตี้หายไปแล้ว แทนที่ด้วย “ครึ่งใบหน้าเจียงซือ” อันเกิดจากบาดแผลที่ติดเชื้อ

หนังผู้หญิงกลับไปห้อยอยู่ที่เสาไฟห่างออกไปสิบเมตร ใบหน้าส่วนหนึ่งเปื้อนคราบพิษสีดำ แต่เธอหยิบเครื่องสำอางขึ้นมาแต่งปกปิด ซ่อนร่องรอยการกัดกร่อนนั้นไว้จนหมด

“เก่งกันจริง ๆ ถึงว่าลูกสาวไร้ค่าของฉันถึงสอบได้ท้ายชั้นเสมอ…อาทนไม่ไหวแล้ว อยากจะพาพวกเธอกลับบ้านเต็มที”

ทันทีที่เสียงสิ้นสุด ไฟถนนก็กะพริบแรง และร่างเธอก็หายไปจากเสาไฟอีกครั้ง

หลังจากได้เผชิญหน้าอย่างใกล้ชิด หลัวตี้ก็เข้าใจแล้วว่าความกลัวที่แท้จริงของอีกฝ่ายคืออะไร

หนังหุ้ม】นี่ไม่ใช่มนุษย์เทียมแบบที่เคยพบมาเลยสักครั้ง ราวกับเธอได้ก้าวข้ามขีดจำกัดความเป็น ‘มนุษย์’ ไปแล้ว ร่างกายไร้ทั้งเลือดเนื้อและกระดูก หรืออาจจะถูกรวมกลืนจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของหนังหุ้มโดยสมบูรณ์

มันสามารถเคลื่อนไหวด้วยหนังเพียงชั้นเดียว มีความสามารถในการพรางตัวชั้นยอด แม้แต่ผนังหรือพื้นดินก็ดูเหมือนจริงในความมืดสลัว และหากได้แนบตัวก็สามารถไต่ขึ้นสู่ร่างกาย เข้าสู่ผิวหนังของเหยื่อได้ในทันที

โชคยังดีที่หลัวตี้มีมีดเจียงซือไว้ต่อกร แต่ถ้าอีกฝ่ายเกาะขึ้นไปบนตัวหัวหน้าห้องหรือเสี่ยวอิ๋ง…ผลลัพธ์คงเลวร้ายเกินทน แม้จะฉีดพิษเจียงซือเพื่อขับไล่ มันก็อาจไม่สำเร็จ และพิษเองก็จะสร้างความเสียหายต่อร่างกายของพวกเธอเช่นกัน

สถานการณ์ตอนนี้เลวร้ายมาก

“นี่สินะ…สิ่งที่ได้รับการยอมรับจากมุมมืด ถึงขั้นได้รับสิทธิ์ให้จัด ‘การคัดกรองห้วงรอยต่อ’”

ทั้งสามยังคงยืนไหล่ชนไหล่ ระวังภัยจากหนังหุ้มที่แฝงกายอยู่

อีกฝ่ายเองก็ดูจะใจเย็น รอจังหวะให้ใครสักคนเผลอแล้วเข้ามาเกาะร่างโดยไม่ให้รู้ตัว แต่หากปล่อยค้างคาอยู่อย่างนี้ สุดท้ายก็มีแต่จะพากันตาย

ทันใดนั้น เสียงของหัวหน้าห้องดังขึ้นจากด้านข้าง “หลัวตี้ ถึงนายจะเก่ง แต่คงยากจะฆ่าได้ มนุษย์เทียมแบบนี้ไม่ธรรมดา ถ้าเรายื้ออยู่อย่างนี้สุดท้ายต้องตายกันหมดแน่ ถึงเราจะทนยื้อเวลาได้ ก็ยังมีพวกมันอีกหลายตัวที่อาจโผล่มาที่นี่ ถ้าโดนรุมเมื่อไหร่…เราจะต้องตายอย่างแน่นอน

ยัยแก่นั่นอาจวิ่งตามฉันไม่ทัน ถ้าฉันพุ่งไปถึงห้องรักษาการณ์ในอาคารเรียน เราก็มีหวังรอดแล้ว ดูแลเสี่ยวอิ๋งให้ดี”

หลัวตี้ชะงักไปเล็กน้อย วิธีที่หัวหน้าห้องเสนออาจเป็นหนทางเดียวจริง ๆ เขาไม่ได้เอ่ยห้ามหรือพูดคำไร้สาระใด ๆเพียงนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนกล่าวสั้น ๆ “ฉันจะรีบตามไป”

“ฉันจะรอ”

หัวหน้าห้องปรับท่าทางเข้าสู่ท่าเตรียมขว้างอาวุธเต็มกำลัง

ภายใต้ชุดยูนิฟอร์มพิเศษของหน่วยสอบสวน กล้ามเนื้อทั้งร่างเริ่มทำงานประสานกัน ก้าวแรกเหยียบลง แรงส่งไหลจากส้นเท้าขึ้นมาตามร่าง กดหมุนเอวถ่ายแรงไปจนถึงแขน

ฟิ่ว!

ชะแลงในมือถูกเหวี่ยงออกส่งเสียงหวีดหวิว หมุนคว้างพุ่งชนผนังด้านหนึ่งของกำแพงมืด

โครม!

เสียงกระแทกดังสนั่น ผนังตรงจุดนั้นเผยร่องรอยแตกออกเล็กน้อย ทั้งยังสั่นสะท้านอย่างผิดปกติ

ทันทีที่ขว้างเสร็จ หัวหน้าห้องก็เปลี่ยนเป็นท่าวิ่งก้มตัวไปข้างหน้าเกือบ 45° เคลื่อนไหวราวกับสัตว์ป่า พุ่งทะยานเร็วยิ่งกว่าการวิ่งแข่งทุกรอบที่ผ่านมา

เธอวิ่งพุ่งย้อนกลับไปยังทางแยก แล้วมุ่งตรงสู่อาคารเรียน

ผลลัพธ์ก็เป็นไปตามคาด

หนังหุ้มที่ถูกชะแลงเจาะศีรษะมาก่อนหน้านี้ ตอนนี้ก็ถูกยั่วยุอีกครั้ง อีกทั้งมันเองก็หมายตาหัวหน้าห้องตั้งแต่แรก มันจึงรีบตามติดเธอทันที แผ่นหนังแนบเลื้อยไปตามผนัง ความเร็วไม่ต่างจากเธอเลย ต่อให้หลัวตี้อยากไล่ตามก็ไม่ทันอยู่ดี

เมื่อหัวหน้าห้องยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อเปิดทาง เขาเองก็ไม่อาจลังเลอีก หลัวตี้เก็บมีดเจียงซือหันไปทางรัศมีศูนย์กีฬา แต่แล้วก็เห็นเสี่ยวอิ๋งวิ่งนำหน้าไปไกลห้าสิบเมตรแล้ว

“หลัวตี้ เร็วเข้า!! รีบไปหาครูที่ศูนย์กีฬา แล้วบอกให้พวกเขารีบตามไปห้องรักษาการณ์เพื่อช่วยหัวหน้าห้อง! เร็วสิ!”

เสี่ยวอิ๋งแทบจะร้องไห้แล้ว แต่สมองกลับเลือกทางที่ถูกต้องที่สุด แทนที่จะเสียเวลากับความเศร้า เธอต้องรีบหาคนมาช่วย ยิ่งเร็วเท่าไรก็ยิ่งมีหวัง ทั้งคู่จึงออกแรงวิ่งสุดกำลังตรงไปยังศูนย์กีฬา

ถึงแม้พื้นที่ถูกยืดขยาย แต่ป้ายบอกทางก็ยังนำไปถูกที่

ไม่นาน กำแพงข้างหน้าก็เผยให้เห็นช่องโหว่ขนาดใหญ่ และยังมีป้ายไม้ติดไว้อย่างชัดเจน

【ศูนย์กีฬา】

ทันทีที่พ้นจากทางเดินกำแพงเข้าสู่ลู่วิ่ง ทั้งสองก็หยุดชะงักในเวลาเดียวกัน

เบื้องหน้าพวกเขา

ลู่วิ่งที่ควรจะเต็มไปด้วยนักเรียน…กลับว่างเปล่า ไม่มีภาพโกลาหลจากการกลายร่างของนักเรียนจำนวนมาก และก็ไม่เห็นครูพละเข้าควบคุมสถานการณ์เลย

ความเงียบปกคลุมไปทั่ว พื้นที่กว้างใหญ่ของสนามแข่งไม่มีแม้เงาคน มีเพียง ‘โลงโลหะสี่เหลี่ยม’ สำหรับขังอนุพันธ์ ตั้งอยู่กลางสนาม

ผิดปกติ…

สมองของหลัวตี้เต็มไปด้วยคำถาม

หากห้วงรอยต่อครอบคลุมโรงเรียนทั้งหมด ความผิดปกติที่เกิดขึ้นที่หอพักก็ต้องเกิดขึ้นกับนักเรียนด้วย นักเรียนที่รวมตัวกันอยู่ในสนามกีฬาบางส่วนอาจกลายพันธุ์ และคุกคามความปลอดภัยถึงชีวิตของนักเรียนปกติคนอื่น ๆ ครูพละย่อมต้องจัดการอย่างเด็ดขาดแน่นอน แต่ที่นี่กลับไม่เห็นศพอยู่เลย มีเพียงเศษซากศพไม่สมบูรณ์เล็กน้อยที่กระจัดกระจายอยู่รอบนอกของลู่วิ่งเท่านั้น

ศพนักเรียนหายไปไหน?

ทำไมครูพละถึงพานักเรียนทั้งหมดออกไปจากสนาม?

หัวหน้าห้องกำลังตกอยู่ในอันตราย พวกเขาไม่อาจเสียเวลาได้ จึงก้าวเท้าเข้าสู่สนามแข่งที่ว่างเปล่า ทันทีที่เหยียบพื้นวิ่งเข้าไป กลิ่นคาวเลือดรุนแรงก็พุ่งทะลักเข้าจมูก ราวกับมีอะไรบิดเกลียวในหลอดอาหารและกระเพาะ

เสี่ยวอิ๋งที่ไม่เคยสัมผัสกลิ่นรุนแรงขนาดนี้มาก่อน รีบยกมือปิดปากอย่างสิ้นหวัง พยายามกลั้นอาเจียน

ส่วนหลัวตี้คุกเข่าลงไปตรวจเศษชิ้นส่วนบนพื้นอย่างจริงจัง รอยแผลของศพเหล่านี้แตกต่างหลากหลาย ทั้งถูกฟัน ถูกฉีก หรือแม้แต่ถูกกรดกัดจนละลาย

“ฝีมือมนุษย์เทียมแน่…แต่ทำไมเหลือแค่เศษเล็ก ๆ รอบสนาม?”

เขายังไม่ทันหาคำตอบ เสี่ยวอิ๋งที่เริ่มชินกับกลิ่นก็ร้องขึ้นมา “นั่น! มีคนอยู่ตรงนั้น!”

เบื้องหลังโลงโลหะกลางสนาม…มีเงาคนยืนอยู่จริง ๆ เมื่อครู่พวกเขามองไม่เห็นเพราะมุมถูกบดบัง

หลัวตี้เงยหน้ามองตามทันที

แสงสลัวทำให้เห็นเพียงเงาร่างดำทมึน กับรองเท้าหนังสีดำที่ยืนอยู่บนหญ้า ยังมองเห็นใบหน้าได้ไม่ชัด

แต่สำหรับหลัวตี้ แค่รูปร่างกับการแต่งกายก็พอแล้ว

ทั้งโรงเรียน มีเพียงคนเดียวที่ไม่ใส่ชุดนักเรียน และมีรูปร่างผอมบางขนาดนั้น

“…ครูกัว?”

จบบทที่ บทที่ 61 การตัดสินใจของหัวหน้าห้อง

คัดลอกลิงก์แล้ว