- หน้าแรก
- ห้วงลึกแห่งคนเป็น
- บทที่ 61 การตัดสินใจของหัวหน้าห้อง
บทที่ 61 การตัดสินใจของหัวหน้าห้อง
บทที่ 61 การตัดสินใจของหัวหน้าห้อง
หลัวตี้อาศัยจากปฏิกิริยาของเพื่อนร่วมทีมกับความรู้สึกแสบคันที่ใบหน้า ก็คาดเดาได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น
ในขณะเดียวกันนั้นเอง
ข้างแก้มปรากฏความรู้สึกเหมือนถูกเลีย เขาเหลือบหางตาไปก็เห็นว่าที่แก้มด้านหนึ่งมี ‘ลิ้น’ ที่ไม่ใช่ของเขาเองยื่นออกมา กำลังเลียผิวหน้าทีละน้อย และเกือบจะเลียมาจนถึงมุมปากแล้ว
ฉัวะ!
ด้วยความเด็ดขาดเหนือมนุษย์ หลัวตี้ยกมีดเจียงซือฟันลงไปที่แก้มของตัวเองทันที
ติ๋ง ๆ ๆ
… เลือดสดหยดลงมา
ความรู้สึกถูกเลียหายไป แต่ความคันแสบกลับย้ายไปอีกข้าง และครั้งนี้มีเสียงผู้หญิงดังแทรกมา
“อา~ ร่างกายชายหนุ่มที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายวัยรุ่นแบบนี้ เธอแข็งแรงกว่าผู้ชายทุกคนที่ฉันเคยเจอมา เลือดของเธอก็ทั้งสดใหม่และหอมหวาน ฉันตัดสินใจแล้ว มาเป็นลูกเขยของฉันสิ ถ้ายอมรับ ฉันจะไม่ฆ่าเธอหรอก
ไม่ต้องกังวลนะ ลูกสาวของฉันหน้าตาก็พอใช้ได้ ถึงจะสู้คนข้าง ๆ เธอไม่ได้ก็เถอะ แต่ยังไงเธอก็ใกล้ตายอยู่แล้วนี่”
คำพูดที่สกปรก ทำให้ใบหน้าของหัวหน้าห้องบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ มือที่ถือชะแลงแทบจะฟาดออกไปในทันที ทว่า หลัวตี้กลับนิ่งเฉย ไม่ได้ทำเหมือนก่อนหน้านี้ที่ฟันใส่แก้มอีกข้างของตัวเอง
เสียงผู้หญิงยังดังมาจากข้างแก้มต่อไป “ทำไมไม่พูดอะไรล่ะ? หรือว่าเธอชอบอยู่กับอาแบบนี้? ไม่เป็นไรหรอก…เพราะสองปีก่อนอาฆ่าสามีของตัวเองไปแล้ว ตอนนี้ก็โสดอยู่พอดี ลูกสาวของอาอายุยังน้อย รอให้เธอไปหาคนอื่นก็ได้ ส่วนเธอ…มาอยู่กับอาเถอะ”
สิ้นเสียงนั้นไม่นาน ความเจ็บแสบก็แล่นผ่านราวกับมีพิษกัดกร่อนเนื้อหนัง เสียงไฟฟ้าซ่า ๆ ดังลั่น ไฟถนนกะพริบรัว ใบหน้าผู้หญิงที่เกาะอยู่บนแก้มของหลัวตี้หายไปแล้ว แทนที่ด้วย “ครึ่งใบหน้าเจียงซือ” อันเกิดจากบาดแผลที่ติดเชื้อ
หนังผู้หญิงกลับไปห้อยอยู่ที่เสาไฟห่างออกไปสิบเมตร ใบหน้าส่วนหนึ่งเปื้อนคราบพิษสีดำ แต่เธอหยิบเครื่องสำอางขึ้นมาแต่งปกปิด ซ่อนร่องรอยการกัดกร่อนนั้นไว้จนหมด
“เก่งกันจริง ๆ ถึงว่าลูกสาวไร้ค่าของฉันถึงสอบได้ท้ายชั้นเสมอ…อาทนไม่ไหวแล้ว อยากจะพาพวกเธอกลับบ้านเต็มที”
ทันทีที่เสียงสิ้นสุด ไฟถนนก็กะพริบแรง และร่างเธอก็หายไปจากเสาไฟอีกครั้ง
หลังจากได้เผชิญหน้าอย่างใกล้ชิด หลัวตี้ก็เข้าใจแล้วว่าความกลัวที่แท้จริงของอีกฝ่ายคืออะไร
【หนังหุ้ม】นี่ไม่ใช่มนุษย์เทียมแบบที่เคยพบมาเลยสักครั้ง ราวกับเธอได้ก้าวข้ามขีดจำกัดความเป็น ‘มนุษย์’ ไปแล้ว ร่างกายไร้ทั้งเลือดเนื้อและกระดูก หรืออาจจะถูกรวมกลืนจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของหนังหุ้มโดยสมบูรณ์
มันสามารถเคลื่อนไหวด้วยหนังเพียงชั้นเดียว มีความสามารถในการพรางตัวชั้นยอด แม้แต่ผนังหรือพื้นดินก็ดูเหมือนจริงในความมืดสลัว และหากได้แนบตัวก็สามารถไต่ขึ้นสู่ร่างกาย เข้าสู่ผิวหนังของเหยื่อได้ในทันที
โชคยังดีที่หลัวตี้มีมีดเจียงซือไว้ต่อกร แต่ถ้าอีกฝ่ายเกาะขึ้นไปบนตัวหัวหน้าห้องหรือเสี่ยวอิ๋ง…ผลลัพธ์คงเลวร้ายเกินทน แม้จะฉีดพิษเจียงซือเพื่อขับไล่ มันก็อาจไม่สำเร็จ และพิษเองก็จะสร้างความเสียหายต่อร่างกายของพวกเธอเช่นกัน
สถานการณ์ตอนนี้เลวร้ายมาก
“นี่สินะ…สิ่งที่ได้รับการยอมรับจากมุมมืด ถึงขั้นได้รับสิทธิ์ให้จัด ‘การคัดกรองห้วงรอยต่อ’”
ทั้งสามยังคงยืนไหล่ชนไหล่ ระวังภัยจากหนังหุ้มที่แฝงกายอยู่
อีกฝ่ายเองก็ดูจะใจเย็น รอจังหวะให้ใครสักคนเผลอแล้วเข้ามาเกาะร่างโดยไม่ให้รู้ตัว แต่หากปล่อยค้างคาอยู่อย่างนี้ สุดท้ายก็มีแต่จะพากันตาย
ทันใดนั้น เสียงของหัวหน้าห้องดังขึ้นจากด้านข้าง “หลัวตี้ ถึงนายจะเก่ง แต่คงยากจะฆ่าได้ มนุษย์เทียมแบบนี้ไม่ธรรมดา ถ้าเรายื้ออยู่อย่างนี้สุดท้ายต้องตายกันหมดแน่ ถึงเราจะทนยื้อเวลาได้ ก็ยังมีพวกมันอีกหลายตัวที่อาจโผล่มาที่นี่ ถ้าโดนรุมเมื่อไหร่…เราจะต้องตายอย่างแน่นอน
ยัยแก่นั่นอาจวิ่งตามฉันไม่ทัน ถ้าฉันพุ่งไปถึงห้องรักษาการณ์ในอาคารเรียน เราก็มีหวังรอดแล้ว ดูแลเสี่ยวอิ๋งให้ดี”
หลัวตี้ชะงักไปเล็กน้อย วิธีที่หัวหน้าห้องเสนออาจเป็นหนทางเดียวจริง ๆ เขาไม่ได้เอ่ยห้ามหรือพูดคำไร้สาระใด ๆเพียงนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนกล่าวสั้น ๆ “ฉันจะรีบตามไป”
“ฉันจะรอ”
หัวหน้าห้องปรับท่าทางเข้าสู่ท่าเตรียมขว้างอาวุธเต็มกำลัง
ภายใต้ชุดยูนิฟอร์มพิเศษของหน่วยสอบสวน กล้ามเนื้อทั้งร่างเริ่มทำงานประสานกัน ก้าวแรกเหยียบลง แรงส่งไหลจากส้นเท้าขึ้นมาตามร่าง กดหมุนเอวถ่ายแรงไปจนถึงแขน
ฟิ่ว!
ชะแลงในมือถูกเหวี่ยงออกส่งเสียงหวีดหวิว หมุนคว้างพุ่งชนผนังด้านหนึ่งของกำแพงมืด
โครม!
เสียงกระแทกดังสนั่น ผนังตรงจุดนั้นเผยร่องรอยแตกออกเล็กน้อย ทั้งยังสั่นสะท้านอย่างผิดปกติ
ทันทีที่ขว้างเสร็จ หัวหน้าห้องก็เปลี่ยนเป็นท่าวิ่งก้มตัวไปข้างหน้าเกือบ 45° เคลื่อนไหวราวกับสัตว์ป่า พุ่งทะยานเร็วยิ่งกว่าการวิ่งแข่งทุกรอบที่ผ่านมา
เธอวิ่งพุ่งย้อนกลับไปยังทางแยก แล้วมุ่งตรงสู่อาคารเรียน
ผลลัพธ์ก็เป็นไปตามคาด
หนังหุ้มที่ถูกชะแลงเจาะศีรษะมาก่อนหน้านี้ ตอนนี้ก็ถูกยั่วยุอีกครั้ง อีกทั้งมันเองก็หมายตาหัวหน้าห้องตั้งแต่แรก มันจึงรีบตามติดเธอทันที แผ่นหนังแนบเลื้อยไปตามผนัง ความเร็วไม่ต่างจากเธอเลย ต่อให้หลัวตี้อยากไล่ตามก็ไม่ทันอยู่ดี
เมื่อหัวหน้าห้องยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อเปิดทาง เขาเองก็ไม่อาจลังเลอีก หลัวตี้เก็บมีดเจียงซือหันไปทางรัศมีศูนย์กีฬา แต่แล้วก็เห็นเสี่ยวอิ๋งวิ่งนำหน้าไปไกลห้าสิบเมตรแล้ว
“หลัวตี้ เร็วเข้า!! รีบไปหาครูที่ศูนย์กีฬา แล้วบอกให้พวกเขารีบตามไปห้องรักษาการณ์เพื่อช่วยหัวหน้าห้อง! เร็วสิ!”
เสี่ยวอิ๋งแทบจะร้องไห้แล้ว แต่สมองกลับเลือกทางที่ถูกต้องที่สุด แทนที่จะเสียเวลากับความเศร้า เธอต้องรีบหาคนมาช่วย ยิ่งเร็วเท่าไรก็ยิ่งมีหวัง ทั้งคู่จึงออกแรงวิ่งสุดกำลังตรงไปยังศูนย์กีฬา
ถึงแม้พื้นที่ถูกยืดขยาย แต่ป้ายบอกทางก็ยังนำไปถูกที่
ไม่นาน กำแพงข้างหน้าก็เผยให้เห็นช่องโหว่ขนาดใหญ่ และยังมีป้ายไม้ติดไว้อย่างชัดเจน
【ศูนย์กีฬา】
ทันทีที่พ้นจากทางเดินกำแพงเข้าสู่ลู่วิ่ง ทั้งสองก็หยุดชะงักในเวลาเดียวกัน
เบื้องหน้าพวกเขา
ลู่วิ่งที่ควรจะเต็มไปด้วยนักเรียน…กลับว่างเปล่า ไม่มีภาพโกลาหลจากการกลายร่างของนักเรียนจำนวนมาก และก็ไม่เห็นครูพละเข้าควบคุมสถานการณ์เลย
ความเงียบปกคลุมไปทั่ว พื้นที่กว้างใหญ่ของสนามแข่งไม่มีแม้เงาคน มีเพียง ‘โลงโลหะสี่เหลี่ยม’ สำหรับขังอนุพันธ์ ตั้งอยู่กลางสนาม
ผิดปกติ…
สมองของหลัวตี้เต็มไปด้วยคำถาม
หากห้วงรอยต่อครอบคลุมโรงเรียนทั้งหมด ความผิดปกติที่เกิดขึ้นที่หอพักก็ต้องเกิดขึ้นกับนักเรียนด้วย นักเรียนที่รวมตัวกันอยู่ในสนามกีฬาบางส่วนอาจกลายพันธุ์ และคุกคามความปลอดภัยถึงชีวิตของนักเรียนปกติคนอื่น ๆ ครูพละย่อมต้องจัดการอย่างเด็ดขาดแน่นอน แต่ที่นี่กลับไม่เห็นศพอยู่เลย มีเพียงเศษซากศพไม่สมบูรณ์เล็กน้อยที่กระจัดกระจายอยู่รอบนอกของลู่วิ่งเท่านั้น
ศพนักเรียนหายไปไหน?
ทำไมครูพละถึงพานักเรียนทั้งหมดออกไปจากสนาม?
หัวหน้าห้องกำลังตกอยู่ในอันตราย พวกเขาไม่อาจเสียเวลาได้ จึงก้าวเท้าเข้าสู่สนามแข่งที่ว่างเปล่า ทันทีที่เหยียบพื้นวิ่งเข้าไป กลิ่นคาวเลือดรุนแรงก็พุ่งทะลักเข้าจมูก ราวกับมีอะไรบิดเกลียวในหลอดอาหารและกระเพาะ
เสี่ยวอิ๋งที่ไม่เคยสัมผัสกลิ่นรุนแรงขนาดนี้มาก่อน รีบยกมือปิดปากอย่างสิ้นหวัง พยายามกลั้นอาเจียน
ส่วนหลัวตี้คุกเข่าลงไปตรวจเศษชิ้นส่วนบนพื้นอย่างจริงจัง รอยแผลของศพเหล่านี้แตกต่างหลากหลาย ทั้งถูกฟัน ถูกฉีก หรือแม้แต่ถูกกรดกัดจนละลาย
“ฝีมือมนุษย์เทียมแน่…แต่ทำไมเหลือแค่เศษเล็ก ๆ รอบสนาม?”
เขายังไม่ทันหาคำตอบ เสี่ยวอิ๋งที่เริ่มชินกับกลิ่นก็ร้องขึ้นมา “นั่น! มีคนอยู่ตรงนั้น!”
เบื้องหลังโลงโลหะกลางสนาม…มีเงาคนยืนอยู่จริง ๆ เมื่อครู่พวกเขามองไม่เห็นเพราะมุมถูกบดบัง
หลัวตี้เงยหน้ามองตามทันที
แสงสลัวทำให้เห็นเพียงเงาร่างดำทมึน กับรองเท้าหนังสีดำที่ยืนอยู่บนหญ้า ยังมองเห็นใบหน้าได้ไม่ชัด
แต่สำหรับหลัวตี้ แค่รูปร่างกับการแต่งกายก็พอแล้ว
ทั้งโรงเรียน มีเพียงคนเดียวที่ไม่ใส่ชุดนักเรียน และมีรูปร่างผอมบางขนาดนั้น
“…ครูกัว?”