- หน้าแรก
- ห้วงลึกแห่งคนเป็น
- บทที่ 56 การช่วยเหลือ
บทที่ 56 การช่วยเหลือ
บทที่ 56 การช่วยเหลือ
เวลา 45 นาทีก่อนการสอบร่างกาย
สถานที่: หน้าโรงเรียนมัธยมหายเลขสี่
บรรดานักเรียนที่ออกไปกินข้าวและฉีดยากระตุ้นทยอยกลับเข้ามาในโรงเรียนอีกครั้ง
ตรงประตูทางเข้ามีระบบตรวจสอบคล้ายสนามบิน ต้องยืนยันข้อมูลจากสายรัดข้อมือ ลายนิ้วมือ ตรวจเลือด และผ่านการตรวจสอบด้วยสายตาของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในแต่ละช่องทาง
ท่ามกลางฝูงชน มีนักเรียนหญิงแต่งหน้าอ่อน ๆ เดินอยู่เพียงลำพังโดยไม่มีผู้ปกครองมาส่ง
ทันทีที่เธอผ่านการตรวจสอบทุกขั้นตอนและเข้าสู่โรงเรียนได้เรียบร้อย มุมปากก็แสยะยิ้มในองศาที่ไม่สมควรเป็นไปได้ รอยเหี่ยวย่นใต้ผิวเผยออกมาตามรอยยิ้มที่บิดเบี้ยวผิดธรรมชาติ
เธอไม่ได้เดินไปที่สนามกีฬา แต่รีบเลี้ยวเข้าไปที่สวน มุ่งตรงไปยังมุมตะวันตกเฉียงเหนือของโรงเรียนมัธยมหมายเลขสี่
สัญญาณรบกวนแม่เหล็กไฟฟ้าปะทุขึ้น ขณะที่เธอเดินเข้าใกล้ เสาไฟริมทางค่อย ๆ มืดลงราวกับถูกกระทบจากพลังบางอย่าง
แต่ไฟฟ้าไม่ได้ถูกตัด ระบบเตือนภัยของโรงเรียนจึงไม่ทำงาน
ร่างเธอคงที่และยืดตรง ผิวที่เคลือบด้วยเครื่องสำอางเริ่มร่วงหล่น เผยใบหน้าหญิงวัยกลางคนที่เต็มไปด้วยริ้วรอย
บางทีอาจเพราะสามารถลอบเข้ามายังโรงเรียนของลูกสาวได้สำเร็จ หรือเพราะได้สูดกลิ่นอายของความเยาว์วัยที่ห่างหายไปนาน เธอจึงหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง เสียงหัวเราะสะท้อนก้องออกมาจากส่วนลึกของโพรงกะโหลก
“ให้แม่เป็นคนสอบแทนลูกเถอะ”
เสียงฉีกขาดดังขึ้นจากหน้าผาก เส้นรอยแยกแนวตั้งลากยาวลงมาถึงริมฝีปาก กลายเป็น ‘แกน Z’
จากนั้นมุมปากทั้งสองก็ถูกฉีกออกตามแนวขากรรไกร กลายเป็น ‘แกน X’และ ‘แกน Y’
【มุมมืดเลือดเนื้อ】ก่อตัวขึ้นตรงนั้น
แต่ความผิดปกติที่เกิดขึ้นในโรงเรียน ไม่ได้มีเพียงเท่านี้…
……
เวลาปัจจุบัน
【หอพักหญิง】
หลัวตี้กับหลี่เสี่ยวอิ๋งกำลังเดินลงไปตาม ‘ทางเดินที่ไม่ควรมีอยู่’
ร่างบิดเบี้ยวของแม่บ้านที่พันกัน ห้องพักใหม่ที่ไม่เคยมีในแปลน บันไดที่ลึกเกินโครงสร้างจริง
ทุกอย่างแสดงชัดว่าหอพักทั้งตึกได้รับผลกระทบจาก ’พื้นที่กึ่งมุม’ แต่ในขณะเดียวกัน มันก็เหมือนมีบางอย่างต่างออกไป ขนาดของมันใหญ่เกินกว่าที่หลัวตี้เคยพบ และหน้าต่างห้องก็ยังเปิดออกได้ หมายความว่าพวกเขาไม่ได้ถูกกักขัง ท้องฟ้ามืดหม่นกับวังวนมหึมาที่หมุนอยู่เหนือศีรษะ ส่งสัญญาณถึงความผิดปกติร้ายแรง แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาคิด สิ่งสำคัญคือ ‘ต้องหาหัวหน้าห้องให้เจอ’
“หลัวตี้ ฉันว่าพวกเราลงมาลึกเกินชั้นห้าแล้วนะ…” เสียงเสี่ยวอิ๋งสั่นเครือ ความหวาดกลัวเริ่มหยั่งรากลึกในใจ
คำตอบที่ได้กลับมาเป็นเพียงเสียง “อืม” ที่ไร้อารมณ์
บันไดยาวเหมือนไม่มีที่สิ้นสุด จนกระทั่งไฟจากโคมที่ถือไว้สะท้อนถึงปลายทาง เป็นประตูสีดำสนิทบานหนึ่ง
“ส่งมือมา”
ฝ่ามือหนาและหยาบกร้านของหลัวตี้ยื่นมาตรงหน้า ไม่เปิดช่องว่างให้ปฏิเสธ
“…อืม”
เสี่ยวอิ๋งยื่นมือเล็กอันบอบบางของตนแตะลงไปในฝ่ามือเขา
ทันใดนั้น ผ้าขาวผืนหนึ่งก็ร่วงลงมาพันรัดแน่นรอบมือของทั้งสอง มีกลิ่นอับคลุ้งโชยออกมา
“หลัวตี้ นี่มันอะไร?”
“ผ้าห่อศพ เราอยู่ในพื้นที่พิเศษแบบนี้ เผลอแป๊บเดียวก็อาจถูกแยกออกจากกันได้ ถ้าเจอพวกมนุษย์เทียมหรือเจอหัวหน้าห้องแล้วค่อยแก้ออก”
“อ้อ… โอเค!”
ถึงแม้จะเพื่อความปลอดภัย แต่ความหวาดกลัวที่ก่อกวนในใจเสี่ยวอิ๋งกลับถูกกดทับด้วยสัมผัสตรงหน้า ส่วนหลัวตี้ไม่รั้งรออีกต่อไป เขาเงื้อเท้าถีบประตูดังโครม! บานประตูกระแทกผนังเสียงดังสนั่น
เบื้องหลังคือ ‘ชั้นใต้ดิน’
มืดชื้น กลิ่นอับคละคลุ้ง
ตรงมุมโค้ง เห็นหัวหน้าห้องถูกมัดมือและเท้าแน่นกับท่อเหล็ก สลบไม่ได้สติ
“หัวหน้าห้อง!”
เสี่ยวอิ๋งแทบกรีดร้อง แต่ยังคงยั้งตัวไม่วิ่งเข้าไป เธอเลือกจะเดินตรวจรอบ ๆ ห้องร่วมกับหลัวตี้ก่อน
เมื่อแน่ใจว่าไม่มีอันตรายแอบซ่อนอยู่แล้ว ผ้าที่มัดมือทั้งสองจึงค่อย ๆ ถูกคลายออก
ขณะที่เสี่ยวอิ๋งกำลังจะก้าวเข้าไป แต่หลัวตี้กลับพุ่งไปเสียก่อน เขาใช้มีดเจียงซือฟันตัดเชือกขาดในครั้งเดียว
หลังตรวจสอบแล้วว่าหัวหน้าห้องยังหายใจปกติ ไม่มีบาดแผลสาหัส หลัวตี้ก็ยกเธอขึ้นพาดหลังทันที
ทันใดนั้นก็มีเสียง ดังลั่นจากประตูไม้ที่ถูกถีบเข้ามาก่อนหน้านี้ มันถูกใครบางคนปิดกลับ และตามด้วยเสียงโซ่เหล็กกระชากตรึงแน่น ปิดหนทางหลบหนีจนหมด!
สิ่งที่สะกดรอยตามพวกเขามาตลอดในที่สุดก็ตามทัน และครั้งนี้มัน ‘เตรียมพร้อมยิ่งกว่าเดิม’
ร่างสองแม่บ้านบิดพันกันเป็นเกลียว แต่คราวนี้คลานต่ำด้วยแขนทั้งสี่ข้าง ต่างจากการเลื่อนไหวแบบครั้งก่อน
ในมือทั้งสี่ข้างกุมอาวุธที่คว้ามาจากกล่องเครื่องมือ มี เลื่อยมือ, ค้อนเหล็ก, ชะแลงโลหะ และปืนยิงตะปูไฟฟ้า
สิ่งที่น่าสยดสยองที่สุดกลับเป็นศีรษะ หัวของหญิงวัยกลางคนสองเบียดแน่นจนเกือบจะหลอมรวมเป็นหนึ่ง หัวที่แก่กว่าถูกหัวอีกข้างที่ดัดผมหยิกและย้อมสีดูดกลืนราวกับจะกลายเป็นร่างเดียว ลิ้นยาวผิดธรรมชาติเลื้อยออกมาโบกสะบัด น้ำลายไหลย้อยไม่ขาดสาย
นี่เป็นครั้งแรกที่เสี่ยวอิ๋งได้เห็น มนุษย์เทียมของจริง ยิ่งเป็นใบหน้าของคนที่เธอคุ้นเคยดี ความทรงจำถึงแม่บ้านที่เคยส่งรอยยิ้มทักทายให้เธอทุกวัน ยิ่งทำให้ร่างกายเธอสั่นสะท้านไม่หยุด
ทันใดนั้น ก็มีฝ่ามือวางลงบนไหล่เธอเบาๆ เสียงต่ำก้องไปทั่วสมองราวกับถูกค้อนเหล็กทุบหัว “ดูแลหัวหน้าห้องด้วย”
หัวหน้าห้องที่หมดสติถูกย้ายกลับไปไว้ที่มุมห้อง หลัวตี้กดมือลงบนไหล่ขวาของตัวเอง หมุนข้อไหล่เคลื่อนไหวเล็กน้อย ก่อนจะก้าวออกไปเผชิญหน้ากับร่างบิดเบี้ยวที่ขวางประตู ซึ่งนำไปสู่ทางเดินของหอพักทอดยาวสิบชั้น ที่แคบและยาว การแบกหัวหน้าห้องวิ่งหนีเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ทางออกเดียวที่เหลือคือ ‘สังหารภัยคุกคามที่อยู่ตรงหน้า’
“อ๊ากกกกก!”
เมื่อเห็นหลัวตี้อีกครั้ง ร่างบิดเบี้ยวก็ส่งเสียงกรีดร้อง ความเกลียดชังอัดแน่นในเสียงก้องบิดเบี้ยวเหมือนวังวน
ร่างที่บิดเบี้ยวพุ่งเข้ามาใกล้ราวกับสัตว์เลื้อยคลาน ปืนยิงตะปูเล็งไปที่ศีรษะเขา
ลั่นไก!
แม้จะไม่ทรงพลังเท่าอาวุธปืน แต่กระสุนในระยะห้าเมตรก็เพียงพอที่จะสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อร่างกายมนุษย์ และถ้าถูกกระโหลกศีรษะก็อาจอันตรายถึงแก่ชีวิตได้
ติ๊ง ติ๊ง ติ๊ง!
เสียงโลหะกระทบกันดังก้องกังวาน ตะปูร่วงลงพื้น ปลายตะปูงอ
หลัวตี้ยืนนิ่ง ยกแขนขวาซึ่งถูกปกคลุมไปด้วยเส้นเลือดสีดำขึ้นบังใบหน้า
【การแข็งตัวของเจียงซือ】
ขณะที่เขาลดแขนลง ร่างบิดเบี้ยวก็เข้ามาถึงตัว อาวุธทั้งสามโจมตีเข้ามาพร้อมกันจากสามทิศทาง
แต่หลัวตี้ยังคงนิ่งเฉย เย็นชาและแข็งทื่อ ราวนักฆ่าในหนังสยองขวัญที่พร้อมพิพากษาเหยื่อ
ในใจเขากลับมีความสงสัย ศัตรูตรงหน้าไม่ว่าจะเป็นเรื่องความเร็ว สติปัญญา หรือแรงกดดัน ล้วนต่ำกว่า ‘อู๋หัวเจิน’ ที่เขาเคยเผชิญมาก่อนหน้านี้มาก
หลัวตี้เปลี่ยนจากท่าจับมีดมือเดียวที่คุ้นเคย มองเหยื่อซึ่งเข้ามาใกล้ จากนั้นก็เปลี่ยนมาใช้สองมือไม่สนใจการโจมตีที่มาจากหลายทิศทาง
ฉัวะ!
ร่างบิดเบี้ยวที่ไร้โครงกระดูกปกป้องถูกฟันไปในแนวนอนจนขาดครึ่ง ร่างท่อนล่างถึงกับกระเด็นไปตามแรงฟัน
ค้อน เลื่อย ชะแลง ที่โจมตีหลัวตี้ไม่สามารถสร้างความเสียหายใดๆได้ ทันร่วงกระแทกพื้นจนหมด
ร่างท่อนบนยังคงดิ้นทุรนทุราย บิดและสะบัดแขนอย่างบ้าคลั่ง
หลัวตี้ทรุดลงคุกเข่าข้างหนึ่ง พลิกการจับมีดในมือแบบท่าคว่ำเป็นกลับด้าน
ปั่ก! แทงตรงลงกลางกะโหลกทะลวงสมองและต่อมประหลาดที่บิดเบี้ยว
【มนุษย์เทียม ถูกสังหาร】
เสี่ยวอิ๋งเบิกตาค้าง ตกตะลึงกับภาพตรงหน้า
แต่หลัวตี้กลับไร้ซึ่งความยินดี เขามองเลือดที่สาดไปบนพื้นก่อรูปเป็นลายวนแปลกประหลาด ความรู้สึกเดียวที่มีคือ…ความไม่ชอบมาพากลนั้น
“นี่มันไม่ใช่มนุษย์เทียมที่พัฒนาสมบูร์จน พลังของมันอ่อนแเกินไป”
ขณะที่เขากำลังใช้คมมีดเขี่ยตรวจสอบคราบเลือดที่เป็นวังวนอยู่
ในมุมหนึ่งของห้อง หัวหน้าห้องที่ควรจะหมดสติ…กลับลุกขึ้นมาเงียบ ๆ