- หน้าแรก
- ห้วงลึกแห่งคนเป็น
- บทที่ 57 ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในโรงเรียน
บทที่ 57 ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในโรงเรียน
บทที่ 57 ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในโรงเรียน
ป็อก!
เสียงกระดกลิ้นดังขึ้น
ทั้งที่ในโพรงจมูกยังเต็มไปด้วยกลิ่นคาว และรอบข้างก็ไร้ซึ่งเสียงใด ๆ หลัวตี้ก็ยังสะดุ้งและหันขวับกลับไป
และทันทีที่หันไปนั้น ใบหน้าหนึ่งแทบจะประชิดติดกับดวงตาของเขา
แม้แต่หลัวตี้เองก็ยังอดตกใจไม่ได้ เกือบเงื้อมมีดฟันออกไปตามสัญชาตญาณ ทว่าใบหน้าที่เห็นเต็มตานั้นกลับเป็นรอยยิ้มอ่อนโยนที่คุ้นเคยเหมือนเช่นเคย ทำให้มือที่กำมีดคลายแรงลง
“เฮ้ ตกใจหรอ?”
หัวหน้าห้องยังคงยิ้มเหมือนปกติ ไม่ได้กังวลใจกับอันตรายเลยสักนิด
“สถานการณ์แบบนี้ยังเล่นมุกได้อีกเหรอ?”
“ยังไงซะ ข้างล่างนี้ก็ถูกเคลียร์หมดแล้ว แต่พื้นที่กึ่งมุมยังไม่สลาย ดูเหมือนแม่บ้านจะไม่ใช่ต้นเหตุของการเปลี่ยนแปลงในหอพักนะ”
หลัวตี้ออกความเห็นบ้าง “เจ้านั่นมันอ่อนแอเกินไป…อ่อนแอกว่ามนุษย์เทียมที่เราเคยเจออย่างอู๋หัวเจินเยอะ แม้แต่เจียงซือจำลองก็ยังน่ากลัวกว่าอีก ไร้สติ ไม่สมบูรณ์ จะเรียกว่า ‘มนุษย์เทียม’ ยังไม่ได้ด้วยซ้ำ เลือดที่ไหลออกมา…แม้แต่มีดของฉันยังก็ไม่รู้สึกสนใจเลย”
เขาเปลี่ยนน้ำเสียงทันที “ว่าแต่…ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ? ฝีมืออย่างเธอไม่น่าจะถูกตัวไร้ค่าแบบนี้จับได้สิ”
“ฉันรีบกลับมาที่ห้องจะเอาชุดนักสอบสวน ตอนขึ้นบันไดยังทักทายคุณป้าที่อยู่เวรอยู่เลย แต่พอเปลี่ยนชุดเสร็จก็เผลอหยิบน้ำดื่มข้างเตียงมาดื่มเข้าไปหนึ่งอึก พอตื่นมาอีกทีก็เป็นแบบนี้แล้ว …ใครจะคิดว่าช่วงสอบใหญ่จะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น โชคดีที่พวกนายขึ้นมาหาฉันทัน ไม่งั้นฉันคงถูกกินไปทั้งที่ยังสลบอยู่แน่ ๆ”
“แล้วดาบของเธอ?”
“คงถูกเอาไปซ่อนหรือโยนทิ้งไปแล้ว ช่างมันเถอะ! ตอนนี้รีบหาทางออกจากหอนี้กันก่อน”
หัวหน้าห้องกระโดดเบา ๆ ไปหยิบชะแลงเหล็กจากซากศพแม่บ้านมาเป็นอาวุธแทน
เมื่อเห็นว่าหลัวตี้กำลังจัดการกับประตูห้องใต้ดินที่ปิดตายอยู่ หัวหน้าห้องจึงหันไปหาเสี่ยวอิ๋งที่ยังน้ำตาคลอ ทั้งสองเพียงสวมกอดกันสั้น ๆ
โครม!
เสียงดังลั่น หลัวตี้ออกแรงจนขาขวาเปลี่ยนสภาพเป็นเหมือนร่างเจียงซือ แล้วเตะบานพับจนประตูทั้งแผ่นกระเด็นออกไป
“ไปกันเถอะ!”
หัวหน้าห้องกับเสี่ยวอิงจับมือกันแน่น เดินตามหลังหลัวตี้ออกมา
ก่อนพ้นทางเดินที่เพิ่มขึ้นมา หลัวตี้ก็พูดเสียงต่ำ “สถานการณ์ตอนนี้…อาจจจะแย่กว่าที่เราคิดไว้”
หัวหน้าห้องกลับยังยิ้มได้ “ในโรงเรียนมีครูพละตั้งเยอะ แถมช่วงสอบใหญ่ ระบบรักษาความปลอดภัยก็ต้องแน่นหนาอยู่แล้ว ต่อให้มีพวกมนุษย์เทียมโผล่มาจริง หรือถ้าพวกมันเกิดจากในโรงเรียนเอง เราอาจแค่ต้องหาที่ซ่อน รอให้ครูจัดการจนเรียบร้อยก็น่าจะพอแล้ว”
“จริงเหรอหัวหน้า? แล้วถ้าเรื่องนี้มันคือสิ่งที่ถูกกล่าวถึงท้ายตำราเรียน ‘รอยต่อ’ ล่ะ?”
คำพูดนั้นทำให้หัวหน้าห้องชะงักทันที รอยยิ้มอันสดใสหายไป เสี่ยวอิงถึงชะงักไปด้วยความหวาดกลัว
“แน่ใจเหรอ? สิ่งแวดล้อมของโรงเรียนเปลี่ยนไปแล้วงั้นหรอ?”
“อืม…ฉันเห็นจากหน้าต่างแค่บางส่วน เอาเถอะ ออกไปจากหอพักก่อนค่อยสรุป”
ทั้งสามเดินออกจากบันไดกลับสู่หอพักหญิงตามปกติ
แต่เมื่อพวกเขาพยายามจะใช้บันไดหลักออกจากตึก ก็ต้องชะงักอยู่ตรงนั้น
บันไดทั้งแถบกลายเป็นเขาวงกตซับซ้อน บันไดเรียบง่ายที่เคยมี ถูกแทนที่ด้วยบันไดแคบ ๆ ที่ให้คนเดินได้ทีละคน
ไม่มีราวจับ บางช่วงพาดเข้าหากำแพงตัน บางช่วงวกวนเชื่อมต่อกับบันไดอีกเส้นด้วยมุมโค้งประหลาด
ทั้งอาคารเหมือนกำลังถูกเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา
โชคดีที่ตอนนี้ความเปลี่ยนแปลงยังไม่รุนแรงนัก ความสูงรวมของตึกยังคงเท่าเดิม และตามช่องว่างของบันไดเล็ก ๆ เหล่านั้นยังพอให้เห็นโถงใหญ่ชั้นล่างได้อยู่
หลัวตี้ใช้การกระโดดและปีนป่ายลงบันได ส่วนเด็กสาวสองคนด้านหลังก็ไม่แพ้กัน ทั้งสามลงมาถึงชั้นหนึ่งได้อย่างราบรื่น
“ประตู!”
เสี่ยวอิ๋งอุทานออกมา เมื่อเห็นว่าประตูทางออกของหอพักที่เธอเดินผ่านทุกวัน กลับกลายเป็นวังวนมืด ช่องเปิดเหลือกว้างเพียงครึ่งเมตร แพอให้คนหนึ่งเบียดตัวลอดออกไปได้เท่านั้น
ภาพนั้นทำให้หลัวตี้นึกถึงร่างแม่บ้านที่พันกันบิดเบี้ยวเหมือนเกลียวหมุนก่อนหน้านี้ ลักษณะคล้ายกันอย่างน่าขนลุก
หัวหน้าห้องมองวังวนตรงหน้า สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไป แต่เพียงก็เก็บกดซ่อนเอาไว้อย่างรวดเร็ว
เพราะวังวนชวนให้หวาดหวั่นเกินไป พวกเขาจึงไม่เลือกทางนั้น แล้วหันไปทางห้องพักของแม่บ้านแทน
ภายในยังคงดูปกติดี สมุดบันทึกการตรวจตราและข้อมูลนักเรียนถูกเขียนไว้ครบถ้วน บนผนังยังมีรูปครอบครัวของแม่บ้านห้อยอยู่ จากสิ่งที่เห็น ไม่มีสัญญาณใดที่บอกว่าแม่บ้านเหล่านี้จะมีปัญหาทางจิตใจ
การเปลี่ยนสภาพของพวกเธอ… อาจเหมือนกับประตูหอพักที่แปรสภาพ เป็นเพราะ ‘แรงภายนอก’ ที่แทรกเข้ามา
อย่างไรก็ตาม ในห้องพักก็ไม่เจอดาบของหัวหน้าห้อง หอพักที่บิดเบี้ยวไม่รู้จะมีพื้นที่ใหม่เพิ่มมาเท่าไหร่ การเสียเวลาเพื่อค้นหาอาวุธเพียงชิ้นเดียวนั้นไม่คุ้มแน่ๆ พวกเขาจึงต้องยอมแพ้ไป
ทั้งสามใช้ระเบียงเปิดโล่งของห้องแม่บ้านเป็นทางออก ปีนข้ามกำแพงออกมาได้สำเร็จ ในที่สุดก็ออกจากหอพักหญิงได้อย่างปลอดภัย
แต่สิ่งที่รออยู่ภายนอกนั้นกลับเลวร้ายยิ่งกว่า
เพียงแค่เวลาครึ่งชั่วโมงที่ใช้ในการช่วยหัวหน้าห้อง ทั้งโรงเรียนกลับเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง
1.แสงสว่าง ไฟฟ้าที่เคยส่องสว่างทั่วโรงเรียนลดลงถึง 80% บางดวงดับเพราะขาดไฟ บางดวงถูกทำลายด้วยแรงบางอย่าง ทั้งโรงเรียนจมอยู่ในความมืดสลัว ท้องฟ้าก็เป็นอย่างที่หลัวตี้เห็นมาก่อนหน้านี้ เมฆดำก่อตัวเป็นวังวนบดบังพระจันทร์จนมิด
2.พื้นที่ โรงเรียนไม่ใช่พื้นที่เปิดอีกต่อไป กำแพงที่เคยล้อมเพียงรอบนอกเพื่อความปลอดภัย บัดนี้กลับงอกงามราวพืชพันธุ์ แทรกตัวเข้าไปกลางลาน ถนนถูกแปรเปลี่ยนเป็นเส้นทางแคบกว้างเพียงห้าเมตร ราวกับเขาวงกต พื้นที่กิจกรรมถูกบีบให้จำกัด
ตัวกำแพงสูงถึงสิบเมตร ปลายยอดขึงสายไฟแรงสูงแน่นหนา หากไม่สามารถบินได้ ต่อให้พยายามปีนก็ไม่ต่างอะไรจากการถูกย่างสด
ไฟบนถนนบางดวงยังคงอยู่ แต่ส่องแสงได้เพียงริบหรี่
หัวหน้าห้องมองภาพตรงหน้าแล้วพึมพำ “…นี่มัน ‘รอยต่อ’ จริง ๆ …แต่ไม่เหมือนที่เคยเรียนเลย”
เธอนึกย้อนถึงเนื้อหาท้ายเล่มของหนังสือเรียนปีสุดท้าย บทที่ถูกพิมพ์ด้วยอักษรสีแดง
【รอยต่อ (แบบสมบูรณ์)】
นี่คือกำแพงที่ระหว่าง ‘ความจริง’ และ ‘มุมมืดที่แท้จริง’ เป็นเหมือนพื้นที่เปลี่ยนผ่าน ถูกสร้างขึ้นโดยมนุษย์เทียมที่มีคุณสมบัติครบถ้วนอย่างน้อยสี่คน ซึ่งต้องปลอมตัวอยู่ได้เกินหนึ่งปี และรู้จักพื้นที่นี้เป็นอย่างดี
พวกมันจะรับ ‘คำสั่งจากมุมมืด’ และเดินทางมายังแต่ละพื้นที่ในเวลาเดียวกัน
ฉาย ‘มุมมืดความคิด’ ลงบนใบหน้า ก่อรูปร่างเป็น ‘มุมมืดเลือดเนื้อ’ ที่มองเห็นได้
เมื่อมุมเลือดเนื้อสี่มุมหรือมากกว่านั้นมาบรรจบกัน ก็จะสร้างพื้นที่รูปหลายเหลี่ยมที่สมบูรณ์ขึ้น ซึ่งจะมีการพรางตัวที่สมบูรณ์แบบที่สุด โดยที่คนนอกไม่สามารถตรวจจับได้
และเมื่อ ‘รอยต่อ’ ก่อตัวขึ้น นั่นหมายถึง ‘การคัดกรอง’ ได้เริ่มต้น
เหล่าพวกมนุษย์เทียมที่พัฒนาสมบูรณ์เหล่านี้จะได้รับ ‘ภารกิจสุดท้าย’ ภายใน 12 ชั่วโมงต่อมา พวกมันต้องฆ่าฟันกันเองจนเหลือรอดเพียงไม่กี่ตัว และผู้ที่อยู่รอดจะได้สิทธิ์ก้าวเข้าสู่ ‘มุมมืด’ อย่างสมบูรณ์
ในโลกภายนอก เวลาของรอยต่อมีเพียงหนึ่งชั่วโมงเท่านั้น ดังนั้นช่วงสอบใหญ่จึงเป็นเวลาที่เหมาะ ไม่มีใครเอะใจ และไม่มีใครจะเข้ามาขัดจังหวะ
เสี่ยวอิ๋งที่ยังไม่เคยเผชิญหน้ากับพวกมนุษย์เทียมที่พัฒนาสมบูรณ์ถึงกับหน้าซีดเผือด “นี่…นี่พวกเราเข้ามาอยู่ในการเลื่อนขึ้นของพวกมนุษญ์เทียมหรอ? ต่อให้เป็นโรงเรียนมัธยมปลายหมายเลขสี่…หรือแม้แต่ทั้งประเทศ ก็ไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนเลยนะ!”
หัวหน้าห้องปลอบใจเธอ “จากข้อมูลที่รู้ รอยต่อไม่ได้มุ่งเป้าหมายมาที่เรา แต่มันคือการคัดกรองของพวกมนุษย์เทียมเอง ขอแค่พวกมันฆ่ากันจนเสร็จ พื้นที่จะยกเลิกเอง หน้าที่ของเราคือ ‘มีชีวิตรอด’ให้ได้จนถึงตอนนั้น”
เธอหันมามองทั้งสองด้วยสายตาแน่วแน่ “หาทางรวมกลุ่มกับครูพละให้ได้ โอกาสรอดของเราจะสูงขึ้นมาก”