เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 49 หมาป่าเดียวดาย

บทที่ 49 หมาป่าเดียวดาย

บทที่ 49 หมาป่าเดียวดาย


หัวหน้าห้องกับเสี่ยวอิ๋งประคองกันกลับมายังเขตพักผ่อน

“น้ำ…”

“อ๋อ!” เด็กสาวที่ถูกเรียกว่าเสี่ยวอิ๋งตอบสนองไวมาก เธอรีบเปิดขวดน้ำแร่ป้อนให้หัวหน้าห้องดื่ม

“ฮ้า รอดตายแล้วสิ”

“หัวหน้าห้อง…แล้วเสื้อผ้านักสอบสวนที่เธอใส่มานี่ได้มายังไงเหรอ?”

“จะได้มายังไงล่ะ ของแบบนี้มีแต่สำนักงานสอบสวนเท่านั้นที่จะให้ได้ ก็เพราะเราเคยช่วยพวกเขานั่นแหละ”

“ช่วยสำนักงานสอบสวน? อย่าบอกนะว่า!” เสี่ยวอิ๋งเบิกตากลมโตสีดำสนิท “พวกพี่ร่วมมือกับพวกเขาในการจับตัวมนุษย์เทียมได้จริง ๆ งั้นหรอ!”

“เสี่ยวอิ๋ง ฉลาดไม่เบานี่ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมวิชาทฤษฎีวัฒนธรรมกับการวิเคราะห์ตรรกะถึงติดอันดับสิบเกือบทุกครั้ง”

“แหะๆ” ไม่รู้ทำไม แค่ได้คำชมจากหัวหน้าห้อง เธอก็มีความสุขอย่างบอกไม่ถูก “ว่าแต่…เมื่อกี้หัวหน้าห้องบอกว่า ‘พวกเรา’? แต่ไม่เห็นคนอื่นใส่ชุดแบบเดียวกันเลยนะ”

“เขาเลือกของรางวัลอย่างอื่น”

“เขา? หมายถึง…หลัวตี้ใช่ไหม?”

หัวหน้าห้องไม่ได้ตอบตรง ๆ เพียงยิ้มแล้วลูบศีรษะเสี่ยวอิ๋งเบา ๆ

เสี่ยวอิ๋งดูจะชอบสัมผัสนั้นมาก พึมพำเสียงแผ่ว “ไม่แปลกเลยว่าทำไมความสัมพันธ์ของพวกพี่ถึงดีขึ้นขนาดนี้… เทอมก่อนยังแค่กินข้าวด้วยกันอยู่เลย เทอมนี้กลับ…”

“เสี่ยวอิ๋ง…เธออย่าบอกนะว่าชอบหลัวตี้น่ะ?”

“เปล่านะ! จริง ๆ ไม่มีเลย” เสี่ยวอิ๋งส่ายหัวแรงจนผมสะบัด มือก็ส่ายไปมาด้วยจังหวะเดียวกัน

“แต่ฉันเห็นหลายครั้งแล้วนะว่าเธอแอบมองหลัวตี้ตอนเรียนพละเนี่ย จะบอกให้…ฉันกับเขายังไม่ใช่แฟนกัน ถ้าเธอชอบ เราก็แข่งกันอย่างยุติธรรมได้นะ”

“มีแต่หัวหน้าห้องเท่านั้นแหละที่สอบขึ้นไปอยู่ที่เดียวกับหลัวตี้ได้ ฉันไม่ใช่พวกเดียวกับพวกเธอหรอก…แต่ฉันจะพยายามอย่างเต็มที่ อย่างน้อยก็ขอให้สอบติดหน่วยงานเขตเมืองให้ได้”

“เสี่ยวอิ๋ง ต่อไปมากินข้าวกับพวกเราด้วยสิ ฉันจำได้ว่าเธอไปโรงอาหารทีไร ก็มักจะกินคนเดียวทุกที”

“จะ…จะได้เหรอ?”

“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ พวกเราเป็นเพื่อนร่วมชั้นกันไม่ใช่เหรอ”

“…อืม” แค่คำเชิญที่ธรรมดาที่สุด เสี่ยวอิ๋งกลับรู้สึกเหมือนน้ำตาจะไหล สายตาพร่ามัวขึ้นมาโดยไม่เข้าใจตัวเอง

แต่ทันใดนั้น เสียงการปะทะรุนแรงก็ดังขึ้น ดึงความสนใจของพวกเธอทั้งคู่ไปทันที

ในสนาม

รวมถึงเกาโหยวเสวียนด้วย สี่คนถูกน็อกออกหมดแล้ว ทว่าหลัวตี้กลับไม่ได้เลือกที่จะร่วมมือกับเพื่อน แต่ยืนโดดเดี่ยวอยู่มุมไกล

เสี่ยวอิ๋งรีบปาดน้ำตา จ้องไปยังสนามด้วยความตื่นตระหนก “เกิดอะไรขึ้นน่ะ? หลัวตี้ดูเหมือนไม่ได้ร่วมมือกับรองหัวหน้าห้องในการบุกเลย”

หัวหน้าห้องเอ่ยเบา ๆ “ใช่ ต้องเป็นแบบนั้น เธอเดาเหตุผลได้ไหม เสี่ยวอิ๋ง?”

เสี่ยวอิ๋งลูบหัวตัวเอง “เหตุผล… อืม หลัวตี้ที่เปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนก็คือ ‘มีด’ เล่มนั้น

แล้วหัวหน้าห้องก็บอกว่าเราได้รับรางวัลจากสำนักงานสอบสวน ถ้าเธอได้ชุดนักสอบสวนมา ของที่หลัวตี้ได้รับก็ต้องไม่ธรรมดาแน่ ๆ

“อย่าบอกนะว่า มีดนั่นคือ…”

“เสี่ยวอิ๋ง ฉลาดจริง ๆ มองให้ดีล่ะ ต่อจากนี้แหละคือการแสดงที่ตื่นเต้นที่สุดในคืนนี้”

ในสนาม

ครูประจำชั้นจับตาดูหลัวตี้ เด็กที่เลือกจะเป็น ‘หมาป่าเดียวดาย’ แทนที่จะร่วมมือกับทีม

แม้เขาจะเห็นหลัวตี้เป็นนักเรียนที่มีพรสวรรค์ที่สุด แต่พฤติกรรมในวันนี้คือสิ่งที่เขาเกลียดที่สุด

ไม่ทอดทิ้ง ไม่ละทิ้ง’คือจิตวิญญาณที่เขานำมาจากแผ่นดินแม่ และส่งต่อผ่านการสอนนักเรียนทุกคน

แต่ตอนนี้ เขาตัดสินใจแล้วว่าจะใช้พลังทั้งหมดบดขยี้ ‘ความมั่นใจที่ล้นเกิน’ของหลัวตี้ให้พังทลาย

ทว่าในจังหวะที่ครูประจำชั้นก้าวไปข้างหน้า หลัวตี้ที่ยืนนิ่งอยู่นานก็ก้าวออกไปเช่นกัน

จังหวะก้าวแทบไม่ต่างกัน สายตาของทั้งสองสบกันพอดี

ครูประจำชั้นแอบประหลาดใจ เขาไม่เห็นความมั่นใจใด ๆ ในแววตาของหลัวตี้ มีแต่ความเยือกเย็นและตั้งใจ เหมือนเช่นทุกครั้ง

จนกระทั่งทั้งสองใกล้จะเข้าสู่ระยะโจมตี

หลัวตี้เลือกที่จะลงมือก่อน เขาพุ่งเข้าใกล้อย่างรวดเร็ว ใช้ท่าพื้นฐานที่สุดของการสังหารแบบในหนัง เขาฟาดมีดลงตรง ๆ

แรงมหาศาล สับลงในแนวตั้ง

แต่… ท่าแบบนี้ใช้กับคนธรรมดายังพอได้

ทว่าในสายตาของครูผู้ผ่านศึกมาแล้วนับไม่ถ้วน มันเต็มไปด้วยช่องโหว่

การออกท่าที่เปิดเผยเกินไป การเหวี่ยงที่กินแรงมากเกินไป และรูปแบบการฟันที่ซ้ำซากเกินไป…

การโจมตีของหลัวตี้นั้น หากไม่พูดถึงเรื่องพลังกับความแม่นยำ ก็เป็นท่าที่เด็กปีหนึ่งเท่านั้นที่จะทำกัน

ครูประจำชั้นเพียงก้าวเฉียงแล้วหมุนตัว ก็หลบพ้นได้อย่างง่ายดาย พร้อมกันนั้นเขาก็สะบัดกระบองกลออกไปตรง ๆ เล็งใส่ข้อมือของหลัวตี้

การโจมตีระยะประชิดที่รุนแรงนี้ ไม่เพียงทำให้อาวุธหลุดได้ แม้แต่ข้อมือเองก็อาจถึงขั้นแตกหัก พูดได้ว่าผลแพ้ชนะถูกตัดสินแล้ว

เสี่ยวอิงซึ่งอยู่ในบริเวณที่พักสังเกตเห็น  อดไม่ได้ที่จะร้องเบา ๆ ว่า “โอ๊ย!”

กัง!

เสียงคล้ายการตีเหล็กดังก้องทั่วโรงยิม

ครูประจำชั้นตกใจทันทีที่รับรู้ถึงสัมผัสที่ไม่ปกติ หลัวตี้ที่ควรฟันลงตรง ๆ กลับพลิกมีดขึ้นมา 180 องศา แล้วฟาดสวนขึ้นด้านบนแทน

อันตราย!

ครูรีบใช้แรงถอยออก กวาดร่างตัวเองออกไปห่างกว่า 5 เมตรในพริบตา

เส้นผมบนหน้าผากถูกฟันขาดไปหลายเส้น พร้อมกับกลิ่นเน่าคละคลุ้งลอยมาแตะจมูก

ทั้งสนามเงียบกริบ

ทุกสายตาตกตะลึง แม้แต่เกาโหยวเสวียนที่พอจะรู้มาก่อนว่าอาวุธนั้นไม่ธรรมดา ยังอดไม่ได้ที่จะเบิกตา เพราะนี่คือครั้งแรกที่เขาเห็น’การกลายเป็นเจียงซือ’กับตาตัวเอง

เสี่ยวอิ๋งกุมอกตัวเอง พยายามกดเสียงหัวใจที่เต้นรัวให้สงบลง

ครูประจำชั้นจ้องไปที่ท่อนแขนขวาของหลัวตี้ที่กลายเป็นเจียงซือ ความอคติทั้งหมดเมื่อครู่หายไปทันที

“ที่แท้ นี่เองคือเหตุผลที่เธอเลือก ‘ทอดทิ้ง’ เพื่อนร่วมทีม? อาวุธมุมมืด…แถมยังมีคุณสมบัติซ่อนเร้น ถึงขั้นหลอกตาฉันได้

เด็กที่ไม่เคยสัมผัสเหตุการณ์ผิดปกติ หากได้ของแบบนี้มาก็มักถูกครอบงำจนเกิด ‘มุมมืดความคิด’ ได้

ของพรรค์นี้ ตอนนี้ถึงขั้นแจกให้ผู้เยาว์ใช้แล้วหรอ? แถมดูจากความชำนาญของเธอ ดูท่าเธอคงได้มันมานานแล้ว ใครเป็นคนให้มา?”

“สถาบันวิจัยประจำเมือง”

“ของนี่มอบพลังกากลายเป็นเจียงซือให้เธอ มันสามารถย้อนคืนได้โดยไม่มีผลข้างเคียงใช่ไหม?”

“ใช่ครับ”

“ดี… งั้นต่อเลย!”

มีดของหลัวตี้ยังคงเป็นเพียงการเคลื่อนไหวหยาบ ๆ เลียนแบบฆาตกรในหนัง กับทักษะเบื้องต้นจากวิชาพละ แค่เสริมด้วยร่างกายที่แข็งแกร่งจนเพิ่มความเร็วและแรงให้มากขึ้น

ท่วงท่าเช่นนี้ทำอะไรครูผู้ช่ำชองไม่ได้หรอก

แต่…

หลัวตี้กลับใช้การแข็งตัวของแขนซอมบี้มารับการโจมตีในจังหวะที่พอดี แล้วใช้ช่องว่างนั้นสวนกลับอย่างอันตรายได้ตลอด

ทั้งคู่จึงประมือกันได้สูสีอยู่พักใหญ่

อย่างไรก็ตาม ความเปลี่ยนแปลงของหลัวตี้มีเพียงแค่นั้น แต่ครูประจำชั้นยังคงมีท่าต่าง ๆ อีกมากมาย

กระบองกลที่เมื่อครู่ใช้กดดันและตีพุ่ง กลับเปลี่ยนวิถีการเคลื่อนไหว กลายเป็นเหมือนหอกที่แทงออกไป

หลัวตี้ตอบสนองได้ไม่ทัน ความเร็วเกินกว่าที่แมงมุมหญิงทำได้

ฟึ่บ! ปลายกระบองแทงตรงเข้ากลางไหปลาระหว่างสองไหล่ ทำให้เขาสำลักหายใจไม่ออกชั่วขณะ

วินาทีถัดมา เขารู้สึกได้ถึงแรงกระแทกที่หน้าท้อง ร่างถูกถีบจนลอยกระเด็นไปเกือบสิบเมตร แทบจะหลุดออกนอกสนาม

นักเรียนรอบข้างต่างพากันถอยหนี หวั่นว่าจะถูก ‘กลิ่นเจียงซือ’ติดมาด้วย

หลัวตี้เอามือกุมลำคอที่ถูกแทง พิงหลังกับผนังแล้วค่อย ๆ นั่งพยุงตัวขึ้น ก่อนจะก้มมองนาฬิกา

“หกนาทีเองงั้นเหรอ… แย่กว่าที่คิดไว้มาก”

เขาไม่พอใจกับผลการต่อสู้ของตัวเอง แต่กลับได้รับสายตายอมรับจากครูประจำชั้น

ต่อมา นักเรียนกลุ่มใหม่ขึ้นสู่สนาม

เมื่อการต่อสู้ของทั้งชั้นสิ้นสุด หลัวตี้แทบจะการันตีได้ว่าตนคือผู้ได้คะแนนสูงสุดของห้อง แต่การจัดอันดับระดับชั้นปี ยังต้องรอสรุป

ครูประจำชั้นเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก เดินมาหาหลัวตี้ที่เขตพัก

“เธอตัดสินใจแล้วว่าจะใช้มีดเล่มนี้ระยะยาว แทนที่จะฝึกมีดสนามตามที่ฉันสอนใช่ไหม?”

“ครับ”

“ด้วยผลการเรียนของเธอ การฝึกกลางคืนอาจไม่ใช่หน้าที่ของฉันอีกต่อไป แต่ชั่วโมงพละกลางวันยังอยู่ในการดูแลของฉัน

ในเมื่อเธอยึดมั่นกับการฟันแบบตรง ๆ เวลาพละว่าง ๆ ฉันจะสอน ‘เทคนิคเฉพาะ’ ให้เพิ่มเติมเอง

บ้านเกิดของเรา เคยมี ‘หน่วยดาบใหญ่’ ในช่วงต่อต้านการรุกรานจากเกาะตะวันออก ทักษะการฟันดาบแบบนั้น ยังไม่ได้สูญหายไปพร้อมกับสงคราม”

“ขอบคุณครับครูหยวน”

จบบทที่ บทที่ 49 หมาป่าเดียวดาย

คัดลอกลิงก์แล้ว