เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 47 พลัง

บทที่ 47 พลัง

บทที่ 47 พลัง


แม้จะอนุญาตให้ใช้ยาหรืออุปกรณ์ช่วยต่าง ๆ ได้ แต่ในระดับมัธยมปลาย คนที่วิ่งร้อยเมตรในเวลาต่ำกว่า 10 วินาทีมีอยู่น้อยมาก ทว่าผลการวิ่งของหัวหน้าห้องกลับทำลายสถิติเดิมของโรงเรียนไปอย่างสิ้นเชิง

หลังจบร้อยเมตร ยังเหลือการวิ่งระยะไกลอีกเก้าร้อยเมตร เธอไม่ได้ใช้ท่าทางการวิ่งอันเกินจริงแบบเมื่อครู่อีกต่อไป แต่รีบกลับมาสู่ท่าวิ่งปกติทันที เห็นได้ชัดว่าต่อให้มีชุดต่อสู้ช่วยเสริมร่างกาย แต่เธอก็ไม่อาจคงสภาพนั้นได้นาน เพราะร่างกายแบกรับภาระหนักเกินไป

เมื่อการวิ่งสิ้นสุดลง หัวหน้าห้องทำลายสถิติทั้งสองรายการติดกัน ผลลัพธ์นี้ทำให้คณะครูตื่นเต้นกันสุดขีด หากสามารถนำผลนี้ไปใช้กับการสอบเลื่อนระดับได้ ก็อาจทำให้โรงเรียนหมายเลขสี่เป็นที่จับตามอง ส่งผลให้ชื่อเสียงของโรงเรียนเพิ่มขึ้น

บนสนามหญ้า หัวหน้าห้องกำลังหอบหายใจอย่างแรง รุนแรงเสียยิ่งกว่าตอนที่เคยฝึกภาคสนามจริง หรือแม้แต่ตอนเจอ ‘แมงมุมหญิง’ ในชุมชนพักอาศัย ราวกับว่าร่างกายทุกตารางนิ้วถูกรีดพลังออกไปจนหมดสิ้น

“หัวหน้าห้องดูแปลก ๆนะ … ไม่เคยเห็นเธอเหนื่อยขนาดนี้มาก่อนเลย”

เกาโหยวเสวียนสังเกตเห็นความผิดปกติทันที และรีบยัดขวดน้ำดื่มใส่มือหลัวตี้ อีกฝ่ายก็รับหน้าที่นั้นอย่างไม่ปฏิเสธ เขาเดินเอาน้ำไปให้หัวหน้าห้อง เมื่อขวดน้ำถูกยื่นไป หัวหน้าห้องกลับยังนั่งเอนหลังยันพื้นอยู่ แม้แต่แรงจะยกมือก็ไม่มี แถมเหมือนจะพูดไม่ออกด้วยซ้ำ ได้แต่เผยอปากส่งเสียงแผ่วเบา เห็นได้ชัดว่าเธอต้องการให้หลัวตี้ช่วยกรอกน้ำเข้าปากให้

เพราะทำลายสถิติไว้ ตอนนี้หัวหน้าห้องจึงถูกผู้คนจำนวนมากจับตามอง ไม่ใช่แค่เพื่อนร่วมชั้น แต่ยังมีคนจากห้องอื่น ๆ จ้องอยู่ด้วย ทว่า หลัวตี้ไม่เคยแคร์สายตาใคร เขามองออกว่าหัวหน้าห้องไม่ได้เสแสร้ง แต่หมดแรงจริง ๆ จนถึงขั้นอาจเป็นอันตรายต่อชีวิต เขารีบเปิดฝาขวด ประคองรินน้ำบนปลายลิ้นที่เผยอเล็กน้อยให้น้ำค่อย ๆ ไหลเข้าไป พอเห็นลำคอขยับกลืนน้ำลงไป ร่างของหัวหน้าห้องจึงค่อย ๆ ผ่อนคลายขึ้นมา

แต่ทันใดนั้นใบหน้าของเธอกลับบิดเบี้ยวเพราะความเจ็บปวด มือคว้าจับน่องขวาแน่น ดูเหมือนกับว่าจะเป็นตะคริว เธอรีบใช้สายตาส่งสัญญาณให้หลัวตี้ หวังว่าเขาช่วยนวดคลายกล้ามเนื้อให้

ทว่า หลัวตี้กลับจับส้นเท้าของเธอขึ้นมากดนวดฝ่าเท้าอย่างแรง แทนที่จะนวดน่อง เพราะในความคิดเขา วิธีนี้ต่างหากถึงจะได้ผลกับอาการตะคริว อาการค่อย ๆ ทุเลาลง หัวหน้าห้องก็มีแรงขึ้นมา

“เฮ้อ แค่ลองทดสอบขีดจำกัดของร่างกายว่า่เข้ากับชุดนี้มากแค่ไหน ก็เกือบเอาชีวิตไม่รอดซะแล้ว”

“นี่คือชุดต่อสู้แบบมาตรฐานของนักสอบสวนจริง ๆ หรอ?”

ในที่สุด หลัวตี้ก็ได้มองมันอย่างละเอียดใกล้ชิด ก่อนหน้านี้ดูเพียงเผิน ๆแล้วคล้ายเพียงชุดกีฬาแบบรัดตัว แต่ตอนนี้เห็นชัดว่ามีมันเส้นใยละเอียดเรียงตัวอยู่เต็ม เหมือนเป็นเส้นกล้ามเนื้อจริง ๆ

“ใช่แล้ว ของพวกนี้ไม่ใช่ว่ามีเงินก็ซื้อได้นะ โชคดีที่ร่างกายฉันพอผ่านเกณฑ์ ไม่อย่างนั้นแค่สวมใส่ก็ลำบากมากแล้วล่ะ ที่ผ่านมาเกือบครึ่งเดือน ฉันซ้อมทนแรงกดอยู่ที่บ้านทุกวัน เพื่อการสอบวันนี้โดยเฉพาะ ไม่งั้น แค่วิ่งร้อยเมตรแรกก็คงหมดแรงไปแล้ว”

“แล้วมันมีทำหน้าที่อะไรบ้าง?”

“ช่วยเสริมกล้ามเนื้อ ประคองเส้นประสาท ทำงานร่วมกับร่างกายโดยตรง ยิ่งร่างกายแข็งแกร่ง ก็ยิ่งดึงศักยภาพของชุดออกมาได้มากขึ้น ขณะเดียวกันชุดก็จะช่วยพยุงร่างกายกลับ ทำให้เข้าใกล้คำว่า ‘ขีดสุด’ ได้มากกว่าเดิม

การทดสอบพลังครั้งต่อไป ฉันจะไม่ใส่ชุดนี้ก่อน ขอพักสักหน่อย แล้วเก็บไว้ใช้ในการทดสอบการต่อสู้ครั้งสุดท้ายดีกว่า ว่าแต่ สำนักงานสอบสวนนี่ก็ช่างตระหนี่จริง ๆ น่าจะเอาชุดให้เธอบ้างนะ”

“ไม่เป็นไรหรอก” หลัวตี้ตอบอย่างไม่ใส่ใจ เขารู้สึกพอใจแล้วที่ดาบเจียงซือเปลี่ยนแปลงไปมากแบบนี้

เสียงของเกาโหยวเสวียนดังขึ้นจากด้านข้าง “คุยกันพอหรือยัง? ไปดื่มวิตามินเสริมพลังกันหน่อย แล้วรีบไปที่เขตทดสอบพลังกัน จะได้เตรียมพร้อมล่วงหน้า”

“เสี่ยวเกา อย่าเพิ่งรีบ รอให้ฉันพักอีกสักหน่อยสิ”

“ให้หลัวตี้แบกเธอไปก็จบแล้ว ดื่มพวกเสริมพลังหน่อยจะได้ฟื้นเร็วขึ้น ชุดที่เธอใส่น่ะมันทำให้ร่างกายบาดเจ็บมากเลยนะ”

หัวหน้าห้องยังไม่ทันได้ตอบ หลัวตี้ก็ย่อตัวลงมานั่งข้างๆแล้ว ในสายตาของเขา ความเห็นของเสี่ยวเกานั้นถูกต้อง และสภาพของหัวหน้าห้องตอนนี้ก็ชัดเจนว่าต้องการความช่วยเหลือจริง ๆ เขาอุ้มเธอขึ้นหลังอย่างง่ายดาย แล้วเดินตรงไปยังโรงยิม ท่ามกลางสายตาของครูและนักเรียนทั้งสนาม

【การทดสอบพลัง】

‘เครื่องชกมวย’ ที่มีเป้าเคลื่อนที่ถูกติดตั้งอยู่ภายในโรงยิม แสดงให้เห็นถึงวิธีการทดสอบอย่างชัดเจน

นักเรียนต้องออกหมัดสิบครั้งภายในยี่สิบวินาที โดยเป้าจะเคลื่อนที่แบบสุ่มตลอดเวลา คะแนนสุดท้ายจะวัดจากแรงต่อหมัดและความแม่นยำ โดยอนุญาตให้ใช้การเตะแทนการต่อยได้ นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของพลังเท่านั้น แต่เป็นการทดสอบที่ครอบคลุมถึงความว่องไว ความแม่นยำ และความอดทน

การทดสอบรูปแบบนี้ไม่มีการแบ่งเพศหรือระดับน้ำหนัก เพราะเมื่อจบการศึกษาแล้ว มีโอกาสสูงที่ทุกคนจะต้องเจอกับพวกมนุษย์เทียม ฝ่ายตรงข้ามย่อมไม่แบ่งแยกว่าคุณมีรูปร่างเล็กหรือใหญ่ เพศหญิงหรือชาย นี่จึงเป็นสาเหตุว่าทำไมในโรงเรียนถึงแทบจะไม่เห็นคนที่ผอม รูปร่างอย่างครูกัวที่คุมสอบก่อนหน้านี้ถือว่าหาได้ยากมาก

แม้ว่ารูปร่างของหัวหน้าห้องจะดูเพรียวกว่านักเรียนส่วนใหญ่ แต่ขาที่อวบแน่น และสัดส่วนที่สมบูรณ์แบบนั้นเป็นผลมาจากการฝึกฝนมาวันแล้ววันเล่า เธอนอนพิงเก้าอี้พัก เหมือนร่างกายยังไม่ฟื้นดี จึงยื่นคำร้องกับครูเพื่อขอเลื่อนไปเป็นคนท้าย ๆ ของการทดสอบพลัง

หัวหน้าห้องหันมาทางหลัวตี้ “วันนี้นายดูสภาพดีนะ แค่ดูจากตอนวิ่งก็เห็นแล้วว่าแข็งแรงกว่าปกติ คราวนี้ในการทดสอบพลัง นายจะคว้าที่หนึ่งของชั้นปีมาได้ไหม?”

“ยาก”

“เพราะหมอนั่นใช่ไหม?”

ทางที่เธอชี้ไป มองเห็นนักเรียนมัธยมปลายร่างยักษ์คนหนึ่ง ตัวเขาสูงเกือบสองเมตร กล้ามเนื้อมหึมาเกินกว่าขนาดตัวของนักเรียนทั่วไปไปไกล ร่างกายของเขาเบียดกินพื้นที่ของเก้าอี้ไปถึงสามตัวเต็ม ๆ และตอนนี้เขากำลังกวาดกลืนเม็ดยานับไม่ถ้วนเข้าปากไปอย่างรวดเร็ว

‘มัธยมปลายปีที่ 3 ห้อง 10 เฉิงหาว’

ผลรวมด้านกีฬาคืออันดับหนึ่งของชั้นปี นับตั้งแต่เปิดภาคเรียนมายังไม่มีใครโค่นได้

เหมือนเจ้าตัวสัมผัสได้ถึงสายตาที่จ้องมา ใบหน้าที่ดูราวกับคนอายุสามสิบก็หันกลับมามอง พอเห็นหัวหน้าห้องกับคนอื่น เขาก็พยักหน้าให้หลัวตี้หนึ่งครั้ง

ไม่นานก็ถึงคิวของห้อง 5

หลัวตี้ก้าวขึ้นเวที สมาธิที่เข้มข้นถึงขีดสุดทำให้เขาเผลอตวัดลิ้นในปากโดยไม่รู้ตัว พร้อมกับเสียงดีดลิ้นนั้น ร่างกายเขาก็ปล่อยหมัดแรกออกไปโดยสัญชาตญาณ แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไร อาจเป็นผลจากการต่อสู้จริงกับพวกมนุษย์เทียมในช่วงปิดเทอมฤดูหนาว อาจเป็นเพราะการกลายเป็นเจียงซือที่ส่งผลเล็กน้อย หรือบางทีอาจเป็นการเปลี่ยนแปลงภายในร่างกายที่เขาเองก็ไม่อาจรู้ได้

หลัวตี้รับรู้ได้ชัดเจนว่าแม้พละกำลังของเขาจะไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนัก แต่ ‘ความต่อเนื่องของร่างกาย’ กลับพัฒนาขึ้นอย่างมหาศาล เขาสามารถรู้สึกได้ถึงแรงที่ส่งผ่านจากทุกส่วนของร่างกายอย่างชัดเจน ความต่อเนื่องที่เมื่อก่อนยากจะเกิดขึ้น และระหว่างที่ออกหมัดนั้น เขายังสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยของร่างกาย จุดโฟกัสของทั้งร่างค่อย ๆ เคลื่อนจากแขนที่ออกหมัด ไปสู่กระดูกสันหลังด้านหลัง

“นี่คือผลจากการสู้จริง ๆ งั้นหรอ?”

เพียงสิบห้าวินาที หลัวตี้ก็ปล่อยหมัดออกไปเก้าหมัดเต็ม แม่นยำทุกครั้ง รุนแรงทุกหมัด เหลืออีกแค่ห้าวินาทีสุดท้าย แต่เขาไม่ได้เร่งรีบ เขาถอยเท้าออกมาหนึ่งก้าว ใช้แรงยืดหยุ่นของเอวและหน้าท้องเหวี่ยงร่างกายไปด้านหลังอย่างแรง หมัดสุดท้ายไม่ใช่การแทงหมัด แต่เป็นการเหวี่ยงหมัดโค้งกว้างแบบรัสเซียน

กำปั้นที่บีบแน่นราวกับเป็นใบมีดที่มองไม่เห็น เครื่องทดสอบตรงหน้าพลันกลายเป็นภาพของมนุษย์เทียมสีดำสนิท กลายเป็นแมงมุมหญิงที่หัวเราะอย่างบ้าคลั่งท่ามกลางสายฝนคืนนั้น บางทีอาจจะเพราะมีสมาธิมากเกินไป หรือเพราะกำลังจมดิ่งอยู่ในความทรงจำ ในสมองของหลัวตี้พลันผุดสัญลักษณ์นรกขึ้นมา

ปัง!

เสียงระเบิดดังสนั่นไปทั้งโรงยิม

โครงเหล็กที่เชื่อมกับเป้าเคลื่อนที่ถูกต่อยจนงอ เครื่องทดสอบเปิดระบบป้องกันตัวเองแล้วหยุดทำงานทันที

หลัวตี้หายใจแรง… สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เขาไม่ได้สนใจสายตานับไม่ถ้วนรอบด้าน เพียงเดินกลับไปยังที่นั่งพักอย่างเงียบ ๆ แต่ทันทีที่เขานั่งลง กลับทำให้หัวหน้าห้องกับเสี่ยวเกาที่อยู่ข้างๆตกใจ

นัยน์ตาสีแดงก่ำ… เหมือนกับภาพถ่ายที่สำนักงานสอบสวนเคยออกบอก และยังแผ่กลิ่นอายสังหารอย่างชัดเจน

“เส้นเลือดแดงก่ำในดวงตา… หลัวตี้ นายไม่เป็นไรใช่ไหม?”

คำถามที่แสดงถึงความห่วงใยของหัวหน้าห้องดึงเขากลับให้มีสติ ดวงตาแดงก่ำก็ค่อย ๆ จางหายไป

“ไม่เป็นไร”

หัวหน้าห้องรีบตบไหล่เขาเบา ๆ ใช้นิ้วนวดคลึง ๆ อย่างปลอบโยน “หมัดสุดท้ายนั่นเกินไปแล้วนะ ไม่ใช้ยา ไม่ใส่ชุดเสริม นายอาจมีโอกาสเป็นที่หนึ่งในปีนี้จริง ๆก็ได้”

“อืม… จะพยายาม”

การทดสอบพลังยังคงดำเนินต่อไป

เกาโหยวเสวียนดูเหมือนเคยฝึกศิลปะการต่อสู้ ใช้ข้อนิ้วกลางที่ยกออกมาจากกำปั้นโจมตีเป้าอย่างแม่นยำ บวกกับที่ช่วงครึ่งปีมานี้เขามักวิดพื้นร่วมกับหลัวตี้ ทำให้เขาได้คะแนนได้ดีกว่าเดิม

ส่วนหัวหน้าห้อง แม้จะไม่ได้ใช้ฟังก์ชันของชุด แต่ผลงานก็ออกมาไม่เลวเลย ในการโจมตีสิบครั้ง มีเพียงสามครั้งที่เธอใช้หมัด ที่เหลือเป็นการเตะอันแม่นยำทั้งหมด ขาคู่นั้นที่สามารถทำลายสถิติความเร็วได้ ยังสามารถฟาดออกหมัดเท้าในระดับสูงได้ แรงขานั้นย่อมเหนือกว่าแขนอยู่แล้ว จึงชดเชยช่องว่างของพลังได้พอดี

ถ้าพูดถึง ‘ความดึงดูดสายตา’ หัวหน้าห้องก็ถือว่าโดดเด่นที่สุดแน่นอน ไม่เพียงแต่ดึงดูดสายตานักเรียนชายจำนวนมาก แม้แต่นักเรียนหญิงเองก็ต่างพากันซุบซิบชมเชย

เกาโหยวเสวียนยกนิ้วโป้งให้เมื่อเธอกลับมา “ถ้าร่างกายเธอสามารถปรับเข้ากับชุดนักสืบได้นานกว่านี้ คงมีโอกาสลุ้นที่หนึ่งเหมือนกัน”

“แค่ร้อยเมตรฉันก็พอใจแล้ว ขอแค่ร่างกายยังทนไหวตอนสอบครั้งสุดท้ายก็พอ”

ทั้งสามคนนั่งรอต่อไปในขณะที่ห้องอื่นขึ้นทดสอบ

ปัง!

เสียงระเบิดดังลั่นอีกครั้ง

เครื่องทดสอบถูกโจมตีจนแทบหลุดจากฐานยึด ความโค้งงอของโครงเหล็กเกินกว่าที่หลัวตี้ทำได้เสียอีก ผู้ทดสอบคือ ‘เฉิงหาว’ ผู้ครองอันดับหนึ่งของชั้นปี

หัวหน้าห้องพูดเสียงต่ำ “สัตว์ประหลาดคนนี้มีพรสวรรค์สูงเกินไปแล้ว… โครงกระดูก กล้ามเนื้อ รวมถึงทนต่อยาได้เต็มพิกัด แม้จะอยู่ในโรงเรียนหมายเลขหนึ่ง ก็ยังเป็นระดับสัตว์ประหลาดอยู่ดี”

“โรงเรียนหมายเลขหนึ่งยังมีที่แข็งแกร่งกว่านี้อีกเหรอ?” หลัวตี้ตั้งคำถามแบบที่หาได้ยาก

“มีสิ เกินกว่าที่นายจะจินตนาการได้ซะอีก เพราะทรัพยากรที่พวกนั้นมีมันต่างกัน ถึงขั้นปรับแต่งพรสวรรค์ได้เล็กน้อยด้วยซ้ำ… แต่ถึงอย่างนั้น หลัวตี้ นายก็ยังน่าสนใจกว่ามาก”

เสี่ยวเกาที่นั่งข้าง ๆ เหมือนจะสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง จึงรีบขยับตัวหลีกไปเล็กน้อย

การทดสอบพลังสิ้นสุดลง

ต่อไปคือการทดสอบที่มีอิสระที่สุด คือ ‘การต่อสู้จริง’

แน่นอน โรงเรียนมีนักเรียนมากมาย ไม่อาจจัดให้สู้กับสิ่งผิดปกติแบบ ‘ภาคสนามจำลอง’ ได้จริง ๆ คู่ต่อสู้ของนักเรียนจึงเป็น ครูพลศึกษา ซึ่งถือเป็น ‘สมบัติล้ำค่า’’ ของทุกโรงเรียน

พวกเขาส่วนใหญ่ล้วนเคยเป็นศิษย์เก่าที่โดดเด่นในอดีต ผ่านการทำ ‘งานสกปรก’ ให้กับบริษัทต่าง ๆ มาหลายปีและมีเพียงไม่กี่คนที่เคยฝึกงานในสำนักงานสอบสวน ก่อนจะถูกคัดออกเพราะร่างกายได้รับบาดเจ็บหรือความสามารถไม่ถึงพวกเขาได้รับเงินสนับสนุนสูงสุดและสถานะสูงในหมู่ครู อีกทั้งยังมีอีกหนึ่งบทบาท คือ กำลังหลักของฝ่ายรักษาความปลอดภัยโรงเรียน

หากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินในโรงเรียน ครูพลศึกษาจะเป็นคนแรกที่ต้องรับมือ

การสอบจะจัดให้นักเรียนห้าคนแข่งกับครูหนึ่งคน แล้วประเมินผลจากสถานการณ์จริง

หัวหน้าห้องถูกแยกไปเข้ากลุ่มกับนักเรียนอีกสี่คนในห้องเดียวกัน ส่วนหลัวตี้กับเกาโหยวเสวียนได้อยู่กลุ่มเดียวกัน และคู่ต่อสู้ของพวกเขาคือหยวนจื้อจวิน ครูประจำชั้นและครูพลศึกษาของห้องนี้ ชายวัยกลางคนที่มักสวมชุดลายพรางตลอดเวลา ทรงผมสั้นเกรียนไม่เคยเปลี่ยน ผิวสีน้ำตาลเข้ม

หยวนจื้อจวินไม่ใช่คนท้องถิ่น แต่ย้ายมาพร้อมสถานะทหารจากประเทศจีน สองปีก่อนก็ได้รับใบรับรองครูระดับหนึ่ง ปัจจุบันมีเกียรติสูงในโรงเรียนมัธยมหมายเลขสี่

นอกจากนั้น การสอบต่อสู้อนุญาตให้ใช้อาวุธระยะประชิดได้ และการใช้อาวุธจะไม่ถูกหักคะแนน เช่นเดียวกับยาเสริมพลังหรืออุปกรณ์พิเศษ ทั้งโรงเรียนและสังคมต่างก็สนับสนุนให้นักเรียนใช้และฝึกทักษะการใช้อาวุธ เพราะเมื่อต้องเผชิญกับพวกมนุษย์เทียม การมีอาวุธคือการรับมือที่มีประสิทธิภาพที่สุด

แน่นอน ครูผู้ทดสอบ… ก็จะใช้อาวุธเช่นกัน

จบบทที่ บทที่ 47 พลัง

คัดลอกลิงก์แล้ว