- หน้าแรก
- ห้วงลึกแห่งคนเป็น
- บทที่ 39 ปราบปราม
บทที่ 39 ปราบปราม
บทที่ 39 ปราบปราม
อีกครั้งที่ต้องเผชิญหน้ากับการเข้าสิง นี่เป็นสิ่งเดียวที่หลัวตี้คิดออก และก็เป็นสิ่งเดียวที่เขาสามารถทำได้ในตอนนี้
การกัดเพื่อฉีดพิษศพเข้าไป แม้จะทำให้เกิดบาดแผล แต่ก็ถือเป็นวิธีที่สร้างความเสียหายต่อหัวหน้าห้องน้อยที่สุด อีกทั้งยังเข้าถึงหลอดเลือดแดงได้โดยตรง และออกฤทธิ์ได้เร็วที่สุด
เมื่อมั่นใจแล้วว่าของเหลวจากเขี้ยวเจียงซือสามารถทำให้เลือดที่แผลหยุดได้ หลัวตี้ก็คลายฟันออก
ต่อจากนี้...ก็ทำได้แค่รอผลลัพธ์
ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมาหลังการฝึกภาคสนาม หลัวตี้ก็เห็นหัวหน้าห้องเป็นเหมือนกับเพื่อนของเขา และเขาก็ยอมรับในฝีมือของเธออย่างเต็มที่ ในสายตาของเขา เจตจำนงของหัวหน้าห้องนั้นเข้มแข็งเกินกว่าที่จะพ่ายแพ้ง่าย ๆ เธอต้องสามารถดิ้นหลุดออกจากการถูกสิงได้แน่นอน
“แกทำอะไรลงไป!?”
แมงมุมหญิงที่กำลังสิงอยู่ในร่างของหัวหน้าห้องกำลังจะขัดขืน แต่ทันใดนั้นเอง ก็สัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงที่ก่อตัวขึ้นในห้วงความคิด แรงสั่นนั้นแพร่กระจายไปทั่วร่างตามแนวประสาท กระเพาะพลันเกิดแรงบีบอัดมหาศาล ราวกับจะฉีกเธอให้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
“อ๊วก!”
สิ่งสกปรกสีดำข้นที่เหม็นคาวทะลักพุ่งออกจากปากของหัวหน้าห้อง ปริมาณมากเกินกว่าที่จะกินเข้าไปได้ในหนึ่งวันเสียอีก และในนั้นยังเต็มไปด้วยซากแมงมุมจำนวนมาก
การเข้าสิง ถูกตัดขาดลงทันที!
ในวินาทีนั้นเอง
เหล่าหุ่นกระดาษในห้องพิธีแต่งงานก็แตกกระจายเป็นชิ้น ๆ แมงมุมที่ซ่อนอยู่ภายในต่างกรูกันออกมา มุ่งหน้าสู่กองอาเจียนที่เพิ่งถูกขับออกมา ก่อนจะค่อย ๆ ก่อตัวรวมกันเป็นรูปร่างจริงของแมงมุมหญิง แต่ยังไม่ทันที่จะก่อร่างจริงเสร็จดี ใบมีดอันเย็นเยียบก็ฟาดลงมาเสียก่อน
กะโหลกที่ยังสร้างไม่สมบูรณ์ถูกฟันแตกในพริบตา พิษศพแทรกซึมเข้าสู่ด้านใน โจมตีตรงจุดที่ซ่อน “ต่อมใต้สมอง” เอาไว้
“อ๊าาาา!!!!”
เสียงกรีดร้องโหยหวนดังสะท้านไปทั่วห้องทำพิธี และถูกกลบด้วยแรงสั่นสะเทือนรุนแรง กระทั่งประตูใหญ่เองก็เผยรอยแตกเป็น ‘รอยแยกแห่งพื้นที่’ ที่ไม่ใช่โครงสร้างของอาคาร
หลัวตี้ย่อมไม่มีทางปล่อยให้โอกาสนี้หนีไป การจะฆ่าร่างจริงของพวกมนุษย์เทียมภายในพื้นที่ที่บิดเบี้ยวนั้นเป็นเรื่องยากเกินไป ไหนจะหัวหน้าห้องที่ยังสลบอยู่ การรีบพาเธอออกไปแล้วติดต่อกับผู้สอบสวนต่างหากคือทางเลือกที่ดีที่สุด
เพียงชั่วครู่เดียว ระหว่างที่ฝูงแมงมุมรวมตัวกลับเข้าหากันเพื่อซ่อมแซมหัวที่ถูกฟันแตกนั้น ห้องโถงก็ว่างเปล่าไร้เงาของพวกเขาแล้ว
“เป็นไปไม่ได้! พวกแกไม่มีวันหนีไปได้!!”
แขนขาของหญิงสาวบิดยืดออกยาวกว่าเดิมถึงสองเท่า ปากแยกกว้างเผยเขี้ยวแหลมคล้ายแมงมุม ก่อนจะพุ่งทะยานออกไปด้วยความเร็วสูงสุด
……
บันไดหนีไฟ
หลัวตี้แบกร่างของหัวหน้าห้องที่ยังสวมชุดเจ้าสาววิ่งพุ่งลงมาอย่างไม่คิดชีวิต ในที่สุดเขาก็หลุดออกมาจากบันไดวนนั้นได้สำเร็จ เขาทะลุแนวกั้นที่ชั้นหนึ่งไปได้ แต่พอเพิ่งก้าวพ้นตัวอาคารออกมาก็มีเสียงระเบิดดังสนั่นมาจากด้านบน อิฐและเศษกระเบื้องจำนวนมหาศาลก็ร่วงกระแทกลงมา โชคดีที่หลัวตี้อุ้มเธอวิ่งออกมาก่อนแล้ว จึงมีเพียงเศษหินเล็กน้อยที่กระเด็นมาโดนหัวหน้าห้อง และทำให้เธอได้สติ
สายตาที่พร่าเลือนค่อย ๆ ชัดเจนขึ้น สิ่งแรกที่เห็นคือพื้นที่กำลังเคลื่อนผ่านอย่างรวดเร็ว ทำให้เธอพอจะเข้าใจได้ว่าตอนนี้พวกเขาหนีออกมาจากอาคารได้แล้ว
เธอไม่ได้ตื่นตระหนก ไม่ได้รีบถามว่าหลัวตี้เกิดอะไรขึ้น เพียงแค่รู้ว่าหนีออกมาได้ ก็เพียงพอแล้ว
“หลัวตี้ วางฉันลงเถอะ”
ยังไม่ทันจะพูดจบ เธอก็ถูกเขาโยนลงจากอ้อมแขน จนเกือบล้มหน้ากระแทกพื้น
หลัวตี้รู้ดีว่าเสียงถล่มเมื่อครู่หมายถึงอะไร มนุษย์เทียมพุ่งชนทะลุกำแพงบันไดแล้วกระโดดลงมา หากมัวชักช้าแม้เพียงนิดก็จะถูกเธอตามทันแน่นอน
ตอนนี้หัวหน้าห้องฟื้นแล้ว ทุกอย่างย่อมง่ายขึ้น
“ฉันจะถ่วงเวลามันไว้ให้ เธอรีบหาทางติดต่อผู้สอบสวน… เธอน่าจะยังวิ่งไหวใช่ไหม?”
“อื้อ!”
หัวหน้าห้องไม่คิดจะอยู่ต่อสู้ด้วย เธอเพิ่งหลุดพ้นจากสภาพถูกสิง ร่างกายยังอ่อนแรง แถมไม่มีอาวุธอยู่ในมือ การอยู่ต่อไปก็มีแต่จะเป็นภาระ
เธอใช้ความเร็วราวกับกำลังวิ่งแข่ง มุ่งหน้าสู่ทางออกของหมู่บ้าน พร้อมตะโกนร้องขอความช่วยเหลือสุดเสียง หวังว่าเสียงร้องของเธอจะกลบเสียงฝนที่โหมกระหน่ำ ปลุกให้ชาวบ้านตื่นขึ้นมา
ต่อให้พวกเขาไม่ได้ยิน อย่างน้อยเธอก็จะวิ่งไปถึงปากถนนเพื่อขวางทางรถที่ผ่านไปได้
“อย่าหวังว่าจะหนีรอด!”
ร่างปีศาจแมงมุมกระโจนลงจากชั้นสามอย่างมั่นคง แขนขายืดยาวพาเธอเคลื่อนตัวอย่างน่าสะพรึง เร็วพอที่จะไล่ทันหัวหน้าห้องภายในเวลาไม่ถึงห้าวินาที
ใบหน้าของเธอไม่มีผิวหนังหลงเหลืออยู่แล้ว กลางหน้าผากแตกกว้างเผยให้เห็นรอยแยกที่เดือดดาลจนแทบฉีกขาดออก และภายในรอยแยกนั้นก็เต็มไปด้วยดวงตาสะท้อนแสงคล้ายตาแมงมุม
ในขณะที่ปีศาจกำลังไล่ตามเส้นทางของหัวหน้าห้องอยู่นั้น ก็มีเสียงมีดฟาดฟันมาจากด้านข้าง แรงกดดันรุนแรงจนแม้แต่หยดฝนที่ร่วงหล่นยังถูกผ่าออกเป็นเส้น
ฉัวะ! หยดเลือดสดผสมกับสายฝนไหลรินลงสู่ท่อระบายน้ำ…
มีดฟันเข้าเป้า แต่ก็ลึกเพียงแค่สามเซนติเมตรเท่านั้น สัญชาตญาณแมงมุมทำให้หญิงนั้นสามารถเบี่ยงตัวหลบได้อย่างมีประสิทธิภาพในเวลาแค่เสี้ยววินาที
บาดแผลที่ฉีกขาดทำให้พิษซากศพกัดกร่อนร่างกายพร้อมกับความเจ็บปวดรุนแรง ยิ่งไปกว่านั้น พิธีแต่งงานก็ถูกชายหนุ่มตรงหน้าทำลายลง ความแค้นพลันท่วมท้นในจิตใจ
แมงมุมหญิงไม่อาจใช้ความคิดอย่างมีเหตุผลได้อีกต่อไป ความรู้สึกด้านลบที่สะสมอยู่ในสมองพุ่งทะลุขีดจำกัด ความกระหายอยากฆ่าเด็กหนุ่มตรงหน้ากลายเป็นแรงขับเคลื่อนเพียงหนึ่งเดียว
ในความคิดของเธอ ขอเพียงฆ่าเขาให้ได้เร็วที่สุด จากนั้นค่อยตามไล่ล่าเป้าหมายอีกคนก็ยังไม่สาย เพราะสูญเสียหัวสองหัวที่ปลายลำตัวไปแล้ว หญิงนั้นจึงอ้าปากพ่นเส้นผมที่กลายเป็นเส้นใยแมงมุมออกมาแทน แต่จำนวนกลับมีไม่มากนัก เส้นผมสีดำนั้นแตกออกได้เพียงแค่สี่สายเท่านั้น
เสียงฟาดฟันดังสนั่น หลัวตี้ตั้งสมาธิอย่างเต็มที่ แม้สายฝนโหมกระหน่ำก็ไม่อาจทำให้การมองเห็นของเขาลดลงได
ฉัวะ! เพียงแค่สองครั้ง มีดก็ตัดเส้นผมดำที่พุ่งมาได้ทั้งหมด
ทว่า…เส้นผมดำก็เป็นเพียงตัวลวงสายตา ในเสี้ยววินาทีที่มันถูกตัดขาด แมงมุมหญิงก็พุ่งเข้ามาอยู่ตรงหน้าของเขาแล้ว
“แกร๊ก” เสียงข้อต่อแขนดังสะท้อนขึ้นมา นิ้วมือของเธอยืดยาวออกเท่าแขน กลายเป็นยาวสองเท่าของคนปกติ ปลายเล็บแหลมคมจนผิดธรรมชาติ ทั้งห้านิ้วกำเข้าหากัน ราวกับหอกยาวพุ่งตรงมาที่ศีรษะของชายหนุ่ม หากโดนเข้าไป แม้แต่กะโหลกก็จะถูกเจาะทะลุในทันที
เมื่อเผชิญกับความตายตรงหน้า หลัวตี้กลับไม่มีท่าทีจะถอยแม้แต่น้อย ดวงตาเบิกกว้าง เขาฟาดมีดออกไปอีกครั้ง! ใบมีดกระทบเข้ากับปลายนิ้ว
“แก๊ง!” เสียงโลหะปะทะกันก้องกังวาน แต่ผลลัพธ์กลับเกินคาด มีดเจียงซือกระเด็นหลุดออกจากมือ ลอยสูงไปตกบนพุ่มไม้เขียวในสวนสาธารณะซึ่งอยู่ห่างออกไปกว่าสิบเมตร
หลัวตี้มองมือตัวเองที่สั่นไม่หยุด ด้วยสีหน้าหนักแน่น “นี่คือ…พลังที่แท้จริงของมนุษย์เทียมงั้นหรอ?”
แต่แมงมุมหญิงก็ใช่ว่าจะไร้แผล นิ้วสองนิ้วถูกฟันขาดไป ความเจ็บปวดสาหัสทำให้เธอกรีดร้องเสียงดังจนกลบเสียงฝน ก้องสะท้อนไปทั่วทั้งละแวก
ทว่าเธอกลับไม่ได้หยุดโจมตี มืออีกข้างเงื้อพร้อมฟาดเข้าใส่
ฟึ่บ!
แขนเหวี่ยงลงมาอีกครั้ง รุนแรงและเร็วกว่าเดิม
คราวนี้ หลัวตี้ไร้อาวุธอยู่ในมือ เขาเพียงยืนนิ่ง ยังไม่ทันได้ตั้งสติจากแรงปะทะเมื่อครู่ ราวกับไม่ได้คิดจะหลบเลยสักนิด แต่แววตาของเขากลับคมชัดเป็นพิเศษ ราวกับมองเห็นเส้นทางการโจมตีทั้งหมดของอีกฝ่าย
ฉัวะ! ร่างถูกแทงทะลุ
ทว่าหยดเลือดที่ไหลปะปนกับสายฝนกลับเป็นสีดำผิดธรรมชาติ สิ่งที่ถูกเจาะไม่ใช่ศีรษะของหลัวตี้ แต่เป็นฝ่ามือที่ยกขึ้นมาขวางอยู่ หรือพูดให้ถูกคือ ฝ่ามือเจียงซือ ที่ยังคงคงสภาพแข็งแกร่งทนทานเช่นเดียวกับตัวของมัน
“อ๊าาาาา!!”
แมงมุมหญิงเหวี่ยงแขนขวาที่นิ้วถูกตัดไปสองนิ้วอีกครั้ง
หลัวตี้ก็ยกมืออีกข้างขึ้นต้านทันที ฉัวะ! เล็บทะลุเข้าไปบางส่วน แต่ไม่ถึงกับทะลุฝ่ามือ
ดวงตาของเขาแดงก่ำ แฝงด้วยรังสีอำมหิต เขาเพิกเฉยต่อความเจ็บปวดจากฝ่ามือที่ถูกเจาะ กดปลายนิ้วทั้งสิบลงอย่างแรง เล็บเจียงซือแทงทะลุไปบนหลังมือของอีกฝ่าย จับสองมือของแมงมุมหญิงเอาไว้แน่น ทำให้เธอไม่สามารถชักแขนกลับได้
ก่อนที่เธอจะยกเท้าฟาด หรือพ่นใยแมงมุมออกมา
เส้นเลือดบนหน้าผากของหลัวตี้ก็โปดปูน เขากัดฟันกรอด รวบรวมพละกำลังทั้งหมดที่มีออกมา! พลังที่สั่งสมมาจากการฝึกซ้อมทุกวัน ทั้งวิดพื้นนับพันครั้งและการฝึกหนักจากคาบพละ
แม้แมงมุมหญิงจะสร้าง ‘ความกลัวเป็นรูปธรรม’ หรือก่อพื้นที่กึ่งมุม แต่แก่นแท้ก็ยังเป็นมนุษย์ น้ำหนักของเธอไม่เกิน 70 กิโลกรัม
หลัวตี้ยึดเท้าขวาเป็นแกนหมุน บิดเอวและหลัง เขาหมุนตัวหนึ่งรอบเต็ม 360°ราวกับค้อน ใช้แรงทั้งหมดเหวี่ยงผู้หญิงคนนั้นลงไป
โครม!
ท่ามกลางความมืดมิด
ร่างแมงมุมหญิงถูกเหวี่ยงกระเด็นไปไกลกว่า 4 เมตร กระแทกเข้ากับเสาไฟเหล็กบนถนนจนเกิดเสียงดังสนั่น ได้ยินเสียงกระดูกหักดังชัด จังหวะที่การเหวี่ยงเสร็จสิ้น หลัวตี้ไม่ได้สนแม้มือที่ถูกเจาะ เขารีบวิ่งพุ่งตรงไปยังพุ่มไม้เพื่อเก็บอาวุธคืน
ทว่า
ในเสี้ยววินาทีก่อนที่จะคว้ามีดได้ เส้นผมสีดำก็พุ่งเข้ามาพันรอบด้ามมีดทันที วินาทีถัดมา มันกลับไปอยู่ในมือของแมงมุมหญิงแล้ว
“อะไร!”
เมื่ออาวุธถูกเอาไป สภาพร่างกายของหลัวตี้ย่อมไม่อาจเทียบได้กับอีกฝ่าย และกลยุทธ์เดิมก็ไม่มีทางใช้ได้ผลเป็นครั้งที่สอง เขาไม่อาจเข้าปะทะตรง ๆ ได้เลย
อะดรีนาลีนพลุ่งพล่าน เร่งให้เขาเตรียมพุ่งหนีเต็มกำลัง เพื่อเอาชีวิตรอดให้ได้นานที่สุด อย่างน้อยก็เพื่อรอความช่วยเหลือ
แต่แต่ยังไม่ทันจะก้าวขาออกไปแม้แต่ก้าวเดียว ร่างของแมงมุมหญิงก็โผล่ขึ้นมาด้านหลังทันที ในจังหวะคับขันนั้นเอง
ถังขยะโลหะใบใหญ่ถูกเหวี่ยงพุ่งเข้ามา ฟาดตรงหัวของแมงมุมหญิงอย่างแม่นยำ ขยะที่เปียกชุ่มฝนกระจายเลอะเต็มใบหน้าของเธอ ทำให้การเคลื่อนไหวชะงักลง
เสียงตะโกนของหัวหน้าห้องดังก้องท่ามกลางสายฝน
“หลัวตี้ รีบหนีไปจากตรงนั้น!!”
หลัวตี้ไม่ต้องการฟังคำเตือนใดๆ เขาวิ่งหนีออกไปแล้วตั้งแต่แรก
แมงมุมหญิงกรีดร้องคลุ้มคลั่ง ปัดเศษขยะออกจากใบหน้า กำลังจะกระโจนตามเขาไป
แต่แล้ว…
หว๋อ! หว๋อ! หว๋อ!
เสียงสัญญาณเตือนก้องกังวานจากท้องฟ้า ปลุกให้ชาวบ้านทั้งชุมชนตื่นขึ้น เฟอร์นิเจอร์สั่นสะเทือนตามแรงสะท้อน นกในบ้านต่างส่งเสียงร้องระงม
“คลิก!” ระบบไฟส่องสว่างพิเศษฉายลงมาจากข้างบน แสงสีแดงเข้มพุ่งลงมาราวกรอบสี่เหลี่ยมครอบตัวแมงมุมหญิงเอาไว้พอดี รอบ ๆ กรอบสี่เหลี่ยม ปรากฏข้อความ ‘คำเตือน’ เป็นห้าภาษาซ้อนกัน
ข้อความห้ามมิให้บุคคลใดที่ไม่ใช่เป้าหมายเข้าใกล้ พร้อมประกาศชัดว่าบริเวณภายในนั้นเป็น ‘อันตรายอย่างยิ่ง’
แสงสีแดงเจิดจ้าปกคลุมจนกลบแสงไฟถนนทั่วทั้งบริเวณ ทั้งย่านถูกย้อมไปด้วยสีแดง
หญิงแมงมุมไม่มีแม้โอกาสจะหลบหนี
ฉัวะ! เสาหลักสีดำเข้มทั้งห้าทิ่มแทงลงมาจากท้องฟ้า
กึก! เสียบทะลุกระดูกสันหลังและแขนขา ตรึงร่างเธอลงกับพื้นในพริบตา
ทันใดนั้นเอง เฮลิคอปเตอร์ทหารลำหนึ่งก็ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้ายามค่ำคืน แถบด้านข้างของลำตัวมีสัญลักษณ์วงกลมล้อมตัวอักษร ‘I’ เด่นชัด ก่อนจะลดระดับลงมาอย่างช้า ๆ