- หน้าแรก
- ห้วงลึกแห่งคนเป็น
- บทที่ 38 พิธีแต่งงาน
บทที่ 38 พิธีแต่งงาน
บทที่ 38 พิธีแต่งงาน
หลังจากจัดกับการคนกระดาษสองหัวได้แล้ว
อาจจะเพราะโดนเลือดของอีกฝ่าย หรือว่าในเลือดนั้นมีบางอย่างที่เหมือนกัน ดาบเจียงซือจึงเริ่มแสดงปฏิกิริยา เส้นประสาทที่ปกคลุมอยู่บนคมดาบทุกเส้นต่างสั่นไหว แต่หลัวตี้ไม่มีเวลามาสนใจ เขารีบวิ่งไปทางห้องนั่งเล่นให้เร็วที่สุด แต่พอลงบันไดก็มีปัญหาเกิดขึ้นอีก
ทางเดินที่เดิมยาวแค่สิบกว่าเมตร ตอนนี้กลับถูกยืดออกไปเป็นร้อยเมตร ทางเดินที่แคบและกดดันเต็มไปด้วยโคมแดงแขวนแน่นไปหมด และใยแมงมุมดำที่ปกคลุม ผนังและพื้นยังเต็มไปด้วยแมงมุมพิษชุกชุม เห็นได้ชัดว่ามันถูกสร้างขึ้นเพื่อขัดขวางการเคลื่อนไหวของหลัวตี้
แต่เขากลับไม่ลังเลแม้แต่น้อย เพราะถ้าเสียเวลาไปแม้เพียงเสี้ยววินาที หัวหน้าห้องอาจจะตายได้ เขาเร่งความเร็วเต็มที่แบบที่เคยใช้ในการทดสอบสมรรถภาพที่โรงเรียน เหยียบแมงมุมจนแตกกระจาย ฟันใยแมงมุมด้วยดาบเจียงซือ บังคับเปิดทางไปข้างหน้า แต่ถึงแม้จะเร็วแค่ไหน เขาก็ยังเสียเวลาไปไม่น้อย
ยังไม่ทันผ่านทางเดินจนหมด เขาก็ได้ยินเสียงพูดคุยดังขึ้น ห้องโถงเต็มไปด้วยความวุ่นวาย ทันทีที่ก้าวพ้นทางเดิน หุ่นกระดาษตัวหนึ่งก็โผล่มาขวาง มันไม่ได้โจมตี แต่กลับยื่นซองแดงใหม่เอี่ยมมาให้เขา
ห้องนั่งเล่นที่เคยเห็นถูกขยายออกเป็นสามเท่าจากของเดิม เชือกแดงสำหรับงานมงคลถูกแขวนอยู่เต็มคาน โต๊ะไม้แปดเซียนมีเครื่องบูชาวางเรียงราย และยังมีหุ่นกระดาษที่สวมวิกผมสีขาวนั่งอยู่ข้าง ๆ
“คำนับฟ้าดิน!”
เสียงประกาศดังขึ้นในห้องนั่งเล่น พิธีแต่งงานกำลังเริ่มขึ้นเจ้าบ่าวคือหุ่นกระดาษที่เคยเห็นในห้องนอน เจ้าสาวที่อยู่ข้างๆ ดูจากชุดที่สวมใส่น่าจะเป็นมนุษย์เทียม แต่หัวหน้าห้องกลับหายไป เจ้าสาวใส่เครื่องประดับศีรษะสำหรับแต่งงาน ปิดบังส่วนท้ายทอยเอาไว้
หลัวตี้ในฐานะผู้บุกรุก กลับไม่ได้ถูกขวาง เหมือนเขาถูกมองว่าเป็นแขกในงานมากกว่า เขาไม่ได้ทำอะไรบุ่มบ่าม แต่ค่อย ๆ ขยับเท้าไปด้านข้าง พยายามหามุมมองที่จะสามารถมองเห็นหน้าเจ้าสาวได้ชัดเจน ระหว่างนั้นก็คอยระวังหุ่นกระดาษรอบข้าง ขณะที่มือก็ถือมีดไว้แน่น
แต่เพราะเครื่องประดับศีรษะบังไว้ เขาจึงยังมองไม่ชัด ต้องขยับเข้าไปใกล้อีก ตอนนั้นเอง หลัวตี้ก็เหมือนจะคาดการณ์ถึงผลลัพธ์ที่เลวร้ายไว้แล้ว
ทันทีที่เขาขยับเข้าไปใกล้ กำลังจะได้เห็นหน้าเจ้าสาวชัด ๆ …
“คำนับบิดามารดา!”
เจ้าบ่าวเจ้าสาวก้มศีรษะลงพร้อมกัน
หลัวตี้ขมวดคิ้วแน่น เฝ้ารอดูอย่างเงียบ ๆ …
“ลุกขึ้น!”
เจ้าสาวค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมา
ดวงตาคู่หนึ่งที่เต็มไปด้วยความชั่วร้ายปนความสงสัยหันมาจ้องหลัวตี้ เหมือนกำลังแปลกใจที่ชายหนุ่มคนนี้รีบตามมาถึงได้เร็วขนาดนี้
หลัวตี้ถึงกับชะงักไปทั้งตัว สิ่งที่เขาเห็นตรงหน้า…คือใบหน้าของหัวหน้าห้อง แต่พอมองอย่างละเอียดกลับไม่พบรอยเย็บหรือรอยติดกาวใด ๆ มันไม่ใช่การเอาใบหน้าคนอื่นมาติดไว้ มองจากรูปร่างของเจ้าสาวก็ชัดเจนว่าคล้ายกับร่างของหัวหน้าห้องมากกว่า
หลัวตี้ถึงกับถอนหายใจเบา ๆ อย่างน้อยหัวหน้าห้องก็ยังมีชีวิตอยู่ แต่สีหน้าของเขาก็พลันเปลี่ยนไป ถึงแม้ว่าหัวหน้าห้องจะไม่ได้ถูกฉีกใบหน้าออกไป แต่สถานการณ์ที่อยู่ตรงหน้านั้นเหมือนกับ ‘การเข้าสิง’ ที่เขาเคยเจอมาแล้ว
หญิงชราตนนั้นหาทางเข้าสิงร่างของหัวหน้าห้อง และเวลานี้ก็ใกล้จะถึงจุดที่ ‘การเข้าสิงสมบูรณ์’ ซึ่งเมื่อถึงตอนนั้นจะไม่มีทางย้อนกลับคืนได้อีก
จากสถานการณ์ตรงหน้า พิธีแต่งงานนี้จะสิ้นสุดลง ก็ต่อเมื่อการกราบครั้งที่สามเสร็จสิ้น ซึ่งก็น่าจะหมายถึงเวลาที่ ‘การเข้าสิงสมบูรณ์’ จะเกิดขึ้น
เวลาใกล้จะหมดลงแล้ว
แมงมุมหญิงเองก็แปลกใจที่หลัวตี้สามารถจัดการ ‘เด็กสาว’ ที่เธอสละทิ้งไปได้อย่างรวดเร็ว แต่เธอก็ยังมั่นใจว่าเขาไม่มีทางแก้ปัญหาการเข้าสิงได้ ตอนนี้ถือเป็นช่วงสุดท้าย เธอในฐานะเจ้าสาวได้สวมบทบาทจนเต็มตัว จะให้หยุดลงกลางคันก็ไม่ได้
เหลืออีกเพียงแค่การกราบครั้งสุดท้าย ทุกอย่างก็จะจบลง ยิ่งไปกว่านั้น เหล่าหุ่นกระดาษที่อยู่เต็มห้องนั่งเล่นต่างก็จับจ้องมาที่หลัวตี้อยู่ทุกการเคลื่อนไหว
หลัวตี้ยืนอยู่มุมผนัง เขาสูดหายใจเข้าลึก ๆ ลมหายใจทั้งร่างพลันแปรเปลี่ยนเป็นพลังที่หนักแน่นและมืดหม่น ดาบเจียงซือในมือเขาค่อย ๆ ถูกยกขึ้น เขาไม่ได้ฟันออกไป แต่กลับเหวี่ยงมันเฉียงเข้าที่ปากของตัวเอง กรีดปากออกไปทั้งสองข้างจนปากขาดแหว่งหมด…
ห้าเดือนก่อน
หนึ่งเดือนหลังจากจบการฝึกจำลองสถานการณ์ เขาเดินทางไปยังสถาบันวิจัยประจำเมือง ตามกำหนดการเพื่อตรวจร่างกาย
หลังการตรวจสอบ พบว่าหลัวตี้ใช้ ‘ดาบเจียงซือ’ ทุกวันไม่ต่ำกว่าวันละครึ่งชั่วโมง นอกจากสภาวะขาดสารอาหารแล้ว ผลการทดสอบทุกอย่างก็ปกติดีทั้งหมด แสดงว่าเขาไม่ได้รับผลกระทบจากอาวุธที่มีคุณสมบัติ ‘มุมมืด’
ผู้อำนวยการหวัง ซึ่งมีหัวเป็นทรงเหลี่ยมและมีไฝที่มุมปาก แสดงความพอใจต่อสภาพร่างกายของเขาอย่างมาก
“รักษาไว้ให้ดี!”
แต่หลัวตี้ที่ปกติไม่ค่อยพูด กลับเป็นฝ่ายถามขึ้นมาเอง เขายังติดใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นในการฝึกปฏิบัติ
“ผู้อำนวยการ ถ้าผมเจอเหตุการณ์การเข้าสิงอีกครั้ง จะสามารถใช้ดาบเล่มนี้จัดการได้ไหมครับ? หรือว่ามีวิธีอื่นอีกไหม?”
ผู้อำนวยการหวังเห็นว่าเด็กหนุ่มคนนี้มีแววดี จึงอธิบายด้วยความอดทน
“การเข้าสิง? เรื่องพวกนี้สำหรับนักเรียนอย่างเธอยังเร็วเกินไปหน่อย แต่ในเมื่ออยากรู้ ฉันก็จะบอกให้ฟัง เธอรู้ไหมว่าการเข้าสิง แท้จริงแล้วคืออะไร?”
“ไม่เชิงครับ”
ผู้อำนวยการหวังเอานิ้วชี้แตะไปที่หน้าผากของหลัวตี้แล้วเคาะเบา ๆ
“การเข้าสิงเป็นกรณีที่พบไม่บ่อยนัก พวกมนุษย์เทียมต้องมีความสามารถที่เรียกว่า การฉายแก่นแท้ คือการส่ง ‘แก่นแท้’ ของตนเองเข้าไปในร่างของเป้าหมายเพื่อยึดครอง
วิธีการส่งแก่นแท้ก็มีหลายแบบ วิธีง่ายที่สุดก็คือทำให้เป้าหมาย กลืนต่อมใต้สมอง ของมันลงไป แต่สิ่งที่พวกเธอเจอในการฝึกภาคสนามครั้งนั้น เป็นรูปแบบที่สูงกว่านั้น เรียกว่า คำสาปส่งแก่นแท้ ซึ่งสามารถเจาะจงไปที่เป้าหมายเพียงคนเดียวโดยตรง ส่งผลกระทบที่ไม่อาจมองเห็นได้ และแทบจะป้องกันไม่ได้เลย
เมื่อถูกเข้าสิงแล้วต่อมใต้สมองของมนุษย์เทียมจะค่อย ๆ กัดกินสมองของเหยื่อ และสุดท้ายจะเข้ายึดไฮโปทาลามัส ทั้งหมด ทำให้เกิดการเข้าสิงสมบูรณ์ แล้วผู้ถูกสิงก็จะตายโดยสิ้นเชิง
การช่วยเหลือคนที่ถูกสิง ตอนนี้เธอยังทำไม่ได้ ต้องอาศัยตัวผู้ถูกสิงเองเป็นหลัก ถ้าคน ๆ นั้นมีเจตจำนงที่แข็งแกร่ง หรือผ่านการฝึกทางจิตใจอย่างเข้มงวด ก็อาจจะหลุดออกจากการเข้าสิงได้ด้วยตัวเอง แต่สำหรับนักเรียนในช่วงนี้ บอกตรง ๆ ว่ายากเกินไป
ดังนั้นในปีสุดท้ายก่อนเข้ามหาวิทยาลัย เธอควรอยู่ในโรงเรียนอย่างเรียบร้อย อย่าออกไปก่อเรื่องข้างนอก โอกาสที่จะไปเจอสิ่งผิดปกติที่มีความสามารถเข้าสิงอีก มันมีน้อยมาก”
แต่หลัวตี้ก็ยังไม่พอใจ “ถ้าบังเอิญเจออีกล่ะครับ? ถ้ามีคนถูกสิง ผมพอจะช่วยอะไรได้บ้าง?”
“สิ่งแรกที่ต้องทำคือ ทิ้งคนที่ถูกสิงแล้วหนีออกมา ในสถานการณ์แบบนี้ การหนีไม่ใช่เรื่องน่าอายเลย ใครที่รอดชีวิตจากอันตรายสุดขั้วได้ จะยิ่งได้รับการยอมรับจากประเทศชาติเสียด้วยซ้ำ
ถ้าหนีไม่ได้จริง ๆ อาวุธในมือเธออาจช่วยแทรกแซงได้บ้าง ฉีดพิษเจียงซือเข้าไปใกล้สมองของผู้ถูกสิง ด้วยคุณสมบัติที่มาจาก ‘มุมมืด’ เหมือนกัน อาจรบกวนการเข้าสิงได้ แต่ทำได้แค่รบกวนเท่านั้น การแก้ไขจริง ๆ ต้องอาศัยเจตจำนงของผู้ถูกสิงเอง”
“ครับ” หลัวตี้ตอบสั้น ๆ
…
“สามีภรรยาโค้งคำนับ!”
เสียงตะโกนอันชัดเจนก้องสะท้อนอยู่ในห้องนั่งเล่น หัวหน้าห้องที่ถูกสิงก้มศีรษะลงอีกครั้ง ถ้าพิธีกราบครั้งนี้เสร็จสิ้น การเข้าสิงก็จะสมบูรณ์โดยสิ้นเชิง
เหตุผลที่กระบวนการเสร็จเร็วขนาดนี้ มีอยู่สองข้อ หนึ่งคือที่นี่เป็น ‘อาณาเขต’ ของอีกฝ่ายนั่นเอง และสองคือ ตั้งแต่ลู่เหวินก้าวเข้ามาในบ้านนี้ เธอก็ถูกสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ เช่นรองเท้าปักลาย โคมแดง อักษรมงคล ชี้นำความคิดให้เชื่อมโยงกับแนวคิดเรื่อง ‘การแต่งงาน’ ตลอดเวลา บวกกับการถูกความกลัวเข้าครอบงำ ทำให้ความคิดของเธอเกิดช่องโหว่
“ลุกขึ้น!”
ขณะที่กำลังจะลุกขึ้นจากการกราบครั้งสุดท้าย เธอกลับรู้สึกได้ว่ามีใครบางคนยืนอยู่ด้านหลัง และสัมผัสได้ถึงความร้อนระอุที่ไม่ควรอยู่ตรงนี้
ทันทีที่แมงมุมหญิงกำลังจะเงยหน้า ก็พบว่าร่างกายถูกกอดรัดเอาไว้แล้ว ยังไม่ทันจะพูดขู่หรือดิ้นสู้ ก็มีบางสิ่งพุ่งเข้าหาลำคอของเธอ สวบ!
มันไม่ใช่คมดาบ แต่เป็นเขี้ยวแหลมเย็นเยียบที่กัดลึกเข้าสู่เส้นเลือดใหญ่ ปล่อยพิษเจียงซือเข้าสู่ร่างอย่างสมบูรณ์ ริมฝีปากดำแตกของอีกฝ่ายก็กดแนบลงกับต้นคอของหญิงสาวอย่างแน่นแฟ้น
หลัวตี้ใช้ดาบซอมบี้กรีดปากของตัวเอง เสียสละใบหน้าครึ่งหนึ่งเพื่อแลกกับคุณสมบัติของเจียงซือ ราวกับเป็นการบูชายัญ
ถึงจะเป็นเพียงการกัดของฟัน และการที่ริมฝีปากกดลงบนต้นคอ แต่กลับให้ความรู้สึกเหมือนพวกเขากำลังสื่อสารกันโดยตรง
“หัวหน้าห้อง…”
เสียงหนึ่งดังขึ้น ตรงเข้าสู่ห้วงความคิดลึกสุดของเธอ