- หน้าแรก
- ห้วงลึกแห่งคนเป็น
- บทที่ 34 ลงชั้นล่าง
บทที่ 34 ลงชั้นล่าง
บทที่ 34 ลงชั้นล่าง
มันชัดเจนอยู่แล้ว
หน้าต่างที่เปิดค้างอยู่ตรงระเบียงนั่น ถูกอีกฝ่ายจงใจเปิดทิ้งไว้ จุดประสงค์ก็เพื่อยั่วให้หลัวตี้เดินเข้าไปหา และหันหลังให้ ‘มัน’
ต่อให้ปฏิกิริยาไวแค่ไหน…แต่ก็สายเกินไปแล้ว
“ลู่…”
แม้แต่จะเรียกออกมาสักคำยังไม่ทัน
เส้นผมที่เย็นเฉียบ นุ่มลื่น และชื้นแฉะก็ไต่ขึ้นมาตามลำคอของหลัวตี้ แล้วปิดปากเขาแน่นสนิทในพริบตา เสียงในห้องนั้นไม่มีทางดังกึกก้องไปกว่าเสียงฝนที่ตกหนัก
ผมสีดำที่พันรอบใบหน้านั้นเหนียวแน่นผิดธรรมชาติ ใช้นิ้วเปล่าฉีกเท่าไหร่ก็ไม่ขาด หลัวตี้ทำได้เพียงฝืนแรงทั้งหมดของร่างกายเพื่อหมุนตัวกลับไป ทว่าในชั่ววินาทีที่เขาเพิ่งหมุนตัวเสร็จ เส้นผมอีกหลายกระจุกก็พุ่งเข้าใส่ พันรัดแขนขาทั้งสี่ แล้วผลักเขาไปอัดติดกับผนังด้านหลัง
เส้นผมยังมีลักษณะ ‘ติดหนึบ’ คล้ายใยแมงมุม หลัวตี้ถูกแผ่ออกเป็นท่ากางแขนกางขา ติดแน่นอยู่บนผนังจนขยับตัวไม่ได้ เส้นผมส่วนเกินค่อย ๆ รั้งกลับไป
ตอนนี้หลัวตี้สามารถมองเห็น ‘ผู้บุกรุก’ ได้อย่างชัดเจน เจ้า ‘มนุษย์เทียม’ที่เกาะอยู่บนเพดาน แฝงตัวอยู่ในเงามืดมันคือ ‘แมงมุมรูปร่างคน’ ที่อัปลักษณ์ถึงขีดสุด จากรูปร่างและความยาวของเส้นผมบางส่วน ก็พอเดาได้ว่าน่าจะเป็นเพศหญิง
【แขนขา】แขนขาที่ควรเป็นของมนุษย์กลับยืดยาวผิดรูป ฝ่ามือสามารถดูดแนบผนังได้อย่างมั่นคง มันจึงปีนป่ายได้ทุกท่วงท่า
【ศีรษะ】 บิดเบี้ยว อัปลักษณ์ เต็มไปด้วยริ้วรอย แถมมีอาการผมร่วงรุนแรง หนังศีรษะทั้งแผ่นพรุนไปด้วยโพรงเน่า
【ลำตัว】 ส่วนนี้แทบไม่เปลี่ยนแปลงนัก มันสวมเสื้อดำที่ถูกฝนซึมจนชุ่ม
【หาง】 ท้ายลำตัว ตำแหน่งที่ควรเป็นก้นของคนปกติ กลับมี ‘เนื้อเยื่อพิเศษ’ชนิดหนึ่งที่แม้แต่หลัวตี้ยังรู้สึกคลื่นเหียน
ที่ปลายกระดูกก้นกบเกิดการกลายรูปแตกง่าม เชื่อม ‘ศีรษะเด็กสาว’ สองหัวเข้าไว้ด้วยกันเป็น ‘ก้นแมงมุม’ และนั่นก็คือ ‘ของรางวัลจากการล่า’ ของผู้หญิงคนนี้
เพียงเห็นหน้าของเด็กสาวคนหนึ่ง หลัวตี้ก็พลันนึกถึงรูปผู้ตายที่เห็นในศาลาตั้งศพของชุมชนในวันแรกของปิดเทอมฤดูหนาว ตอนนี้พอมองย้อนกลับไป ลมเย็นยะเยือกที่รู้สึกในตอนนั้นคงเป็น “คำเตือน” จากเด็กสาวผู้ล่วงลับ
ศีรษะของเด็กสาวทั้งสองถูกตรึงไว้ตรงส่วนหาง รูปหน้าละมุน ผมดำเงางาม แลดู ‘มีชีวิต’ พวกเธอกระพริบตา และขยับริมฝีปาก แม้ว่าม่านตาจะพร่ามัวไปแล้ว
ศีรษะเหล่านี้สามารถถูกบังคับควบคุมให้ทำงานได้ ชั่วขณะนั้นเส้นผมจะยาวพรวดอย่างบ้าคลั่ง เป็นเส้นผมของพวกเธอนี่เอง ที่รัดหลัวตี้ไว้แน่น จนส่งเสียงไม่ได้แม้แต่น้อย สายรัดข้อมือ สำหรับติดต่อกับภายนอก ก็ถูกเส้นผมฉกไปตั้งแต่วินาทีแรกเหมือนกัน
หลัวตี้ไม่ได้ตื่นตระหนก เขายังคงนิ่งเฉย ครุ่นคิดวิเคราะห์อย่างสุดความสามารถ
นี่คือมนุษย์เทียมที่พวกนักสอบสวนกำลังตามล่าอยู่ ต้นเหตุของการปิดกั้นพื้นที่ชุมชน… เธอสังหารไปแล้วถึงสองศพ และการแปลงร่างเป็นสัตว์ประหลาดของเธอนั้นก็ชำนาญอย่างมาก คาดว่าการ ‘สร้างมุมมืดความคิด’ ของเธอคงกินเวลามาเกือบหนึ่งปีเต็ม
จัดการยากยิ่งกว่าเจียงซือ เป็น สิ่งมีชีวิตที่แปลกประหลาดอย่างแท้จริง
เธอควรจะหนีออกไปหลังจากชุมชนถูกปิดกั้นแล้ว แต่ดันมาพบหัวหน้าห้องที่เคาะประตูเข้าโดยบังเอิญ ทั้งรูปลักษณ์ อายุ หรือเส้นผม ล้วนน่าประทับใจกว่าเหยื่อสองรายแรกของเธอทั้งสิ้น
แรงยั่วยวนที่รุนแรงขนาดนั้น…ทำให้เธอยอมเสี่ยงอยู่ไปในความมืด เพื่อรอคอยอย่างเงียบงัน?
ถึงหลัวตี้จะทุ่มพลังทั้งหมดก็ยังไม่อาจดิ้นหลุดได้ ปากถูกปิดสนิท ทำได้เพียงมองเห็นอีกฝ่ายปีนมุ่งไปยังห้องนอน ตรงไปยังหัวหน้าห้องที่กำลังหลับอยู่
เพราะไม่มีทางจะหลุดจากสภาพนี้ได้ เขาจึงทำได้แค่หลับตา พยายามนึกถึง ‘สัญลักษณ์นรก’ อันซับซ้อนนั้นในใจ
แต่เพิ่งหลับตาลง ก็มีเสียงร้องเรียกดังมา
“หลัวตี้!”
เขาสะดุ้งลืมตาขึ้นทันที เห็นบางสิ่งพุ่งตรงออกมาจากห้องนอน แม้แต่มนุษย์เทียมเองก็ยังไม่ทันตั้งตัว จนขัดขวางไม่ทัน
ฉัวะ! คมมีดที่พันด้วยผ้าขาวพุ่งมาเฉือนเส้นผมที่พันแขนขวาของหลัวตี้ขาดออก และปักแน่นติดกับผนัง
ผู้ที่ขว้างอาวุธออกมาคือ หัวหน้าห้อง
เธอถูกฝึกมาเป็นเวลานานให้ตื่นขึ้นเมื่อมีสิ่งรบกวนเพียงเล็กน้อย ตอนที่หลัวตี้ลุกจากเตียงกลางดึก เธอก็ลืมตาขึ้นพร้อมสังเกตถึงความผิดปกติด้านนอก
ทว่าปัญหายังคงอยู่
ตอนนี้หัวหน้าห้องยังยืนอยู่ในห้องนอน ระหว่างเธอกับหลัวตี้ มีมนุษย์เทียมที่อันตรายขั้นร้ายแรงขวางกั้นอยู่ ถึงหลัวตี้จะได้อาวุธมาแล้ว แต่การจะสลัดเส้นผมที่รัดคอและแขนขาออกก็ยังต้องใช้เวลาอีกพอสมควร
ผู้หญิงที่เกาะอยู่บนเพดานเมื่อถูกเปิดโปงก็ไม่คิดจะซ่อนอีกต่อไป เธอโผพุ่งลงตรงปากประตูห้องนอนหมายจะฉีกกินลู่เหวิน แขนขาที่แผ่ออกจนสุดเกือบปิดกั้นทางหนีทั้งหมด
พั่บ~
แต่หัวหน้าห้องกลับไม่สะทกสะท้าน…เหมือนกับเธอได้เตรียมตัวไว้แล้ว มือซ้ายที่ซ่อนไว้ด้านหลังสะบัดออกอย่างแรง เหวี่ยงผ้าห่มทั้งผืนไปข้างหน้า ปิดกั้นเส้นทาง ผ้าห่มบดบังทัศนวิสัยของมันพอดี กล้ามเนื้อขาทั้งสองข้างของหัวหน้าห้องก็เกร็งแน่น แล้วระเบิดแรงออกมาในชั่วพริบตา
เธอพุ่งตัวกลิ้งไปข้างหน้าด้วยความเร็วเหนือชั้น ด้วยท่าที่กดต่ำติดพื้น จังหวะพอดีให้หลบพ้นจากระยะโจมตีของสัตว์ประหลาด ก่อนจะพลิกตัวขึ้นยืนในเขตห้องนั่งเล่น เธอมาหาหลัวตี้ได้สำเร็จ
ติ๋ง ติ๋ง ติ๋ง
ทว่าตอนที่หัวหน้าห้องลุกขึ้นนั้น เลือดกลับไหลรินตามแขนซ้าย รอยกรีดชัดเจนลากยาวจากข้อศอกจนถึงหลังมือถึงจะเป็นแค่บาดแผลภายนอก แต่ก็เฉือนจนสายรัดข้อมือขาดสะบั้น เท่ากับว่าตอนนี้ เครื่องมือเชื่อมต่อกับโลกภายนอกของทั้งคู่ถูกตัดขาดหมดแล้ว
เส้นผมเหนียวหนึบที่ร่วงหล่นเกลื่อนพื้น ทำให้หลัวตี้กลับมาเป็นอิสระอีกครั้ง สายตาของทั้งสองประสานกันโดยไม่ต้องมีคำพูดใด ๆ พวกเขารู้ดีกว่าใคร ว่ามนุษย์เทียมตัวนี้ ผู้ซึ่งบรรลุ ‘ร่างทรงแห่งความกลัว’ พวกเขาในฐานะนักเรียนไม่อาจรับมือได้อยู่แล้ว ยิ่งไปกว่านั้น หัวหน้าห้องยังไม่มีแม้แต่อุปกรณ์ป้องกันตัวดี ๆ สักชิ้นเดียว
สิ่งเดียวที่พวกเขาควรทำ และทำได้ตอนนี้ คือ ‘วิ่ง’
ขอเพียงฝ่าออกจากตึกไปได้ ก็จะสามารถตะโกนขอความช่วยเหลือ แน่นอนว่าจะต้องมีใครสักคนรีบโทรแจ้งหมายเลขฉุกเฉินอย่างไม่ต้องสงสัย ยิ่งกว่านั้น มีความเป็นไปได้สูงว่าหากทั้งสองคนฝ่าแนวป้องกันที่ปิดกั้นอาคารได้ เซ็นเซอร์บางชนิดจะทำงาน และผู้สอบสวนที่อยู่ไม่ไกลจะรีบวิ่งเข้ามาทันที
วิ่ง!
ทั้งคู่ที่มีผลการเรียนวิชาพละระดับหัวแถว ออกวิ่งพร้อมกันตรงไปยังประตูทางออก ก้าวเท้าลงบันไดด้วยความเร็วสูงสุด หลัวตี้ถึงกับใช้มือยันราวบันได กระโดดข้ามขั้นบันไดลงอย่างกับนักกรีฑาข้ามรั้ว แม้ทั้งคู่จะไม่หันกลับไปมอง แต่ก็รู้แน่ชัดว่าสิ่งนั้นกำลังตามหลังมา กระทั่งสัมผัสได้ถึงเส้นผมชื้นเหนียวที่เหมือนจะแตะรั้งท้ายทอยเข้าแล้ว
ทว่าการไล่ล่าเช่นนี้…กลับไม่ได้ดำเนินต่อไป
ที่ชั้นสาม
หลัวตี้ที่วิ่งนำอยู่ด้านหน้า จู่ ๆ ก็หยุดกึก และหันกลับไปมองด้านหลัง หัวหน้าห้องเมื่อเห็นท่าทีแบบนั้นก็ร้องเร่งทันที
“หยุดรอฉันทำไม? วิ่งต่อสิ!”
“ไม่… มันไม่ได้ตามมาแล้ว”
“หา?”
หัวหน้าห้องชะลอฝีเท้า หันหน้าไปมองทางบันไดด้านบนสุด ไม่มีวี่แววของการตามล่าใด ๆ
เธอเสนอทฤษฎีที่น่าสะพรึงกลัวออกมา
“บางทีไอ้ตัวนั้นอาจจะเลื้อยเข้าบ้านใครสักคน จากนั้นกระโดดออกทางหน้าต่าง แล้วอ้อมไปปีนขึ้นมาจากด้านล่าง กะจะโจมตีเราแบบกลับหัวจากข้างล่างขึ้นมาก็ได้”
“จริงเหรอ?”
หลัวตี้ก้มส่องลงไปยังชั้นล่างสุด ผ่านช่องว่างระหว่างราวบันได
รออยู่พักหนึ่ง แต่กลับไม่เห็นสิ่งผิดปกติใด ๆ ที่เลื้อยเข้ามาจากด้านล่างเลย
หัวหน้าห้องพูดเสริมอีกครั้ง
“ก็มีความเป็นไปได้เหมือนกันว่ามันกำลังซ่อนอยู่ที่ทางออกบันได รอเราวิ่งออกไปแล้วค่อยซุ่มโจมตีทีเดียว ในเมื่อในบันไดตอนนี้ไม่มีใครอยู่ เราลองไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านในตึกนี้ให้ติดต่อกับโลกภายนอกดีกว่า
ฉันยังจำได้ ตอนที่เคยเคาะประตูทีละห้องขึ้นมาข้างบน ชั้นสองมีคุณตาคนหนึ่งดูใจดีมากอยู่ เรารีบไปบ้านเขา โทรเรียกนักสอบสวนให้มาที่นี่ดีกว่า”
หลัวตี้พยักหน้าตอบรับ
ทั้งคู่เดินอย่างระวัง โดยยืนหันหลังพิงกันไว้ หลัวตี้เฝ้ามองด้านล่าง ส่วนหัวหน้าห้องมองด้านบน หากด้านใดมีความผิดปกติก็จะวิ่งหนีไปอีกทิศทางทันที
ทั้งสองค่อย ๆ ก้าวลงบันไดมาอีกชั้นหนึ่งอย่างปลอดภัย
แต่พอพวกเขาเตรียมจะเคาะประตูห้องชั้นสอง หัวหน้าห้องกลับชะงัก ตะลึงจ้องไปที่ตัวเลขบนผนังซึ่งเลือนรางอยู่
สาม
เมื่อกี้พวกเขาก็อยู่ที่ชั้นสาม ตอนนี้ลงมาอีกหนึ่งชั้น ทำไมยังคงเป็นชั้นสามอยู่
ความรู้สึกไม่ดีจู่โจมขึ้นทันที หัวหน้าห้องรีบลากหลัวตี้ลงบันไดไปอีกหนึ่งชั้น
ไม่ผิดเพี้ยน ตัวเลขบนผนังก็ยังคงเป็น สาม เหมือนเดิม ทั้งโครงสร้างประตูบ้าน สีลอกบนราวบันได ล้วนเหมือนกันหมด
“แย่แล้ว! นี่มัน… ‘พื้นที่กึ่งมุม’ ที่เคยเรียนในตำรานี่!”