เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 34 ลงชั้นล่าง

บทที่ 34 ลงชั้นล่าง

บทที่ 34 ลงชั้นล่าง


มันชัดเจนอยู่แล้ว

หน้าต่างที่เปิดค้างอยู่ตรงระเบียงนั่น ถูกอีกฝ่ายจงใจเปิดทิ้งไว้ จุดประสงค์ก็เพื่อยั่วให้หลัวตี้เดินเข้าไปหา และหันหลังให้ ‘มัน’

ต่อให้ปฏิกิริยาไวแค่ไหน…แต่ก็สายเกินไปแล้ว

“ลู่…”

แม้แต่จะเรียกออกมาสักคำยังไม่ทัน

เส้นผมที่เย็นเฉียบ นุ่มลื่น และชื้นแฉะก็ไต่ขึ้นมาตามลำคอของหลัวตี้ แล้วปิดปากเขาแน่นสนิทในพริบตา เสียงในห้องนั้นไม่มีทางดังกึกก้องไปกว่าเสียงฝนที่ตกหนัก

ผมสีดำที่พันรอบใบหน้านั้นเหนียวแน่นผิดธรรมชาติ ใช้นิ้วเปล่าฉีกเท่าไหร่ก็ไม่ขาด หลัวตี้ทำได้เพียงฝืนแรงทั้งหมดของร่างกายเพื่อหมุนตัวกลับไป ทว่าในชั่ววินาทีที่เขาเพิ่งหมุนตัวเสร็จ เส้นผมอีกหลายกระจุกก็พุ่งเข้าใส่ พันรัดแขนขาทั้งสี่ แล้วผลักเขาไปอัดติดกับผนังด้านหลัง

เส้นผมยังมีลักษณะ ‘ติดหนึบ’ คล้ายใยแมงมุม หลัวตี้ถูกแผ่ออกเป็นท่ากางแขนกางขา ติดแน่นอยู่บนผนังจนขยับตัวไม่ได้ เส้นผมส่วนเกินค่อย ๆ รั้งกลับไป

ตอนนี้หลัวตี้สามารถมองเห็น ‘ผู้บุกรุก’ ได้อย่างชัดเจน เจ้า ‘มนุษย์เทียม’ที่เกาะอยู่บนเพดาน แฝงตัวอยู่ในเงามืดมันคือ ‘แมงมุมรูปร่างคน’ ที่อัปลักษณ์ถึงขีดสุด จากรูปร่างและความยาวของเส้นผมบางส่วน ก็พอเดาได้ว่าน่าจะเป็นเพศหญิง

แขนขา】แขนขาที่ควรเป็นของมนุษย์กลับยืดยาวผิดรูป ฝ่ามือสามารถดูดแนบผนังได้อย่างมั่นคง มันจึงปีนป่ายได้ทุกท่วงท่า

ศีรษะ】 บิดเบี้ยว อัปลักษณ์ เต็มไปด้วยริ้วรอย แถมมีอาการผมร่วงรุนแรง หนังศีรษะทั้งแผ่นพรุนไปด้วยโพรงเน่า

ลำตัว】 ส่วนนี้แทบไม่เปลี่ยนแปลงนัก มันสวมเสื้อดำที่ถูกฝนซึมจนชุ่ม

หาง】 ท้ายลำตัว ตำแหน่งที่ควรเป็นก้นของคนปกติ กลับมี ‘เนื้อเยื่อพิเศษ’ชนิดหนึ่งที่แม้แต่หลัวตี้ยังรู้สึกคลื่นเหียน

ที่ปลายกระดูกก้นกบเกิดการกลายรูปแตกง่าม เชื่อม ‘ศีรษะเด็กสาว’ สองหัวเข้าไว้ด้วยกันเป็น ‘ก้นแมงมุม’ และนั่นก็คือ ‘ของรางวัลจากการล่า’ ของผู้หญิงคนนี้

เพียงเห็นหน้าของเด็กสาวคนหนึ่ง หลัวตี้ก็พลันนึกถึงรูปผู้ตายที่เห็นในศาลาตั้งศพของชุมชนในวันแรกของปิดเทอมฤดูหนาว ตอนนี้พอมองย้อนกลับไป ลมเย็นยะเยือกที่รู้สึกในตอนนั้นคงเป็น “คำเตือน” จากเด็กสาวผู้ล่วงลับ

ศีรษะของเด็กสาวทั้งสองถูกตรึงไว้ตรงส่วนหาง รูปหน้าละมุน ผมดำเงางาม แลดู ‘มีชีวิต’ พวกเธอกระพริบตา และขยับริมฝีปาก แม้ว่าม่านตาจะพร่ามัวไปแล้ว

ศีรษะเหล่านี้สามารถถูกบังคับควบคุมให้ทำงานได้ ชั่วขณะนั้นเส้นผมจะยาวพรวดอย่างบ้าคลั่ง เป็นเส้นผมของพวกเธอนี่เอง ที่รัดหลัวตี้ไว้แน่น จนส่งเสียงไม่ได้แม้แต่น้อย สายรัดข้อมือ สำหรับติดต่อกับภายนอก ก็ถูกเส้นผมฉกไปตั้งแต่วินาทีแรกเหมือนกัน

หลัวตี้ไม่ได้ตื่นตระหนก เขายังคงนิ่งเฉย ครุ่นคิดวิเคราะห์อย่างสุดความสามารถ

นี่คือมนุษย์เทียมที่พวกนักสอบสวนกำลังตามล่าอยู่ ต้นเหตุของการปิดกั้นพื้นที่ชุมชน… เธอสังหารไปแล้วถึงสองศพ และการแปลงร่างเป็นสัตว์ประหลาดของเธอนั้นก็ชำนาญอย่างมาก คาดว่าการ ‘สร้างมุมมืดความคิด’ ของเธอคงกินเวลามาเกือบหนึ่งปีเต็ม

จัดการยากยิ่งกว่าเจียงซือ เป็น สิ่งมีชีวิตที่แปลกประหลาดอย่างแท้จริง

เธอควรจะหนีออกไปหลังจากชุมชนถูกปิดกั้นแล้ว แต่ดันมาพบหัวหน้าห้องที่เคาะประตูเข้าโดยบังเอิญ ทั้งรูปลักษณ์ อายุ หรือเส้นผม ล้วนน่าประทับใจกว่าเหยื่อสองรายแรกของเธอทั้งสิ้น

แรงยั่วยวนที่รุนแรงขนาดนั้น…ทำให้เธอยอมเสี่ยงอยู่ไปในความมืด เพื่อรอคอยอย่างเงียบงัน?

ถึงหลัวตี้จะทุ่มพลังทั้งหมดก็ยังไม่อาจดิ้นหลุดได้ ปากถูกปิดสนิท ทำได้เพียงมองเห็นอีกฝ่ายปีนมุ่งไปยังห้องนอน ตรงไปยังหัวหน้าห้องที่กำลังหลับอยู่

เพราะไม่มีทางจะหลุดจากสภาพนี้ได้ เขาจึงทำได้แค่หลับตา พยายามนึกถึง ‘สัญลักษณ์นรก’ อันซับซ้อนนั้นในใจ

แต่เพิ่งหลับตาลง ก็มีเสียงร้องเรียกดังมา

“หลัวตี้!”

เขาสะดุ้งลืมตาขึ้นทันที เห็นบางสิ่งพุ่งตรงออกมาจากห้องนอน แม้แต่มนุษย์เทียมเองก็ยังไม่ทันตั้งตัว จนขัดขวางไม่ทัน

ฉัวะ! คมมีดที่พันด้วยผ้าขาวพุ่งมาเฉือนเส้นผมที่พันแขนขวาของหลัวตี้ขาดออก และปักแน่นติดกับผนัง

ผู้ที่ขว้างอาวุธออกมาคือ หัวหน้าห้อง

เธอถูกฝึกมาเป็นเวลานานให้ตื่นขึ้นเมื่อมีสิ่งรบกวนเพียงเล็กน้อย ตอนที่หลัวตี้ลุกจากเตียงกลางดึก เธอก็ลืมตาขึ้นพร้อมสังเกตถึงความผิดปกติด้านนอก

ทว่าปัญหายังคงอยู่

ตอนนี้หัวหน้าห้องยังยืนอยู่ในห้องนอน ระหว่างเธอกับหลัวตี้ มีมนุษย์เทียมที่อันตรายขั้นร้ายแรงขวางกั้นอยู่ ถึงหลัวตี้จะได้อาวุธมาแล้ว แต่การจะสลัดเส้นผมที่รัดคอและแขนขาออกก็ยังต้องใช้เวลาอีกพอสมควร

ผู้หญิงที่เกาะอยู่บนเพดานเมื่อถูกเปิดโปงก็ไม่คิดจะซ่อนอีกต่อไป เธอโผพุ่งลงตรงปากประตูห้องนอนหมายจะฉีกกินลู่เหวิน แขนขาที่แผ่ออกจนสุดเกือบปิดกั้นทางหนีทั้งหมด

พั่บ~

แต่หัวหน้าห้องกลับไม่สะทกสะท้าน…เหมือนกับเธอได้เตรียมตัวไว้แล้ว มือซ้ายที่ซ่อนไว้ด้านหลังสะบัดออกอย่างแรง เหวี่ยงผ้าห่มทั้งผืนไปข้างหน้า ปิดกั้นเส้นทาง ผ้าห่มบดบังทัศนวิสัยของมันพอดี กล้ามเนื้อขาทั้งสองข้างของหัวหน้าห้องก็เกร็งแน่น แล้วระเบิดแรงออกมาในชั่วพริบตา

เธอพุ่งตัวกลิ้งไปข้างหน้าด้วยความเร็วเหนือชั้น ด้วยท่าที่กดต่ำติดพื้น จังหวะพอดีให้หลบพ้นจากระยะโจมตีของสัตว์ประหลาด ก่อนจะพลิกตัวขึ้นยืนในเขตห้องนั่งเล่น เธอมาหาหลัวตี้ได้สำเร็จ

ติ๋ง ติ๋ง ติ๋ง

ทว่าตอนที่หัวหน้าห้องลุกขึ้นนั้น เลือดกลับไหลรินตามแขนซ้าย รอยกรีดชัดเจนลากยาวจากข้อศอกจนถึงหลังมือถึงจะเป็นแค่บาดแผลภายนอก แต่ก็เฉือนจนสายรัดข้อมือขาดสะบั้น เท่ากับว่าตอนนี้ เครื่องมือเชื่อมต่อกับโลกภายนอกของทั้งคู่ถูกตัดขาดหมดแล้ว

เส้นผมเหนียวหนึบที่ร่วงหล่นเกลื่อนพื้น ทำให้หลัวตี้กลับมาเป็นอิสระอีกครั้ง สายตาของทั้งสองประสานกันโดยไม่ต้องมีคำพูดใด ๆ พวกเขารู้ดีกว่าใคร ว่ามนุษย์เทียมตัวนี้ ผู้ซึ่งบรรลุ ‘ร่างทรงแห่งความกลัว’ พวกเขาในฐานะนักเรียนไม่อาจรับมือได้อยู่แล้ว ยิ่งไปกว่านั้น หัวหน้าห้องยังไม่มีแม้แต่อุปกรณ์ป้องกันตัวดี ๆ สักชิ้นเดียว

สิ่งเดียวที่พวกเขาควรทำ และทำได้ตอนนี้ คือ ‘วิ่ง’

ขอเพียงฝ่าออกจากตึกไปได้ ก็จะสามารถตะโกนขอความช่วยเหลือ แน่นอนว่าจะต้องมีใครสักคนรีบโทรแจ้งหมายเลขฉุกเฉินอย่างไม่ต้องสงสัย ยิ่งกว่านั้น มีความเป็นไปได้สูงว่าหากทั้งสองคนฝ่าแนวป้องกันที่ปิดกั้นอาคารได้ เซ็นเซอร์บางชนิดจะทำงาน และผู้สอบสวนที่อยู่ไม่ไกลจะรีบวิ่งเข้ามาทันที

วิ่ง!

ทั้งคู่ที่มีผลการเรียนวิชาพละระดับหัวแถว ออกวิ่งพร้อมกันตรงไปยังประตูทางออก ก้าวเท้าลงบันไดด้วยความเร็วสูงสุด หลัวตี้ถึงกับใช้มือยันราวบันได กระโดดข้ามขั้นบันไดลงอย่างกับนักกรีฑาข้ามรั้ว แม้ทั้งคู่จะไม่หันกลับไปมอง แต่ก็รู้แน่ชัดว่าสิ่งนั้นกำลังตามหลังมา กระทั่งสัมผัสได้ถึงเส้นผมชื้นเหนียวที่เหมือนจะแตะรั้งท้ายทอยเข้าแล้ว

ทว่าการไล่ล่าเช่นนี้…กลับไม่ได้ดำเนินต่อไป

ที่ชั้นสาม

หลัวตี้ที่วิ่งนำอยู่ด้านหน้า จู่ ๆ ก็หยุดกึก และหันกลับไปมองด้านหลัง หัวหน้าห้องเมื่อเห็นท่าทีแบบนั้นก็ร้องเร่งทันที

“หยุดรอฉันทำไม? วิ่งต่อสิ!”

“ไม่… มันไม่ได้ตามมาแล้ว”

“หา?”

หัวหน้าห้องชะลอฝีเท้า หันหน้าไปมองทางบันไดด้านบนสุด ไม่มีวี่แววของการตามล่าใด ๆ

เธอเสนอทฤษฎีที่น่าสะพรึงกลัวออกมา

“บางทีไอ้ตัวนั้นอาจจะเลื้อยเข้าบ้านใครสักคน จากนั้นกระโดดออกทางหน้าต่าง แล้วอ้อมไปปีนขึ้นมาจากด้านล่าง กะจะโจมตีเราแบบกลับหัวจากข้างล่างขึ้นมาก็ได้”

“จริงเหรอ?”

หลัวตี้ก้มส่องลงไปยังชั้นล่างสุด ผ่านช่องว่างระหว่างราวบันได

รออยู่พักหนึ่ง แต่กลับไม่เห็นสิ่งผิดปกติใด ๆ ที่เลื้อยเข้ามาจากด้านล่างเลย

หัวหน้าห้องพูดเสริมอีกครั้ง

“ก็มีความเป็นไปได้เหมือนกันว่ามันกำลังซ่อนอยู่ที่ทางออกบันได รอเราวิ่งออกไปแล้วค่อยซุ่มโจมตีทีเดียว ในเมื่อในบันไดตอนนี้ไม่มีใครอยู่ เราลองไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านในตึกนี้ให้ติดต่อกับโลกภายนอกดีกว่า

ฉันยังจำได้ ตอนที่เคยเคาะประตูทีละห้องขึ้นมาข้างบน ชั้นสองมีคุณตาคนหนึ่งดูใจดีมากอยู่ เรารีบไปบ้านเขา โทรเรียกนักสอบสวนให้มาที่นี่ดีกว่า”

หลัวตี้พยักหน้าตอบรับ

ทั้งคู่เดินอย่างระวัง โดยยืนหันหลังพิงกันไว้ หลัวตี้เฝ้ามองด้านล่าง ส่วนหัวหน้าห้องมองด้านบน หากด้านใดมีความผิดปกติก็จะวิ่งหนีไปอีกทิศทางทันที

ทั้งสองค่อย ๆ ก้าวลงบันไดมาอีกชั้นหนึ่งอย่างปลอดภัย

แต่พอพวกเขาเตรียมจะเคาะประตูห้องชั้นสอง หัวหน้าห้องกลับชะงัก ตะลึงจ้องไปที่ตัวเลขบนผนังซึ่งเลือนรางอยู่

สาม

เมื่อกี้พวกเขาก็อยู่ที่ชั้นสาม ตอนนี้ลงมาอีกหนึ่งชั้น ทำไมยังคงเป็นชั้นสามอยู่

ความรู้สึกไม่ดีจู่โจมขึ้นทันที หัวหน้าห้องรีบลากหลัวตี้ลงบันไดไปอีกหนึ่งชั้น

ไม่ผิดเพี้ยน ตัวเลขบนผนังก็ยังคงเป็น สาม เหมือนเดิม ทั้งโครงสร้างประตูบ้าน สีลอกบนราวบันได ล้วนเหมือนกันหมด

“แย่แล้ว! นี่มัน… ‘พื้นที่กึ่งมุม’ ที่เคยเรียนในตำรานี่!”

จบบทที่ บทที่ 34 ลงชั้นล่าง

คัดลอกลิงก์แล้ว