- หน้าแรก
- ห้วงลึกแห่งคนเป็น
- บทที่ 33 ฝนกระหน่ำ
บทที่ 33 ฝนกระหน่ำ
บทที่ 33 ฝนกระหน่ำ
“นายมองอะไรอยู่เหรอ? ว่าแต่นายหิวหรือยัง?”
ประโยคเดียวของหัวหน้าห้องดึงสติของหลัวตี้กลับมาจากหน้าต่าง พอเหลือบดูเวลา ปรากฏว่าเป็นเวลา 19:30 แล้ว ต้องยอมรับเลยว่าช่วงเวลาที่ใช้ดูหนังมันผ่านไปเร็วเกินคาด
“ไม่มีอะไรหรอก รอแปบนึง”
ไม่ถึงสิบห้านาที หลัวตี้ก็เดินออกมาจากห้องครัว พร้อมถือถาดที่มีหมั่นโถวสี่ลูกที่เพิ่งนึ่งเสร็จร้อน ๆ และจานใหญ่ที่ใส่ผัดผักเกลือกับหมูเส้น และหัวไชเท้าดองเปรี้ยววางอยู่ด้วย
“เรากินไปดูไปกันเถอะ”
ไม่รู้ว่าไปกระตุ้นคำบางคำเข้าให้หรือเปล่า หัวหน้าห้องถึงกับดีใจจนเกือบจะกระโดดจากโซฟา
“นี่มันสุดยอดไปเลย! ที่บ้านฉันไม่มีทางทำแบบนี้ได้แน่ ถ้ากินไปทำอย่างอื่นไปด้วยล่ะก็ โดนดุยับแน่ ๆ”
เธอทำท่าเลียนแบบหลัวตี้ หยิบทั้งผัดผักเกลือหมูเส้นและหัวไชเท้าดองมาวางประกบลงในหมั่นโถว ก่อนกัดเข้าไปคำโต ๆ ความหลากหลายของรสชาติพลันระเบิดขึ้นในปาก ในขณะที่เพลิดเพลินกับรสชาติ สายตาของเธอก็จับจ้องอยู่ที่หน้าจอโทรทัศน์ไปด้วย
นี่คือครั้งแรกในชีวิตของเธอ สิ่งที่คนทั่วไปมองว่าเป็นเรื่องธรรมดาอย่างยิ่ง กลับกลายเป็นสิ่งที่สั่นสะเทือนความรู้สึกของหัวหน้าห้องอย่างแรง น้ำตาเริ่มเอ่อออกมาโดยไม่รู้ตัว
“หลัวตี้… ขอบใจนะ”
ขณะที่มือหนึ่งกำหมั่นโถว และอีกมือหนึ่งกำลังยกดัมบ์เบล หลัวตี้ก็ยังคงจดจ่ออยู่กับหนังตรงหน้า แต่คราวนี้เขาตอบเบา ๆ กลับมา
“อืม”
…
เมื่อไม่ต้องออกไปวิ่งช่วงกลางคืน เวลากลางตอนคืนจึงมีมากขึ้น
ทั้งสองนั่งดูหนังติดต่อกันถึงสามเรื่อง ระหว่างนั้นก็ยังมีการหยิบยกประเด็นมาคุยกันเป็นพัก ๆ หลัวตี้อธิบายรายละเอียดการวางโครงเรื่องในหนัง ให้ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับประวัติของฆาตกรต่อเนื่องและความสามารถที่เกี่ยวข้อง หัวหน้าห้องก็นั่งขัดสมาธิตั้งใจฟังเหมือนกำลังเรียนอยู่ในห้องเรียน ถ้ามีสมุดกับปากกาอยู่ด้วย เธอคงได้จดโน้ตตามไปแล้ว
22:40 น.
เมื่อรายชื่อนักแสดงค่อย ๆ เลื่อนขึ้นมา การดูหนังในวันนี้ก็สิ้นสุดลง
หัวหน้าห้องยืดตัวไปข้างหลัง พลางหาวติดต่อกันหลายครั้ง
“ช่วงเวลาที่สนุกนี่ช่างผ่านไปเร็วจริง ๆ เลยเนอะ หลัวตี้ ถ้าไม่มีผ้าห่มสำรองก็ไม่เป็นไรหรอกนะ ฉันแค่เอาเสื้อขนเป็ดคลุมก็ไม่หนาวแล้ว ที่บ้านนายเครื่องทำความร้อนแรงดีจริง ๆ จนฉันแทบอยากถอดถุงเท้าออกเลยด้วยซ้ำ”
แต่ในขณะที่หลัวตี้กำลังนั่งยอง ๆ อยู่หน้าโทรทัศน์ หยิบแผ่นซีดีออกมา เขากลับเอ่ยขึ้นมาประโยคหนึ่งอย่างกะทันหันว่า
“มานอนในห้องฉันเถอะ”
“หา? ก่อนหน้านี้นายยังบอกให้ฉันนอนโซฟาอยู่เลยไม่ใช่เหรอ?”
“ฉันจะปูฟูกให้นอนที่พื้นในห้อง… ลองคิดดูแล้ว ตอนนี้หมู่บ้านก็ยังถูกปิดล้อมอยู่ ฉันเองก็รู้สึกไม่ค่อยดี”
หลัวตี้ยังจำได้ดีว่าช่วงหัวค่ำ เขาแอบเห็นเงาตะคุ่ม ๆ ผ่านทางหางตาที่หน้าต่าง ถึงแม้ส่วนใหญ่จะเป็นการมองผิดไปเอง แต่ตราบใดที่ยังมีความเป็นไปได้ เขาเองก็ไม่อยากเสี่ยง
“…ก็ได้ งั้นก็เอาตามนั้น”
นี่เป็นครั้งแรกที่หัวหน้าห้องก้าวเข้าสู่ห้องนอนของเพื่อนผู้ชายวัยเดียวกัน แถมยังต้องนอนค้างคืนในนี้อีก ความตื่นเต้นก็ยิ่งเพิ่มขึ้น แต่ในใจกลับอดรู้สึกดีใจไม่ได้ที่อย่างน้อยได้มีโอกาสสำรวจ ‘ห้องลึกลับของหลัวตี้’
แต่พอเข้ามาข้างใน กลับไม่เจอกลิ่นประหลาด ๆ หรือเสื้อผ้าวางเกลื่อนตามที่เพื่อนสาวเคยเล่าให้ฟัง ตรงกันข้าม ห้องกลับสะอาดเรียบร้อยไม่ต่างอะไรจากส่วนอื่น ๆ ของบ้าน
ห้องนอนเรียบง่ายมาก
ผ้าม่านบังแสงแบบเลื่อนช่วยป้องกันไม่ให้ใครมองเห็นข้างในได้ เตียงกว้างหนึ่งเมตรครึ่งที่เชื่อมติดกับตู้ และโต๊ะเขียนหนังสือที่พอจะนั่งได้แค่คนเดียว เพียงแต่เมื่อเทียบกับสไตล์เรียบง่ายของทั้งบ้าน ห้องนี้กลับมีของสะสมมากกว่าเล็กน้อย ภาพโปสเตอร์เกี่ยวกับหนังเกรดบีติดอยู่ตามผนัง นิยายแนวปราบผีเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบที่หัวเตียง ส่วนแผ่นซีดีก็ถูกเก็บไว้ในลิ้นชักโต๊ะอย่างมิดชิด
“ว้าว นี่นายเป็นคนวาดเหรอ?”
ความกระอักกระอ่วนใจของเธอถูกความอยากรู้อยากเห็นกลบหมด เธอรีบเดินตรงไปยังโต๊ะเขียนหนังสือ ที่นั่นมีภาพวาด ‘หน้ากาก’ แผ่นหนึ่งติดอยู่ เห็นได้ชัดว่าทุกเส้นสายใช้เวลาบรรจงลงรายละเอียดอย่างพิถีพิถัน และใต้กองหนังสือยังมีต้นแบบการออกแบบหน้ากากอีกหลายใบถูกกดทับไว้
“ใช่”
“สวยมากเลยนะ! ฉันว่ามันดูมีเอกลักษณ์กว่าหน้ากากของฆาตกรในหนังคืนนี้อีก”
“ฉันตั้งใจว่าจะใช้เงินทุนการศึกษาที่ได้ ไปสั่งทำหน้ากากตามแบบนี้ขึ้นมาสักชิ้น”
“ทำไมไม่ทำตอนนี้เลยล่ะ เดี๋ยวฉันออกเงินให้เอง ถือว่าเป็นค่าข้าวกับค่าที่พักคืนนี้ก็ได้”
“ไม่ล่ะ… ไว้หลังจบมัธยมค่อยว่ากัน”
หลัวตี้ดึงชุดเครื่องนอนออกจากด้านบนของตู้เสื้อผ้า แล้วเริ่มปูลงบนพื้น
“หลัวตี้ นายมีกางเกงขาสั้นบ้างไหม? แบบที่ใส่วิ่งเล่นน่ะ ขอยืมสักตัวได้ไหม… คงเพราะมัวแต่ดูหนัง เลยไม่ทันสังเกตว่ากางเกงเลกกิ้งชื้นเหงื่อไปหมดแล้ว ถ้าใส่นอนคงนอนไม่สบายแน่ แล้วก็ขอผ้าขนหนูสักผืนด้วย ถ้าไม่มีจริง ๆ เอาเสื้อมาซับก็ยังดี”
“เธอยังจะอาบน้ำอีกเหรอ?”
“แน่นอนสิ อยู่กับนายทั้งวัน ทำโน่นทำนี่ ไหนจะเครื่องทำความร้อนที่เปิดตลอด รู้ตัวอีกทีเหงื่อออกท่วมเลย”
หลัวตี้โยนกางเกงขาสั้นกับเสื้อยืดพับเรียบร้อยไปให้ “กางเกงเอาไปใส่ เสื้อก็ใช้แทนผ้าเช็ดตัวไปก่อน เดี๋ยวเธอกลับแล้วฉันค่อยซักทีเดียว ส่วนแปรงสีฟัน… ที่บ้านไม่มีสำรอง ใช้นิ้วแปรงไปก่อนก็แล้วกัน”
“โอเค ได้เลย”
“ไปอาบน้ำเถอะ”
ทันทีที่ได้ยินเสียงฝักบัวในห้องน้ำ หลัวตี้ก็กลับไปนั่งที่โต๊ะเขียนหนังสือ ล้วงหยิบสมุดบันทึกที่ซ่อนไว้ในลิ้นชักออกมา แล้วตั้งใจเขียนบันทึกเหตุการณ์ของวันนี้ลงไป
แม้ ‘ชีวิตประจำวัน’ ของเขาจะถูกทำลายไปหมดสิ้น แต่แทนที่จะหงุดหงิดเหมือนทุกครั้ง กลับแปลกที่วันนี้หัวใจเขากลับรู้สึกอบอุ่น มีความรู้สึกดี ๆ ที่หาได้ยาก
เมื่อเขียนบันทึกเสร็จ หลัวตี้ก็เดินไปที่ระเบียง ให้อาหารนกแก้วมุมมืด แล้วถือโอกาสตรวจดูบริเวณคอมเพรสเซอร์แอร์กับหน้าต่างที่ใส่กลอนอีกครั้ง
หลังจากยืนยันแล้วว่าไม่มีปัญหา เขาก็กลับเข้าห้อง เอามีดพกซ่อนลงไปใต้ที่นอน เผื่อเกิดเหตุขึ้นมากะทันหัน ระหว่างหลับเขาก็สามารถคว้าออกมาใช้ได้ทันที
เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง ก็พอดีกับที่หัวหน้าห้องเดินเข้ามาในห้อง ทว่าภาพที่เห็นกลับไม่เหมือนกับที่เขาคาดไว้ เธอสวมเสื้อยืดขนาดใหญ่กับกางเกงขาสั้น ส่วนในมือก็กอดเสื้อคอเต่า กระโปรง และถุงน่องสีขาวที่เธอพับเก็บไว้เรียบร้อย
“ไม่ได้บอกให้เธอใช้เสื้อแทนผ้าขนหนูเหรอ? ทำไมถึงใส่มันซะล่ะ”
“ก็เสื้อนายใส่สบายกว่าตั้งเยอะ จะให้ฉันคลุมด้วยเสื้อคอเต่านั่นมันก็ร้อนเกินไป อีกอย่าง ฉันเองก็ไม่ค่อยได้ใส่เสื้อแบบนี้หรอก จริง ๆ วันนี้ทั้งวันก็รู้สึกไม่ค่อยสบายตัวเลย”
“แล้วเธอเช็ดตัวด้วยอะไร?”
“พรุ่งนี้ฉันจะซื้อกระดาษชำระมาคืนให้นายเอง”
“ไปนอนเถอะ พรุ่งนี้เช้าก็น่าจะยกเลิกการปิดล้อมแล้ว”
ประตูและหน้าต่างถูกล็อกแน่นหนา ไฟบนเพดานดับลง แต่โคมไฟหัวเตียงยังคงเปิดไว้ เพื่อให้แสงในห้องคงอยู่ในระดับที่กำหนด
ปกติแล้ว ม่านหน้าต่างจะถูกเปิดเล็กน้อย เพื่อให้แสงจากภายนอกส่องลอดเข้ามาได้ เผื่อไฟดับก็ยังพอมีความสว่าง แต่คืนนี้เพราะมีหัวหน้าห้องมาค้าง หลัวตี้จึงดึงม่านลงจนปิดสนิท
ผ่านไปประมาณห้านาที เสียงของหัวหน้าห้องก็ดังออกมาจากฟูกที่ปูบนพื้น “นอนไม่หลับเลย… คุยกันหน่อยได้ไหม?”
ทว่าคำตอบที่ได้กลับมีเพียงเสียงกรนเบา ๆ
“เชอะ”
แขนของหัวหน้าห้องค่อย ๆ ยื่นออกมาจากฟูก ลากไปตามขอบเตียง ตั้งใจจะเอื้อมไปแตะท่อนแขนของหลัวตี้ แต่สุดท้ายก็ชักกลับไป แล้วซุกตัวใต้ห่มผ้าให้แน่นขึ้น ฟังเสียงฝนกระหน่ำที่กลายเป็นเหมือนเสียงกล่อม จนค่อย ๆ หลับไป
…
ยามเช้า แสงแดดอ่อนลอดผ่านรอยแยกของผ้าม่าน เข้ามาตกกระทบพอดีบนใบหน้าของหลัวตี้ บางทีอาจจะเพราะเหตุการณ์ ‘ที่ไม่ปกติ’ ของเมื่อวานนี้ ทำให้เขาเหนื่อยล้าเป็นพิเศษ ความเหนื่อยล้าทำให้เปลือกตาของเขาเปิดขึ้น ภาพที่เห็นจึงเลือนราง
ในความพร่าเลือนนั้น
หลัวตี้ที่นอนตะแคงอยู่ เห็นว่าข้าง ๆ มีบางอย่างนูนขึ้น เป็นรูปทรงคล้ายร่างคนที่นอนตะแคงอยู่เช่นกันความรู้สึกช็อกทำให้เขาตาสว่างขึ้นทันที ภาพตรงหน้ามีเพียงเส้นผมสีดำยาวที่กระจายเต็มสายตา และไหล่ขาวเนียนที่โผล่พ้นผ้านวมออกมา แต่บนไหล่นั้นกลับปรากฏรอยแผลเป็นหนึ่งเส้น
ในชั่วขณะนั้น ความคิดของหลัวตี้ถึงกับชะงักไปหมด เขาไม่เข้าเลยว่าทำไมอยู่ดี ๆ หัวหน้าห้องถึงมานอนอยู่ข้างเขา แถมยังเปลือยเปล่าอีกด้วย
ทันใดนั้นเอง ขณะที่เขากำลังยื่นมือออกไปเพื่อแตะไหล่ของเธอ สัญญาณเตือนจากสายรัดที่ข้อมือสั่นขึ้นมา
เขาได้รับข้อความหนึ่ง ส่งมาจาก ‘ลู่เหวิน’
「หลัวตี้ เมื่อคืนนี้บ้านนายถูกยกเลิกการปิดล้อมแล้วนะ ครอบครัวฉันรีบให้กลับบ้าน เลยไม่อยากปลุกนาย ตอนนั้นเห็นนายหลับสบายอยู่ ไว้จะมาหาอีกไม่กี่วันนะ」
ร่างกายของหลัวตี้ตึงเครียดขึ้นมาทันที
มืออีกข้างล้วงลงไปคว้ามีดขนาดใหญ่ใต้ที่นอนโดยสัญชาตญาณ แต่เขาไม่ได้ฟันลงไปที่ ‘คน’ ที่นอนอยู่ข้างตัวทันที เพราะข้อความนั้นก็อาจจะเป็นเพียงการล้อเล่นของหัวหน้าห้องเท่านั้น
มือหนึ่งกำด้ามมีด อีกมือหนึ่งคว้าไหล่ของคนที่นอนอยู่ข้าง ๆ แล้วออกแรงพลิกเบา ๆ เพื่อดูให้ชัดว่าเป็นใครกันแน่ ร่างนั้นค่อย ๆ พลิกจากท่านอนตะแคงเป็นหงายหน้าขึ้น ไร้ซึ่งดวงตา จมูก ปาก บนใบหน้ามีเพียง ‘ปากขนาดมหึมา’ อยู่ตรงกลาง ดำคล้ำแห้งเหี่ยวราวกับถ้ำจากนรก เต็มไปด้วยรอยไหม้เกรียม ภายในอ้ากว้างอัดแน่นไปด้วยลิ้นหลายสิบเส้นทั้งขนาดเล็กและใหญ่ ขณะที่หลัวตี้มองมัน ลิ้นเหล่านั้นก็แข็งเกร็งพร้อมกัน ก่อนฟาดตึงใส่เพดานปากดังสนั่น
เพียะ!
เสียงสะท้อนรุนแรงพุ่งตรงเข้าสู่สมอง ภาพรอบตัวแตกสลายลง
หลัวตี้เบิกตาขึ้นอีกครั้ง
ครั้งนี้เขา ‘ตื่นจริง ๆ’
ตอนนี้ไม่ใช่เวลาเช้า แต่โคมไฟหัวเตียงยังส่องสว่างอยู่ กำไลที่ข้อมือบอกเวลา 02:40 น.
“ฝันงั้นเหรอ?”
หลัวตี้เผลอหันมองข้างกาย บนเตียงมีเพียงเขาเพียงคนเดียว ส่วนหัวหน้าห้องยังคงนอนหลับสนิทอยู่บนฟูกที่พื้น
บางทีอาจจะเพราะเมื่อคืนไม่ได้ออกวิ่งตามกิจวัตร ร่างกายจึงไม่ได้ระบายของเหลวออกมามากพอ เขาจึงรู้สึกปวดปัสสาวะอย่างรุนแรง
เขาเดินย่องออกจากห้องไปอย่างเงียบเชียบเพื่อไม่ให้เธอตื่น
เสียงฝนยังคงกระหน่ำไม่หยุด
การสะดุ้งตื่นจากฝันร้ายทำให้สมองกลับมาโล่งปลอดโปร่งผิดปกติ หลังจากเสร็จธุระในห้องน้ำแล้วกำลังจะเดินกลับไปที่ห้องนอน ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงที่ผิดปกติ
เป็นเสียงของน้ำฝนที่สาดกระเซ็นเข้ามาในบ้าน
เขารีบเดินตรงไปยังห้องนั่งเล่น ก่อนจะเห็นว่าหน้าต่างระเบียงที่ควรจะปิดสนิทกลับถูกเปิดอ้าเล็กน้อย และในวินาทีที่หลัวตี้ตระหนักถึงความผิดปกติ
ไฟดับวูบลง
แสงสว่างในบ้านดับลงพร้อมกันทั้งหมด โชคดีที่ไฟถนนด้านนอกยังคงส่องสว่าง ทำให้ในห้องไม่ได้มืดสนิท
เปรี้ยง!
เสียงฟ้าผ่าดังสนั่นในจังหวะที่เหมาะเจาะ
บนเพดานระหว่างเขากับห้องนอน ปรากฏร่างประหลาดที่กำลังเกาะแนบอยู่ มองไม่เห็นใบหน้าแน่ชัด
ยากจะบอกได้ว่ามันคือ ‘มนุษย์’ หรือไม่ เพราะสิ่งนั้นมี ‘หัว’ อยู่ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ผมยาวสีดำห้อยระย้าลงมาพลิ้วไหวกลางอากาศ…