เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 27 การชดเชยจากสถาบันวิจัย

บทที่ 27 การชดเชยจากสถาบันวิจัย

บทที่ 27 การชดเชยจากสถาบันวิจัย


สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์บูรณาการ เมืองมู่ซิง

ที่นี่ไม่ใช่สถานที่เดียวกับสถาบันวิจัยที่พวกเขาเคยไปฝึกภาคปฏิบัติครั้งก่อน พูดให้ชัดเจนก็คือ ที่ที่พวกเขาไปคราวก่อนเป็นเพียง ‘สาขาย่อย’เท่านั้น

ตึกสูงทรงเหลี่ยม โทนเข้ม ให้ความรู้สึกทรงพลัง ผสานเข้ากับแผงไฟเรืองแสงแบบไดนามิกที่ติดกระจายอยู่อย่างหนาแน่นทั่วทั้งอาคาร ตึกนี้ฉายภาพเกี่ยวกับงานวิจัยที่สามารถเผยแพร่ต่อสาธารณะทั้งวันทั้งคืน ทำให้ภายนอกตึกสว่างไสวตลอดเวลา

เมื่อรถโดยสารที่เรียกผ่านทางออนไลน์มาถึง ทั้งสามเพิ่งก้าวลงจากรถก็เห็นแอนนา อีวานโนวิช รออยู่ก่อนแล้วต่างจากสามคนที่ยังใส่ชุดนักเรียน แอนนาใช้เวลาเพื่อมาเปลี่ยนเป็นชุดลำลอง หรือพูดอีกอย่างก็คือเธอ เธอจำเป็นต้องเปลี่ยนเพื่อไม่ให้ไปกระตุ้นความทรงจำแย่ ๆ ของหัวหน้าห้อง

“เหวินเหวิน!”

“แอนนา”

แค่ได้เห็นหัวหน้าห้องที่ดู ‘สมบูรณ์ครบถ้วน’ แอนนาก็เกือบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ตอนกอดกันเธอก็ระวังไม่ให้กอดแรงเหมือนทุกที

ทั้งสี่เดินมาถึงด้านล่างของตึกวิจัย พวกเขาได้รับสิทธิ์ให้เข้าไปเพียงครั้งเดียว เพียงสแกนใบหน้าก็สามารถผ่านเข้าไปได้ทันที ก้าวแรกที่เหยียบเข้าสู่โถงใหญ่ของสถาบันวิจัย ก็เห็นลูกศรดิจิทัลสะท้อนอยู่บนพื้นหินอ่อนอันเงาวับ นำทางพวกเขาไปยังโซนที่ต้องการ

บางทีอาจจะเพราะเลยเวลาเลิกงานแล้ว ทำให้ตลอดทางไม่เห็นเจ้าหน้าเลยที่สักคน หลังจากเดินฝ่าตัวตึกที่เหมือนเขาวงกตอันว่างเปล่าอยู่ราวสิบนาที ทางเดินที่ดูต่อเนื่องกันโดยไร้โครงสร้างของกรอบประตูก็เปิดออก ลูกศรบนพื้นก็หายไปตรงจุดนั้นพอดี

ภายในเป็นห้องสีเทาเข้ม ไร้หน้าต่าง โครงสร้างเป็นรูปทรงลูกบาศก์ ผนังกระเบื้องมีเอฟเฟกต์เรืองแสงในตัว ตรงกลางห้องมีโต๊ะหินยาววางอยู่ ด้านที่หันไปทางประตูมีเก้าอี้สี่ตัว ส่วนฝั่งตรงข้ามมีชายวัยกลางคนนั่งอยู่ก่อนแล้ว

ศีรษะของเขาแทบจะเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ใส่แว่นไร้ขอบ และเหนือริมฝีปากมีไฝสีดำเด่นชัด

แม้จะมีสีหน้าเคร่งขรึม แต่เมื่อทั้งสี่หนุ่มสาวก้าวเข้ามา เขาก็ลุกขึ้นก่อนและยื่นมือทักทายจับมือกับแต่ละคน

“ผมชื่อหวังซั่วคัง ปัจจุบันเป็นผู้อำนวยการฝ่ายจัดการบันทึกของสถาบันวิจัย ส่วนพวกคุณไม่ต้องแนะนำตัว ผมดูวิดีโอบันทึกการฝึกภาคสนามและข้อมูลส่วนตัวของพวกคุณหมดแล้ว พวกคุณคือกลุ่มคนหนุ่มสาวที่ยอดเยี่ยมมาก โปรดให้ผมเป็นตัวแทนสถาบันย่อยที่เกิดเรื่องขึ้น กล่าวคำขอโทษกับพวกคุณด้วย”

“ตอนนี้เราปิดทำการและปรับปรุงสถาบันสาขาที่เกิดเหตุแล้ว เจ้าหน้าที่ที่บกพร่องจะถูกลงโทษอย่างหนัก”

หลังจากโค้งให้หนึ่งครั้ง ผู้อำนวยการหวังก็นั่งลงอีกครั้ง

นอกจากหลัวตี้แล้ว ที่เหลือทุกคนต่างเก็บความไม่พอใจไว้ในใจ ความรู้สึกนั้นค่อยๆ จางลงด้วยช่วงเวลาที่ได้ใช้ในโรงเรียน รวมถึงคำขอโทษอย่างจริงใจของผู้อำนวยการหวังในตอนนี้

แน่นอน…ก็ต้องดูด้วยว่าการชดเชยต่อจากนี้จะเป็นยังไง

ผู้อำนวยการหวังหยิบเอกสารสี่ชุดออกจากกระเป๋าเอกสารด้านข้าง ยื่นให้หนุ่มสาวทั้งสี่

“นี่คือรายงานการฝึกภาคสนามและผลการประเมินขั้นสุดท้ายของพวกคุณ ลองดูว่ามีตรงไหนไม่พอใจหรือไม่ ถ้าไม่มีปัญหา กรุณาเซ็นในช่องสุดท้าย พรุ่งนี้มันจะถูกบันทึกเข้าแฟ้มประวัติส่วนบุคคลของพวกคุณ”

เมื่อได้รับรายงานการฝึกภาคสนามฉบับแรกในชีวิต ทุกคนก็ตื่นเต้นไม่น้อย ด้านในบันทึกอย่างละเอียดถึงประสบการณ์ทั้งหมด พร้อมแยกรายการ ‘พฤติกรรมเชิงบวกที่ก่อให้เกิดผลลัพธ์จริง’ ของแต่ละคนออกมา รวมถึงคำประเมินจากผู้เชี่ยวชาญของสถาบันวิจัย และในหน้าสุดท้ายก็มีผลการจัดระดับตามเกณฑ์คะแนนเฉพาะ

“เย้! ฉันได้ S” หัวหน้าห้องชูกำปั้นขึ้น เหมือนกำลังประกาศชัยชนะบางอย่าง

“ว้าว ฉันก็ได้ S เหมือนกัน!” แอนนาก็ดีใจไม่แพ้กัน เกรดแบบนี้ช่วยลดความกดดันเรื่องการสอบเข้าในโรงเรียนอันดับหนึ่งได้มาก เธอรีบเกี่ยวก้อยกับหัวหน้าห้อง ดีใจจนแทบจะกระโดดออกจากเก้าอี้

“S!”

แม้แต่เกาโหยวเสวียน ที่ปกติไม่ค่อยพูดอะไรมากนัก ก็ถึงกับร้องออกมาด้วยความตื่นเต้น ผลการประเมินของเขาสูงกว่าใคร ๆ เพราะสามารถนำการฝังเข็ม มาประยุกต์ใช้จริงระหว่างภารกิจ และยังคงสติได้ดีในช่วงสุดท้าย กดโทรศัพท์สายพิเศษเพื่อขอความช่วยเหลือ

จากนั้นทุกสายตาก็หันไปมองหลัวตี้ ที่นั่งอยู่ริมสุดและยังคงเงียบไม่พูดอะไร

“เฮ้ หลัวตี้ นายก็คงได้ S เหมือนกันใช่ไหม?”

แต่เขาไม่ได้ตอบ เพียงแค่พลิกหน้าสุดท้ายของเอกสารรายงานภาคปฏิบัติแล้ววางลงบนโต๊ะ

‘S+’

นี่คือระดับสูงสุดของการประเมินภาคปฏิบัติ ตามสถิติแล้ว นักเรียนมัธยมปลายที่สามารถทำคะแนนเกินระดับ A ได้ มีเพียง 1.3% เท่านั้น และยิ่งจะก้าวข้าม A จนไปถึงระดับ S ได้ ก็ยิ่งน้อยมากจนแทบจะนับคนได้

แสงประกายที่ส่องออกมาจากดวงตาของหัวหน้าห้องนั้นเจิดจ้ากว่าตอนเห็นคะแนนของตัวเองเสียอีก

“ว้าว! S+ นี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่ฉันได้เห็น หลัวตี้ ขอดูเอกสารประเมินของนายหน่อยได้ไหม? อยากรู้จริง ๆ ว่านายทำยังไงถึงได้คะแนนสูงสุดแบบนี้”

แต่หลัวตี้เพียงส่ายหัว ก่อนจะเซ็นชื่อและส่งเอกสารคืนให้ผู้อำนวยการหวัง

หัวหน้าห้องก็ไม่ได้ถือสาอะไร หันไปเซ็นชื่อในเอกสารของตัวเองแทน

หลังจากเก็บเอกสารที่ทุกคนเซ็นเสร็จ หวังซั่วคังจึงพูดต่อว่า

“ต้องยอมรับว่าพวกเธอทุกคนเก่งมาก ที่สามารถเอาตัวรอดกันได้ทั้งหมดแม้จะเจอเหตุการณ์เลวร้ายแบบนั้น เพื่อเป็นการขอโทษ รวมทั้งแสดงถึงความสำคัญที่เรามอบให้กับคนมีความสามารถ ทางสถาบันวิจัยจึงได้จัดทำแผนการชดเชยขึ้นมา”

เขาวางเอกสารปกแดงหนึ่งฉบับลงบนโต๊ะ

สถาบันวิจัยได้พิจารณาตามคุณสมบัติของผู้รับชดเชย ได้แก่ เป็นนักเรียนมัธยมปลาย มีร่างกายธรรมดา มีความสามารถโดดเด่น รวมถึงความร้ายแรงของความผิดพลาดในภาคปฏิบัติ และได้จัดเตรียม ‘ตัวเลือกการชดเชย’ ไว้ทั้งหมดสี่แบบ

1.ได้สิทธิ์ดัดแปลงอวัยวะเทียม ฟรีหนึ่งครั้ง ไม่จำกัดว่าจะเป็นแขนขาหรืออวัยวะใด ๆ และจะมีผลบังคับใช้ถาวร

2.ได้รับโควตาการบรรจุเข้าสถาบันวิจัยของเมือง (แต่ต้องเรียนต่อให้จบตามปกติ และผลการเรียนทุกด้านต้องอยู่ในระดับดีขึ้นไป)

3.เงินชดเชยจำนวน สิบล้านรูเบิล

4.‘วัตถุ’ (ที่เกี่ยวกับอสูรหรือสิ่งผิดปกติ) ระดับเริ่มต้น

สามข้อแรกดูปกติดี เพียงแต่ข้อสุดท้ายกลับทำให้ทุกคน  ยกเว้นหลัวตี้  ต่างก็ขมวดคิ้วทันที

หัวหน้าห้องก็เปลี่ยนสีหน้ากลายเป็นจริงจังขึ้นมา

“ท่านผู้อำนวยการหวัง ตัวเลือกที่สี่นี่ไม่ได้พิมพ์ผิดหรอคะ? เท่าที่หนูจำได้ ของแบบนี้น่ามีข้อจำกัดอายุที่ ’อายุ 20ปีขึ้นไป’ สำหรับพวกเราที่ยังเป็นนักเรียนอยู่ มันอาจจะมีผลข้างเคียงร้ายแรงและอาจกระทบต่อพัฒนาการทั้งทางร่างกายและจิตใจของเราด้วย”

หวังซั่วคังพยักหน้าช้า ๆ

“ถูกต้องแล้ว วัตถุมุมมืดเคยถูกจำกัดไว้ว่า ต้องอายุเกินยี่สิบปีถึงจะใช้ได้ แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและความต้องการของชาติ เราได้เริ่มทดลองให้มนุษย์อายุน้อยกว่านั้นใช้ เพื่อให้ปรับตัวได้ล่วงหน้า ซึ่งจากข้อมูลที่มีอยู่ ผลลัพธ์โดยรวมก็นับว่าไม่เลว

ยิ่งไปกว่านั้น วัตถุที่สถาบันใหญ่จัดให้นี้เป็น ‘ระดับเริ่มต้น’ และยังจำกัดประเภท ส่วนใหญ่เป็นของใช้ภายนอก ผลกระทบต่อร่างกายและจิตใจจะถูกลดให้น้อยที่สุด ทันทีที่พวกเธอเลือก ก็จะมีการจัดการทดสอบความเข้ากันได้ หากผลไม่ผ่าน ก็จะไม่มีการส่งมอบให้”

พูดมาถึงตรงนี้ หวังซั่วคังก็โน้มศีรษะลง สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม

“และสุดท้าย… นี่คือประเด็นที่สำคัญที่สุด เหตุผลที่เรามี ‘ตัวเลือกที่สี่’ อยู่ ก็เพราะเราเชื่อว่าครั้งนี้อาจไม่ใช่ ‘อุบัติเหตุ’ ล้วน ๆ แต่มีความเกี่ยวพันกับตัวพวกเธอเองในบางแง่มุม อย่าลืมว่า ศูนย์สถาบันสาขาที่รับผิดชอบการจำลองสิ่งผิดปกตินั้นทำงานได้ดีมาโดยตลอด แม้กระทั่งจัดหาทรัพยากรระดับชาติจำนวนมากให้กับเมืองของเรา และก่อนหน้าพวกเธอ ก็เคยมีการฝึกภาคปฏิบัติมาแล้วกว่า 20 ครั้ง โดยไม่เกิดปัญหาใด ๆ

อาจเป็นไปได้ว่ามีใครบางคนในพวกเธอสี่คนนี้มีความ ‘พิเศษ’ บางอย่าง… คุณสมบัติที่มองไม่เห็นและสัมผัสไม่ได้ แต่สามารถดึงดูดหรือกระตุ้นให้ ‘อุบัติเหตุ’ เกิดขึ้น และคุณสมบัตินี้ อาจไม่หายไปแม้การฝึกภาคปฏิบัติจะสิ้นสุดแล้วก็ตาม

นั่นหมายความว่า ในชีวิตประจำวันต่อจากนี้ พวกเธอมีโอกาสที่จะเผชิญ ‘อุบัติเหตุ’ ได้มากกว่าคนทั่วไป ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้ สถาบันใหญ่จึงเสนอ ‘ตัวเลือกที่สี่’ หากพวกเธอสามารถควบคุมวัตถุได้ ก็จะเพิ่มโอกาสรอดชีวิตในครั้งถัดไปได้อย่างมหาศาล

สำหรับเรา ไม่ว่าจะเป็นสถาบันใหญ่หรือทั้งประเทศ สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ ‘คนเก่ง’ และคนที่รอดมาได้เท่านั้น จึงจะเป็น ‘คนเก่ง’ ที่สามารถสร้างคุณูปการต่อภารกิจของเราได้ จงเลือกตามชอบเถอะ”

จบบทที่ บทที่ 27 การชดเชยจากสถาบันวิจัย

คัดลอกลิงก์แล้ว