- หน้าแรก
- ห้วงลึกแห่งคนเป็น
- บทที่ 21 ท่ามกลางขุมนรก
บทที่ 21 ท่ามกลางขุมนรก
บทที่ 21 ท่ามกลางขุมนรก
บนเตียง
หลัวตี้จ้องมองหญิงสาวตรงหน้าซึ่งก็คือแอนนา…แต่กลับไม่ใช่แอนนาอีกต่อไป สายตาของเขาจับจ้องไปยังดวงตาที่ถูกเปลี่ยนสภาพอย่างสิ้นเชิงราวกับถูกกลืนกิน ผิวหนังเต็มไปด้วยรอยไหม้เกรียมดำคล้ำ
เขาไม่เคยคิดถึงเรื่องชายหญิงแม้แต่น้อย สิ่งเดียวที่อยู่ในหัวตอนนี้ คือจะหาทางแก้สถานการณ์นี้ และจะช่วยให้ ‘เพื่อน’ ที่เพิ่งรู้จักกันไม่นานนี้ให้รอดได้ยังไง
แม้ว่าพวกเขาจะอยู่ด้วยกันมาได้แค่เพียงสองวัน แต่สำหรับหลัวตี้ นี่คือเพื่อนรุ่นเดียวกันที่สนิทที่สุดนับตั้งแต่เกิดมา และเขาเองก็ไม่กลัวความตายเลยสักนิด…ในฐานะแฟนพันธุ์แท้หนังสยองขวัญ เขาอยากลองสัมผัสด้วยตัวเองด้วยซ้ำ ว่าการถูกสิงนั้นเป็นยังไง
เขามองเข้าไปในช่องปากที่ราวกับเป็นทางเดินสู่ขุมนรก โครงสร้างของฟันและเหงือกที่เปิดอ้าให้เห็นทั้งหมด พร้อมด้วยลิ้นสองแฉกที่แยกซ้ายขวา ราวกับกำลังเชื้อเชิญผู้มาเยือน
หลัวตี้ค่อย ๆ โน้มหน้าเข้าไปอย่างช้า ๆ พยายามถ่วงเวลาให้ได้มากที่สุด เพื่อให้เกาโหยวเสวียนได้มีเวลาลงมือ
แต่ดูเหมือนแอนนาจะรอไม่ไหวแล้ว เมื่อการสิงเสร็จสมบูรณ์ รอยไหม้ก็แผ่กระจายไปทั่วร่างกายของเธอ
ฟึ่บ!
ข้อมือของเธองอกหนามแหลมคมออกมาเฉือนตัดผ้าพันแผลที่พันตรึงไว้ พร้อมกันนั้น เข็มเงินที่ปักอยู่ตามร่างกายก็ถูกดันออกจนหมดสิ้น
ตอนนี้เธอเป็นอิสระจากทุกพันธนาการ
แขนทั้งสองโอบรัดลำคอของหลัวตี้ ขาทั้งสองก็ตวัดรัดลำตัวเขาไว้ แรงมหาศาลลากคนที่ยืนอยู่ข้างเตียงขึ้นมาทาบทับบนร่างของเธอ
ทั้งคู่แนบชิดกัน อ่อนนุ่มและร้อนผ่าว
“อย่ามัวชักช้า มาสิ ข้ารอไม่ไหวแล้ว!”
แขนที่โอบรอบลำคออยู่ออกแรงเต็มที่ ทำให้ริมฝีปากของทั้งคู่ประกบกันแน่น ยังไม่ทันที่หลัวตี้จะได้แลบลิ้นออกไป ก็รู้สึกว่ามีบาง สองเส้นสอดเข้ามาในปากของเขาแทน
มันคล่องแคล่วยิ่งกว่านิ้วมือเสียอีก มันกดตรึง พันรัด หมุนวน อย่างคล่องแคล่ว ทว่ามันกลับไม่ได้นุ่มชื้นอย่างที่ควรจะเป็น กลับแห้งผาก ร้อนจัด และเหมือนจะลอกเอาอะไรบางอย่างออกไปจากตัวเขา
จู่ ๆ เสียง เสียงหึ่งแหลม แตกกระจายราวผงละเอียด ดังก้องในกะโหลกของเขา ก่อนจะถูกบีบอัดจนแห้งพร่า แล้วกระจายตัวราวฝุ่นผง ปกคลุมและกลืนกินทุกเสียงรอบข้าง
โลกทั้งใบเงียบลงในพริบตา ความรู้สึกตกดิ่งที่แปลกประหลาดแผ่ซ่านไปทั่วร่างของหลัวตี้ ไม่ใช่การร่วงลงเพราะแรงโน้มถ่วง แต่เป็นแรงดึงรั้งราวกับมีมือมองไม่เห็นจับทุกส่วนของร่างกายเอาไว้ ก่อนจะกระชากเขาด้วยพลังที่ไม่อาจขัดขืนให้ดำดิ่งสู่ความมืดที่ลึกที่สุด
เขารับรู้ได้ว่าจิตสำนึกของตนกำลังถูกฉีกออกจากร่าง เป็นการฉีกที่เปียกชุ่มไปด้วยเลือด ฉุดร่างเขาตกลงไปในโลกที่ไม่รู้จัก ความเงียบและความมืดนำพาความสงบสั้น ๆ เข้ามา ก่อนที่กลิ่นกำมะถันจะพุ่งลึกเข้าทางจมูกและลำคอ ลามลงไปเหมือนหนูที่วิ่งทำลายปอดทั้งสองข้าง ความรู้สึกแสบร้อนรุนแรงทำให้หลัวตี้สะดุ้งตื่น
เขาไม่ได้อยู่บนภูเขาในเขตฝึกปฏิบัติอีกแล้ว ไม่ใช่คฤหาสน์โบราณที่เจียงซือฟื้นคืนชีพ แต่กลับกลายเป็นโลกเถ้าถ่านที่ฝนเพลิงกำมะถันโปรยลงมาไม่หยุด มันคือ ‘นรก’
นอกจากฉากหลังสีเหลืองไหม้ พื้นดินยังแผ่คลุมไปด้วยสีแดงฉาน ของเหลวที่ไหลเอ่อขึ้นมาตามรอยแยกนั้น ดูราวกับมาจากเลือดของทุกผู้ทุกนามที่ถูกทรมานในนรก ทำให้พื้นดินที่ควรเป็นดินแห้งกลับชุ่มชื้น อ่อนนุ่ม และยัง ‘มีชีวิต’ ก้อนหินแข็งกลับงอกขึ้นราวกับต้นไม้ แตกแขนงเป็นกิ่งก้านที่เหมือนแขนของมนุษย์ และออกผลเป็นก้อนเลือดและหนอง กลิ่นกำมะถันในนรกจึงถูกเจือด้วยกลิ่นคาวเลือดที่น่าหลงใหล
เหลืองไหม้กับแดงสด นี่แหละสีของนรก
และหลัวตี้…มนุษย์ผู้ที่เพิ่งเหยียบย่างเข้ามา ก็กลายเป็นหนึ่งในผู้มอบเลือดให้กับที่นี่เช่นกัน
ร่างของเขาถูกตรึงไว้บนไม้กางเขนหินสูงกว่าสิบเมตร แขนขาและลำคอถูกพันรัดด้วยลิ้นของความตายที่แห้งหยาบ ตามร่างกายถูกกรีดเปิดด้วยของมีคม เลือดไหลลงไปตามไม้กางเขน ผสมรวมเข้ากับเลือดของเหยื่อคนอื่น
ฉ่า! เสียงเนื้อไหม้ดังขึ้น
ฝนกรดกำมะถันโปรยลงมาราวกับอยู่ในฤดูฝนของนรก ทุกหยดที่ตกกระทบผิวกายจะกัดกร่อนและเผาไหม้ ละลายผิวหนังและเส้นผมจนไหม้เกรียม ก่อนจะไหลรวมลงไปกับเลือดเบื้องล่าง เมื่อทุกหยดเลือดไหลหมดสู่พื้นเบื้องล่าง จิตสำนึกของหลัวตี้ก็จะดับสูญไปในที่แห่งนี้ และร่างของเขาภายนอกจะถูกปีศาจยึดครองอย่างสมบูรณ์
ในสภาพอันโหดร้ายเช่นนี้ สัญชาตญาณทางชีววิทยาของมนุษย์จะบีบบังคับให้ปิดตาแน่นและโฟกัสไปที่การต้านทานความเจ็บปวด ไม่ว่าจะเป็นฝนกรดหรือความแห้งแล้งสุดขั้ว ก็เพียงพอที่จะทำให้คนตาบอดได้ภายในเวลาอันสั้น
ความเจ็บปวดนั้นเพียงพอที่จะทำให้คนทั่วไปหมดสติอย่างรวดเร็ว แต่หลัวตี้กลับค่อย ๆ อดทนรับมันได้ เหมือนกับว่าเขาเคยผ่านความเจ็บปวดที่ร้ายแรงกว่านี้มาก่อน
’แผนปฏิบัติการ’ ของเขาได้เสร็จสิ้นลงแล้ว ข้อมูลได้ถูกส่งออกไปก่อนที่เขาจะตกลงสู่นรก แต่จะสำเร็จหรือไม่นั้น ตอนนี้ต้องฝากความหวังไว้กับรองหัวหน้าห้องเกาเพียงคนเดียว
ในเมื่อโอกาสในการมาเยือนขุมนรกอยู่ตรงหน้า และการที่เขาอาจจะต้องอยู่ที่นี่ตลอดไป หลัวตี้เองก็อยากจะมองดูนรกด้วยตาของตัวเองซักครั้ง ก่อนที่สติจะดับวูบไป เขาฝืนสัญชาตญาณของร่างกาย ลืมตาขึ้นเพื่อมองภาพนรกให้เต็มตา ในภาพยนตร์เกรดบีที่เขาชื่นชอบ ก็มีตัวละครเอกไม่น้อยที่เกี่ยวพันกับนรก
แต่หลัวตี้ไม่ได้ตกตะลึงกับภาพนรกตรงหน้า เขาเพียงพยายามมองไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนที่การมองเห็นจะพร่ามัว
“นั่นมันอะไร?”
ไกลออกไปราวร้อยกิโลเมตร มีภูเขาไฟสีดำสนิทตั้งตระหง่านอยู่
บางทีอาจจะเพราะสภาพอากาศที่เต็มไปด้วยกำมะถัน ควันสีเหลืองไหม้ที่พวยพุ่งจากปากปล่อง กลับสะท้อนให้เห็นสีแปลกประหลาดเลือนรางกลางอากาศ คล้ายเป็นสัญลักษณ์อะไรบางอย่าง แต่เพราะมันเลือนรางและแฝงอยู่หลังม่านหมอกหนาทึบ จึงไม่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน
ในตอนนั้นเอง หยดฝนกรดตกกระทบบริเวณดวงตา แม้เปลือกตาจะรีบปิดลงทันที แต่ดวงตาเขาก็ถูกกัดกร่อนจนหมดสิ้น ดวงตาข้างขวาทั้งดวงหดเล็กลงอย่างรวดเร็ว การมองเห็นพลันพร่าเลือน
แต่หลัวตี้ก็ไม่ยอมหลับตา เขายังฝืนมองต่อไป
เขาเองก็ไม่รู้ว่าทำไม แต่ก็อยากจะมองให้ชัดว่ามันคือสัญลักษณ์อะไร
สิ่งที่น่าประหลาดคือ แม้ว่าสายตาจะเลือนรางจนแทบมองไม่เห็นพื้นใต้เท้า แต่สัญลักษณ์บนท้องฟ้าที่เดิมพร่าเลือนกลับค่อย ๆ ชัดเจนขึ้น
“ซ่า…” ดวงตาอีกข้างก็ถูกฝนกรดซัดเข้าเต็ม ๆ และถูกกัดกร่อนอย่างรวดเร็ว