เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 20 ความหวังเพียงหนึ่งเดียว

บทที่ 20 ความหวังเพียงหนึ่งเดียว

บทที่ 20 ความหวังเพียงหนึ่งเดียว


บทที่ 20 ความหวังเพียงหนึ่งเดียว

สองนาทีก่อน

เมื่อแอนนาที่ถูกสิงเอ่ยปากเล่าประวัติชีวิตของเกาโหยวเสวียนออกมา ทั้งร่างของหลัวตี้ก็เหมือนถูกแช่แข็งด้วยน้ำแข็งเย็นยะเยือก ความตึงเครียดที่มีชื่อว่า ‘ความหวาดกลัว’ แผ่ซ่านออกมาจากส่วนลึกของจิตวิญญาณ เหงื่อเย็นไหลซึมออกมาจากทุกๆ รูขุมขนทั่วร่าง

นับตั้งแต่เริ่มการฝึกภาคสนามมา เขาไม่เคยรู้สึกตึงเครียดเท่านี้มาก่อน แม้แต่ความตายก็ยังไม่ทำให้เขาหวาดหวั่นได้เท่าตอนนี้

ชั่วขณะนั้น

หลัวตี้จ้องมองแอนนาที่ถูกสิงไม่วางตา สายตานั้นเหมือนกับตอนที่เขาจ้องมองซอมบี้ก่อนหน้านี้ ความคิดที่สุดโต่งแล่นวาบขึ้นมาในหัว

‘ถ้าฆ่าแอนนาได้…เรื่องทั้งหมดนี้จะจบลงไหม?’

แต่ความคิดสุดโต่งนี้ก็ถูกปฏิเสธในทันทีโดยสัญชาตญาณลึกๆ ของเขาเอง เขาก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงคิดอะไรแบบนั้นขึ้นมา

แล้วจะแก้สถานการณ์นี้ยังไง?

ถ้าไม่ได้รับความช่วยเหลือจากสถาบันวิจัย เขาจะจัดการเหตุฉุกเฉินตรงหน้านี้ได้ยังไง?

วูบหนึ่ง ประกายความคิดก็แล่นวาบขึ้นมาในหัวของหลัวตี้

เขานึกถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้

คืนวันปิดเทอมเมื่อสัปดาห์ก่อน ขณะที่ออกมาวิ่งตอนกลางคืน เขาได้รับนามบัตรส่วนตัวจากเพื่อนนักวิ่งชื่อโลวเฟย์ พร้อมคำเตือนว่า หากเจออันตรายให้โทรหาตามเบอร์ที่อยู่บนบัตร และเพราะการฝึกภาคสนามครั้งนี้มีความพิเศษ หลัวตี้จึงพกนามบัตรนั่นติดตัวไว้ตลอด ความจำของเขาค่อนข้างดี เพียงแค่คิดถึงเรื่องนี้ หมายเลขโทรศัพท์ที่จำได้ง่ายก็ผุดขึ้นมาในหัวทันทีโดยไม่ต้องเอื้อมมือไปหยิบนามบัตรจากกระเป๋า

ตอนนี้ แอนนาที่ถูกสิงอยู่กำลังวิเคราะห์เรื่องราวชีวิตของเกาโหยวเสวียนอยู่พอดี ถือเป็นโอกาสเหมาะที่จะกดโทรออก

หลัวตี้พยายามอย่างที่สุดไม่ให้มีพิรุธ เขาขยับมือทั้งสองไปด้านหลัง แตะที่สายรัดข้อมือเพื่อเปิดใช้งานโหมดโทรศัพท์ เนื่องจากหมายเลขโทรศัพท์จะประกอบด้วยนามสกุลของตามด้วยตัวเลข ปุ่มกดที่ฉายขึ้นมาจากสายรัดข้อมือจึงเป็นลักษณะคล้ายคีย์บอร์ด

หลัวตี้แทบไม่ค่อยได้ใช้โทรศัพท์ ดังนั้นการพิมพ์หมายเลขให้ถูกขณะหันหลังจึงแทบจะเป็นไปไม่ได้ เขาขยับแขนอย่างช้าๆ เพื่อให้แป้นพิมพ์เสมือนจากข้อมือเลื่อนเข้ามาอยู่ในมุมสายตา หวังว่าการทำเช่นนี้จะไม่ไปสะดุดสายตาของแอนนาเข้า

แต่พอก้มหน้าลงดูตัวอักษรและตัวเลข… สิ่งที่เขาเห็นกลับไม่ใช่แป้นพิมพ์

สายรัดข้อมือที่สวมอยู่ทุกวันนั้นเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง โลหะสีเย็นกลับกลายเป็นสีแดงเข้ม หนาขึ้น และกำลังขยับอยู่บนผิวของเขา ความรู้สึกนั้นค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นสัมผัสนุ่มนิ่มน่าขยะแขยง มันไม่ใช่กำไลอีกต่อไป แต่เป็นลิ้นเส้นหนึ่งที่พันรัดข้อมืออยู่ ราวกับพร้อมจะแทรกซึมผ่านผิวหนังออกแล้วมุดเข้ามาในร่างของเขา

สัญชาตญาณบอกให้หลัวตี้กระชากมันออก ขว้างลงพื้น แล้วเหยียบเต็มแรง เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนก้มลงมองไปที่พื้นรองเท้า สิ่งที่ถูกบดเละอยู่ใต้ฝ่าเท้าไม่ใช่ลิ้น แต่กลับเป็นกำไลของเขาเอง ความผิดปกตินี้ทำให้เขารู้ทันทีว่าทุกอย่างเมื่อครู่เป็นภาพลวงตา เป็นอำนาจของปีศาจที่สิงร่างแอนนา กำลังบิดเบือนการรับรู้และความคิดของพวกเขา มันไม่ใช่เรื่องจริง

ไม่นานนัก…

สายตาของปีศาจก็เลื่อนมาจับจ้องที่เขา ราวกับกำลังจะเปลี่ยนหัวข้อเป็นเรื่องราวชีวิตของเขา ทว่าการมองครั้งนี้กลับเจออะไรบางอย่างที่ไม่ธรรมดา แถมยังมองได้ไม่ทะลุปรุโปร่ง

ร่างของแอนนาที่ถูกสิงขยับเย้ายวน ปลายลิ้นที่แลบออกมาขยับราวกับปลายนิ้ว กวักเรียกให้หลัวตี้เข้าใกล้

“ฉันยังมองไม่ทะลุ ‘แก่น’ ของเธอเลย… มาสิ ให้ฉันได้ชิมรสดูหน่อย ถ้าเธอพิเศษจริง… บางทีเราอาจจะตกลงกันได้ แล้วก็ไม่แน่นะว่าพวกเธออาจจะมีโอกาสรอดก็ได้”

หลัวตี้ก้าวเข้าไปโดยไม่ลังเล

เกาโหยวเสวียนที่อยู่ใกล้ๆพยายามที่จะห้ามเขา แต่มือของหลัวตี้ที่ห้อยอยู่ที่เอวกลับกระตุกนิ้วเบาๆ ราวกับส่งสัญญาณให้เขาอย่าเพิ่งทำอะไร แม้จะไม่รู้ว่าหลัวตี้คิดอะไรอยู่ แต่เขาก็เลือกที่จะเชื่อใจ และยืนนิ่งอยู่กับที่ ภาพความเย็นชาและน่าขนลุกของหลัวตี้ในตอนที่เคยร่วมกันจัดการกับศพผุดขึ้นมาในหัว

‘หลัวตี้… อย่าบอกนะว่าเขากำลังจะ…’

ดวงตาของเกาโหยวเสวียนเบิกกว้าง กล้ามเนื้อตึงเกร็ง เขาจับตามองทุกการเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายอย่างไม่กะพริบตา หลัวตี้ก้าวมาถึงขอบเตียงแล้ว… ห่างจากข้อมือที่ถูกมัดของแอนนาเพียงไม่ถึงหนึ่งนิ้ว

เสียงกระซิบแผ่วต่ำของปีศาจดังขึ้นอีกครั้ง

“เข้ามาอีกหน่อยสิ ก้มตัวลงมาให้หน้าเราใกล้กัน ไม่ต้องกลัวหรอก ยังไงพวกเธอก็เคยสัมผัสตัวฉันมาแล้ว สัมผัสอีกครั้งจะเป็นไรไป เร็วหน่อย ฉันไม่ใช่คนมีความอดทนเท่าไหร่นะ เดี๋ยวอาจจะเปลี่ยนใจไม่อยากทำข้อตกลงกับพวกเธอก็ได้”

ต้นขาของหลัวตี้แนบชิดกับขอบเตียง แผ่นหลังค่อยๆ โค้งลง ร่างกายท่อนบนเอนตัวโน้มไปข้างหน้า ใกล้ร่างของแอนนาที่นอนอยู่บนเตียงมากขึ้นเรื่อยๆ ใบหน้าของทั้งคู่ใกล้กันมากขึ้นเรื่อยๆ

แอนนาที่ถูกมัดอยู่เริ่มสูดดมแรงขึ้น ราวกับกำลังซึมซับกลิ่นบางอย่างที่มีเพียงปีศาจเท่านั้นจะได้กลิ่น ปากของเธอค่อยๆ อ้าออก ราวกับได้เจอกลิ่นที่น่าหลงไหลที่สุดจากร่างของหลัวตี้ และในที่สุดก็ได้ ‘อ่าน’ เรื่องราวของเขาออกมา

“แก!”

แอนนากำลังจะพูดขึ้น แต่หลัวตี้ที่อยู่ก็พูดขัดจังหวะขึ้นมา

“บอกมา… ข้อตกลงอะไร”

“ช่างน่าสนใจจริงๆ”

ร่างของแอนนาที่ถูกสิงยังคงเปลี่ยนแปลงไม่หยุด

รูม่านตาอีกข้างเริ่มหดเล็กจนเหลือเท่าจุด ร่องรอยบนใบหน้ากลับค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นสีคล้ายดินที่ไหม้เกรียม และ ‘ลิ้นที่สอง’ ที่กลายสภาพอย่างสมบูรณ์แล้วก็ผุ้ขึ้นมาในปาก

“ข้อตกลงมันง่ายมาก… แค่เธอยอมรับการ ‘สิงร่าง’ ของฉันแต่โดยดี โดยไม่ขัดขืนเลยแม้แต่น้อย… ฉันก็จะปล่อยเพื่อนๆ ของเธอไป รวมถึงเหวินเหวินที่ออกจากคฤหาสน์ไปแล้ว… ว่ายังไงล่ะ?”

“ฉันจะเชื่อแกได้ยังไง?”

“หา? เธอไม่มีสิทธิ์มาต่อรองเงื่อนไขกับฉันหรอกนะ”

ได้ยินแบบนั้น หลัวตี้ก็ชักมีดพร้าที่เหน็บอยู่ข้างเอวออกมาในทันที การกระทำนี้ทำเอาเกาโหยวเสวียนถึงกับสะดุ้งเฮือก คิดว่าหลัวตี้ตั้งใจจะฆ่าเพื่อนร่วมทีมของตัวเองจริงๆ แต่คมมีดกลับหยุดอยู่ที่ลำคอของหลัวตี้เอง ก่อนที่เขาจะกรีดผิวออกเป็นรอย เลือดสดซึมไหลออกมาตามใบมีด

“ฉันจะเชื่อแกได้ยังไง?” หลัวตี้ถามย้ำอีกครั้ง

“น่าสนใจจริงนะ คนหนุ่มส่วนใหญ่ที่เจอแบบนี้มักจะกลัวตายกันทั้งนั้น แต่เธอกลับเอาจริงเสียด้วย ไม่ต้องห่วง ตอนนี้ฉันจะสาบานต่อซาตานด้วยตัวเอง ขอเพียงเธอยอมให้ข้าสิงอย่างสมบูรณ์ ฉันจะปล่อยเพื่อนของเธอทั้งหมดไป”

“ต้องทำยังไง?”

“อืม ตอนนี้ฉัน‘หลอมรวม’ กับคุณแอนนามาได้ระดับหนึ่งแล้ว การใช้พลังด้วยเสียงอย่างเดียวนั้นเป็นเรื่องที่ยากมาก ดังนั้นเธอต้องให้ความร่วมมือ…ด้วยการ ‘สัมผัสร่างกาย’”

“แตะมือของเธอเหรอ?”

“ไม่! เอาลิ้นของเจ้าสอดเข้ามาในปากของข้า แบบนั้นเร็วจะที่สุด และจะพาข้าเข้าสู่ส่วนลึกที่สุดของเจ้าได้โดยตรง”

ร่างของแอนนาที่ถูกสิงอยู่อ้าปากออกเต็มที่ กรามขยับอย่างช้า ๆ ลิ้นทั้งสองในปากแยกกันแนบไปตามผนังปากซ้ายขวา ราวกับกำลังรอรับ ‘แขก’

หลัวตี้สูดลมหายใจเข้าลึก เก็บมีดพร้าที่กรีดคอตัวเองไว้เอวเหมือนเดิม แต่เมื่อคิดว่า หากตัวเองถูกสิง อาวุธนี้อาจกลายเป็นอันตรายถึงชีวิตต่อเพื่อนร่วมทีม เขาจึงตัดสินใจเหวี่ยงมันไปกระแทกผนังอย่างแรง

การเคลื่อนไหวทุกขั้นตอนดูเป็นไปอย่างธรรมชาติ ไม่มีช่องให้สงสัย แอนนาที่ถูกสิงก็คิดเช่นนั้น แถมความสนใจของเธอยังจดจ่ออยู่ที่ลิ้นของหลัวตี้เพียงอย่างเดียว ราวกับอยากครอบครองชายหนุ่มแสนพิเศษคนนี้เต็มที

ในขณะเดียวกัน เกาโหยวเสวียนที่ยืนดู ‘ละคร’ อยู่ปลายเตียงตั้งแต่ต้น ก็คอยจับตามองไปที่มีดพร้า เพราะตั้งแต่แรกเขาก็สงสัยว่าหลัวตี้อาจมีเจตนาอื่น และในตอนนี้เอง ที่มีดถูกเหวี่ยงไปใกล้ผนัง เขาก็สังเกตเห็นบางอย่างติดอยู่ด้านหลังของใบมีด พอมีดกระแทกผนัง สิ่งนั้นก็ตกลงมาพร้อมกัน

มันคือ “นามบัตร” นามบัตรพิเศษที่มีชื่อคนและหมายเลขโทรศัพท์อยู่ เขาจำตัวเลขนั้นได้ทันที และก็เข้าใจเจตนาที่แท้จริงของหลัวตี้ในตอนนี้ ด้วยฐานะทางบ้านของเกาโหยวเสวียน เขาเริ่มใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ตั้งแต่ยังเด็ก การพิมพ์ตัวเลขโดยไม่มองเป็นถือเรื่องพื้นฐานสำหรับเขา

อาศัยจังหวะที่ความสนใจของปีศาจถูกดูดไปยังหลัวตี้ทั้งหมด เขาค่อย ๆ ขยับมือทั้งสองไปด้านหลัง กดตัวเลขโทรศัพท์ที่อยู่บนนามบัตรอย่างเงียบเชียบ…

จบบทที่ บทที่ 20 ความหวังเพียงหนึ่งเดียว

คัดลอกลิงก์แล้ว