เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 19 ทางตัน

บทที่ 19 ทางตัน

บทที่ 19 ทางตัน


หากพวกเขาเลือกกล่องโลหะที่เกี่ยวข้องกับเสียงแลบลิ้นและปีศาจตั้งแต่แรก ก็คงได้เตรียมตัวรับมือไว้ล่วงหน้า

แต่ในตอนนี้…

พวกเขาไม่มีการเตรียมตัวใด ๆ เหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน แถมยังเกิดตามหลังเหตุการณ์ของเจียงซือ และทันทีที่มันเริ่มต้นก็ถึงกับทำให้หัวหน้าทีมได้รับบาดเจ็บสาหัส

ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขาก็เป็นเพียงนักเรียนมัธยมปลายปีสอง ประสบการณ์ในการรับมือกับสิ่งผิดปกติที่ไม่มีตัวตนจริง ๆ นั้นยังถือว่าน้อย แม้จะมีการเรียนเรื่องปีศาจอยู่บ้างในโรงเรียน แต่นั่นก็เป็นเพียงทฤษฎีเท่านั้น

ตามที่เคยเรียนมาในห้องเรียน เมื่อมีสิ่งผิดปกติประเภทปีศาจมาเข้าสิงร่างของมนุษย์ วิธีเดียวที่จะช่วยโดยไม่ทำร้ายผู้ถูกสิงก็คือ ‘การไล่ปีศาจ’

เนื่องจากเมืองที่พวกหลัวตี้อาศัยอยู่เป็นเมืองในประเทศจีน ซึ่งมีพวกมนุษย์เทียมที่มีคุณสมบัติของปีศาจอยู่น้อยมาก หรืออาจจะไม่มีเลย โรงเรียนส่วนใหญ่จึงไม่ได้สอนวิชาไล่ปีศาจอย่างจริงจัง หลักสูตรแบบเป็นระบบมักจะสงวนไว้สำหรับนักเรียนหลังจากเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาแล้ว

อย่างไรก็ตาม สำหรับคนที่เรียนดีอย่างเกาโหยวเสวียน เขาเคยศึกษาเรื่องนี้ด้วยตัวเองมาก่อน ตอนนี้สมองของเขากำลังทำงานอย่างรวดเร็ว

จากมุมมองของเขา แอนนาที่เป็นนักเรียนจากโรงเรียนระดับท็อปของประเทศรัสเซียน่าจะเคยผ่านการฝึกอบรมเฉพาะทางมา และอาจพกเครื่องมือไว้รับมือกับปีศาจ

เขารีบค้นกระเป๋าสะพายของแอนนา และก็พบว่ามีพระคัมภีร์ไบเบิลฉบับภาษารัสเซียเล่มหนึ่ง ที่มีไม้กางเขนโลหะซ่อนอยู่ข้างใน เมื่อเขาหยิบพระคัมภีร์ออกมา แอนนาที่ถูกสิงซึ่งนอนอยู่บนเตียงก็ยังคงยิ้มอย่างไม่สะทกสะท้าน

เกาโหยวเสวียนโยนคัมภีร์ไบเบิลภาษารัสเซียไปให้หลัวตี้

“นายไม่ใช้เองเหรอ?” หลัวตี้ถาม

“ฉันจำได้ขึ้นใจอยู่แล้ว… นายรีบเปิดไปบทสดุดี บทที่ 91 แล้วอ่านตามฉัน ขอให้พระเจ้าช่วยขับไล่ความชั่วร้ายและปกป้องเรา มันคงช่วยลดพลังของปีศาจในตัวแอนนาได้บ้าง อย่างน้อยก็ช่วยยืดเวลาจนกว่าเจ้าหน้าที่จากสถาบันมาถึง”

เมื่อหลัวตี้เปิดไปยังบทที่ต้องการได้แล้ว เกาโหยวเสวียนก็ยกไม้กางเขนมาขึ้นหันไปทางแอนนา ทั้งสองเริ่มสวดออกเสียงเป็นภาษารัสเซียพร้อมกัน

“ผู้ใดสถิตอยู่ในที่ลับของพระผู้สูงสุด ผู้นั้นจะสถิตอยู่ภายใต้ร่มเงาของพระผู้ทรงฤทธานุภาพ...”

แต่เสียงสวดนั้นกลับทำให้แอนนาหัวเราะออกมาดังลั่น เถ้าถ่านที่ลอยอยู่ในห้องไม่ได้เบาบางลงเลย อุณหภูมิโดยรอบยังคงสูงขึ้นเรื่อย ๆ

“ฮ่าฮ่าฮ่า~ เด็กที่รักการอ่านนี่น่าเอ็นดูจริง ๆ พวกแกไม่ใช่ผู้ศรัทธา ไม่เคยแม้แต่จะเข้าโบสถ์ หรือรู้จักนักบวชด้วยซ้ำ ไม่เชื่อในพระเจ้าแต่กลับอยากอาศัยพลังจากผู้ชาย 'ข้างบน' นั่น น่าขันเสียจริง ตอนนี้พวกแกทำอะไรไม่ได้หรอก รีบหนีไปเหมือนเหวินเหวินเถอะ บางทีอาจจะรอดก็ได้นะ แต่ฉันดูแล้ว พวกแกคงไม่ใจดำถึงขั้นจะทิ้งเด็กสาวผู้น่าสงสารคนนี้ไว้คนเดียวใช่ไหมล่ะ?”

ถ้อยคำชั่วร้ายที่ปรศาจพ่นออกจากปากแอนนาไม่ได้ทำให้สองคนนั้นหยุดสวด เพราะนี่คือวิธีเดียวในการไล่ปีศาจที่พวกเขามี แม้มันจะไม่ก่อให้เกิดผลใดกับแอนนาโดยตรง แต่รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอก็ค่อย ๆ จางหาย กลายเป็นความขยะแขยงและเกลียดชังแทน

“พอได้แล้ว!”

เสียงคำรามดังออกมาจากปลายลิ้นของแอนนา ทำให้กระจกแต่งตัวในห้องนอนแตกกระจาย

“ฟังอะไรน่าขยะแขยงแบบนี้นาน ๆ แล้วฉันอยากจะอ้วก! ถ้าแกยังทำแบบนี้ พอ ‘หลอมรวมสมบูรณ์’ เมื่อไหร่ ฉันจะไม่ฆ่าพวกแกในทันที แต่จะค่อย ๆ ฉีกพวกแกออกเป็นชิ้น ๆ …”

ขณะเดียวกัน ดวงตาข้างหนึ่งของแอนนาเริ่มเปลี่ยนไป รูม่านตาหดเล็กลงเหลือเพียงขนาดเท่าเม็ดทราย ตาขาวกินพื้นที่ไปเกือบหมด และใต้ลิ้นของเธอก็มีลิ้นเล็ก ๆ อีกเส้นหนึ่งงอกขึ้นมา

การเปลี่ยนแปลงนี้ดูเหมือนจะเป็นสัญญาณว่า’การเข้าสิง’ได้ผ่านไปอีกขั้น และอิทธิพลของปีศาจที่มีต่อโลกจริงกำลังทวีความรุนแรงขึ้น

ขณะนั้นเอง หลัวตี้ที่กำลังสวดก็หยุดชะงัก เพราะระหว่างบรรทัดของพระคัมภีร์นั้นมีลิ้นเส้นหนึ่งค่อย ๆ โผล่ออกมา แล้วเลียเบา ๆ ที่นิ้วของเขาที่ถือหนังสืออยู่

สัมผัสที่ไม่ได้เป็นไปตามที่เขาคิดไว้ มันเป็นสัมผัสที่แปลกประหลาด ราวกับลิ้นนั้นมีแขนทารกเล็ก ๆ จำนวนมากยื่นออกมาจากพื้นผิว มันดูดเกาะ ดึงลากนิ้วหลัวตี้ไว้ พยายามดึงเขาลงไปสู่ห้วงนรก

พระคัมภีร์หลุดจากมือเขาทันที

คัมภีร์ไบเบิลตกลงไปบนพื้นดินที่กลายเป็นเถ้าถ่านและถูกเผาไหม้จนหมด

หลัวตี้มองไปที่คัมภีร์ที่ถูกเผา เขาเห็นว่าอาการที่แอนนาถูกสิงนั้นไม่ได้รับผลกระทบใด กลับยิ่งแย่ลงด้วยซ้ำ แผนการพิเศษผุดขึ้นมาในหัวของเขาทันที

เขาหันไปทางเกาโหยวเสวียนและใช้สายตาส่งสัญญาณให้เขาหยุดสวดมนต์

เมื่อการสวดหยุดลง ทุกอย่างก็เงียบสงบ

แอนนาหยุดยิ้ม ลิ้นของเธอเลียขึ้นลงในปากอย่างต่อเนื่องเหมือนกำลังปรบมืออย่างสนุกสนาน “อ้า~ ในที่สุดพวกแกก็เงียบกันซะที การเข้าสิงโดยสมบูรณ์ยังต้องใช้เวลาอีกหน่อย เอาล่ะ ฉันขอดูหน่อยสิ ว่าแก่นแท้ของพวกแกเป็นยังไงกันแน่ เริ่มจากแก... เจ้าเด็กที่ชอบนั่งอ่านหนังสือและเรียนรู้วิธีฝังเข็ม”

นัยน์ตาคมกริบจ้องมองไปที่เกาโหยวเสวียนราวกับสามารถมองทะลุจิตวิญญาณของเขาและเข้าใจความคิดเขาได้

“โอ้…ลูกหลานแห่งสวรรค์ เกิดมาบนจุดสูงสุดของโลก ได้รับการยกย่องตั้งแต่ลืมตาดูโลก ทั้งร่างกาย ทั้งสติปัญญา ล้วนเหนือกว่าผู้อื่น แกเคยเกือบได้เข้าไปในโรงเรียนมัธยมชั้นนำ ภายใต้การดูแลของบริษัทโดยตรง แต่โชคร้ายก่อนเปิดเทอมกลับเกิดอุบัติเหตุ มือซ้ายของแกพังยับ ส่งผลให้สอบตกอย่างรุนแรง สุดท้าย…ก็ต้องลงเอยในโรงเรียนธรรมดา แล้วก็ค่อย ๆ จมดิ่งลงสู่ความรู้สึกไร้ค่า

แขนของแกก็แย่ลงเรื่อย ๆ จนต้องกัดฟันจ่ายราคามหาศาลเพื่อได้แขนเทียมมา แต่เพิ่งจะได้ใช้ไม่นาน…ก็ต้องมาเจอกับฉัน ตอนนี้…รู้สึกยังไงบ้างล่ะ? จากที่คิดว่ากำลังจะพ้นจากขุมนรก จากที่กำลังจะพิสูจน์ตัวเองในการสอบเลื่อนชั้นปีหน้า ผ่านความสำเร็จของการฝึกงานครั้งนี้ แต่กลับต้องมาตายที่นี่ พรสวรรค์ที่แกภาคภูมิใจนักหนา…กำลังจะถูกฉันฝังลงดิน เริ่มรู้สึกหมดหวังแล้วใช่ไหม? อา…รสชาติของความสิ้นหวังนี่มันช่างหอมหวานเหลือเกิน ฉันแทบจะรอไม่ไหวที่จะสอดลิ้นเข้าไปในปากแก…แล้วชิมมันอย่างช้า ๆ อยากรู้จริง ว่ารสชาติของความสิ้นหวังของแก…จะอร่อยสักแค่ไหนกัน”

ปีศาจเอ่ยเล่าชีวิตของเขาออกมาทีละบรรทัด แต่ใบหน้าของเกาโหยวเสวียนกลับไม่เปลี่ยนไปแม้แต่น้อย เพียงใช้ปลายนิ้วแตะขอบแว่นเบา ๆ

เพราะเขาเคยลิ้มรสความตายมาแล้ว…เคยตกสู่ก้นเหวแห่งความสิ้นหลัง แต่ก็ปล่อยวางมันได้ตั้งแต่เมื่อปีก่อน ตอนนี้ สิ่งที่เขาสนใจมีเพียงสถานการณ์ตรงหน้า และการคิดหาหนทางรอดเท่านั้น

ในใจเขายังอดสงสัยไม่ได้ ทำไมเวลาผ่านมานานขนาดนี้แล้ว แต่คนจากสถาบันยังไม่มาสักที สายตาเขาเหลือบมองไปทางประตูเป็นระยะ รอคอยการมาถึงของใครสักคน

“บางที…พวกนั้นอาจจะไม่มาแล้วก็ได้”

คำพูดของหลัวตี้ดังขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว ทำให้เกาโหยวเสวียนชะงัก

“การรอความช่วยเหลือ”  นี่คือแผนเอาตัวรอดทั้งหมดของเขา ถ้าความหวังนี้ถูกพังทลายลง…ความคิดของเขาก็จะติดอยู่ในทางตันทันที

ทว่าเมื่อคิดให้ลึกลงไป คำพูดของหลัวตี้ก็มีเหตุผลอยู่ไม่น้อย การที่สถาบันพลาดผิดอย่างร้ายแรงแบบนี้ คงมีปัญหาภายใน แม้แต่เจ้าหน้าที่ก็อาจจะกำลังตกอยู่ในอันตรายเหมือนกัน ทำให้พวกเขาไม่สามารถมาจัดการสถานการ์นี้ได้ อย่างน้อย ก็ต้องรอจนกว่าสถานการณ์ภายในสถาบันจะสงบลงก่อน

ดวงตาของเกาโหยวเสวียนเริ่มพร่าเลือน เขาไม่รู้แล้วว่าควรจะทำอะไรต่อไป

แอนนาที่นอนอยู่บนเตียงยังคงกล่าวถ้อยคำชวนขนลุกต่อไป

“พวกเธอพูดถูก… คนจากสถาบันวิจัยคงจะไม่มาช่วยแล้วล่ะ การที่ฉันมาปรากฏตัวได้… มันไม่ใช่แค่ความผิดพลาดทางเทคนิคหรอก”

เธอหยุดเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงแฝงรอยยิ้ม

“เอาล่ะ… คราวนี้มาดูเจ้าเด็กผู้ชายที่ไม่ค่อยชอบพูด แต่ดันชอบสวมบทฮีโร่กันดีกว่า”

ศีรษะของแอนนาหมุนอย่างเชื่องช้าเหมือนกลไกของเครื่องจักร สายตาของเธอค่อย ๆ เลื่อนมาหยุดอยู่ที่หลัวตี้ทันทีที่ดวงตาอันผิดธรรมชาตินั้น หยุดจ้องที่เขา สีหน้าของแอนนาที่ถูกสิงก็เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน

จากความว่างเปล่า กลายเป็นความสงสัย กลายเป็นความสนใจ สุดท้ายก็กลายเป็นความตื่นเต้น

“…เป็นมนุษย์ที่น่าสนใจจริง ๆ!”

จบบทที่ บทที่ 19 ทางตัน

คัดลอกลิงก์แล้ว