- หน้าแรก
- ห้วงลึกแห่งคนเป็น
- บทที่ 18 เข้าสิง
บทที่ 18 เข้าสิง
บทที่ 18 เข้าสิง
พวกเขาได้ถามถึง "กฎ" ระหว่างทางไปยังเขตปฏิบัติการในเช้าวันนี้แล้ว ผู้อำนวยการฉินที่รับผิดชอบโครงการนี้ก็เป็นคนยืนยันด้วยตัวเองว่า การฝึกครั้งนี้จะเกิด “เหตุการณ์” เพียงเหตุการณ์เดียว ที่สัมพันธ์กับวัตถุที่ถูกกระตุ้น
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนที่พวกเขาฆ่าเจียงซือก็ได้รับประกาศอย่างชัดเจนจากสถาบันวิจัยว่า การฝึกนี้ได้สิ้นสุดลงแล้ว ทุกอย่างควรจะจบลงตรงนั้น สิ่งที่เหลืออยู่ควรเป็นช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลอง
แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตอนนี้กลับพลิกผันไปจากที่ควรจะเป็นโดยสิ้นเชิง ทันทีที่ได้ยินเสียงกระดกลิ้นจากปากของแอนนา ทุกคนก็พลันนึกไปถึงวัตถุที่แอนนาเคยพบตอนนั้น กล่องโลหะที่มีรูปดาวหกแฉกและหัวแพะ มองดูสภาพของแอนนาแล้ว ทุกคนก็คิดถึงสิ่งที่เคยเรียนมาในตำรา ‘การเข้าสิง’
นั่นหมายความว่า ‘เหตุการณ์ที่สอง’ ได้ถูกกระตุ้นขึ้น โดยไม่มีช่วงเวลาให้พัก ไม่มีการเตือนล่วงหน้า ไม่มีเวลาให้เตรียมตัวใด ๆ และหัวหน้าห้องลู่เหวินที่เป็นแกนหลักของทีมก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส ถึงขั้นอาจเป็นอันตรายถึงชีวิ
อุบัติเหตุ
นี่คือสิ่งแรกที่หลัวตี้นึกถึง แต่เมื่อลองคิดให้ลึกอีกหน่อย การฝึกครั้งนี้มีทีมวิจัยขนาดใหญ่อยู่เบื้องหลัง สถาบันวิจัยสามารถสร้างวัตถุต่าง ๆ ที่เชื่อมโยงกับเหตุการณ์ผิดปกติ และสามารถสร้างคฤหาสน์โบราณขึ้นได้อย่างรวดเร็วตามวัตถุที่เลือกไว้ สิ่งเหล่านี้ล้วนแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของพวกเขา
ทีมวิจัยที่มีความสามารถระดับนี้ แถมยังมีความเกี่ยวข้องกับหัวหน้าห้องอีกด้วย พวกเขาควรให้ความสำคัญกับการปฏิบัติการครั้งนี้เป็นอย่างมาก ไม่มีทางที่จะทำพลาดเรื่องแบบนี้ได้
ในเมื่อดูเหมือนว่าสถาบันวิจัยโดยรวมไม่มีปัญหา หลัวตี้ก็คิดถึงความเป็นไปได้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด นั่นคือ มีบางคนในสถาบันเกิด “มุมมืด” ขึ้นภายในใจ และได้วางแผนเรื่องทั้งหมดไว้ล่วงหน้า… แล้วพวกเขาทั้งสี่ก็เผอิญเข้าไปพัวพันเข้าโดยไม่รู้ตัว
แต่ตอนนี้ยังคิดอะไรมากไม่ได้ สิ่งสำคัญคือจะจัดการกับสถานการณ์ตรงหน้าอย่างไร จะควบคุมแอนนาก่อน หรือจะจัดการกับลู่เหวินที่บาดเจ็บสาหัสก่อน?
หลัวตี้ยังไม่ทันได้คิดถึงคำตอบ แต่เขาก็ได้คำตอบแล้ว
หัวหน้าห้องที่มีขวานฝังอยู่ที่หัวไหล่ กลับใช้จังหวะสั้น ๆ นี้ แทงเข็มอะดรีนาลีนจากชุดปฐมพยาบาลเข้าไปที่ต้นขาด้านนอก ทนความเจ็บปวดไว้แล้วยันตัวลุกขึ้น ถอยไปยังประตูทางออก
“การปฏิบัติการเกิดปัญหา ฉันต้องรีบลงเขา... ทางสถาบันวิจัยน่าจะสังเกตเห็นแล้ว หน่วยปฏิบัติการน่าจะอยู่ระหว่างขึ้นมาบนเขา ฉันจะรีบไปสมทบกับพวกเขา แล้วพยายามไปถึงโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด ฝากพวกนายสองคนถ่วงแอนนาไว้ก่อน ถ้าเป็นไปได้ก็อย่าฆ่าเธอ แค่รอให้คนของสถาบันมาถึง ทุกอย่างก็จะได้รับการจัดการเอง”
หัวหน้าห้องไม่ได้ดึงขวานออก แต่ใช้มืออีกข้างกดแผลที่หัวไหล่ไว้แน่น อะดรีนาลีนเริ่มออกฤทธิ์ ความเจ็บปวดค่อย ๆ บรรเทาลง ในขณะที่เธอกำลังจะออกจากที่นี่ เพื่อลงเขาไปขอความช่วยเหลือ แอนนาที่อยู่ริมกำแพงในห้อง ก็เอ่ยเสียงหนึ่งออกมา เป็นเสียงอันน่าสะพรึงกลัวและแปลกประหลาดที่ไม่ใช่ของเธอ
“น่าเสียดายนะ... ถ้าไม่ใช่เพราะเสี่ยวเกาพูดมาก ขวานเมื่อกี้ของฉันก็คงผ่าหน้าเธอได้แล้วล่ะ ลู่เหวิน ถ้าเป็นแบบนั้นล่ะก็ ต่อไปเวลาเดินตามถนนก็จะไม่มีใครบอกอีกว่าเธอสวยกว่า พอฉันฆ่าพวกมันทั้งสองคนเสร็จ จะรีบตามลงไปหาเธอเลย หนีไปสิ เหวินเหวินของฉัน! ฉันจะฉีกเธอออกเป็นชิ้น ๆ ให้ทุกคนได้เห็นด้านที่แท้จริงของเธอเอง”
สีหน้าของหัวหน้าห้องไม่ได้เปลี่ยนไป เธอกดแผลไว้แน่นก่อนจะหันหลังเดินจากไป
ตอนนี้ในห้องเหลือเพียงสามคน แอนนาที่ถูกสิงอยู่นั้นไม่มีอาวุธอยู่ในมือ นี่คือจังหวะเหมาะที่สุดในการเข้าควบคุมเธอ ขอแค่ควบคุมเธอไว้ได้ รอให้คนจากสถาบันมาถึง เหตุการณ์นี้ก็อาจจะจบลงได้
หลัวตี้กับเกาโหยวเสวียนสบตากัน ก่อนจะเข้าโจมตีจากทั้งสองฝั่ง ทั้งคู่กลับไปใช้สมาธิเหมือนตอนรับมือกับเจียงซือ เตรียมพร้อมหลบหลีกหรือป้องกันอยู่ตลอดเวลา เพราะรูปร่างและพละกำลังของแอนนาเหนือกว่าพวกเขาทั้งหมด แต่เมื่อเข้าประชิดตัวแอนนา สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น
ศีรษะของแอนนาจู่ ๆ ก็ก้มพับลงแล้วก็เงยขึ้นอีกครั้ง สีหน้าชั่วร้ายก่อนหน้านั้นเปลี่ยนเป็นความหวาดกลัวและตื่นตระหนก เสียงสั่นเครือหลุดจากลำคอ
“ฉัน... ตอนที่เจียงซือตาย ฉันได้ยินเสียงกระดกลิ้น ฉันเห็นปีศาจตัวหนึ่งในป่า มันไม่มีหัว มีแค่ลิ้นห้อยออกมา ฉันแค่เผลอมองไป มันก็โผล่มาตรงหน้า แล้วกัดกินฉันด้วยลิ้นของมัน นี่ฉันกลับมาอยู่ที่ห้องได้ยังไง...เหวินเหวินอยู่ไหนแล้ว?”
แอนนาที่เต็มไปด้วยความตระหนก เมื่อเห็นคราบเลือดที่ยังหลงเหลืออยู่บนพื้น ก็เหมือนจะเริ่มเดาอะไรบางอย่างออก อารมณ์ของเธอเริ่มควบคุมไม่อยู่
อารมณ์ที่พลุ่งพล่านรุนแรงทำให้ ‘บางสิ่ง’ ที่แฝงอยู่ในร่างของปรากฏชัดขึ้นใต้ผิวหนัง ราวกับพร้อมจะควบคุมร่างกายได้ทุกเมื่อ
ในจังหวะนั้นเองก็มีมือข้างหนึ่งคว้าจับต้นแขนของแอนนาไว้ มือนั้นหยาบกระด้างแต่อบอุ่นและหนักแน่น สัมผัสจากชายหนุ่ม ช่วยดึงเธอออกจากอารมณ์สุดโต่งได้ชั่วขณะ พร้อมกันนั้นเธอก็รู้สึกว่าร่างกายของเธอกำลังถูกลากไปข้างเตียงใหญ่ภายในห้องนอนหลัก หลัวตี้มองเธอด้วยท่าทีที่เหนือกว่า กล่าวเกือบเป็นคำสั่งว่า
“ตอนนี้เธอยังมีสติอยู่ รีบขึ้นไปนอนบนเตียงซะ! เกาโหยวเสวียนเอาผ้าพันแผลมา!”
ดูเหมือนว่าเขาจะรับหน้าที่แทนหัวหน้าทีม กลายเป็นผู้ควบคุมสถานการณ์ชั่วคราว และเร่งให้ทุกคนเริ่มลงมือ แอนนาก็เข้าใจสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว หากอยากมีชีวิตรอด เธอก็ต้องทำตามนี้เท่านั้น
เธอนอนลงบนเตียงทันที กางแขนขาออกเพื่อให้ใกล้มุมทั้งสี่ของเตียงให้ได้มากที่สุด เตียงใหญ่ในคฤหาสน์เก่าหลังนี้ทำจากวัสดุที่แข็งแรงมั่นคง และตรงมุมทั้งสี่ก็พอดีมีโครงเสาอยู่พอดี
หลัวตี้และเกาโหยวเสวียนแบ่งหน้าที่กันทันที ใช้ผ้าพันแผลพันตรึงแขนขาทั้งหมดของแอนนาไว้ให้แน่นที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทางด้านเกาโหยวเสวียนก็ไม่รอช้า หยิบเข็มเงินที่เคยใช้กับซอมบี้ขึ้นมาอีกครั้ง แล้วปักลงบนจุดสำคัญตามร่างกายของแอนนา
ด้านนอกต้นขา จุด ‘เฟิงซื่อ’
ด้านในต้นขา จุด ‘อิ่นเป่า’
ด้านในแขน จุด ‘ชื่อเจ๋อ’
นอกจากนี้ เขายังตั้งใจจะปักเข็มที่จุด “ไป่ฮุ่ย” บนกลางกระหม่อมเพื่อกระตุ้นสมองและทำให้เธอมีสติได้นานขึ้นตอนที่เขากำลังถือเข็มในมือ จ้องไปยังหนังศีรษะใต้เส้นผมสีทองของแอนนา
แกร่ก... แกร่ก…
เหมือนมีบางอย่างกำลังเลื้อยขยับอยู่ใต้ผิวหนัง
เกาโหยวเสวียนเล็งจังหวะที่จะลงเข็ม แต่แล้วสิ่งที่เคลื่อนไหวใต้ผิวนั้นกลับปรากฏเป็นโครงหน้าคนครึ่งหนึ่งดันขึ้นมาเห็นเด่นชัด พร้อมกับแลบลิ้นประหลาดออกมา เหมือนกำลังจะเลียนิ้วของเขาที่กำลังจะใช้ปักเข็ม
หากถูกเลียเข้า แม้แต่เขาเองก็อาจจะตกอยู่ในอันตราย เขาจึงจำต้องละมือ และถอยกลับโดยสัญชาตญาณ ไปยืนที่ด้านหลังของเตียง
ถึงอย่างนั้น จุดต่าง ๆ ที่แขนขาก็ถูกปิดกั้นไว้แล้ว รวมกับการพันตรึงด้วยผ้าพันแผล ก็น่าจะเพียงพอถ่วงเวลาไว้จนกว่าคนจากสถาบันจะมาถึง
ตอนนี้ แอนนาที่ถูกพันธนาการไว้บนเตียงดูเปลี่ยนเป็นอีกคน เธอไม่เหลือเค้าความสดใสแบบนักเรียนมัธยมอีกต่อไป เธอดูแก่กว่าวัยไปราวสิบปี ใต้ผิวหนังปรากฏเส้นเลือดม่วงคล้ำเป็นลายหินอ่อน รวมถึงรอยย่นลึกที่ไม่ควรปรากฏบนใบหน้าของวัยรุ่น
ปากของเธอก็อ้ากว้างเกินมนุษย์ หรือจะพูดให้ถูกคือ ราวกับเนื้อริมฝีปากของเธอนั้นถูกย่อยไปบางส่วน จนเห็นฟันและเหงือกโผล่พ้นมาครึ่งหน้า
ลิ้นในปากยืดออกมายาวและว่องไว กำลังดีดกระแทกไปทั่วผนังช่องปาก ส่งเสียงที่ฟังแล้วไม่สบายใจเอาเสียเลยสิ่งเดียวที่ดูปกติอยู่ก็คือดวงตาของแอนนา มันยังคงเหมือนเดิม แสดงว่า ‘การเข้าสิง’ นั้นยังไม่สมบูรณ์
ทันใดนั้น ลิ้นที่ฟาดอยู่ในปากก็หยุดนิ่งลง เสียงของปีศาจบางตนเล็ดลอดออกมาจากข้างใน
“ฮ่าๆๆ พวกแกแตะโดนตัวฉันแล้วใช่ไหม แกได้ยินไหม? เสียงของฉัน…”
สิ้นเสียงนั้น…
แผล่บ!
เสียงแลบลิ้นดังขึ้นพร้อมกันในหัวของหลัวตี้กับเกาโหยวเสวียน ไม่อาจบอกได้ว่ามันมาจากที่ไหน เพราะมันไม่ได้ดังจากภายนอก แต่ดังอยู่ในสมองของพวกเขาเอง พร้อมกันนั้น ห้องนอนหลักทั้งห้องก็เริ่มแปรเปลี่ยน ผนังรอบด้านหลุดร่อนออกเหมือนผิวหนังพังทลาย เผยให้เห็นโครงสร้างด้านในที่เหมือนชั้นหินกำลังเผาไหม้ ขี้เถ้าฟุ้งกระจายเต็มอากาศ ทุกครั้งที่หายใจเข้าไปรู้สึกเหมือนลมหายใจนั้นกำลังแผดเผาร่างกาย