- หน้าแรก
- ห้วงลึกแห่งคนเป็น
- บทที่16 ความกดดัน
บทที่16 ความกดดัน
บทที่16 ความกดดัน
เปลวไฟจากแอลกอฮอล์ยังคงลุกไหม้อยู่บนร่างของศพอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่น่าประหลาดใจก็คือ แม้มันจะถูกเผาอยู่เช่นนั้น แต่เจียงซือกลับไม่แสดงปฏิกิริยาใด ๆ เลย ไม่ว่าจะกระโจนลงบ่อน้ำที่อยู่ข้างตัว หรือกลิ้งไปกับพื้นเพื่อดับไฟ
ทั้งสี่คนก็เริ่มสังเกตเห็นจุดนี้ บางทีอาจจะเป็นเพราะพิธีถูกขัดขวางกลางคัน ทำให้เจียงซือตัวนี้ยังขาดสัญชาตญาณพื้นฐานที่สุดของสิ่งมีชีวิต
อย่างไรก็ตาม น้ำหนองหนืดเหนียวที่ไหลออกจากใต้ผิวหนังของเจียงซือนั้นสามารถสกัดเปลวเพลิงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถ้าหวังจะใช้ไฟจากแอลกอฮอล์เพียงอย่างเดียวเพื่อเผามันให้มอดไหม้นั้นเป็นไปไม่ได้แน่นอน
แต่ถึงอย่างไรมันก็ยังสร้างผลกระทบบางส่วนได้อยู่
กลิ่นควันไหม้จากร่างที่กำลังถูกเผาทำให้ประสาทรับกลิ่นซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของเจียงซือในตอนนี้ถูกกลบไปชั่วขณะ มันไม่สามารถระบุตำแหน่งของพวกเขาได้ชัดเจน ได้แต่หันซ้ายแลขวา หวังจะจับจังหวะจากเสียงหรือการเคลื่อนไหวแทน
ในตอนนั้นเอง หัวหน้าชูนิ้วโป้งให้แอนนาเป็นการชมเชยที่ขว้างระเบิดไฟได้ผล พร้อมส่งสัญญาณด้วยสายตาให้ทั้งสองคนที่อยู่ตรงหน้าประตูช่วยเข้าประชิดเจียงซือจากทั้งสองด้าน แอนนาและหัวหน้าเคลื่อนไหวพร้อมกันเข้าประชิดเจียงซือจากด้านข้าง หนึ่งคนถือขวาน อีกหนึ่งคนถือดาบ ประสบการณ์จากการเรียนวิชาพละศึกษามา 12 ปีบวกกับการฝึกพิเศษนอกหลักสูตร ทำให้พวกเธอรู้ได้โดยสัญชาตญาณว่าจุดอ่อนของมันคือ ‘ต้นคอ’
แต่เมื่อทั้งสองเข้าใกล้จนได้ระยะ เจียงซือก็ได้กลิ่นของมนุษย์อีกครั้ง ร่างอันแข็งทื่อของมันพลันขยับตอบสนองในทันที
เคร๊ง!
เสียงโลหะกระทบดังก้องกังวานไปทั่วเชิงเขา
ด้านหน้า เจียงซือยื่นหัวออกมา งับขวานของแอนนาไว้ได้พอดี แม้ใบมีดจะฝังเข้าไปในสองแก้มของมัน แต่ก็ถูกกัดไว้แน่นจนดึงไม่ออก
ด้านหลัง หัวหน้าใช้จังหวะนั้นฟันใส่ท้ายทอยของเจียงซือเต็มแรง แต่ใบดาบกลับฝังลงไปได้ไม่ถึงสองเซนติเมตรรอยแยกเล็ก ๆ ระหว่างผิวหนังเผยให้เห็นแนวกระดูกสันหลังสีดำมืดด้านใน ดูเหมือนว่ามันจะมีลักษณะแข็งตัวอย่างผิดธรรมชาติ เสียงที่ได้ยินเมื่อครู่เกิดจากการที่ดาบกระทบกระดูกนี่เอง
หัวหน้าวิเคราะห์ในหัวอย่างรวดเร็ว ‘ตามที่คิดไว้เลย เจียงซือตัวนี้มีความสามารถ ‘แข็งตัวได้บางส่วน’ จริง ๆ
ตอนที่ฉันกับหลัวตี้โจมตีคู่กันมันก็เป็นแบบนี้ ถ้าฉันดึงความสนใจมันไว้ได้ หลัวตี้ก็จะมีจังหวะใช้เลื่อยฟันแขนมันได้อย่างแม่นยำ หากสู้ตัวต่อตัวกับมัน จะไม่มีทางชนะได้เลย แต่ถ้าใช้วิธีรุม ก็จะสามารถพลิกสถานการณ์ได้ ดีแล้วที่ขัดขวางพิธีไว้ได้ก่อน ไม่งั้นมันคงได้ความสามารถแข็งตัวทั่วร่าง แถมอาจมีพลังเหนือมนุษย์อีกสารพัด’
ทางด้านเจียงซือเองก็ไม่ได้ยืนเฉย ขณะที่กัดขวานไว้ มันก็ฉวยจังหวะฟาดแขนที่เหลืออยู่ออกไปทันที หวังจะฉีกร่างหญิงสาวตรงหน้าให้แหลกคามือ
กล้ามแขนของแอนนาหดเกร็งอย่างรวดเร็ว เธอกระชากขวานออกจากปากของเจียงซือพร้อมฟันสามซี่ที่หลุดติดมา จากนั้นเธอก็รีบเบี่ยงตัวถอยหลัง เล็บสีดำเฉียดผ่านร่างไปเพียงเสี้ยววินาที เกือบจะข่วนโดนเนื้อเข้าเต็มๆ แอนนาหอบหายใจเหงื่อท่วมเต็มหน้า มองดูกรงเล็บที่วาดเฉียดผ่านตรงหน้าอย่างหวาดหวั่น
ในจังหวะนั้นเอง เกาโหยวเสวียนก็มาถึงพอดี เขาหยิบเข็มเงินขึ้นมาด้วยสองนิ้วอย่างเชี่ยวชาญ แล้วแทงเข้าไปที่ท้ายทอยของเจียงซืออย่างแม่นยำ ตำแหน่งห่างจากไรผมราวนิ้วครึ่ง ตรงระหว่างกล้ามเนื้อบ่าแบบพอดิบพอดี
เคร๊ง!
เสียงโลหะกระทบดังขึ้นอีกครั้ง บริเวณท้ายทอยทั้งหมดของมันดูเหมือนจะ ‘แข็ง’ ไปหมด แม้แต่เข็มเงินก็ไม่อาจแทงทะลุได้ แต่สายตาของเกาโหยวเสวียนกลับเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ เขาใช้นิ้วโป้งกับนิ้วชี้ขวายึดเข็มไว้แน่น แขนซ้ายของเขาง้างเต็มแรง ฝ่ามือยกขึ้นราวกับจะตอกตะปู ก่อนจะตบใส่ปลายเข็มเงินอย่างแม่นยำในพริบตา
ถ้าจะว่ากันตามหลักแล้ว ด้วยความบางของเข็มเงิน และความแข็งของท้ายทอยเจียงซือ หากตบลงไปแรง ๆ เช่นนั้น ฝ่ามือของเกาโหยวเสวียนน่าจะถูกเข็มเงินสะท้อนแรงแทงทะลุเข้าไปเสียเอง แต่เมื่อฝ่ามือกระทบเข้ากับปลายเข็ม เสียงที่ดังกลับเป็นเสียงเหมือนเหล็กกระทบกัน
เคร๊ง!
แรงตบที่แม่นยำและหนักแน่น ทำให้เข็มเงินลึกเข้าไปได้อีกสองเซนติเมตร ดูเหมือนใกล้จะทะลุผ่านชั้นที่แข็งนั้นเข้าไปได้แล้ว ยิ่งไปกว่านั้น วัตถุที่ทำจากเงินแท้ดูเหมือนจะมีคุณสมบัติสามารถขับไล่สิ่งชั่วร้ายได้ เข็มที่ฝังลึกลงไปในผิวเจียงซือสั่นสะท้านไม่หยุด พร้อม ๆ กับควันดำที่พวยพุ่งออกมา
ตัวเจียงซือเองก็รู้สึกได้ถึง ‘ความเจ็บปวด’ นี้ ขณะที่กำลังจะหันกลับมา ฝ่ามือรอบที่สองก็ตบซ้ำลงไป แรงยิ่งกว่าเดิม
แกร๊ก!
เข็มเงินทั้งเล่มเหมือนทะลวงผ่านข้อจำกัดบางอย่าง พุ่งทะลุเข้าไปได้เกือบสามนิ้ว
‘จุดเฟิงฝู่’ ในสายตาของเกาโหยวเสวียน เจียงซือก็คือมนุษย์ เส้นลมปราณในร่างยังคงทำงานตามตำแหน่งเดิมเข็มนี้แทงเข้าจุดเฟิงฝู่ ทะลุถึงไขสันหลังส่วนท้าย ร่างของเจียงซือกระตุกแรงแทบทรุดลงกับพื้น หัวหน้าที่อยู่ด้านข้างเห็นโอกาส รีบเปลี่ยนจุดยืนแล้วฟันดาบเข้าไปอีกครั้ง คมดาบเฉียดผ่านแก้มของเกาโหยวเสวียน แล้วฟันซ้ำลงไปที่ต้นคอของเจียงซือ
ฉัวะ!
แน่นอนว่า ครั้งนี้ไม่มีเสียงโลหะกระทบดังขึ้นอีก ดาบแหลมคมตัดทะลุเข้าต้นคอ สร้างบาดแผลลึกและความเสียหายอย่างหนัก แต่ถึงอย่างนั้น ความแข็งแกร่งของร่างเจียงซือก็ยังคงอยู่ ดาบฟันเข้าไปได้แค่ครึ่งคอก็หยุดสนิท จะตัดหัวให้ขาดโดยสมบูรณ์นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
ทางฝั่งเกาโหยวเสวียน เขาหยิบเข็มเงินเล่มที่สองขึ้นมา เตรียมจะปักเข้าไปตรงขมับ แต่จู่ ๆ ก็เกิดสิ่งไม่คาดคิดขึ้นเหมือนสัญชาตญาณบางอย่างในร่างของเจียงซือถูกกระตุ้นด้วยความตาย พลังหยินพลันพวยพุ่งทะลักขึ้นมาจากทั่วทั้งร่าง รวมตัวกันไปยังตำแหน่งที่เข็มเงินเล่มนั้นปักอยู่! เข็มที่ฝังลึกอยู่ในจุด ‘เฟิงฝู่’ ถูกพลังดำมหาศาลดันสวนกลับออกมาจากภายใน จากความเร็วขนาดนั้น ถ้าเกาโหยวเสวียนไม่ถอยหลบไว้ก่อน คงโดนเข็มปักเข้าหน้าตรง ๆ
เมื่อจุดฝังเข็มไม่ได้ผล เจียงซือที่กำลังเดือดดาลก็หันขวับกลับมา ปลายนิ้วดำสนิทกรีดอากาศเป็นทาง ทิ้งรอยเส้นดำที่ดูน่าสะพรึงไว้เบื้องหลัง หัวหน้าเคลื่อนไหวได้อย่างฉับไว ก้าวเท้าถอยออกด้วยท่วงท่าคล่องตัว หลีกหนีจากวงโจมตีได้ทัน
แต่เกาโหยวเสวียนที่อยู่แทบจะติดแผ่นหลังของเจียงซือ กลับไม่มีที่ให้ขยับมากนัก เขาทำได้แค่ถอยหนึ่งก้าว แล้วยกแขนขึ้นรับการโจมตี กรงเล็บดำมืดพุ่งเข้าหาเขาในเสี้ยววินาที
เคร๊ง!
ร่างของเกาโหยวเสวียนกระเด็นห่างออกไปประมาณสองเมตร เสื้อผ้าฉีกขาดปลิวกระจัดกระจาย รวมถึงเศษผิวหนังบางส่วนที่ร่วงหล่นลงพื้น ใต้แขนเสื้อที่ขาดออก เผยให้เห็นสิ่งที่ไม่ใช่เนื้อหนังของมนุษย์ แต่เป็นโครงสร้างโลหะที่สะท้อนแสงอย่างชัดเจน ดูเหมือนว่าแขนซ้ายของเกาโหยวเสวียนจะถูกเปลี่ยนหรือดัดแปลงไปทั้งหมด และนั่นก็คงเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงขาดเรียนไปครึ่งเดือนก่อนหน้านี้
หัวหน้ามองดูเขาที่ล้มอยู่บนพื้น
“แขนกลของเธอนี่ใช้ได้ดีเลยนะ แถมเข็มก็ได้ผลจริง ๆ ด้วย ถ้าเราทำแบบนั้นอีกครั้งล่ะก็ บางทีคราวนี้อาจจะฟันหัวมันขาดก็ได้ งั้นคราวนี้ให้แอนนาเป็นคนลงมือก็แล้วกัน แรงฉันยังมีไม่เยอะเท่าไหร่”
ไม่มีเวลามานั่งพักหายใจ เปลวไฟบนร่างของเจียงซือแทบจะมอดหมดแล้ว ตัวครึ่งหนึ่งไหม้เกรียมจนดูน่าสยดสยอง
ไม่มีเวลารออีกต่อไป อันตราย…กำลังจะใกล้เข้ามา
แต่คนที่ลงมือก่อนกลับไม่ใช่เจียงซือ กลายเป็นแอนนาที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งต่างหาก เธอไม่ได้ถือขวานไว้ในมือ แต่กลับตั้งท่าเหมือนนักมวยปล้ำ ถ่วงน้ำหนักตัวเองลงต่ำ จากนั้นก้าวเท้าเข้าใส่อย่างรวดเร็ว
เจียงซือสัมผัสได้ทันทีถึงกลิ่นของมนุษย์ที่เข้าใกล้ มันรีบสะบัดแขนข้างเดียวที่เหลืออยู่ หวังจะฉีกร่างของเธอให้ขาดกระจุย
ฉัวะ!
ห้านิ้วที่เหมือนกรงเล็บมืดดำกลับฟาดลงใส่ความว่างเปล่า
แอนนาอาศัยจังหวะเพียงเสี้ยววินาทีก้มตัวลงต่ำ หลบหลีกการโจมตีได้อย่างหวุดหวิด จากนั้น ฉับ! เธอเหวี่ยงแขนทั้งสองโอบรัดลำตัวเจียงซือไว้แน่น เนื่องจากผ่านการต่อสู้แบบประจันหน้ามาหลายครั้ง แอนนาเก็บข้อมูลไว้ได้มากพอ เธอมั่นใจเต็มร้อยว่าจะสามารถหลบการโจมตีที่ซ้ำซากของมันได้แน่นอน
และที่สำคัญที่สุดคือ ถึงแม้ร่างกายของเจียงซือจะแข็งราวกับเหล็กกล้า แต่น้ำหนักของมันก็ยังไม่เกินมนุษย์ธรรมดามากนัก
ท่าโอบยกทุ่ม
ด้วยท่วงท่าที่สวยงาม แอนนาเหวี่ยงร่างของมันขึ้นจากพื้นแล้วกระแทกลงมาอย่างแรง หน้าของเจียงซือฝังแน่นอยู่ในดิน แอนนาโน้มตัวทับตามทันที กดร่างของมันไว้แน่นเพื่อจำกัดการเคลื่อนไหวให้มากที่สุด แต่แม้ว่าเธอจะสูงถึง 187 เซนติเมตร และหนักถึง 90 กิโลกรัม หน้าตาของเธอก็ยังแสดงออกถึงความเครียด เธอรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่ามีพลังบางอย่างกำลังไหลพล่านอยู่ในร่างของมัน และเธอคงกดไว้อย่างนี้ได้อีกไม่นาน
แทบจะพร้อมกันนั้นเอง เข็มเงินเล่มหนึ่งก็พุ่งจากด้านบน แทงซ้ำลงตรงจุดเดิม คราวนี้ เพียงแค่ฝ่ามือเดียว เข็มก็ปักลึกลงไปได้
แอนนาเห็นเข้าก็ตะโกนขึ้นทันที
“เหวินเหวิน! ฟันเลย! ฉันกดมันไว้ได้ไม่นานแล้ว!”
หลังจากประสบการณ์ฟันไม่เข้าเมื่อคราวก่อน เหวินเหวินก็รู้ดีว่าการตัดหัวเจียงซือไม่ใช่เรื่องง่าย เธอประเมินไว้ว่าอย่างน้อยต้องฟันสี่ถึงห้าครั้ง และแต่ละครั้งต้องแม่นยำสุด ๆ อย่างไรก็ตาม สายตาเธอเหลือบไปเห็นอะไรบางอย่าง มุมปากจึงขยับเล็กน้อย เดิมทีดาบที่เตรียมจะฟันไปที่ลำคอกลับเปลี่ยนทิศทาง เสียบลงในอีกตำแหน่งหนึ่งในแนวตั้ง
ฉัวะ!
ดาบยาวเสียบทะลุมือของเจียงซือ ปักมันลงดิน ล็อคแขนมันเอาไว้กับพื้น
“เหวินเหวิน! เธอทำบ้าอะไรน่ะ!?”
แอนนาอุทานอย่างไม่เข้าใจ แต่ก่อนที่เธอจะได้พูดอะไรไปมากกว่านั้น เธอก็เห็นเงาหนึ่งเดินเข้ามาตรงหน้า
ด้วยท่าที่กำลังก้มตัวทับเจียงซืออยู่ มุมมองที่เธอเห็นจึงต่ำกว่าปกติ เมื่อเงานั้นใกล้เข้ามา เธอก็เงยหน้ามอง และสิ่งที่เห็นก็คือร่างของชายคนหนึ่งที่สูงใหญ่ ถือมีดในมือ บางทีอาจจะเป็นเพราะมุมกล้อง อาจเป็นเพราะท่าทางของเขากับอาวุธในมือ หรืออาจเป็นเพราะบางอย่างที่เธอไม่สามารถอธิบายไม่ได้ ในชั่วขณะนั้น แอนนานึกถึงหนังฆาตกรโรคจิตที่เธอเคยดูกับเพื่อนในคืนวันหยุดขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว