เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11 การจัดการพิเศษ

บทที่ 11 การจัดการพิเศษ

บทที่ 11 การจัดการพิเศษ


การเก็บศพและเคลื่อนย้าย ทุกอย่างยังคงเป็นไปอย่างปกติ ศพทั้งสี่นอนนิ่งอยู่ในถุงนอนอย่างว่าง่าย รอการเผาทำลายอย่างเงียบงัน

ที่จริงนอกจากศพแล้ว ทุกคนก็ยังรู้สึกกังวลเกี่ยวกับต้นไม้แปลก ๆ ต้นนั้นในสวนหลังบ้าน ถ้าสามารถเผามันทิ้งไปพร้อมกันได้ก็คงจะดีที่สุด น่าเสียดายที่การเผาที่สวนหลังบ้านเสี่ยงอันตรายเกินไป แม้พวกเขาจะหาทางเผาจากระยะไกลได้ แต่มันก็ยังเสี่ยง ถ้าเกิดระเบิดขึ้นและไฟลุกลาม ภูเขาทั้งลูกอาจจะกลายเป็นทะเลเพลิง ถึงตอนนั้นทุกคนก็จะถูกบีบให้ต้องถอนตัวออกมา นั่นก็เท่ากับว่าพวกเขาล้มเหลวจากภารกิจฝึกภาคสนามครั้งนี้

ตอนนี้จึงทำได้แค่เผาศพก่อน แล้วค่อยคิดหาวิธีจัดการกับต้นไม้นั่นอีกที ไม่ว่าจะใช้เลื่อยไฟฟ้าตัด หรือใช้ขวานโค่นลง อย่างไรก็น่าจะพอเป็นไปได้

นอกตัวคฤหาสน์

บริเวณพื้นที่ราบเรียบจุดหนึ่ง พวกเขาขุดหลุมและตัดต้นไม้ไปพร้อมกันแบบแบ่งเป็นคู่ ๆ เกาโหยวเสวียนจ้องมองศพทั้งสี่ที่อยู่ในถุง ในหัวก็นึกถึงเนื้อหาที่เรียนในวิชาวัฒนธรรมขึ้นมาทันที

“ไม้สำหรับเผาศพให้ฉันจัดการเองก็ได้ ศพที่เต็มไปด้วยพลังหยินแบบนี้ ควรใช้ไม้ที่มีพลังหยางแรงที่สุดอย่าง ‘ไม้ลิ้นจี่’ ในการเผา ตอนขึ้นเขามาฉันเห็นอยู่หลายต้นเลย”

หัวหน้าห้องหันไปตบไหล่หลัวตี้

“งั้นพวกเธอสองคนไปตัดไม้ละกัน หลัวตี้มีเลื่อยไฟฟ้าด้วย ทำงานเร็วแน่นอน เรื่องขุดหลุมให้พวกฉันผู้หญิงสองคนจัดการก็พอ แต่ถ้าศพมีอะไรผิดปกติขึ้นมา เราจะตะโกนเรียกทันทีนะ อย่าไปไกลกันเกินไปล่ะ”

แอนนาเองก็หาจอบเก่า ๆ ที่ขึ้นสนิมมาสองอันจากในบ้าน พร้อมกับยื่นขวานของเธอให้เกาโหยวเสวียน เอาไว้ใช้ตัดไม้ การแบ่งหน้าที่เสร็จสิ้น เกาโหยวเสวียนนำทางไปยังต้นไม้ลิ้นจี่ที่ว่า และก็เจอจริง ๆ ตามที่เขาบอก

ต้องยอมรับว่าเลื่อยไฟฟ้าในยุคนี้มีประสิทธิภาพสูงมาก มันสามารถตัดต้นไม้ขนาดใหญ่ที่ต้องใช้คนสองคนโอบได้แบบง่ายดาย หลังจากนั้นก็แค่ลากต้นไม้นี้กลับไป แล้วเลื่อยให้เป็นท่อนเล็ก ๆ เพื่อให้เผาได้สะดวก ระหว่างที่ลากต้นไม้กลับมา หลัวตี้ก็เปิดบทสนทนาเอง เขาอยากรู้ความเห็นของเกาโหยวเสวียนซึ่งได้ที่หนึ่งในวิชาวัฒนธรรม เกี่ยวกับเรื่องที่พวกเขากำลังเจอ

“รองหัวหน้า นายพอจะเดาอะไรออกบ้างรึยัง?”

“ก็เก้าในสิบส่วนแล้วล่ะ บ้านจีนโบราณ ต้นไม้ฮว๋าย ศพที่มีพลังหยิน ถ้าปล่อยทิ้งไว้ ศพพวกนี้น่าจะกลายเป็น เจียงซือ¹ภายในคืนนี้พร้อมกันทั้งสี่ตัว ถึงจะเป็นสถานการณ์ฝึกซ้อมก็เถอะ แต่พวกเราคงต้านไม่ไหวแน่ แถมถ้าติดพิษจากศพเข้าไป ชีวิตต่อจากนี้รวมถึงการเรียนก็อาจพังหมด รีบเผามันให้ไวที่สุดจะกว่า แล้วต้นฮว๋ายในสวนหลังบ้านนั่นก็ควรจะ...”

“เลื่อยมันทิ้ง” หลัวตี้พูดเสริม

“ใช่ เผาศพเสร็จแล้วเราจะไปจัดการมันต่อ”

ทั้งสองดูเหมือนจะเริ่มเข้าใจกันโดยไม่ต้องพูดอะไรมากแล้ว

แต่พอพวกเขาลากต้นไม้กลับมาถึงลานหน้าบ้าน ก็เห็นว่างานขุดดินยังดำเนินต่อไป เสื้อแขนสั้นของสองสาวเปียกโชกไปด้วยเหงื่อ ให้บรรยากาศแบบหน้าร้อน แต่สายตาของหลัวตี้ไม่ได้จับจ้องอยู่ที่รูปร่างของพวกเธอ เขามองไปที่ท่าทางของทั้งสองคนแทน ทั้งคู่ดูมีพละกำลังไม่น้อย โดยเฉพาะแอนนา เหมือนเธอจะเต็มไปด้วยพลังมหาศาล แต่กลับขุดดินได้ไม่ค่อยดีนัก แสดงให้เห็นว่าการใช้แรงงานแบบนี้ไม่ใช่ส่วนหนึ่งใรการฝึกของเธอ หลัวตี้เดินเข้าไปถาม

“มีจอบเหลืออีกไหม?”

“มีแค่สองอันนี้”

“งั้นให้ฉันช่วยก็แล้วกัน”

หลัวตี้รับจอบมาจากมือของแอนนา เกาโหยวเสวียนที่ยืนอยู่ใกล้ๆไม่ได้ช่วยด้วย เนื่องจากเขาเองก็ไม่มีประสบการณ์ในการขุดดินเลย

เวลาผ่านไปครึ่งชั่วโมง หลุมขนาดใหญ่พอจะใส่ศพทั้งสี่ร่างลงไปได้ แถมยังเหลือพื้นที่อีกไม่น้อยก็ถูกขุดจนเสร็จเรียบร้อย หัวหน้าห้องที่ลงแรงกับเขามาตลอดถึงกับยกนิ้วโป้งให้ หลุมนี้เกือบสองในสามเป็นฝีมือของหลัวตี้ เขามีทักษะการขุดหลุมที่ทั้งคล่องแคล่วและชำนาญมาก จนหัวหน้าห้องถึงกับแอบจำวิธีไว้ เผื่อในอนาคตอาจได้ใช้งาน

แน่นอนว่าแอนนาก็ไม่ได้ยืนนิ่งเฉย หลังจากเปลี่ยนงานแล้ว เธอก็จัดการผ่าท่อนไม้ที่ลากกลับมาให้กลายเป็นฟืนที่เหมาะกับการเผาไหม้เรียบร้อย ทุกคนช่วยกันขนฟืนที่ผ่าแล้วใส่ลงไปในหลุมอย่างรวดเร็ว ก่อนจะจุดไฟโดยใช้ไฟแช็ก ทิชชู่ และวัสดุติดไฟง่ายอื่น ๆ เมื่อเปลวไฟโหมแรงได้มากพอ พวกเขาก็เริ่มทยอยโยนศพทั้งสี่ร่างลงไป เปลวเพลิงที่ลุกไหม้จากไม้ลิ้นจี่กลืนกินร่างเหล่านั้นราวกับจะเผาทำลาย ‘ศพหลังหยิน’ ที่ควรถูกเผาทิ้งไปนานแล้ว

เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ! 

กลิ่นเหม็นคละคลุ้งจนชวนให้คลื่นไส้ลอยขึ้นมาจากในหลุม ตอนที่ทุกคนคิดว่าการเผาศพกำลังดำเนินไปอย่างราบรื่น…

แปะ!

น้ำฝนหยดหนึ่งตกกระทบลงบนแก้มของหลัวตี้ ฝนเทกระหน่ำลงมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

“เร็วเข้า!”

แม้ทุกคนจะรีบกลับไปที่บ้านและนำเต็นท์ออกมากางคลุมหลุมศพอย่างรวดเร็วเพื่อกันฝน แต่เพราะฝนตกหนักเกินไป น้ำฝนจึงไหลนองบนพื้นแล้วเอ่อล้นเข้าไปในหลุมเผาศพ ฝนถล่มลงมาใช้เวลาเพียงไม่นานก็ทำให้เปลวไฟมอดดับลงหมด ข่าวดีเพียงอย่างเดียวคือก่อนฝนจะตก การเผาไหม้ได้ดำเนินไปแล้วเกือบหนึ่งชั่วโมง แม้อาจไม่เพียงพอเท่ากับการเผาศพแบบปกติ แต่เนื้อส่วนใหญ่ก็น่าจะถูกเผาไปจนหมด เหลือเพียงเนื้อไหม้เกรียมบางส่วนกับเศษกระดูกเท่านั้น

ทั้งสี่คนรีบหยิบไฟฉายขึ้นมาส่องดูในหลุมเผาศพ ข้างในเต็มไปด้วยกองกระดูกไหม้เกรียม แต่ไม่นานก็มีบางอย่างเกิดขึ้น ภาพที่เห็นจากแสงไฟทำให้พวกเขารู้สึกเหมือนร่างกายถูกตรึงไว้ในความเย็นยะเยือกจนพูดอะไรไม่ออก หนึ่งในสี่ศพนั้นยังคงมีสภาพสมบูรณ์อยู่เกือบทั้งหมด แทบไม่ถูกรอยไหม้ใดๆ

“นี่มัน… ศพของชอยชราที่ถูกแขวนไว้ด้านบนนั่น”

พอแน่ใจว่าสามศพที่เหลือกลายเป็นกระดูกหมดแล้ว พวกเขาก็ช่วยกันยกศพชายชราออกมา เสื้อผ้าและผิวหนังถูกเผาไปหมดแล้ว เนื้อไหม้เกรียมบางส่วนมีรอยเสียหาย แต่โดยรวมแล้วศพยังคงสภาพเดิมไว้ได้ดีมาก ร่างเน่าดำยังคงมีของเหลวเหนียวหนืดส่งกลิ่นเหม็นทะลักออกมา ดูเหมือนว่าสิ่งนี้เองที่ช่วยต้านทานการเผาไหม้

เห็นได้ชัดว่ามีบางอย่างผิดปกติกับร่างนี้ ควรทำอย่างไรดี? ฝนเทกระหน่ำไม่รู้จะหยุดเมื่อไหร่ เมฆดำทะมึนที่โผล่มาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย คาดว่าฝนอาจจะตกยาวทั้งวัน หากจะเผาอีกรอบก็คงทำได้แค่ภายในคฤหาสน์ ยิ่งไปกว่านั้น ศพนี้ยังทนไฟมาก ต่อให้เผาครึ่งวันก็อาจจะไม่สำเร็จ ตัวคฤหาสน์ก็เป็นโครงสร้างไม้ทั้งหลัง หากพลาดไปเพียงนิด เกิดไฟไหม้ทั้งหลังจะกลายเป็นปัญหาหนักกว่าเดิม

เกาโหยวเสวียนมองดูศพชายชราอย่างประหลาดใจและพูดเบาๆ ว่า

“ถ้าปล่อยไว้แบบนี้ คืนนี้ต้องกลายเป็น ‘เจียงซือ’ แน่ เราต้องหาทางจัดการ จะเผาต่อหรือไม่ก็…”

ดวงตากลมโตของหัวหน้ากลุ่มพลันมีแววลังเลเหมือนคิดแผนอะไรออก แต่ยังไม่ทันพูดออกมา หลัวตี้ก็นั่งยองๆ อยู่ข้างศพ ทำการมัดศพอย่างรวดเร็ว ใช้เชือกผูกมือสองข้างของศพติดกับไม้ที่เหลืออยู่

“ฉันจะจัดการศพนี้เอง รองหัวหน้ามากับฉัน ส่วนพวกเธอสองคนกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในบ้านก่อน เดี๋ยวฉันก็จัดการเสร็จแล้ว”

หัวหน้ากลุ่มมองศพอย่างไม่สบายใจ

“ไปด้วยกันเถอะ ศพนี้ดูแปลกๆ ยังไงก็ไม่รู้”

แต่หลัวตี้กลับยืนยันหนักแน่น

“ไม่เป็นไร แค่พวกเราสองคนก็พอแล้ว เดี๋ยวก็กลับ”

หัวหน้ากลุ่มก็ไม่ฝืน เพราะเสื้อผ้าของเธอกับแอนนาเปียกโชกไปหมดจริงๆ ควรต้องเปลี่ยนชุด

“เปิดเครื่องติดตามที่ข้อมือไว้ด้วยนะ ถ้า 15 นาทีแล้วยังไม่กลับมา ฉันกับแอนนาจะไปตาม”

“อืม”

หลัวตี้ลากศพชายชราด้วยไม้ มาถึงบริเวณเนินเขาที่ค่อนข้างลาดชันแห่งหนึ่ง

เกาโหยวเสวียนที่ตามมาข้างหลังถามขึ้นด้วยความสงสัย

“นายจะโยนศพนี้ลงจากตรงนี้ แล้วหวังว่ามันจะกลิ้งไปถึงตีนเขาเหรอ? เป็นไปไม่ได้หรอก ป่าด้านล่างแน่นมาก กลิ้งไปได้นิดเดียวก็หยุดแล้ว แถมเขาเริ่มมีสัญญาณของการกลายเป็น ‘เจียงซือ’* แล้ว ต่อให้โยนลงไป ตอนกลางคืนก็อาจจะปีนกลับขึ้นมาได้อยู่ดี อย่างมากก็แค่ถ่วงเวลาได้ครึ่งชั่วโมงเท่านั้น”

“ไม่ใช่แบบนั้น”

“แล้วนายจะทำอะไร?”

เปรี้ยง! เสียงฟ้าผ่าดังสนั่น คำถามของเกาโหยวเสวียนถูกกลืนหายไปกับเสียงสายฟ้า แสงแลบของฟ้าผ่าทำให้สิ่งที่หลัวตี้ถือไว้ในมือสะท้อนวาบออกมา เลื่อยไฟฟ้าสีเงินที่กำลังหมุนด้วยความเร็วสูง

“นาย…!”

เกาโหยวเสวียนเข้าใจทุกอย่างในทันที และก็เข้าใจว่าทำไมหลัวตี้ถึงไม่ยอมให้ผู้หญิงสองคนมาด้วย สีหน้าของหลัวตี้ในตอนนี้แน่วแน่จนแทบจะน่ากลัว

“เดี๋ยวฉันจะเป็นคนตัด นายช่วยโยนชิ้นส่วนออกไปให้ไกลที่สุดก็พอ”

“…โอเค”

เกาโหยวเสวียนกลืนน้ำลาย ฝืนความรู้สึกคลื่นไส้ในอก พลางมองหลัวตี้ข้างๆ อย่างไม่ละสายตา เขาไม่คิดเลยว่าเด็กหนุ่มเงียบๆ คนนี้ ที่ไม่ค่อยพูดในห้องเรียนและมักได้คะแนนพละอันดับหนึ่ง จะกล้าคิดอะไรแบบนี้ได้ แต่ก็ต้องยอมรับว่าสถานการณ์ในตอนนี้ ไม่มีทางไหนที่ดี รวดเร็ว และปลอดภัยไปกว่านี้อีกแล้ว

ในศูนย์วิจัย

ทุกคนกำลังจับจ้องเหตุการณ์บนจอมอนิเตอร์ หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์จิตวิทยาคนหนึ่งเดินเข้ามาหาผู้อำนวยการฉิน

“แน่ใจแล้วเหรอว่ารายงานจิตวิทยาของหมอนี่ไม่มีปัญหา?”

ใครจะไปคิดว่าผู้อำนวยการฉินจะพกรายงานของทั้งสี่คนติดตัวมาด้วย เธอหยิบมันออกมาให้ดูทันที รายงานจิตวิทยาของหลัวตี้ไม่มีปัญหาใดๆ แสดงผลปกติทุกอย่าง มีเพียงป้ายกำกับว่า ‘ชอบเก็บตัว’

“นี่เป็นวิธีจัดการที่ดีที่สุดของพวกเขาแล้ว พฤติกรรมแบบนี้ควรถูกชื่นชม ไม่ใช่ถูกตั้งข้อสงสัย”

“อืม ถ้าสภาพจิตใจไม่มีปัญหาจริงๆ เด็กคนนี้ก็น่าจับตามองอยู่ไม่น้อย”

¹เจียงซือ คือ ‘ศพเดินได้’ หรือที่มักเรียกกันว่า ผีดิบจีน

จบบทที่ บทที่ 11 การจัดการพิเศษ

คัดลอกลิงก์แล้ว