เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 8 สถาปนา

บทที่ 8 สถาปนา

บทที่ 8 สถาปนา


ช่วงเวลาครึ่งชั่วโมงสำหรับการค้นหาวัตถุเหลือเวลาอีกเพียงสิบนาทีสุดท้าย ทั้งสี่คนรีบมารวมตัวกันอย่างรวดเร็วตามตำแหน่งที่แชร์ไว้ อันนาอยากจะอวดฝีมือ แต่ว่าทุกคนต่างก็เจอสิ่งที่ดูจะเป็นวัตถุ ที่ใช้เริ่มการปฏิบัติจริงได้กันหมดแล้ว

จากคำอธิบายสั้นๆ ของแต่ละคน การค้นหาวัตถุไม่ใช่เรื่องยากอะไร แค่เข้าใกล้บริเวณที่มันอยู่ ก็จะรู้สึกได้ชัดเจนถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมจากวัตถุนั้นๆ และบางชิ้นยังให้ความรู้สึกเหมือนถูกดึงดูดเข้าไปอย่างชัดเจน

วัตถุทั้งสี่ชิ้นได้แก่:

หลัวตี้เจอ “กล่องไม้ฝังทองแดง

แอนนาเจอ “กล่องโลหะรูปดาวหกแฉกกับหัวแพะ

เกาโหยวเสวียนเจอ “หนังสือโบราณที่ผนึกด้วยกระดูก

ลู่เหวินเจอ “ร่มสีแดงที่ถูกมัดไว้ด้วยเชือกหมึกตีเส้น

เมื่อวัตถุทั้งสี่ถูกนำออกมา กล้องวงจรปิดของศูนย์วิจัยก็จับภาพไปที่บริเวณนั้นทันที พนักงานที่เดิมพันไว้กับวัตถุแต่ละชิ้นต่างแสดงสีหน้าตื่นเต้น แต่รางวัลใหญ่มีเพียงหนึ่งเดียว ทั้งหมดขึ้นอยู่กับว่ากลุ่มเด็กหนุ่มสาวพวกนี้จะเลือกอะไรแม้แต่ผู้อำนวยการฉินก็เช่นกัน

ทว่าความสนใจของเธอไม่ได้อยู่ที่ผลของการเดิมพัน แต่เป็นสีหน้ากังวลที่หาได้ยาก เธอรู้ว่าวัตถุชิ้นหนึ่งในนี้นั้นมีอันตรายมากเกินไป พ่อของลู่เหวินมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับศูนย์วิจัยนี้ เรียกได้ว่าเป็นผู้สนับสนุนรายใหญ่ ดังนั้นเธอจำเป็นต้องแน่ใจว่าการฝึกภาคสนามครั้งนี้จะต้องไม่ผิดพลาด

“ขออย่าให้เลือกเจ้าสิ่งนั้นเลย ไม่งั้นต้องแจ้งหน่วยแพทย์ฉุกเฉินในเมืองให้เตรียมพร้อมล่วงหน้าแน่ๆ”

วัตถุทั้งสี่ถูกวางลงบนหินเรียบ ๆ ก้อนหนึ่ง

เหลือเวลาอีกแปดนาที พวกเขาต้องเลือกหนึ่งในนั้นเพื่อเริ่มต้นภารกิจ

“จะโหวตกันหรือเปล่า?” ลู่เหวิน หัวหน้าห้องสอบถามความคิดเห็น

เกาโหยวเสวียนในฐานะรองหัวหน้าห้องจึงเสนอความเห็น “ฉันว่าเราควรใช้ความรู้ที่แต่ละคนมีช่วยกันวิเคราะห์วัตถุพวกนี้ ฉันคิดว่าควรเลือกวัตถุที่มีระดับความยากปานกลาง เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เรามาฝึกปฏิบัติ และก็เป็นการร่วมมือกันครั้งแรกของพวกเรา ฉันรู้สึกว่าร่มสีแดงอาจเกี่ยวข้องกับความผิดปกติที่ฆ่าไม่ตาย หรือมีโครงสร้างเป็นวิญญาณ จึงไม่น่าเลือก ส่วนหนังสือเก่าอาจเกี่ยวโยงกับพิธีเรียกวิญญาณ หรือคำสาปประเภทใดประเภทหนึ่ง ซึ่งจัดการยากพอสมควรเช่นกัน แนะนำให้เลือกจากกล่องสองกล่องนั้นน่าจะปลอดภัยกว่า”

“อย่าเลือกกล่องโลหะนั่นนะ! ฉันรู้สังหรณ์ไม่ค่อยดีเลยจริงๆ...”  แอนนาผู้กล้าหาญเล่าเหตุการณ์ที่เธอเจอกล่องโลหะ โดยเฉพาะเสียง “ลิ้นเลื้อย” ที่ยังทำให้เธอขนลุกไม่หายเมื่อคิดย้อนกลับไป

แต่หลัวตี้กลับสนใจเรื่องราวของแอนนา เขาออกความคิดเห็นว่า “หัวแพะ ดาวหกแฉก ดูแล้วน่าจะเกี่ยวข้องกับพวกปีศาจ เป็นแบบอเมริกัน-ยุโรปแนวไล่ผี ถ้าเลือกวัตถุนี้ อาจจะมีการถูกเข้าสิงก็ได้ ฉันว่าไม่ควรเลือกจริงๆ”

ถึงแม้เขาจะคลั่งหนังเกรด B แต่หนังหวีดแนวฝรั่งเขาก็เคยดูมาเยอะ พอจะรู้เรื่องอยู่บ้าง

ลู่เหวินมองเพื่อนๆ ด้วยความปลาบปลื้ม โดยเฉพาะเมื่อเห็นหนุ่มเงียบขรึมทั้งสองคนยอมมีส่วนร่วมในวงสนทนา

“ฟังจากที่ทุกคนคุยกัน ก็เหมือนจะตัดไปแล้วสาม เหลือแค่กล่องไม้ของหลัวตี้ที่พอเลือกได้? ว่าแต่ ตอนเจอกล่องไม้นั่นนายรู้สึกแปลกๆ เหมือนแอนนาไหม?”

“ก็แค่มีลมเย็นๆ พัดมา คิดว่าความผิดปกติที่จำลองไว้คงอยู่ในระดับกลางๆ ล่ะมั้ง”

ลู่เหวินดูเวลาแล้วพยักหน้า “งั้นเอาตามนี้เลย ใครอยากลองเปิดกล่องนี้บ้าง?”

“เหวินเหวิน ฉันจำได้นะว่าเธอถนัดพวกเล็ก ๆ น้อย ๆแบบนี้นี่นา”

“จุ๊ๆ แอนนา ฉันก็แค่อยากให้สองหนุ่มเขาได้ลองทำอะไรดูบ้างไง เอาเถอะ ให้ฉันเปิดก็ได้”

ลู่เหวินหยิบมีดพับสวิสขึ้นมา แนบหูกับผิวกล่องไม้ ก่อนจะลงมืออย่างคล่องแคล่ว

แกร๊ก! 

กล่องที่ล็อกแน่นถูกเปิดออก ข้างในมีเพียงกุญแจทองแดงเก่าๆ ดอกหนึ่ง ทันใดนั้น เสียงประกาศก็ดังมาจากป่าโดยรอบ

“เหตุการณ์ผิดปกติเริ่มต้นขึ้นแล้ว กรุณาเดินทางไปยังพื้นที่ยอดเขาโดยเร็ว”

ที่ศูนย์วิจัย

มีพนักงานสามคนที่เลือกถูก พวกเขาต่างยิ้มกว้างแบ่งเงินรางวัลกันด้วยความตื่นเต้น แม้ว่าผู้อำนวยการฉินจะเลือกผิด แต่เธอก็โล่งใจ เพราะอย่างน้อยกลุ่มเด็กนั่นก็ไม่เลือกวัตถุชิ้นที่ก่อปัญหาและอันตรายที่สุด อีกมุมหนึ่งของศูนย์วิจัย ซึ่งไม่มีใครสังเกตเห็น พนักงานธรรมดาหน้าตาเรียบเฉยคนหนึ่งกำลังจ้องมองเหตุการณ์อยู่เงียบๆ พลางพึมพำไม่หยุด

“ก็หยิบมาแล้วแท้ๆ  ทำไมถึงไม่เลือกนะ ทำไมถึงไม่เลือก...?”

บนภูเขา

แอนนาจ้องมองวัตถุที่ไม่ได้ถูกเลือกบนก้อนหิน

“แล้วของพวกนี้ล่ะ จะปล่อยไว้เฉยๆ เหรอ? รู้สึกไม่ค่อยดีเลย”

ลู่เหวินพยักหน้า “จริงด้วย งั้นระหว่างทางขึ้นเขา เราเอามันไปคืนที่เดิมกันเถอะ ไม่น่าจะเสียเวลาเท่าไร”

“อืม”

ร่มสีแดงถูกพบอยู่ใต้ก้อนหินขนาดใหญ่ ด้านบนหินยังมีสัญลักษณ์ที่วาดด้วยชาดสีแดง

หนังสือเก่าถูกพบในเต็นท์ร้างที่เต็มไปด้วยตะไคร่น้ำ รอบๆ มีรอยข่วนจากเล็บมือให้เห็นจางๆ

สุดท้าย สิ่งเดียวที่เหลืออยู่มีเพียงกล่องโลหะในมือของแอนนา หลังจากเดินลัดเลาะขึ้นไปบนเขา พวกเขาก็มาถึงลานโล่งกลางป่าที่ไร้ต้นไม้

ที่นี่ไม่เพียงไม่มีพืชใดเติบโตขึ้นมาได้ แถมยังอบอ้าวอย่างน่าประหลาด อุณหภูมิสูงกว่าบริเวณรอบข้างอย่างเห็นได้ชัด แอนนาเดินช้าๆ ระมัดระวังทุกย่างก้าวที่เดินไปตามรอยแยกของพื้นดิน เมื่อเธอกำลังจะนำวัตถุลี้ลับนั่นกลับไปวางไว้ที่เดิม…

แผล็บ

เสียงแลบลิ้นแปลกประหลาดดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันดังจนเหมือนอยู่ในโพรงกะโหลกของแอนนาเอง เสียงนั้นทั้งชัดเจน ฉับพลัน และน่าขนลุก มันทำให้แอนนาตกใจจนกล่องเหล็กในมือหลุดร่วงลงไป กล่องเหล็กตกลงไปในรอยแยกของพื้น ความลึกประมาณครึ่งเมตร

โครม!  เสียงกระแทกหนักแน่นดังขึ้นที่ก้นร่อง

แอนนาตกใจจนรีบคว้าไฟฉายมาส่องดูสถานการณ์ข้างล่าง โชคดีที่กล่องเหล็กไม่แตกหรือเสียรูปเลยแม้แต่นิดเดียว วัสดุที่ใช้ดูท่าจะมีคุณภาพดีเยี่ยม ก็นั่นสิ กล่องโลหะที่ใช้เก็บวัตถุแบบนี้ ต้องผ่านการออกแบบพิเศษมาแน่นอน คงไม่เสียหายง่ายๆ หรอก

อาจจะเพราะรู้ว่าวัตถุชิ้นนี้ไม่ธรรมดา…

แอนนาโน้มตัวลง เตรียมจะหยิบกล่องกลับขึ้นมาวางไว้ที่เดิม แต่ทันใดนั้นเอง ก่อนที่มือเธอจะเอื้อมผ่านรอยแยกไป ใครบางคนก็โผล่มาคว้าแขนเธอไว้แน่น คนที่เข้ามาคือ หลัวตี้

เขาสังเกตเห็นความผิดปกติของแอนนาเมื่อครู่ จึงเข้ามาแทรกแซงเพื่อความปลอดภัย พร้อมกับยื่นกิ่งไม้มาให้เธอ

“อย่าใช้มือ”

“อืม”

แอนนารับกิ่งไม้นั้นไว้ แล้วค่อยๆ ใช้มันเคลื่อนย้ายกล่องโลหะกลับไปยังตำแหน่งเดิม เสียงแลบลิ้นประหลาดข้างหูเธอก็เงียบลงทันที แอนนากำลังจะหันกลับไปขอบคุณหลัวตี้ที่ช่วยเหลือ ทว่า จู่ๆ มือคู่หนึ่งก็ผลักเธอจากด้านหลัง ดันเธอให้เร่งขึ้นเขาอย่างรวดเร็ว คนที่ผลักมาคือหัวหน้าห้อง “อย่าเสียเวลาเลย พวกเราต้องรีบขึ้นเขาแล้ว”

ขณะทั้งสี่คนกำลังจะออกจากพื้นที่ป่าซึ่งแม้แต่หญ้ายังไม่อาจเติบโตได้ กิ่งไม้ที่ใช้ย้ายกล่องถูกทิ้งไว้ตรงนั้น และในเวลาไม่นาน มันก็เหี่ยวแห้งลงอย่างรวดเร็ว ราวกับถูกเผาไหม้ จนกลายเป็นผงถ่านปลิวหายไปกับสายลม

วัตถุได้ถูกกระตุ้นแล้ว

เด็กหญิงสองคนที่เดินอยู่ด้วยกัน กำลังพูดคุยเรื่องการจำลองรูปแบบใหม่

“ลู่เหวิน เธอคิดว่า สถาบันวิจัยเขาจำลองเหตุการณ์ผิดปกติได้สมจริงขนาดนี้ได้ยังไงกัน? มีเทคโนโลยีชีวภาพอะไรใหม่ๆ รึเปล่า?”

“อาจจะเป็นศพก็ได้นะ”

“ศพ? เธอหมายความว่าสถาบันเอาพวกศพของมนุษย์เทียมที่โดนฆ่า มาดัดแปลงให้กลายเป็นยูนิตฝึกที่ควบคุมได้น่ะหรอ?”

“ใช่ ก็แบบนั้นนั่นแหละ มันถึงได้สมจริงไงล่ะ”

“แหวะ ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ ก็น่าขยะแขยงนิดหน่อยนะ แต่พอคิดว่าในอนาคตเราต้องเผชิญเหตุการณ์ผิดปกติจริงๆ กับพวกมนุษย์เทียมที่อาจปรากฏขึ้นได้ทุกเมื่อ การได้ฝึกไว้ก่อนก็ดีเหมือนกัน ถ้าการฝึกภาคสนามแบบนี้แพร่หลาย อัตราการรอดชีวิตของมนุษย์ก็น่าจะสูงขึ้นมากเลยล่ะ”

การปีนเขาสูงร้อยเมตรลูกนี้ ใช้เวลานานกว่าที่พวกเขาคิดไว้มาก และยิ่งเข้าใกล้ยอดเขามากขึ้นเท่าไร อุณหภูมิก็ยิ่งลดต่ำลง ลมเย็นยะเยือกพัดผ่านกลางป่าเป็นระยะ เมฆบนฟ้าก็หนาแน่นขึ้น จนบดบังแสงแดดยามบ่ายไปหมด

ในที่สุด ทั้งสี่คนก็พ้นแนวต้นไม้สุดท้ายก่อนถึงยอดเขา ตรงหน้าคือคฤหาสน์จีนโบราณหลังหนึ่งที่ทรุดโทรมไปตามกาลเวลา มีทั้งลานด้ายหน้า ลานด้านหลัง กำแพงล้อมรอบ และอาคารหลักสองชั้น ประตูไม้ตรงหน้ากลุ่มยังแขวนโคมไฟสีขาวสะดุดตา

ตัวอักษร “奠 (เซ่นไหว้)” ที่เขียนอยู่บนโคมนั้น ทำเอาคนจีนทั้งสามคนรู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก แอนนาเคยเรียนวัฒนธรรมพวกนี้จากในตำรา ก็พอรู้ว่ามันเกี่ยวกับคนตาย แต่ไม่ได้รู้สึกอะไรมากนัก

ประตูไม้แดงตกแต่งด้วยทองคำ มีกุญแจทองเหลืองใหญ่คล้องเอาไว้แน่นหนา ลู่เหวินหยิบกุญแจทองเหลืองที่ได้มาจากกล่องออกมา แล้วเสียบเข้าไปในช่อง

แกร๊ก  

พอดีเป๊ะ กลอนเปิดออกอย่างง่ายดาย ซึ่งก็หมายความว่า การฝึกภาคสนามในครั้งนี้ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว

จบบทที่ บทที่ 8 สถาปนา

คัดลอกลิงก์แล้ว