เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 วัตถุผิดปกติ

บทที่ 7 วัตถุผิดปกติ

บทที่ 7 วัตถุผิดปกติ


รถยนต์รับส่งยังคงวิ่งต่อไปอีกกว่า 1,000 เมตร ก่อนจะจอดตรงเสาไฟบนถนนที่ดูธรรมดาแห่งหนึ่ง ผู้อำนวยการฉินลงจากรถ แล้วเอื้อมมือไปสัมผัสที่เสาไฟ เปิดอุปกรณ์ตรวจสอบลับที่ซ่อนอยู่

แคร็ก

บันไดตรงข้างทางที่นำลงสู่ห้องใต้ดินถูกเปิด

บันไดนั้นนำไปสู่ห้องปฏิบัติการที่ซ่อนตัวลึกอยู่ใต้ดินถึง 50 เมตร ซึ่งเป็นศูนย์กลางควบคุมการฝึกปฏิบัติครั้งนี้

“ผู้อำนวยการฉิน สวัสดีครับ!”

“ที่นี่เตรียมพร้อมดีหรือยัง? พวกเด็ก ๆ คงขึ้นเขาไปแล้วใช่ไหม?”

“ทุกแผนกได้ตรวจเช็คอุปกรณ์อย่างน้อยสามครั้ง ทุกอย่างอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานครับ”

“และเยาวชนทั้งสี่ที่เข้าร่วมฝึก มีค่าพารามิเตอร์ร่างกายอยู่ในระดับสูงกว่าค่าเฉลี่ย มีคนหนึ่งใกล้เคียงกับระดับยอดเยี่ยม”

“การฝึกครั้งนี้จะต้องประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน”

“อ้อ! ผู้อำนายการฉิน คุณสนใจเล่นเกมเสี่ยงโชคกับพวกเราไหม?”

เจ้าหนาที่คนหนึ่งอุ้มกล่องพลาสติกใสทรงสี่เหลี่ยมไว้ในมือ ด้านในมีเศษกระดาษพับเรียบร้อยกองอยู่มากพอสมควร ผู้อำนวยการฉินที่ดูท่าทางเคร่งขรึมก็ไม่ได้ปฏิเสธ เธอหยิบกระดาษที่เขียนข้อมูลเสร็จแล้วใบหนึ่งหย่อนลงไป พร้อมวางเงินเดิมพันหนึ่งพันรูเบิล

สิ่งที่เดิมพันคือวัตถุ ที่เด็กมัธยมทั้งสี่กำลังจะเลือก นี่ถือเป็นกิจกรรมยามว่างหลังเลิกงาน แม้ผู้อำนวยการฉินจะร่วมเดิมพัน แต่ก็ยังกล่าวด้วยท่าทีจริงจังว่า

“เรื่องสนุกก็ส่วนเรื่องสนุก แต่ต้องยึดหลักว่าแบบจำลองจะต้องดำเนินไปอย่างสมบูรณ์ หากเกิดความผิดพลาดใด ๆ ขึ้น ฉันจะสอบสวนผู้รับผิดชอบของโครงการนั้นโดยตรง”

“ครับ”

ในตอนนั้นเอง เสียงจากฝ่ายควบคุมระบบเฝ้าระวังก็ดังขึ้น

“พวกเขาขึ้นเขาแล้ว!” พนักงานที่ยังว่างก็เริ่มทยอยรวมตัวกัน

พื้นที่เฝ้าระวังออกแบบเป็นรูปวงแหวนแบบเปิด กำแพงรายล้อมด้วยจอมอนิเตอร์จำนวนมากเรียงเป็นแนวตั้งและแนวนอน ผู้ที่ยืนอยู่ตรงหน้าจอสามารถมองเห็นข้อมูลของพื้นที่ภาคปฏิบัติทั้งหมดได้อย่างชัดเจน

ภาพจากกล้องวงจรปิดมากกว่า 300 ตัวถูกควบคุมด้วยอัลกอริธึม AI ภาพที่สำคัญจะถูกย้ายมาไว้ตรงกลางหน้าจอเองโดยอัตโนมัติ

หน้าจอมอนิเตอร์ที่เกี่ยวกับผู้เข้าร่วมจะถูกเก็บไว้ที่พื้นที่ส่วนกลาง และยังมีหน้าจอเสริมเพื่อช่วยให้เจ้าหน้าที่วิจัยสามารถสังเกตและจดบันทึกได้ง่ายขึ้น

แต่ละคนต่างก็ภาวนาอยู่ในใจ บางคนหวังให้การฝึกดำเนินไปอย่างราบรื่น ในขณะที่บางคนก็หวังว่ากระดาษเดิมพันของตนจะถูกเด็กทั้งสี่เลือกขึ้นมา

ห้านาทีก่อนหน้านี้

ริมทางเชิงเขา

ผู้อำนวยการห้องกำลังยืดเส้นยืดสายตามมาตรฐาน ดวงตาจับจ้องไปยังเนินเขาชันราว 35 องศา

“ถ้าเริ่มจับเวลาเมื่อเหยียบขึ้นเนิน เราก็เตรียมตัวให้พร้อมตรงนี้ก่อนได้”

ตามคำแนะนำของผู้อำนวยการห้อง ทุกคนจึงหยิบอุปกรณ์ปีนเขาที่อาจจะจำเป็นต้องใช้ออกมา เนื่องจากตอนนี้เป็นช่วงหน้าร้อน อากาศร้อนอบอ้าว ทุกคนสวมเพียงเสื้อยืดและกางเกงขาสั้น ซึ่งเสี่ยงต่อการถูกต้นไม้หนาทึบบาด ผู้อำนวยการห้องเตรียมตัวมาอย่างครบครัน ทั้งสนับเข่า ผ้าพันขา ถุงมือ และไม้ปีนเขาแบบยืดหดได้ แต่ในทางกลับกัน หลัวตี้ไม่ได้เตรียมอะไรมาเลย แน่นอนว่าเขาไม่มีอุปกรณ์ใด ๆ ทั้งนั้น

ผู้อำนวยการห้องที่ดูเหมือนพร้อมไปออกศึกพูดต่อว่า “พวกเราจะแยกกันไปหาวัตถุ หรือจะไปด้วยกันดี? จากที่ผู้อำนวยการฉินบอก ภารกิจจะเริ่มต้นจริง ๆ ก็ต่อเมื่อหาและเปิดใช้งานวัตถุได้สำเร็จ ในตอนนั้นถึงจะมีโอกาสเกิดอันตราย เพราะงั้นการแยกกันหาอาจเป็นทางเลือกที่ไม่เลว เวลาที่ใช้หาของมีแค่ครึ่งชั่วโมง ฉันเสนอว่าให้แยกกันหา แล้วมารวมตัวกันในช่วงสิบนาทีสุดท้าย”

ไม่มีใครคัดค้านข้อเสนอของผู้อำนวยการห้อง ทุกคนรวมตัวกันแล้วเปิดฟังก์ชัน “แชร์ตำแหน่งแบบเรียลไทม์” บนสายรัดข้อมือ

07:10 น. เริ่มปีนเขา

ทั้งสี่คนมุ่งหน้าไปคนละทิศละทาง เพราะมีเวลาจำกัด ทุกคนจึงเร่งฝีเท้าเต็มที่

แอนนา สาวผมบลอนด์ เป็นคนที่ออกตัวเร็วที่สุด ท่วงท่าก็คล่องแคล่วเหมือนมืออาชีพ เธอหายวับไปจากสายตาทุกคนก่อนใคร ระหว่างที่หลัวตี้กำลังทึ่งในสมรรถภาพและเทคนิคของเธอ เสียงของหัวหน้าห้องก็ดังมาจากด้านข้าง

“ฮ่า ๆ อันนาเขาเก่งมากเลยนะ เธอไม่ได้แค่เก่งด้านพละ แต่เธอยังเชี่ยวชาญทักษะเอาตัวรอดในป่าหลากหลายประเภทด้วย ต่อไปอย่าแพ้เธอล่ะ”

หลัวตี้ไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่เร่งฝีเท้าขึ้นเขาไปยังทิศทางที่ตนเลือกไว้ เมื่อแน่ใจแล้วว่าเขาแยกจากสมาชิกทีมคนอื่นได้ ไม่มีใครอยู่รอบๆ หลัวตี้ก็รู้สึกผ่อนคลายขึ้นอย่างน่าประแปลก

ความคิดของเขาย้อนกลับไปยังหลายปีก่อน ขณะที่ออกไปปีนเขาพร้อมครอบครัว เมื่อนึกถึงภาพความทรงจำอันแสนอบอุ่น เขาก็เผยรอยยิ้มที่หาได้ยากออกมา...ทว่าความทรงจำอันงดงามนั้นอยู่ได้ไม่นาน

ลมเย็นยะเยือกระลอกหนึ่งพัดวูบผ่านจากกลางหุบเขา ปะทะร่างกายเขาราวกับนิ้วมือเย็นเฉียดไล้ไปตามผิว หลัวตี้รู้สึกได้ถึงขนที่ลุกตั้งชันขึ้นทั่วท่อนแขนที่โผล่พ้นเสื้อ

ความรู้สึกระแวดระวังพลันผุดขึ้น เขาหยุดเดิน แล้วกวาดตามองไปรอบ ๆ ปลายนิ้วของเขาวางแน่นบนปุ่มสตาร์ตของเลื่อยไฟฟ้า ถึงแม้จะไม่พบสิ่งมีชีวิตใด ๆ รอบตัว แต่สายตาเขากลับหยุดอยู่ที่ต้นไม้ต้นหนึ่ง มันเป็นต้นไม้ที่ดูแตกต่างจากสิ่งแวดล้อมโดยรอบอย่างชัดเจน

มันใหญ่กว่า หนากว่า และดูน่าขนลุกกว่าต้นไม้อื่น ๆ บนภูเขา ลำต้นบิดเบี้ยวราวกับถูกบังคับให้งอโค้งเสียจนผิดรูป ผู้คนมักเรียกต้นไม้ลักษณะนี้ว่า ‘ต้นไม้คอเอียง’ และเหมือนว่าลมเย็นประหลาดที่พัดอยู่รอบ ๆ เขาก็มาจากต้นไม้นี้โดยตรง ถึงหลัวตี้จะไม่เก่งวิชาทฤษฎีเท่าไหร่นัก แต่เขาก็จำลักษณะของต้นไม้ชนิดนี้ได้ มันคือต้นฮว๋าย¹

ลมเย็นยังคงพัดมาไม่ขาดสาย ราวกับต้นไม้นี้กำลัง ‘เรียกหา’ เขา ความผิดปกติเช่นนี้ ทำให้หลัวตี้แทบจะมั่นใจได้ว่า ต้นไม้ต้นนี้จะต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับ “วัตถุ” ที่ใช้ในการฝึกภาคสนามครั้งนี้อย่างแน่นอน

เขาค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้อย่างระมัดระวัง สายตาจับจ้องไปยังโพรงดำสนิทบนลำต้น ลมเย็นปะทะออกมาจากในโพรงนั้นโดยตรง และหากเงี่ยหูฟังใกล้ ๆ จะได้ยินเสียง แผ่ว ๆ คล้ายเสียงครางของชายชราที่ใกล้ตาย

หลัวตี้หยิบไฟฉายออกมาจากด้านข้างกระเป๋าสะพาย แสงสว่างเจาะลึกเข้าไปในโพรงไม้ จนมองเห็นวัตถุบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใน มันคือกล่องไม้ทรงสี่เหลี่ยมทำจากไม้มะฮอกกานี ขอบประดับด้วยทอง

ด้วยความระแวดระวัง เขาไม่ได้ยื่นมือเข้าไปโดยตรง แต่ใช้กิ่งไม้ยาวค่อย ๆ งัดกล่องออกมา หลังจากพยายามอยู่ครู่ใหญ่ ในที่สุดก็สามารถดึงกล่องออกมาได้สำเร็จ และในขณะเดียวกับที่กล่องนั้นหลุดพ้นจากโพรงไม้นั้น… ลมเย็นก็หยุดลงอย่างกะทันหัน ราวกับชายชราที่ปล่อยลมหายใจเฮือกสุดท้าย ก่อนจะหลับใหลไปตลอดกาล

อีกด้านหนึ่ง

แอนนา ผู้มีทักษะเอาตัวรอดยอดเยี่ยมที่สุด และเคลื่อนที่ได้เร็วที่สุดในทีม ได้หยุดลงและก้มมองเครื่องระบุตำแหน่งบนข้อมือ จากการดูตำแหน่ง เธอทิ้งห่างคนอื่นออกมาพอสมควร

“เฮอะ…หมอนั่นที่เหวินเหวินพูดไว้ว่าเก่งนักหนา ก็ไม่ได้เก่งอะไรมากนี่นา”

เธอกำลังจะเริ่มสำรวจบริเวณโดยรอบ

แผล็บ

เสียงประหลาดแหลมคมบางดังขึ้นมาจากในป่า

“ใคร!?”

เธอรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่สมาชิกคนอื่นจะตามมาทัน เพราะไม่กี่วินาทีก่อนเธอก็เพิ่งเช็กตำแหน่งของทุกคนไป  แต่แทนที่จะแสดงความหวาดกลัวแบบเด็กสาวทั่วไป เธอกลับตั้งท่าเตรียมต่อสู้ มือจับอย่างมั่นคง สายตาเต็มไปด้วยความระแวดระวัง

เธอคิดอย่างมีเหตุผลการฝึกภาคสนามยังไม่ได้เริ่มอย่างเป็นทางการ จึงยังไม่น่ามีอันตรายโดยตรง เสียงประหลาดเมื่อครู่น่าจะเกี่ยวข้องกับ “วัตถุ” บางอย่าง เธอจึงมุ่งตรงไปยังทิศทางของเสียงนั้น ในที่สุดก็เจอพื้นที่โล่งแห่งหนึ่งกลางป่า...พื้นที่โล่งอย่างแท้จริง

ไม่มีต้นไม้ ไม่มีแม้แต่หญ้าขึ้น พื้นแห้งแล้งจนผิดปกติ จนทำให้เธอรู้สึกอึดอัดแบบอธิบายไม่ได้ กลางพื้นที่นั้น ดินพองตัวเล็กน้อย พร้อมมีรอยแยกหนึ่งกว้างพอให้สอดแขนเข้าไปได้

แผล็บ

เสียงประหลาดดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้สามารถยืนยันได้แล้วว่า เสียงมาจากรอยแยกในดินโดยตรง แอนนาหยิบไฟฉายจากกระเป๋าด้านข้างมาอย่างรวดเร็ว ค่อย ๆ ก้มเข้าไปใกล้รอยแยกนั้น แสงไฟค่อย ๆ เอนไปตามองศาการเคลื่อนไหว พอแสงไฟอยู่ในแนวตั้ง เธอก็สามารถมองเห็นด้านล่างได้อย่างชัดเจน ในชั่วขณะหนึ่ง เธอกลับเห็น

‘ลิ้นสีดำไหม้เกรียมกำลังเลื้อยขยับอยู่ข้างล่าง’

เธอสะดุ้งเฮือกแล้วถอยกลับทันทีด้วยสัญชาตญาณ แต่เมื่อสูดลมหายใจตั้งสติแล้วโน้มตัวกลับไปมองอีกครั้ง

ข้างล่างนั้นกลับไม่มีลิ้นอะไรเลย มีเพียงกล่องโลหะทรงสี่เหลี่ยมที่ฝังสัญลักษณ์ดาวหกแฉกและหัวแพะเท่านั้น

¹ต้นนักปราชญ์จีน หรือ ต้นเจดีย์ญี่ปุ่น

จบบทที่ บทที่ 7 วัตถุผิดปกติ

คัดลอกลิงก์แล้ว