- หน้าแรก
- ห้วงลึกแห่งคนเป็น
- บทที่ 6 กฎระเบียบการปฏิบัติ
บทที่ 6 กฎระเบียบการปฏิบัติ
บทที่ 6 กฎระเบียบการปฏิบัติ
รุ่งเช้าวันถัดมา เวลา 5.30 น.
หลัวตี้สะพายกระเป๋าที่จัดเตรียมไว้แล้วเรียบร้อย พร้อมถือกล่องโลหะสีเงินออกจากที่พัก
เมื่อวานเขาได้แจ้งชุมชนล่วงหน้าไปว่าเขาจะออกจากบ้านเพื่อไปฝึกซ้อมเป็นเวลา 48 ชั่วโมง ช่วงเวลานี้จะมีเจ้าหน้าที่ของชุมชนมาคอยตรวจสอบระบบไฟในบ้านให้
ที่ประตูหน้าสถาบันวิจัยท้องถิ่นมีป้ายชื่อที่ทำจากทองเหลือง มันโดนเด่นสะดุดตาจนเห็นได้ชัด รถยนต์สีดำแบบธุรกิจ 7 ที่นั่งจอดรออยู่ข้างทางตั้งแต่เช้า นั่นคือรถรับส่งสำหรับการฝึกปฏิบัติ
แม้ว่าหลัวตี้มาถึงก่อนเวลาครึ่งชั่วโมง แต่หน้าสถาบันมีก็รองหัวหน้าเกาโหยวเสวียนที่มายืนรออยู่ก่อนแล้ว ด้วยบุคลิกของทั้งสองทำให้การเริ่มบทสนทนาเป็นเรื่องยาก เพื่อเลี่ยงความอึดอัด หลัวตี้จึงเลือกไปยืนอยู่ใต้เสาไฟห่างออกไปสิบเมตร เขาเช็คของในกระเป๋าอีกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าไม่ได้มีอะไรตกหล่น
ระหว่างที่กำลังตรวจของ หลัวตี้บังเอิญเหลือบไปเห็นท่าทางของเกาโหยวเสวียนที่ดูแปลกไป แขนซ้ายของเขาดูแข็งเกร็งไม่เป็นธรรมชาติ แม้แต่ปลายนิ้วยังดูเกร็ง ๆ น่าจะเกี่ยวกับที่เขาลาป่วยติดต่อกันถึงครึ่งเดือน
เวลาผ่านไปอย่างเงียบงันราวห้านาที เกาโหยวเสวียนก็เป็นฝ่ายเดินเข้ามาหาก่อน พร้อมล้วงกล่องโลหะสีเขียวขนาดเล็กออกมาจากกระเป๋าเสื้อ
“แค่ก… เอาไหม?” เขาถามเสียงเบา
“ขอบใจ” หลัวตี้รับเม็ดลูกอมรสมินต์แบบไม่มีน้ำตาลมาสองเม็ด พวกมันช่วยให้ตื่นตัวขึ้นมาได้ดี
ในจังหวะที่ทั้งสองกำลังแลกลูกอมกันอยู่นั้น รถยนต์หรูสีดำก็ค่อย ๆ ขับเข้ามา
ลู่เหวินกับแอนนาเปิดประตูด้านหลังลงมาพร้อมกัน จ้องภาพตรงหน้าด้วยดวงตาเบิกกว้าง
“หา? พวกนายสองคนไปสนิทกันตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย?”
คำพูดของหัวหน้าห้องทำให้เกาโหยวเสวียนสะบัดตัวหันหลังกลับแทบจะทันที ส่วนหลัวตี้ไม่ได้สนใจนัก เขาไม่เคยใส่ใจว่าคนอื่นจะมองตนอย่างไร
ตอนนั้นเอง หญิงวัยกลางคนที่ใส่เสื้อกาวน์สีขาว เดินออกมาจากสถาบัน ใบหน้าของเธอเคร่งขรึมราวกับครูฝ่ายปกครอง แค่สบตาก็ทำให้เหงื่อซึมได้
“ไหน ๆ ก็อยู่กันครบแล้ว ขึ้นรถเลยแล้วกัน” เธอเอ่ย
“ค่ะ ศาสตราจารย์ฉิน” ลู่เหวินดูเหมือนจะรู้จักกับเธออยู่ก่อนแล้ว ท่าทีของเธอเปลี่ยนเป็นเรียบร้อยไปในทันที ทุกคนทยอยขนสัมภาระไปเก็บที่ท้ายรถแล้วขึ้นไปนั่ง
ประตูรถปิดลง ในขณะนั้น ทั้งสี่คนในรถล้วนออกอาการตึงเครียดเล็กน้อย เมื่อรถเคลื่อนตัว เสียงของศาสตราจารย์ฉินก็ดังขึ้นผ่านลำโพงในรถ
“การเดินทางครั้งนี้จะใช้เวลาหนึ่งชั่วโมง
ฟังฉันอธิบายเงื่อนไขของภาคปฏิบัติและกฎที่เกี่ยวข้องให้จบก่อน แล้วค่อยถามคำถาม สิ่งที่ฉันกำลังจะพูดต่อไปนี้จะส่งผลโดยตรงต่อโอกาส ‘ความสำเร็จ’ ของพวกเธอ… หรืออาจถึงขั้น ‘โอกาสรอดชีวิต’ เพราะฉะนั้นตั้งใจฟังให้ดี จำให้ขึ้นใจทุกคำ
พื้นที่ฝึกภาคปฏิบัติครั้งนี้ อยู่ห่างจากเมืองมู่ซิงออกไป 30 กิโลเมตร เป็นเขตทดลองพิเศษ
1.ระยะเวลาฝึกภาคปฏิบัติคาดว่าจะใช้เวลา 48 ชั่วโมง หากพวกเธอสามารถจัดการต้นเหตุของเหตุการณ์ผิดปกติได้ก่อน ก็สามารถยุติและออกจากพื้นที่ได้ก่อนเช่นกันแน่นอน หากสามารถประคองตัวอยู่ครบ 48 ชั่วโมง ต่อให้ไม่ไดจัดการความผิดปกติก็ตาม ก็ถือว่าสำเร็จ
2.ระดับความยากของการฝึกจะสุ่ม เพื่อให้ใกล้เคียงกับสถานการณ์จริง ฝึกความสามารถในการรับมือกับสิ่งที่ไม่คาดคิดเมื่อการฝึกเริ่มขึ้น เว้นแต่พวกเธอจะได้รับบาดเจ็บถึงขั้นอันตรายต่อชีวิต ทีมวิจัยจะไม่เข้าแทรกแซง และถ้าเกิดการแทรกแซงเมื่อไหร่ ก็ถือว่าการฝึกล้มเหลว
3.ห้ามออกจากพื้นที่ฝึกไม่ว่าด้วยเหตุผลใด
ครั้งนี้จะใช้ระบบ ‘จำลองความผิดปกติ’ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีจากสถาบันวิจัยร่วม ทุกการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ เหตุการณ์ประหลาด การโจมตีจากสิ่งผิดปกติหรือมนุษย์จำแลง จะจำลองได้ใกล้เคียงกับของจริงอย่างยิ่ง
ต่อไปฉันจะอธิบายรายละเอียดของภาคปฏิบัติ
1.ในพื้นที่ฝึกมี ‘วัตถุ’ หลายจุดกระจายอยู่แบบสุ่ม หากพบและเปิดใช้งาน จะกระตุ้นให้เหตุการณ์ผิดปกติเกิดขึ้นพวกเธอมีเวลาไม่เกินครึ่งชั่วโมงในการค้นหาและกระตุ้นวัตถุนั้น
2.จะไม่แจ้งระดับความยากของเหตุการณ์ล่วงหน้า พวกเธอต้องเผชิญหน้ากับสิ่งที่ไม่รู้ สืบค้น และจัดการมันด้วยตัวเอง
3.การกระทำใด ๆ ที่มีผลในเชิงบวก จะช่วยเพิ่มคะแนนประเมินของแต่ละคน
4.เทคโนโลยีจำลองความผิดปกตินี้เพิ่งนำมาใช้อย่างเป็นทางการเมื่อปีที่แล้ว แม้ระบบจะเสถียรแล้วในระดับหนึ่ง แต่ยังมีข้อผิดพลาดเล็กน้อย หากพบความผิดปกติที่ไม่ได้ตั้งใจในระหว่างการฝึก รายงานกลับมาได้ จะส่งผลดีต่อคะแนนส่วนตัวเช่นกัน ตอนนี้ถึงเวลาพวกเธอถามคำถาม”
อู๋เหวินยกมือขึ้นทันที เหมือนกำลังอยู่ในห้องเรียน
“ระหว่างการฝึก เราจะมีช่วงเวลาปลอดภัยบ้างไหม? อย่างตอนนอนหรือตอนกินข้าว?”
“ไม่มี ตั้งแต่เริ่มฝึก พวกเธอจะตกอยู่ในอันตรายตลอดเวลา”
“…อ้อ” อู๋เหวินทำหน้าผิดหวัง แต่ก็ปรับอารมณ์ได้อย่างรวดเร็ว
เกาโหยวเสวียนที่กำลังจดบันทึกอย่างตั้งใจเอ่ยถามบ้าง
“ถ้าเรากระตุ้นวัตถุแล้วเกิดเหตุการณ์ผิดปกติขึ้น วัตถุอื่นในพื้นที่ยังสามารถถูกกระตุ้นซ้ำได้ไหม หรือพวกคุณจะเก็บคืนไปหมดแล้ว?”
“คำถามดี ไม่ต้องกังวล ‘เหตุการณ์ผิดปกติ’ จะถูกควบคุมโดยสถาบันวิจัย พวกเธอมีโอกาสแค่ครั้งเดียวเท่านั้น ต่อให้หลังจากนั้นไปเจอวัตถุอื่น ก็จะไม่สามารถกระตุ้นอะไรได้อีก พวกเธอจะได้เจอเพียง ‘เหตุการณ์เดียว’ เท่านั้น”
แอนนาเท้าคางลงบนกำปั้น พยายามคิดคำถามจนเหงื่อซึมออกมาที่หน้าผาก แต่ก็คิดไม่ออก หลัวตี้ซึ่งนั่งอยู่ท้ายสุด เมื่อเห็นว่าไม่มีใครถามอีก จึงยกมือขึ้นถามคำถามของตัวเอง
“หากระหว่างเผชิญกับสิ่งผิดปกติ แล้วพวกเราต่อสู้จนสภาพแวดล้อมเสียหาย จนเกิด ‘มุมมืด’ ที่แสงส่องไปไม่ถึง จะถือว่าทำให้การฝึกล้มเหลวไหม?”
คำถามนี้ทำให้ศาสตราจารย์ฉินมีสีหน้าไม่พอใจทันที
“ตามทฤษฎีแล้ว จะไม่เกิดเหตุการณ์แบบนั้น
เพราะสิ่งปลูกสร้าง ต้นไม้ และองค์ประกอบทุกอย่างในพื้นที่ทดลอง ผ่านการปรับแต่งพิเศษแล้ว ทุกจุดที่อาจเกิดมุมอับจะถูกทำให้โค้งมน ส่วนข้อต่อประตู หน้าต่าง ก็เป็นแบบกระบอกเสริมแรง สภาพแวดล้อมถูกออกแบบมาให้ยากต่อการทำลาย
ยิ่งไปกว่านั้น ทั่วทั้งพื้นที่ติดตั้งกล้องวงจรปิดซ่อนไว้กว่า 300 ตัว ตามกิ่งไม้ก็ยังมี ‘นกแก้วเงามืด’ รุ่นพัฒนาจากธรรมชาติคอยสังเกตการณ์อยู่ หากมีจุดใดที่มืดเกินไป เราจะรู้ได้ทันที แต่… พวกเธอก็ต้องหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้น
หากพฤติกรรมของพวกเธอเองเป็นต้นเหตุของมุมมืด ซึ่งก่อให้เกิดอันตราย แม้จะผ่านการฝึกก็ตาม รายงานส่วนบุคคฃของพวกเธอก็จะไม่ผ่านการอนุมัติ”
“เข้าใจแล้วครับ”
หลังจากนั้นก็ไม่ได้มีใครถามอะไรเพิ่มเติมอีก
ในเวลาเดียวกัน รถตู้ก็มาถึงทางออกเมืองมู่ซิง เมืองนี้ล้อมรอบด้วยกำแพงเรืองแสงสูงห้าสิบเมตร มีหอคอย, โดรน และหน่วยลาดตระเวนคอยดูแลความปลอดภัย ทางออกเมืองคล้ายด่านทางด่วน มีทั้งหมดแปดช่อง ช่วงเทศกาลวันชาติทำให้มีรถส่วนตัวต่อแถวรอตรวจสุขภาพก่อนออกนอกเมืองเป็นจำนวนมาก แต่รถของสถาบันเป็นรถพิเศษ สามารถผ่านช่องทางเฉพาะได้ทันที
เมื่อออกนอกเมืองไป บนถนนยังคงมีไฟหนาแน่นเหมือนในเมือง สองข้างทางเป็นป่าไม้ที่มีสายไฟพาดตลอดแนว เพื่อให้มีแสงสว่างในป่าอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน
ต้นไม้บางต้นได้รับการดัดแปลงพันธุกรรมให้สามารถเรืองแสงได้ด้วยตัวเอง บางครั้งก็เห็นเจ้าหน้าที่ดูแลป่าซึ่งได้รับค่าตอบแทนสูง กำลังเดินตรวจตามพงไม้ เมื่อออกห่างจากเมือง สิ่งปลูกสร้างก็แทบไม่เหลือให้เห็น มากที่สุดก็แค่ด่านตรวจหรือปั๊มบริการสาธารณะ ไม่มีหมู่บ้าน ไม่มีชุมชนชนบท ทุกอย่างไปกระจุกรวมอยู่ในตัวเมือง
หลังจากนั้นไม่นาน รถก็เลี้ยวออกจากถนนสายหลัก เข้าสู่ถนนสายเล็กที่คล้ายทางชนบท ฝั่งขวาของถนนคือเนินเขา ส่วนด้านซ้ายเป็นป่าทึบที่แสงแทบส่องไม่ถึง แสงสว่างบริเวณนี้ลดลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ยังคงอยู่ในระดับปลอดภัย
ผิดไปจากที่หลายคนคาดไว้ จุดหมายของรถคันนี้ไม่ใช่สถาบันกลางป่า หรือบ้านพักทดลอง
รถหยุดลงที่ข้างทางอย่างเงียบ ๆ ศาสตราจารย์ฉินหันกลับมามองทั้งสี่คนเป็นครั้งแรก
“เดินขึ้นไปจากตรงนี้ ภูเขาลูกนี้ไม่สูงมาก ราว ๆ ร้อยเมตร มันถือเป็น ‘เขตทดลอง’ แค่พวกเธอก้าวเท้าลงเหยียบพื้นดินที่นี่ ก็ถือว่ามันได้ ‘เริ่มขึ้นแล้ว’ วัตถุสำหรับกระตุ้นเหตุการณ์กระจายอยู่ทั่วภูเขา จำไว้ พวกเธอมีเวลาเพียงครึ่งชั่วโมงในการค้นหาและกระตุ้น”
ทั้งสี่คนแบกสัมภาระลงจากรถ เงยหน้ามองภูเขาที่เต็มไปด้วยพืชพรรณหนาแน่นและแสงสลัวคลุมเครือ
ต่างคนต่างรู้สึกตึงเครียด การฝึกภาคปฏิบัติในชีวิตจริงครั้งแรกของพวกเขากำลังเริ่มต้น...