เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4 ช็อปปิ้ง

บทที่ 4 ช็อปปิ้ง

บทที่ 4 ช็อปปิ้ง


รถเมล์ขับไปอย่างรวดเร็วบนถนนเลนพิเศษด้วยความเร็ว 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ที่นี่คนส่วนใหญ่เดินทางด้วยรถเมล์ เพราะเป็นวิธีที่เร็วและสะดวกที่สุดในเมืองนี้ และด้วยกฎหมายความปลอดภัยเขตพื้นที่พิเศษ ทำให้เมืองนี้ไม่มีรถไฟใต้ดิน

จุดนัดพบที่หัวหน้าชั้นเลือกไว้คือซูเปอร์มาร์เก็ตที่ใหญ่ที่สุดในเมือง ซึ่งหลัวตี้เคยมาแค่ครั้งเดียวเมื่อห้าปีก่อน

“สถานีถัดไป : ซูเปอร์มาร์เก็ตเทอร์มินัล (จัตุรัสด้านหน้า) สถานีนี้เป็นชานชาลาที่มีผู้โดยสารหนาแน่น ประตูจะเปิดนานถึง 90 วินาที กรุณาลงรถอย่างเป็นระเบียบ”

นอกหน้าต่างเผยให้เห็นอาคารขนาดใหญ่ที่เป็นแลนด์มาร์กของเมือง ตัวอาคารติดตั้งระบบภาพเคลื่อนไหวที่ให้แสงสว่างตลอดเวลา พร้อมกับฉายโฆษณาสินค้าล้ำสมัยไปด้วย ทุกทางเข้ามีโลโก้ซูเปอร์มาร์เก็ตเป็นรูป ‘สมองที่วางอยู่ในรถเข็น

ลานหน้าสถานีมีคนแน่นหนาทำให้หลัวตี้รู้สึกอึดอัด เพราะนอกจากที่โรงเรียน เขาก็ไม่ค่อยได้มาอยู่ในที่ที่คนเยอะแบบนี้มานานแล้ว หลัวตี้รีบหยิบโทรศัพท์โทรหาหัวหน้าชั้น เกือบจะทันทีที่กดโทรออก ก็มีเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นข้าง ๆ พร้อมกับเรียวแขนที่โบกไปมา

“หลัวตี้!”

หัวหน้าชั้นวันนี้ใส่เสื้อยืดสีขาวลายกระต่ายน่ารักที่หน้าอก กางเกงกีฬาแนบเนื้อ และรองเท้าผ้าใบสีขาวเหมือนเคย สมาชิกทีมที่เธอเคยพูดถึงก็มายืนอยู่ข้าง ๆ เธอเช่นกัน ในนั้นมีเพื่อนร่วมชั้นคนหนึ่งที่ช่วงนี้ลาป่วยบ่อย

คะแนนวิชาพละของเขาอยู่อันดับสามในชั้น รองจากหลัวตี้และหัวหน้าชั้น แต่คะแนนวิชาการเขายังคงเป็นอันดับหนึ่ง เขาใส่แว่นหนาที่มีค่าสายตามากกว่า 500 สวมเสื้อเชิ้ตลำลองกับกางเกงสามส่วนสำหรับออกกำลังกาย สูง 183 เซนติเมตร ดูเป็นเด็กเก่งที่ทั้งเล่นกีฬาและเรียนดีไปพร้อม ๆ กัน แถมยังเป็นรองหัวหน้าชั้นของห้อง 5 อีกด้วย

หลัวตี้ไม่ค่อยได้พูดคุยกับเพื่อนในชั้นมากนัก และกับคนคนนี้ก็คุยกันไม่เกินสิบคำในตลอดสองปีของมัธยมปลายแน่นอนว่ารองหัวหน้าชั้นคนนี้ก็เป็นคนเก็บตัวและค่อนข้างแปลก เขาชอบไปนั่งอ่านหนังสือคนเดียวที่บันไดมุมตึกหรือดาดฟ้าในเวลาว่าง

อีกคนในทีมก็เป็นเพื่อนต่างโรงเรียนที่หัวหน้าชั้นพูดถึง เธอเป็นคนผมบลอนด์ทองอ่อน ดวงตาสีเขียวมรกต ผิวขาว ใส่เสื้อยืดแขนสั้นลายเดียวกับหัวหน้าชั้น สกรีนรูปการ์ตูนน้องหมาดุ ๆ ที่หน้าอก และกางเกงกีฬาขาสั้น เมื่อเทียบกับขาเรียวยาวของหัวหน้าห้องแล้ว ขาของเด็กหญิงผิวขาวคนนี้หนากว่ามาก หรือพูดให้ชัดเจนกว่าคือกล้ามเนื้อของเธอใหญ่กว่าและเห็นได้ชัดกว่า เแถมยังเป็นคนที่สูงที่สุดในกลุ่มนี้ด้วย

พอหลัวตี้เดินเข้าไป หัวหน้าชั้นก็รีบแนะนำทันที “นี่คือรองหัวหน้าชั้นเกาโหยวเสวียน คงไม่ต้องแนะนำอะไรมากใช่ไหม? เขากำลังพักฟื้นอยู่ที่บ้านน่ะ แต่ก็ยังยอมมา ถือว่าให้เกียรติฉันมากจริง ๆ”

หลัวตี้กับเการองหัวหน้าชั้นสบตาและพยักหน้าทักทายกันอย่างสุภาพ หัวหน้าชั้นหันไปพูดถึงเพื่อนต่างโรงเรียนของเธอ

“นี่คืออันนา อีวาโนว่า กำลังเรียนอยู่ในโรงเรียนที่ดีที่สุดของเมืองเรา ถึงคะแนนของเธอในโรงเรียนจะไม่สูงมาก แต่ถ้าวัดกับโรงเรียนเรา เธอถือว่าเป็นหัวแถว คิดว่าหลัวตี้คงเป็นคนเดียวที่จะสู้เธอได้ในวิชาพละ”

อันนาเดินเข้ามาใกล้ ชำเลืองมองหลัวตี้ที่ดูธรรมดา แล้วพูดเป็นภาษารัสเซียสำเนียงชัดเจนว่า

“นายคือหลัวตี้ที่คะแนนวิชาพละสูงกว่าลู่เหวินหรอ มาแข่งงัดข้อกันไหม?”

หลัวตี้ยังไม่ได้ทันปฏิเสธ หัวหน้าชั้นก็รีบห้ามไว้

“อันนา อย่าทำให้เพื่อนที่ฉันชวนมาตกใจหนีกันหมดสิ รอให้คุ้นกันก่อนค่อยว่ากัน เราไม่มีเวลามากนะ รีบไปซื้อของจำเป็นสำหรับฝึกกันเถอะ”

อันนาดูเหมือนจะไม่พอใจที่ไม่ได้แข่งแขนกับหลัวตี้ เธอเดินนำไปข้างหน้า อวดโชว์กล้ามที่ต้นแขนไปตลอดทั้งทาง

ซูเปอร์มาร์เก็ตเทอร์มินัล (T.S.M)

ที่ทางเข้า มีเครื่องตรวจความปลอดภัยอัจฉริยะคล้ายกับในสนามบิน ลูกค้าทุกคนต้องผ่านการตรวจก่อนจะเข้าไป เครื่องสแกนจะตรวจสอบสายรัดข้อมือประจำตัว เพื่อเรียกดูรายงานผลตรวจ “สุขภาพจิต” ล่าสุด

ทั้งสี่คนในฐานะนักเรียน ต้องไปตรวจสุขภาพจิตที่ห้องพยาบาลโรงเรียนทุก ๆ 2 สัปดาห์ ซึ่งถือว่าสะดวกมาก หลังผ่านการตรวจเรียบร้อย ผู้จัดการร้านที่ใส่ชุดทักซิโด้ก็เดินเข้ามาหาหัวหน้าชั้นลู่เหวินทันที

“เรียนลูกค้า VIP ที่เคารพ มีอะไรให้รับใช้ไหมครับ?”

“ไม่ต้องค่ะ แค่เปิดช่องทางด่วนให้พวกเราตอนชำระเงินก็พอ”

“อย่างนั้นก็ไม่รบกวนท่านแล้วครับ เราจะคอยติดตามความเคลื่อนไหวของท่านอยู่เสมอ หากมีอะไรต้องการความช่วยเหลือ เพียงแค่ท่านโบกมือให้กล้องสอดแนมดูก็พอ”

หลัวตี้เงียบ ๆ มองดูเหตุการ์ทั้งหมด ว่ากันว่าจำนวนสมาชิก VIP ของซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเติมเงิน และสมาชิก VIP ก็มีอยู่น้อยมาก

หัวหน้าห้องเข็นรถเข็นใบใหญ่เข้ามาอย่างชำนาญพร้อมกับเอ่ยเตือนว่า

“พวกเรามีเวลาช้อปสามชั่วโมง ไปเริ่มซื้อของจำเป็นกันก่อนเถอะ”

โซนอุปกรณ์ใช้ชีวิต - อุปกรณ์เอาตัวรอดกลางแจ้ง

ที่นี่สามารถซื้อของทุกอย่างที่ต้องใช้สำหรับตั้งแคมป์และเอาตัวรอดในธรรมชาติได้ หลัวตี้ไม่รู้เนื้อหาของการฝึกงาน ไม่รู้ว่าจะหยิบอะไรดี เลยยืนมองคนอื่นหยิบของไป

‘ไฟฉายแรงสูงแบบใช้ได้นาน, ไฟฉาย (แบบพกพา), ไฟแช็คกันลม, ไม้ขีดไฟ, ชุดปฐมพยาบาลพกพา, กระเป๋าเป้พร้อมชุดเครื่องมือ’

เริ่มแรกก็ยังเป็นของที่ดูค่อนข้างปกติ จนกระทั่งรองหัวหน้าห้องหยิบมีดสนามมาตรฐานขึ้นมา  อันนาเลือกขวานทหารที่มีตราสัญลักษณ์ทางการทหาร ส่วนหัวหน้าห้องไม่ได้เลือกอาวุธป้องกันตัว แต่หันไปมองหลัวตี้ซึ่งยืนอยู่ท้ายทีม

“หลัวตี้ ทำไมไม่เลือกอะไรเลยล่ะ? ฉันบอกแล้วไงว่าเรื่องค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกี่ยวกับการฝึกงาน ฉันจะเป็นคนออกให้เอง อย่าลังเลเลย”

“เปล่า ไม่ใช่แบบนั้น แค่สงสัยว่าของพวกนี้เอาไว้สู้กับสัตว์ร้ายหรือเปล่า?”

“ใช่! ฉันยังไม่ได้บอกเจาะจงเรื่อง ‘การฝึกงาน’ แบบนี้ มันเป็นการฝึกงานแบบใหม่ที่หนังสือเรียนไม่เคยกล่าวถึง มันอาจจะกลายเป็นแนวทางหลักในอนาคต”

หัวหน้าห้องเดินก้าวอย่างเบา ๆ แล้วหยุดอยู่ข้างหลัวตี้ เธอยกเท้าค่อย ๆ ยืนเขย่ง แล้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้ ๆ หูของเขา ริมฝีปากนุ่มนวลเกือบจะแนบชิดกับใบหู เธอกระซิบเบา ๆ เสียงลื่นไหลเหมือนแขนเด็กทารกลูบที่หูเบา ๆ

“เพราะทุกคนถือว่าเป็นเด็กเก่ง ฉันจึงฝากพ่อช่วยจัดการเรื่อง ‘การฝึกงาน’ แบบยากระดับสูงให้ สถาบันวิจัยนี้กำลังดำเนินโครงการฝึกภาคปฏิบัติสำหรับเยาวชนผู้มีพรสวรรค์เป็นเลิศ โครงการนี้จะจำลองสถานการณ์ที่อาจพบเจอกับ”เหตุการณ์ผิดปกติ“ ขึ้นจริง แต่อย่าเป็นกังวลไปเลย สถานการณ์จำลองเหล่านี้ไม่ได้อันตรายเท่าของจริง ทุกอย่างอยู่ภายใต้การควบคุมของระบบวิจัยที่รัดกุม ปลอดภัยแน่นอน”

“เหตุการณ์จำลอง? ฉันเพิ่งได้ยินเป็นครั้งแรกเลย”

“ใช่ นักเรียนที่เก่งมาก ๆ หลายคนก็กำลังทำแบบนี้กันเป็นการส่วนตัว มันมีประโยชน์มากสำหรับการสอบเข้า”

“ความยากล่ะ?”

“อยู่ระหว่างสามดาวถึงเต็มห้าดาว ขึ้นอยู่กับ ‘ผลจับสลาก’ ที่จะได้ตอนฝึก เพราะงั้นนะหลัวตี้ นายรีบเลือกอุปกรณ์ป้องกันตัวที่เหมาะกับตัวเองเถอะ ถ้าไม่ได้ฝึกพิเศษอะไรมา ฉันแนะนำให้ใช้มีดสนามที่เราใช้ในชั่วโมงพละนะ”

“อืม ฉันจะเดินดูคนเดียวก่อน”

หลัวตี้แยกตัวออกจากกลุ่ม เขาขยับปากสองสามครั้ง หลังจากรู้ว่าการฝึกงานจะมีการจำลองเหตุการณ์ผิดปกติ ความรู้สึกตื่นเต้นที่ฝังอยู่ลึกก็เริ่มผุดออกมาอย่างช้า ๆ

เขายังอยากจะสั่งทำหน้ากากที่ออกแบบเองไว้ล่วงหน้า แต่เวลาก็น้อยไป เนื่องจากต้องฆ่าเป้าหมายจำลอง เขาจึงนึกถึงอุปกรณ์คล้ายกับในหนัง หลังตี้หยุดอยู่ที่มีดปังตอเล่มหนึ่ง ตอนที่เขากำลังจะยื่นมือไปจะจับด้ามมีด ก็ได้ยินเสียงเครื่องยนต์ดังขึ้นมาจากด้านหลัง

พอหันไปดูหลัวตี้ก็เบิกตากว้าง รูม่านตาหดเล็กลงทันที ความตื่นเต้นที่ซ่อนอยู่ในรูม่านตาไหลทะลักออกมาเหมือนหนอง สายตาของเขาจับจ้องไปที่ตู้แสดงสินค้าพิเศษในซูเปอร์มาร์เก็ต โซนเลื่อยยนต์

จบบทที่ บทที่ 4 ช็อปปิ้ง

คัดลอกลิงก์แล้ว