เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3 งานอดิเรก

บทที่ 3 งานอดิเรก

บทที่ 3 งานอดิเรก


หนังจบลงแล้ว

ดัมบ์เบลในมือของหลัวตี้เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ เขาไม่มีท่าทีจะพักเลยแม้แต่น้อย รีบเปลี่ยนรองเท้ากีฬาทันที เตรียมออกไปวิ่งกลางคืนตามแผนของวันนี้

20:00 น.

ท้องถนนยังคงสว่างไสวแทบไม่ต่างจากกลางวัน ทั้งหมดนี้ต้องยกความดีให้ไฟถนนที่ติดตั้งอย่างหนาแน่น รวมถึงแผ่นเรืองแสงถาวรที่ปิดอยู่บนผนังตึกทุกหลัง

นอกจากนี้ ทุกถนนยังมี “พนักงานรักษาความสะอาด” ทำงานแบบผลัดเปลี่ยนตลอด 24 ชั่วโมง คนเหล่านี้จะสวมอุปกรณ์เรืองแสงทั่วร่าง คอยลาดตระเวนตามจุดอับแสง และดูแลซ่อมแซมไฟถนนตามกำหนด

หลัวตี้ใส่หูฟัง เพลงที่เปิดอยู่เป็น BGM จากหนังแอ็กชันล้วน ๆ เขาเริ่มออกวิ่งรอบสวนสาธารณะใกล้บ้าน ความเร็วของเขาอยู่ที่ ‘3 นาที 30 วินาทีต่อกิโล’ แต่พอวิ่งไปได้ไม่นาน เขาก็รู้สึกเหมือนมีลมพัดแหวกตามมาจากข้างหลัง

นักวิ่งอีกคนหนึ่งไล่ตามมาทัน รูปร่างสูงใหญ่กว่าเขา คนคนนั้นวิ่งผ่านไปโดยไม่ได้พูดอะไร แต่ที่มุมปากกลับมีรอยยิ้มน้อย ๆ แฝงอยู่ ที่จริงแล้วทั้งสองคนรู้จักกันมานานพอสมควรแล้ว พวกเขาเจอกันครั้งแรกเมื่อครึ่งปีก่อนที่ลู่วิ่งในสวนสาธารณะ แม้ว่าหลัวตี้จะวิ่งตามอีกฝ่ายไม่ทัน แต่เขาก็ไม่เคยรู้สึกท้อแท้หรือถอดใจ

สามชั่วโมงต่อมา ภายในห้องน้ำของสวน หลัวตี้ยืนอยู่หน้าอ่างล้างมือ ถอดเสื้อที่เปียกเหงื่อแล้วบิดน้ำออก เมื่อเขาเงยหน้าขึ้น สิ่งที่ได้เห็นสะท้อนจากกระจกคือใบหน้าของวัยรุ่นที่ดูซีดเซียวเล็กน้อย ผมดำตรงของเขาเปียกชื้นไปด้วยเหงื่อ  ใบหน้าดูโตกว่าวัยเล็กน้อย ดูไม่เหมือนเด็กมัธยมทั่วไป ราวกับว่าขาดสารอาหารบางอย่าง

ฟิ่ว!

อะไรบางอย่างพุ่งตรงเข้ามาทางประตูห้องน้ำ หลัวตี้มีปฏิกิริตอบสนองไวกว่าคนทั่วไป เขายกมือรับของที่ลอยมาได้อย่างแม่นยำ มันคือขวดเครื่องดื่มวิตามิน

นักวิ่งคนนั้นที่เขาเจอเมื่อครู่เดินตามเข้ามาในห้องน้ำเช่นกัน เขาเบียดมายังอ่างล้างหน้าอีกตัวข้าง ๆ ใช้ผ้าขนหนูเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก ทั้งที่วิ่งด้วยความเร็วสูงขนาดนั้น แต่กลับแทบไม่ได้ยินเสียงหอบหายใจของเขาเลย

“ขอบคุณ”

หลัวตี้ยกขวดดื่มเข้าไปอึกใหญ่ บนฉลากมีตัวอักษรเยอรมันแปะอยู่ชัดเจน มันเป็นเครื่องดื่มบำรุงแบบใหม่ ราคาค่อนข้างสูง เด็กมัธยมธรรมดาอย่างเขาคงไม่มีปัญญาซื้อกินเอง

ในกระจกสะท้อนภาพของชายหนุ่มผมทอง หน้าตาหล่อเหลาแต่ดูสุขุม พร้อมหนวดเครารำไรแสดงถึงวัยที่มากกว่า เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ใช่คนสัญชาติเดียวกับหลัวตี้ แต่สิ่งที่หลุดออกจากปากเขากลับเป็นภาษาจีนกลางแบบมีสำเนียงนิด ๆ

“ปีหน้าจะเข้ามหาลัยใช่ไหม?”

“ครับ”

“น่าเสียดายนะ ถ้าเป็นปีนี้ ฉันสามารถช่วยประสานงานให้เข้าบริษัทได้โดยตรงเลย ทั้งความพยายามและสภาพร่างกายของนาย ผ่านเกณฑ์รับสมัครของบริษัทได้สบาย ๆ แต่ปีหน้า...สถานการณ์อาจเปลี่ยนไปแล้ว ไว้ตอนนั้นค่อยมาว่ากันอีกที”

พูดจบเขาก็เอื้อมมือมาบีบต้นแขนของหลัวตี้เบา ๆ แล้วพยักหน้าอย่างพึงพอใจ

“จริงสิ ด้วยคุณสมบัติแบบนาย จริง ๆ สามารถเข้าร่วม ‘ภาคปฏิบัติ’ ล่วงหน้าได้นะ บังเอิญ ตอนนี้ฉันมีโควต้าอยู่หนึ่งที่ สนใจไหม? ถ้าทำให้เสร็จล่วงหน้า ปีหน้าจะได้มีเวลาฝึกฝนทั้งร่างกายและจิตใจ  แล้วก็ลดโอกาสเจอ ‘อุบัติเหตุจากภาคปฏิบัติ’ ก่อนเข้ามหาลัยด้วย”

หลัวตี้ดูประหลาดใจอยู่เล็กน้อย โอกาสฝึกภาคสนามที่ล้ำค่าแบบนี้ วันนี้เขาเพิ่งได้รับข้อเสนอแบบนี้ถึงสองครั้ง

“ผมรับนัดไว้แล้ว คิดว่าสัปดาห์หน้าคงเริ่มฝึก”

“หือ? ก็น่าอยู่ คนเก่งแบบนาย ในโรงเรียนก็คงเป็นหนึ่งในคนที่ได้รับการดูแลเป็นพิเศษ พอจะบอกได้ไหมว่าเป็นการฝึกแนวไหน? โรงเรียนจัดให้เองเหรอ? แบบนั้นก็อาจจะค่อนข้างปลอดภัยหน่อย”

“ยังไม่แน่ใจเหมือนกันครับ”

ชายผมทองเหมือนจะอยากพูดอะไรเพิ่ม แต่สุดท้ายก็รู้สึกว่าเริ่มก้าวก่ายเกินไป เลยได้แต่ยื่นมือมาตบบ่าเขาเบา ๆ

“จริงสิ เอานี่ไป”

เขายื่นนามบัตรสีขาวอมเทาที่ดูมีความหนาเล็กน้อยให้หลัวตี้ ตัวหนังสือบนบัตรใช้ตัวอักษรโรมันทั้งหมด

ทั้งสองคนรู้จักกันมาครึ่งปีแล้ว แต่เพราะเหตุผลเรื่องงาน อีกฝ่ายจึงไม่เคยให้ข้อมูลติดต่อไว้เลย

เฟรเดอริก·โลเฟย์

หมายเลขติดต่อ: LOFI-██████

“ถ้าเจออันตรายระหว่างฝึกงาน ให้โทรมาที่เบอร์นี้เลยได้เลย ฉันจะไปหาทันที หรือถ้านายเจอเรื่องแปลก ๆ ในเวลาปกติ ก็โทรมาได้เหมือนกัน”

“แน่นอนว่า เฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับ ‘อันตราย’ เท่านั้นนะ”

คำว่า ‘อันตราย’ โลเฟย์เน้นย้ำด้วยการพูดเป็นภาษารัสเซียอย่างชัดเจน

“ขอบคุณครับ”

แม้ว่าปกติทั้งสองจะสื่อสารกันแค่เรื่องการวิ่ง แต่หลัวตี้รู้ดีว่าโลเฟย์นั้นไม่ธรรมดา การมีปฏิสัมพันธ์กับคนแบบนี้อาจเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการศึกษาต่อของเขาในอนาคต

“เจอกันพรุ่งนี้นะ”

โลเฟย์เดินจากไป

หลัวตี้ยังคงจับจ้องไปที่นามบัตรที่มีดีไซน์ดูดีมากใบนี้ แม้ว่ามันจะไม่ได้มีข้อมูลบริษัทใด ๆ นอกจากแค่ชื่อกับเบอร์โทรศัพท์เท่านั้น

บทสนทนาในคืนนี้ทำให้หลัวตี้รู้สึกตื่นเต้นกับ ‘การฝึกงานภาคปฏิบัติ’ ที่กำลังจะมาถึง

การฝึกงานนั้นมีหลายรูปแบบและระดับความยากแตกต่างกันไป ถ้าเขาสามารถเก็บตราประทับการฝึกงานที่มีความยากสูงลงในแฟ้มประวัติส่วนตัวได้ โอกาสที่จะได้งานกับ ‘บริษัท’ หลังเรียนจบก็จะมากขึ้น

ในมุมมองของหลัวตี้ คนเก่งอย่างหัวหน้าห้องไม่น่าจะเลือกการฝึกงานง่าย ๆ ให้เขาแน่นอน

ตอนที่เขาจะกลับบ้าน เวลาก็ล่วงเข้าสู่เที่ยงคืนพอดี ถนนในเมืองยังคงสว่างไสวเหมือนตอนกลางวัน เมื่อกลับถึงบ้าน หลัวตี้ก็ทำตามนิสัย เขาตรวจสอบทุกซอกมุมโค้งของบ้าน เพื่อให้แน่ใจว่าไฟส่องสว่างระยะยาวยังทำงานดีอยู่ หลังจากนั้นก็ป้อนอาหารให้กับนกแก้วเฝ้าเขตแดนที่แขวนอยู่บนระเบียง แล้วจึงปีนขึ้นเตียงส่วนตัว

เวลานอนนั้นก็ยังต้องเปิดไฟสว่างอยู่เสมอ ไม่ใช่เพียงแค่หลัวตี้คนเดียว ทุกคนที่อาศัยอยู่ที่นี่คุ้นเคยกับการนอนภายใต้แสงสว่าง ความมืดมนนั้นทำให้พวกเขารู้สึกไม่สบายและนอนไม่หลับ

ผ่านมาแล้วหนึ่งสัปดาห์

หลัวตี้ไม่ได้สนใจวันหยุดยาวซักเท่าไหร่นัก นอกจากไปซื้อของและวิ่งตอนกลางคืน ส่วนใหญ่เขาก็อยู่บ้านทำในสิ่งที่เขาชอบ นอกจากดูแผ่นหนังแล้ว เขายังวาดรูปเป็นครั้งคราว เขาชอบและถนัดวาดภาพตัวละครในหนัง บางครั้งเมื่อมีแรงบันดาลใจ เขาก็ออกแบบตัวละครแนวหนังเกรดบี ที่เน้นดีไซน์หน้ากากโดยเฉพาะ

หลัวตี้หวังว่าสักวันเขาจะได้ใส่หน้ากากที่วาดเอง ไปงานออกงานคอสเพลย์หรืองานฮาโลวีน

ในตอนนี้

เขากำลังจ้องมองภาพวาดหน้ากากที่ติดอยู่ข้างซ้ายโต๊ะเขียนหนังสือ ซึ่งเป็นผลงานออกแบบที่เขาภูมิใจที่สุดจนถึงตอนนี้ เขาตั้งใจไว้ว่าจะรอจนได้เข้าศึกษาต่อ แล้วค่อยไปสั่งทำหน้ากากจากร้านหนังแท้

ในขณะที่เขาจ้องภาพวาดด้วยความหลงใหล จู่ๆ นาฬิกาข้อมือก็สั่นเตือน ดึงสติให้กลับมาอยู่กับปัจจุบัน เป็นสายเรียกเข้าครั้งแรกของเขาในวันชาติปีนี้ เพิ่งจะกดปุ่มรับสายสีเขียวไป เสียงปลายสายก็พูดขึ้นมาแทบจะในทันที

“หลัวตี้! พรุ่งนี้เราจะเริ่มฝึกงานแล้ว วันนี้นายออกมาหน่อยสิ นัดเจอกันล่วงหน้าแล้วไปซื้อของที่ต้องใช้สำหรับการฝึกงานกัน”

“ต้องซื้ออะไรบ้าง?”

“แน่นอน! เราจะฝึกงานกันแถวชานเมือง ต้องเตรียมของกันเยอะหน่อยนะ”

“หัวหน้าชั้น ช่วยบอกคร่าวๆ หน่อยได้ไหมว่าต้องซื้ออะไรบ้าง ถ้ามีแล้วที่บ้านจะได้ไม่ต้องซื้ออีก”

“ฮ่าๆ ไม่ต้องห่วงหรอก เพราะฉันเป็นคนชวนพวกนายมาเอง พวกเรื่องค่าใช้จ่ายเดี๋ยวฉันออกให้ เลือกของกันได้เต็มที่เลย และต้องเลือกของดีๆ ด้วยล่ะ สิ่งเดียวที่เธอต้องเสียคือร่างกายเท่านั้น เพราะเธอเป็นคนเดียวในชั้นที่คะแนนวิชาพละดีกว่าฉัน ถ้าเธอผ่านการฝึกงานครั้งนี้ไปได้ ครอบครัวฉันอาจจะให้โบนัสไม่ใช่น้อยเลยนะ”

“อ้อ”

“อีกชั่วโมงนึงมาเจอกันที่ซูเปอร์มาร์เก็ตเทอร์มินัลนะ”

จบบทที่ บทที่ 3 งานอดิเรก

คัดลอกลิงก์แล้ว