เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 2 ผู้โดดเดี่ยว

บทที่ 2 ผู้โดดเดี่ยว

บทที่ 2 ผู้โดดเดี่ยว


ซ่า ซ่า ซ่า

พัดลมเพดานในห้องเรียนหมุนติ้วอย่างรวดเร็ว ช่วยไล่ความร้อนอบอ้าวของฤดูร้อนได้เพียงเล็กน้อย ทว่า... ความหงุดหงิดที่ก่อตัวภายในใจของเหล่านักเรียน กลับยิ่งทวีขึ้นทุกขณะ

อีกไม่กี่นาที จะเข้าสู่ช่วงวันหยุดยาวกว่าครึ่งเดือน เนื่องในช่วงเทศกาลวันชาติจีน และเหลือเวลาไม่ถึงสองนาทีก็จะจบคาบสุดท้ายของวันนี้แล้ว

นักเรียนส่วนใหญ่ในชั้น มัธยมปลายปี 2 ห้อง 5 ต่างก็เริ่มเก็บของใส่กระเป๋าหรือไม่ก็มองเหม่อออกไปนอกหน้าต่าง เพราะ ‘วิชาทั่วไป’ ที่เรียนอยู่ตอนนี้ สำหรับพวกเขาแล้ว...มันแทบไม่มีความสำคัญอะไรเลย

แต่ว่า…

ที่โต๊ะริมกำแพงด้านหนึ่ง เด็กหนุ่มคนหนึ่งยังคงตั้งใจฟังบทเรียน สายตาสลับไปมาระหว่างกระดานดำกับสมุดโน้ต พยายามจดเนื้อหาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

กริ๊งงง~

เสียงกริ่งเลิกเรียนดังขึ้น

นักเรียนหลายคนรีบลุกออกจากห้องกันเป็นกลุ่มเล็กกลุ่มน้อย บ้างก็วิ่งออกไปอย่างเร่งรีบ ราวกับกลัวว่าจะถูกขังไว้ในโรงเรียนยังไงยังงั้น

ส่วนเด็กหนุ่มคนนั้น กลับรอจนแน่ใจว่าได้จดโน้ตครบถ้วนแล้ว จึงค่อย ๆ เก็บหนังสืออย่างใจเย็น

ทว่าในตอนนั้นเอง

เงาดำผืนหนึ่งแผ่ขยายเข้ามา คลืบคลานเข้าปกคลุมบนโต๊ะเรียนของเขา ด็กหนุ่มสะดุ้งเฮือก กำหมัดแน่นโดยสัญชาตญาณแล้วหันขวับกลับไปอย่างรวดเร็ว สิ่งที่ปรากฏในสายตา ...คือมือของหญิงสาวคู่หนึ่ง วางพาดเบา ๆ บนขอบโต๊ะ

มือขาวสะอาดแต่แฝงกล้ามเนื้อเล็กน้อยให้รู้ว่าเจ้าของดูแข็งแรง เมื่อไล่สายตาขึ้นไปก็พบกับรอยยิ้มอบอุ่นคุ้นตา ซึ่งช่วยคลายความระแวดระวังในใจของเด็กหนุ่มลงได้ในทันที

เงานั้นเป็นของ ลู่เหวิน หัวหน้าห้อง  มัธยมปลายปี 2 ห้อง 5

เด็กสาวรูปร่างสูงถึง 170 เซนติเมตร มีสัดส่วนที่เกือบสมบูรณ์แบบ วันนี้เธอมัดผมหางม้าอย่างทะมัดทะแมง ดูจากภายนอกก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นคนที่ถนัดด้านกีฬา

ในเมื่อวันนี้เป็นวันก่อนหยุดยาว จึงไม่จำเป็นต้องใส่เครื่องแบบนักเรียน เธอสวมเสื้อยืดสีขาวคลุมด้วยแจ็คเก็ตกันแดดสีอ่อน ด้านล่างเป็นกางเกงขาสั้นแนบเนื้อกับรองเท้าผ้าใบสีขาวล้วน

เมื่อแน่ใจว่าเป็นหัวหน้าห้องจริง ๆ เด็กหนุ่มจึงลดความระวังลง แล้วหันไปเก็บของต่อ

“เฮ้~ หลัวตี้ วันหยุดนี้ฉันว่าจะออกไปเที่ยวช่วงกลางวันล่ะ นายว่างมั้ย?”

“ไม่ว่าง”

แม้จะถูกปฏิเสธแบบตรง ๆ แต่หัวหน้าห้องก็ไม่ยอมแพ้ กลับโน้มตัวเข้ามาใกล้กว่าเดิม แล้วลดเสียงลง

“มันไม่ใช่แค่ ‘เที่ยว’ ธรรมดานะ ครอบครัวฉันอุตส่าห์ใช้เส้นสายจัดหากิจกรรม ‘ฝึกภาคสนาม’ มาก่อนล่วงหน้า นายก็รู้ใช่มั้ยว่าของแบบนี้ ถ้าทำได้สำเร็จ มันจะถูกบันทึกลงในแฟ้มประวัติส่วนตัว มีผลต่อการสอบเข้ามหาวิทยาลัยปีหน้าเลยนะ”

หลัวตี้ยังไม่ตอบทันที แต่ยังคงเก็บของต่อ หัวหน้าห้องก็รออย่างอดทน ไม่ได้เร่งเร้าอะไร จนกระทั่งหนังสือเล่มสุดท้ายถูกจัดเก็บเรียบร้อย เด็กหนุ่มจึงเอ่ยปากในที่สุด

“มีใครไปบ้าง?”

“ถ้านับรวมนายด้วย ก็มีสี่คน มีเพื่อนร่วมชั้นที่ขอลากิจหนึ่งคน กับเพื่อนของฉันอีกคนจากนอกโรงเรียน เป็นผู้หญิงนะ สองชายสองหญิง พลังหยินหยางสมดุลพอดีเลยล่ะ แล้วนายก็สบายใจได้ ทุกคนเป็นนักกีฬาที่มีผลการเรียนดีเยี่ยม ไม่มีใครเป็นตัวถ่วงนายแน่นอน!”

การได้ฝึกภาคสนามล่วงหน้าแบบนี้เป็นโอกาสที่หาได้ยาก ลั่วตี้จึงพยักหน้าตกลงรับคำ

หัวหน้าห้องยื่นแขนออกมาตรงหน้าของเขา เกือบจะบังสายตาไว้หมด แล้วชี้ไปยังสายรัดข้อมือโลหะยืดหยุ่นที่เธอสวมอยู่

“การฝึกครั้งนี้จะเริ่มในอีกเจ็ดวันข้างหน้า แต่ก่อนวันออกเดินทางหนึ่งวัน เราจะโทรหานายเพื่อให้ทุกคนได้เจอกันล่วงหน้า แล้วก็ไปซื้อของจำเป็นสำหรับฝึกภาคสนามด้วยกัน”

“อืม”

ในตอนนั้นเอง...เสียงประกาศของโรงเรียนก็ดังขึ้นมาพอดี

“ขอให้นักเรียนและคณะครูทุกท่านรูดบัตรออกจากโรงเรียนภายใน 15 นาที ทางโรงเรียนจะดำเนินการตรวจสอบก่อนปิดภาคเรียน ผู้ใดไม่ออกจากโรงเรียนภายในเวลาที่กำหนด จะถูกบันทึกความผิด และส่งตัวเข้าห้องพยาบาลเพื่อรับการตรวจสอบอย่างละเอียด”

“หลัวตี้! จะลองแข่งกันมั้ย? ใครจะวิ่งถึงประตูโรงเรียนก่อน!”

“ไม่เอา”

หัวหน้าห้องที่เตรียมท่าวิ่งเรียบร้อยแล้วถึงกับถอนหายใจ “เฮ้อ~ งั้นก็แล้วแต่นายละกัน”

ทั้งสองเดินออกจากโรงเรียนไปพร้อมกัน แม้หัวหน้าห้องจะเร่งฝีเท้าแล้วโบกมือเรียกแค่ไหน หลัวตี้ก็ยังคงเดินในจังหวะปกติ ราวกับได้คำนวณเวลาไว้เรียบร้อยแล้วว่าขาจะไม่มีทางถูกขังอยู่ในโรงเรียนแน่นอน

พอเดินออกจากประตูโรงเรียน หัวหน้าห้องก็ขึ้นรถยนต์ส่วนตัวราคาแพงไปเรียบร้อยแล้ว หลัวตี้รู้สึกได้ว่ามีสายตาใครบางคนจากในรถจับจ้องเขาอยู่ แต่เขาชินเสียจนไม่รู้สึกอะไรอีกแล้ว

เขาหันไปขึ้นรถเมล์ที่คุ้นเคยที่สุด เลือกนั่งริมหน้าต่างแถวหลังสุด กะว่าจะงีบหลับสักหน่อย ทว่าเสียงประกาศพิเศษที่ดังลั่นก็แทรกเข้ามาก่อน

วี้~ วี้~ วี้~

เสียงสัญญาณเตือนความถี่สูงสามครั้งดังขึ้น เพื่อเน้นย้ำความสำคัญของข้อความถัดไป

"พรุ่งนี้คือวันชาติประจำปี ทุกคนจะได้หยุดยาวติดต่อกันสิบห้าวัน ขอให้ประชาชนใช้เวลาวันหยุดอย่างมีความสุข พร้อมกันนั้นก็อย่าลืมปฏิบัติตามกฎหมายความปลอดภัยเขตพื้นที่พิเศษของประเทศอย่างเคร่งครัด

ผู้ที่ถูกกำหนดให้เป็น ‘ผู้ให้บริการประจำพื้นที่’ ในช่วงวันหยุด กรุณาปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ ซึ่งภายหลังจะมีการชดเชยวันหยุดให้ตามสิทธิ์

ขอให้ประชาชนที่เดินทางในช่วงวันหยุดปฏิบัติตามกฎหมายความปลอดภัยเขตพื้นที่พิเศษของแต่ละพื้นที่อย่างเคร่งครัด หากมีความจำเป็นต้องออกนอกเมือง โปรดเตรียมเอกสารรับรองสุขภาพให้พร้อม และแสดงเอกสารก่อนออกจากเมือง ในขากลับเข้าเมืองก็ต้องเข้ารับการตรวจสภาพจิตโดยละเอียด"

ข้อความช่วงแรกประกาศเป็นภาษารัสเซีย

แม้หลัวตี้จะถือสัญชาติจีน แต่เขาก็ฟังเข้าใจทั้งหมด เพราะภาษารัสเซียเป็นหนึ่งในวิชาบังคับด้านวัฒนธรรม จากนั้นก็มีเวอร์ชันภาษาอื่นอีกสี่ภาษา  ภาษาจีนกลาง อังกฤษ เยอรมัน และอิตาลี

เดิมที เขาตั้งใจจะอยู่บ้านทั้งช่วงวันหยุด แต่ตอนนี้เขาต้องพิจารณาเรื่อง “การฝึกภาคสนาม” เสียใหม่

“ถึงป้ายที่พักหมายเลขสิบสามแล้ว ประตูจะปิดในสิบวินาที”

หลัวตี้สะพายกระเป๋าลงจากรถ ก้าวเดินอย่างรวดเร็วไปยังส่วนลึกสุดของที่พัก ที่ซึ่งเรียกว่า “บ้าน”

ตรงชั้นวางรองเท้าหน้าประตูมีรูปถ่ายครอบครัวซึ่งมีสมาชิกสี่คน นอกจากพ่อแม่แล้ว เขายังมีพี่สาวอีกหนึ่งคน บนชั้นวางยังวางจดหมายฉบับหนึ่ง พ่อแม่ของเขาพาพี่สาวไปเที่ยวพักผ่อนเรียบร้อยแล้ว สำหรับวันชาติปีนี้ เขา นักเรียนมัธยมปลายผู้มีภาระการเรียนแน่นขนัด จะต้องอยู่บ้านและดูแลทุกอย่างเพียงลำพัง

แต่แทนที่จะบ่น หลัวตี้กลับรู้สึกดีใจเสียด้วยซ้ำ เขาชอบอยู่บ้านคนเดียวมากกว่าจะออกไปเที่ยว วันหยุดแบบนี้จึงถือเป็นสวรรค์ เขาเปิดตู้เย็น หยิบเนื้อวัวแช่แข็งกับพริกหยวกออกมา นึ่งหมั่นโถวสองลูกไปพร้อมกัน ระหว่างรออาหาร เขาก็เดินไปที่ห้องนอน หยิบแผ่นดีวีดีบรรจุในกล่องหรู และดัมเบลเหล็กน้ำหนัก 25 กิโลกรัม ไปวางไว้กลางห้องนั่งเล่น

วี๊~

ทีวีเปิด แผ่นดีวีดีเริ่มทำงาน

ชื่อหนัง “Friday the 13th Part III” ปรากฏขึ้นบนจอ พร้อมเพลงธีมจากยุคเก่า

หลัวตี้ถือหมั่นโถวไส้เนื้อพริกหยวกในมือข้างหนึ่ง ส่วนมืออีกข้างก็ถือดัมเบล  ทุกครั้งที่เขากินหนึ่งคำ ก็จะยกดัมเบลหนึ่งครั้ง ระหว่างกินและออกกำลังกาย เขาไม่ได้ละสายตาจากหน้าจอเลยแม้แต่วินาทีเดียว ทั้งที่หนังเรื่องนี้เขาดูมาแล้วไม่ต่ำกว่าสามสิบรอบ

ใช่แล้ว เขาหลงใหลหนังแนวนี้มาตั้งแต่เด็ก โดยเฉพาะตัวละครในเรื่อง ต่างจากหัวหน้าห้องที่มีระบบฝึกฝนเฉพาะทาง หลัวตี้ไม่ได้มีใครสอนหรือฝึกซ้อมให้นอกห้องเรียน เขาเพียงแค่อยากมีร่างกายเหมือนตัวละครในหนัง และเลือกฝึกฝนด้วยวิธีธรรมดาที่สุด

ดัมเบล สควอทแบบมีน้ำหนัก วิดพื้น และวิ่งกลางคืนวันละไม่ต่ำกว่าสิบกิโล คือกิจวัตรในการฝึกกล้ามของเขา เขาเชื่อว่าหากยังคงฝึกแบบนี้ต่อไป วันหนึ่งจะสามารถมีร่างกายที่เหมือนฆาตกรในหนังได้แน่นอน

จบบทที่ บทที่ 2 ผู้โดดเดี่ยว

คัดลอกลิงก์แล้ว